แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
23 กันยายน 2019, 01:22 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๑๖๔ ใจไม่หวั่นไหว โลกไม่ว้าวุ่น  (อ่าน 1727 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 20 มกราคม 2014, 18:51 »

ถาม - ถ้าเราต้องทำงานร่วมกับคนที่เราไม่ชอบ แถมมีเหตุจำเป็นให้เปลี่ยนงานไม่ได้อีก เราควรจะทำอย่างไรดีคะ


เรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์ในที่ทำงานนั้นถือเป็นหนึ่งในปัญหาสามัญที่ลูกค้าไถ่ถามเสมอค่ะ การมาอยู่รวมกันของคนหลากหลาย มีปฏิสัมพันธ์ ย่อมเป็นไปได้ที่จะมีเคืองใจขัดใจกัน จนนำพาให้เสียบรรยากาศในการทำงานได้ จึงมีคนจำนวนไม่น้อยที่ลาออกจากงานเพราะคนในที่ทำงาน ซึ่งถ้าหากว่าย้ายไปแล้วสบายใจขึ้น อกุศลน้อยลง ไม่กระทบกระเทือนชีวิตมากนัก ก็นับว่าเป็นทางออกหนึ่งเหมือนกัน ก่อนจะจากลากันไปควรอโหสิให้อีกฝ่ายด้วย จะได้เลิกแล้วต่อกันไป ไม่ต้องผูกเวรกันอีก จะจากกันแล้วควรจากกันแบบที่เราเองไม่ต้องติดค้างอะไรในใจค่ะ


ทว่าบางคนมีความจำเป็นทำให้ไม่สามารถย้ายที่ทำงานได้ ก็ต้องหาทางออกให้ชีวิตมีมลพิษทางอารมณ์น้อยที่สุด ดังกรณีของคุณวินเทอร์ (นามสมมติ) ลูกค้าหญิงวัยสามสิบกว่าซึ่งมาปรึกษาปัญหาหนักใจเรื่องคนในที่ทำงานนี่แหละค่ะ เมื่อตรวจดวงแล้วก็เห็นว่าอันที่จริงพื้นฐานของดวงชะตานั้นดีเลยทีเดียว นิสัยใจคอก็ใจดีมีเมตตา แม้ว่าอาจจะโกรธง่ายแต่ก็หายเร็ว การงาน การเงินโดยรวมมีความมั่นคง แต่ชีวิตอาจจะต้องแวดล้อมด้วยคนใจร้อน ทั้งคนในครอบครัวและที่ทำงานค่ะ


เมื่อเริ่มสนทนากับลูกค้า ก็มุ่งไปที่เรื่องงานเป็นอันดับแรก ตามดวงนั้นหน้าที่การงานอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีโอกาสก้าวหน้าพอประมาณ ตกงานยากมาก แต่ในทางกลับกันการเปลี่ยนที่ทำงานก็เป็นเรื่องยากอีกเช่นกัน ยิ่งช่วงนี้กรรมไม่ดีมาให้ผล ดูแล้วเจ้าชะตาอึดอัด กดดัน ตึงเครียดจากสภาพการทำงาน คุณวินเทอร์ฟังแล้วบอกว่าที่นัดตรวจดวงวันนี้ก็จะถามเรื่องงานนี่แหละ ว่าจะมีโอกาสย้ายแผนกบ้างไหม ตอนนี้มีปัญหากับเพื่อนร่วมงานจนอยากย้ายหนีมาก แต่ไม่ได้คิดจะลาออกจากหน่วยงานนี้เพราะพอใจในความมั่นคงที่ได้รับ อ่านดวงแล้วตอบลูกค้าไปตามตรงว่า ท่าทางจะต้องทนอีกเกือบปี แต่ก็ให้กำลังใจเธอด้วยว่าถึงกรรมไม่ดีมาให้ผล แต่ถ้าเธอตอบความไม่ดีด้วยความดีแล้ว เธอจะไม่ต้องทุกข์เท่าเดิมตามที่ควรจะเป็น ทุกข์ที่มีนั้นลดลงได้ด้วยกรรมปัจจุบันค่ะ


ในประเด็นเรื่องการกระทบกระทั่งกันในที่ทำงานนี้ สิ่งที่ทำให้ลูกค้าทุกข์ได้มากขึ้นก็เนื่องจากอุปนิสัยของคุณวินเทอร์ซึ่งเป็นคนละเอียดลออ เก็บรายละเอียดต่างๆ ได้ดี แม้ว่าคุณลักษณะนี้ส่งผลให้งานที่รับผิดชอบมีความราบรื่น แต่จะทำให้เธอเป็นคนที่ทุกข์ง่ายขึ้นเช่นกัน เพราะทุกการกระทำไม่ดีที่ผู้อื่นปฏิบัติต่อเธอ คุณวินเทอร์จะจำได้แม่น และทุกข์ใจทุกครั้งที่ย้อนคิดถึง ทำให้ทุกข์เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น ในส่วนของการตอบโต้เพื่อนร่วมงานนั้น ดูจากนิสัยของลูกค้าแล้ว เชื่อว่าเธอไม่ได้ทำไม่ดีทางกายและวาจากลับไป แต่กรรมทางใจอันเกิดจากโทสะนั้นคงไม่น้อยค่ะ


ให้กำลังใจลูกค้าว่า ที่จริงเราทุกคน ล้วนได้รับผลแห่งกรรมดีและไม่ดีที่เคยกระทำไว้ไม่ว่าจะในอดีตชาติหรือชาติปัจจุบัน ทุกสิ่งที่ได้รับทั้งดีและร้าย ที่จริงแล้ว มีความเหมาะสมตามกรรมทั้งสิ้น แต่กรรมบางอย่างกว่าจะให้ผลก็ข้ามภพข้ามชาติ คนที่เคยเป็นฝ่ายกระทำก็จำไม่ได้แล้ว พอมาชาตินี้เป็นฝ่ายถูกกระทำเข้าบ้าง ก็ย่อมจะโกรธ เพราะคิดว่าตนเองไม่ได้ผิดอะไร ไม่เคยทำร้ายน้ำใจใครก่อนเลย แต่กลับถูกเล่นงานอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อยิ่งโกรธ ก็ยิ่งทุกข์ไปกันใหญ่ เป็นการตอบกรรมไม่ดีด้วยความมืดในใจ คือโทสะของเราเองค่ะ เพราะฉะนั้น ถ้าถูกกระทำอย่างไม่สมควร คิดอย่างนี้ดีกว่าไหมว่าเรากำลังใช้หนี้อยู่ และตั้งใจไว้เลยว่าเราจะไม่ขอก่อหนี้ใหม่ ไม่ว่าจะด้วยกายกรรม วจีกรรม หรือแม้แต่มโนกรรมก็ตามที


อย่างที่บอกไปว่า ทุกชีวิตล้วนได้รับผลแห่งการกระทำของตนเองอย่างยุติธรรมที่สุดอยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าหากอีกฝ่ายเขาเป็นคนไม่ดี แปลว่าเขากำลังสร้างเส้นทางกรรมที่ไม่ดีในอนาคต แล้วเขาก็ต้องอยู่กับสิ่งนั้น เหมือนกับตัวเราเองที่ต้องมาพบกับเรื่องราวในวันนี้ เพราะเคยทำกรรมมาเช่นกัน ต่างคนต่างน่าสงสารเพราะล้วนเป็นเหยื่อที่ถูกความโหดร้ายของสังสารวัฏปิดบังไว้ จะทำดีทำชั่วไว้แค่ไหน พอตายไปแล้วเกิดใหม่ก็ลืมหมด การยอมรับความจริงที่ว่าแต่ละคนเป็นทายาทของกรรมของตนนั้น จะทำให้เรายอมรับวิบากไม่ดีด้วยความเข้าใจ ไม่รุ่มร้อนแม้สถานการณ์จะรุมเร้าก็ตามทีค่ะ


ความเข้าใจที่ว่าเมื่อใครสักคนทำความไม่ดี เขาย่อมต้องรับผลของสิ่งที่ทำในวันหนึ่งนั้น แตกต่างจากการรอดู “หายนะ” ของคนที่เราชิงชัง คำพูดที่ว่า “สักวันกรรมก็ตามทันมันเองนั่นแหละ!” คำนี้มักมีแนวโน้มในทางหนักไปข้างอยากเห็นคนที่ตนเองไม่ชอบตกระกำลำบากไวๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับใจเราเองเลยค่ะ เขาจะได้รับผลเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ละ แต่ว่าเราเองทุกข์ทรมานด้วยความเร่าร้อนในใจตั้งแต่วินาทีที่ปล่อยให้โทสะเข้ามาแทนที่เมตตากรุณาแล้วค่ะ เพราะฉะนั้นจึงขอให้คุณลูกค้าอย่าไปทำดังที่กล่าวมาข้างต้นนี้เลยนะคะ คุณวินเทอร์บอกว่าเป็นครั้งแรกได้รับการห้ามว่าไม่ให้แช่งคนอื่น แม้ว่าผู้นั้นจะเป็นคนไม่ดีก็ตาม หมอดูจึงย้ำไปอีกรอบว่าขณะที่อยากเห็นคนอื่นเป็นทุกข์นั้น เราทุกข์ไปก่อนเขาแล้วด้วยซ้ำ เพราะเหตุที่มีทั้งโทสะและพยาบาทวิตก คนคนนั้นจะได้รับผลของกรรมวันไหนไม่รู้หละ แต่เราได้ตั้งแต่อึดใจนี้เลยทีเดียวค่ะ ก็ในเมื่อเราคิดว่าเขาทำร้ายน้ำใจเราแล้ว ไฉนเราจึงจะปล่อยให้ตัวเราทำลายมนุษยธรรมในใจของตนเองไปเสียเล่า


สำทับไปอีกคราวว่าถ้าหากที่ผ่านมาคุณวินเทอร์ได้ลองใช้วิธีการเอาโทสะตอบโทสะมาแล้ว ซึ่งก็พบว่าไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย มาคราวนี้ก็น่าจะลองตอบโทสะด้วยเมตตากรุณาดูสักหน่อย ถ้าไม่ดีก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าทำแล้วสุขใจขึ้น ก็เป็นผลดีกับชีวิต อีกอย่างก็คือให้เปลี่ยนคำถามจาก “ทำไมเพื่อนร่วมงานคนนี้ถึงไม่ชอบเรา” เป็น “ทำไมเขาต้องชอบเราด้วยล่ะ มีเหตุผลอะไรที่ทำให้เขาควรจะต้องชอบเราบ้างไหม” เพื่อได้ย้อนมาสำรวจตัวเอง ว่าเรามีอะไรที่บกพร่องไหม หรือถ้าเราไม่ได้เคยทำอะไรที่ดีเป็นพิเศษกับเขา เขาก็ไม่จำเป็นต้องชอบเรานะคะ คุณวินเทอร์บอกว่าสิ่งที่สนทนากันในวันนี้ ทำให้เธอได้นึกถึงอะไรหลายๆ อย่างที่เคยรู้แต่ลืมไป แล้วก็บอกว่าจะลองใช้วิธีการตอบชั่วด้วยดี เผื่อว่าอะไรๆ จะดีขึ้นมาบ้างด้วยค่ะ



"...เวลานึกย้อนไปถึงอดีตที่เลวร้าย แล้วโกรธแค้นเขาแน่นอก
พอคิดสาปแช่งเขาให้หนำใจสุดฤทธิ์สุดเดช จะแผดเสียงอยู่ในรถหรือผรุสวาทอยู่ในใจก็ตาม
ลองสังเกตว่ามีอะไรดีบ้าง
นับเริ่มจากทำความรู้สึกไปที่แก้วตาตัวเอง
ทำความรู้สึกไปที่แก้วเสียงหรือกระแสความคิดตัวเอง
เห็นให้ชัดว่า ‘อกุศลธรรม’ ปรุงแต่งเราให้มืดได้ประมาณนี้


ที่ตรงนั้นขอให้ตระหนักดีๆว่า นี่แหละที่เรียกว่าการทำร้ายตัวเอง
โดนคนอื่นทำร้ายไม่พอ มาขังตัวเอง ทำร้ายตัวเองในคุกมืดต่ออีก
ยิ่งคิดถึงเขาในทางมืด ยิ่งสาปแช่งเขาให้หมกไหม้
ตัวเราเองกลับถูกความมืดครอบและเดือดร้อนก่อนใคร
ถ้าขาดใจตายไปด้วยดวงจิตที่ยังมืดบอด
และร้อนรุ่มเหมือนอย่างนี้ ก็ยากที่จะไปดีกับใครได้
และถ้าต้องไปร้าย ก็แปลว่าคุณไม่ยุติธรรมกับตัวเองเลยครับ
ที่ได้รับความเจ็บปวดจากน้ำมือคนอื่น แล้วยังส่งตัวเองลงต่ำ ซ้ำเติมเข้าให้อีก
คนอื่นทำได้แค่ให้ร่างกายคุณเกิดแผล
แต่มีคุณคนเดียวที่ทำให้จิตวิญญาณตัวเองบาดเจ็บเกินเยียวยา!


หลังจากเห็นโทษภัยของความผูกใจเจ็บชัดเจน ตรงนั้นให้ลองสลับไปนึกเมตตาตัวเอง
มองตามจริงว่าวิธีเดียวที่จะเมตตาตัวเองได้ ก็คือสละความคิดอาฆาตแค้นทิ้งไปเสีย
หากให้อภัยได้แม้เพียงวูบเดียว ให้ลองทำความรู้สึกเข้ามาที่นัยน์ตา
ทำความรู้สึกเข้ามาที่กลางอก แล้วเห็นให้ชัดว่าแสนสบายอย่างไร
มีระดับความเยือกเย็นเกิดขึ้นแค่ไหน หรือกระทั่งเกิดแสงสว่างไสวเพียงใด
นั่นแหละครับ ตระหนักเข้าไปเดี๋ยวนั้นว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของใบหน้าที่เป็นสุข
และอาจฉุกคิดว่าทำไมคุณต้องเป็นเจ้าของใบหน้าที่เป็นทุกข์ด้วย?
ในเมื่อต้นเรื่องไม่ใช่คุณ คุณไม่ได้ทำผิดคิดร้ายกับใคร


ถ้าเจ้าคิดเจ้าแค้นประสาโลกธรรมดา ฟังดูอาจเป็นเรื่องบ้าที่ให้ยอมยกโทษกันง่ายๆ
แต่ถ้าช่างคิดช่างเลือกอย่างฉลาดสรรประโยชน์มาสู่ตน
การยกโทษคือทางออกเดียวให้กับความทุกข์..."


เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัวฉบับคัดสรร ตอน แก้ทุกข์ทางใจ โดย ดังตฤณ



ในโลกอันเต็มไปด้วยปุถุชนคนมีกิเลสนี้ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีความรุ่มร้อนวุ่นวาย แต่แม้โลกจะถูกไฟกิเลสรุมเร้าสักเท่าไร หากเราขัดเกลาจิตใจของตน ก็จะพ้นจากความร้อนนั้น แม้โลกยังร้อนเร่าเท่าเดิม แต่ใจเราจะสงบเย็นด้วยความเมตตากรุณาในดวงจิตของตนค่ะ


(^/\^)


☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!