แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
18 กุมภาพันธ์ 2019, 13:03 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: กองทุนหุ้นแต่ละกอง แตกต่างกันหรือไม่ และเลือกอย่างไรดี (ต่อ)  (อ่าน 1737 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 28 สิงหาคม 2013, 12:33 »

ฉบับก่อน ผมแยกประเภทของกองทุนหุ้นให้ดูเป็น ๒ ลักษณะใหญ่ๆ คงทำให้พอเห็นภาพที่ดีขึ้นไม่มากก็น้อยนะครับ คราวนี้ นอกจากนโยบายการลงทุนที่แตกต่างกันแล้ว อะไรที่แตกต่างกันอีก มาอ่านต่อในฉบับนี้กันเลย

ในกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนแบบ Active Fund ก็ยังมีความแตกต่างกันเอง ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ “ผู้จัดการกองทุน” หรือ Fund Manager ในความเห็นส่วนตัวของผม ผู้จัดการกองทุน มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากที่จะกำหนดทิศทางการลงทุนของกองทุน และสร้างผลตอบแทนแข่งขันกันเองเพื่อดึงดูด และทำให้นักลงทุนมาสนใจลงทุนกับกองทุนภายใต้การบริหารของตัวเอง ดังนั้น การตรวจสอบนโยบายการลงทุนของผู้จัดการลงทุน ว่าลงทุนในหุ้นประเภทไหน เสี่ยงสูงแค่ไหน หรือเน้นหุ้นพื้นฐานดี จ่ายปันผลต่อเนื่อง ถือเป็นหนึ่งขั้นตอนในการแยกความแตกต่างของกองทุนหุ้น ซึ่งท้ายที่สุด กลยุทธ์การลงทุนของกองทุนรวมแต่ละกอง จะสะท้อนออกมาเป็นผลตอบแทนที่เราสามารถเปรียบเทียบได้ว่า กองทุนไหนบริหารดีไม่ดี หรือเหมาะกับเราหรือไม่อย่างไร ลองดูตารางผลตอบแทนกองทุนด้านล่างนี้นะครับ

(คลิกเพื่อดูรูป http://bit.ly/1dlMzTn)

ข้อมูลผลตอบแทนกองทุนในตารางข้างบน สามารถตรวจสอบได้จาก Website ชื่อ www.morningstarthailand.com ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับกองทุนที่มีชื่อเสียงมากในเอเชีย โดยช่องตาราง YTD Return % หมายถึง Year-to-date Return หรือ ผลตอบแทนกองทุนนับตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่เราเรียกข้อมูล (ตารางข้างต้นใช้ข้อมูลถึงวันที่ ๒๘ เม.ย. ๒๕๕๓ ที่ผ่านมาครับ) นับเวลาตั้งแต่วันที่ ๓ ม.ค. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นวันที่ตลาดหุ้นไทยเปิดทำการเป็นวันแรกของปี นับรวมได้ ๔ เดือนพอดีๆ

จะสังเกตเห็นว่า กองทุนทั้ง ๒๐ กองทุน ลงทุนในหุ้นไทยเหมือนกัน แต่ผลตอบแทนต่างกัน ทั้งๆที่กองทุนทั้ง ๒๐ กอง เป็น Active Fund เหมือนกันหมด สาเหตุเป็นเพราะผู้จัดการกองทุนคัดเลือกหุ้นที่เข้าไปลงทุนแตกต่างกัน ใครทำผลการดำเนินงานได้ดีกว่า ก็แปลว่าบริหารเก่งกว่า (ณ ช่วงเวลานั้น) แต่ไม่ใช่ว่า เห็นกองทุนไหนผลการดำเนินงานสูงลิบลิ่วแล้วก็วิ่งเข้าใส่ทันที อย่าลืมคำเตือน “ผลการดำเนินงานในอดีต ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต” เพราะฉะนั้น ความสม่ำเสมอของผลตอบแทนกองทุน จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเลือกกองทุนเพื่อลงทุน

มีให้เห็นหลายครั้งที่บางกองทุนทำผลการดำเนินงานดีแค่บางช่วงเวลา นักลงทุนที่เลือกลงทุนโดยไม่คำนึงถึงความสม่ำเสมอของผลตอบแทน ผลที่ตามมาคือ เมื่อเวลาผ่านไป เทียบกับกองทุนของแห่งอื่นแล้ว กลับได้ผลตอบแทนต่ำกว่าที่คาดหวังไว้ ซึ่งไม่ต่างกับการเร่งความเพียรในการปฏิบัติธรรม หรือปฏิบัติด้วยความรีบเร่ง แล้วอยากได้ผลลัพธ์ในระยะเวลาอันสั้น ผลลัพธ์ก็จะไม่ได้ธรรมะกลับไป เนื่องจากปฏิบัติอยู่บนกิเลสที่ตัวมองไม่เห็น

ขอย้อนกลับไปที่ตารางผลตอบแทนกองทุนหุ้นด้านบนอีกทีนะครับ สาเหตุที่คนบางส่วนเลือกที่จะมาลงทุนในตลาดหุ้น ไม่ว่าจะลงทุนในหุ้นโดยตรง หรือผ่านกองทุนรวมอีกที ก็เพราะผลตอบแทนที่แสดงให้ดูข้างบน ปัจจุบันเงินฝากประจำธนาคาร (Fixed Deposit) ๑ ปี ให้ดอกเบี้ยไม่ถึงร้อยละ ๑.๕ ในยามที่ดอกเบี้ยต่ำแบบนี้ ใครที่เคยฝากเงินแล้วได้ดอกเบี้ยเกินร้อยละ ๔ หรือสูงกว่านั้น ก็จะเริ่มทำใจไม่ได้ สุดท้ายก็จะพยายามหาแหล่งเงินออมผ่านทางช่องทางอื่นมากขึ้น รวมถึงตลาดหุ้น สำหรับใครที่ลงทุนในตลาดหุ้นตั้งแต่ต้นปี เมื่อเห็นผลตอบแทน ก็ไม่ผิดหวังเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยเงินฝาก แต่กระนั้นก็ตาม จะเห็นว่าบางกองทุนก็ทำผลการดำเนินงานขาดทุนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เราตระหนักตลอดเวลาว่า คาดหวังผลตอบแทนที่สูง ความเสี่ยงก็ย่อมตามมาเสมอ

อ่านมาถึงตรงนี้ ขอย้ำอีกทีครับว่า เรามาถึงการเลือกกองทุนหุ้นตรงนี้ได้ ถือเป็นขั้นตอนหนึ่งของการวางแผนการเงินเพื่อใช้ในยามเกษียณ ในยามฉุกเฉิน หรือบรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งไว้ ผมไม่ได้สนับสนุนให้หันมาลงทุนในหุ้นเพราะผลตอบแทนสูงกว่า โดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ จนขาดสติ เป็นหนี้เป็นสินเพราะขาดทุนหุ้นกันไป... ทุกๆก้าวในชีวิตประจำวันต้องประกอบด้วยสติเสมอ ระหว่างทางที่อยู่บนเส้นทางของการลงทุน กิเลสจะเกิดขึ้นมาตลอดครับ (ผมขอยืนยัน) เห็นกองทุนโน้นผลตอบแทนดีกว่าที่เราลงทุน เห็นเพื่อนลงทุนในหุ้นแล้วได้กำไรเยอะกว่าเรา ฯลฯ สิ่งที่เราทำได้คือ ตามรู้กิเลสที่เกิดขึ้น แล้วพิจารณาหรือนึกย้อนกลับมาที่เป้าหมายทางการเงิน และขั้นตอนของการวางแผนลงทุนที่ผ่านมาของเรา จากนั้นถามตัวเองว่า เราวางแผนอย่างรอบคอบแล้วหรือยัง? เรากำลังดำเนินชีวิตโดยประมาทอยู่หรือเปล่า


โชคดีในการลงทุนครับ


โดย Mr.Messenger
ที่มา http://bit.ly/1dlMzTn
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!