แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
21 กุมภาพันธ์ 2019, 08:28 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๑๕๓ ชีวิตหลังจากถูกผู้ชายทิ้ง ของผู้หญิงคนหนึ่ง  (อ่าน 2166 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 27 สิงหาคม 2013, 15:03 »

ถาม – ดิฉันเพิ่งถูกแฟนที่คบมาร่วมห้าปีบอกเลิกแบบสายฟ้าแลบ อันที่จริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกทิ้ง รู้สึกเข็ดกับความเจ็บปวดมาก ตอนนี้อายุก็สามสิบต้นๆ แล้ว และเริ่มสนใจการปฏิบัติธรรม จึงอยากจะตัดสินใจอยู่เป็นโสดไปเลยดีกว่า เพราะดิฉันดูแลตัวเองได้ทุกเรื่อง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงใครอยู่แล้ว แต่ในใจลึกๆ ก็ยังอยากมีใครสักคน เลยอยากรู้ว่าคนที่ผ่านความเจ็บปวดและใช้ชีวิตโสดอย่างมีความสุขเขาทำได้อย่างไรค่ะ

แม้ว่าความรักและความพลัดพรากจากรักจะอยู่คู่กับโลกนี้มานานแสนนาน แต่อาการอกหักก็ยังเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเอาเสียเลย ยิ่งเป็นฝ่ายที่ถูกบอกเลิกทั้งที่ยังรักแถมไม่ทันตั้งตัว แบบนี้ใครที่ไม่เคยคงไม่เข้าใจนะคะ แม้การสูญเสียความรักไปจะเป็นเรื่องเจ็บปวด ก็มีหลายคนที่ได้แปรความทุกข์สาหัสนั้นเป็นบทเรียนและแรงบันดาลใจค่ะ บทความในฉบับนี้น่าจะเหมาะสำหรับคนที่ตั้งใจอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิต โดยจะขอบอกเล่าเรื่องราวของสุภาพสตรีผู้หนึ่งที่ค้นพบหลังจากการต้องโสดแบบไม่ตั้งใจว่า อันที่จริงแล้วตัวเองเหมาะที่จะอยู่เป็นคนเดียวมากกว่ามีคู่ โดยวัดจากปริมาณความสุขที่มีค่ะ (^__^)

เจ้าของดวงชะตาในฉบับนี้มีนามสมมติว่าคุณฟรานเชสก้า ดิฉันได้มีโอกาสตรวจดวงนี้ค่อนข้างบ่อยค่ะ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าคุณฟรานเชสก้านั้นมาจากครอบครัวที่ไม่อบอุ่น มีปัญหาความแตกแยกรุนแรง ในพื้นดวงนั้นเรื่องครอบครัวดั้งเดิมของตนเองเรียกว่าแทบจะหาความสุขไม่เจอ มีแต่ภาวะบีบคั้นกดดัน เธอจึงเติบโตขึ้นมาอย่างคนหัวใจแหว่งวิ่น หิวโหยความรักความอบอุ่นอยู่อย่างนั้น อีกทั้งในเรื่องความรักก็สมหวังยาก แม้เธอจะรักและทุ่มเทความรู้สึกเพียงใดก็ตาม วิบากกรรมตามที่ปรากฏในดวงชะตาอันเป็นแผนที่กรรมนั้นได้คลี่คลายเปิดเผยให้ประจักษ์ในหลายปีที่ผ่านมา

ร่วมสิบปีที่ล่วงมานี้ชีวิตของคุณฟรานเชสก้ามีพัฒนาการอย่างน่าสนใจ เดิมที่เคยมีความฝันเหมือนหญิงสาวหลายๆ คนว่าจะแต่งงาน ใช้ชีวิตคู่กับชายคนรักที่คบหากันอยู่ ฝันว่าจะอยู่กับเขาอย่างมีความสุข ร่วมกันทำบุญและสร้างประโยชน์แก่คนทั่วไปตราบชีวิตจะหาไม่ เธอตั้งความหวังกับรักครั้งนี้ไว้สูงมาก และยอมรับในเวลาต่อมาว่าเป็นความผิดของตนเองที่ยึดมั่นถือมั่นมาก จนลืมไปว่ารักนั้นก็เหมือนกับสรรพสิ่งในโลก ที่ต่างตกอยู่ภายใต้กฎไตรลักษณ์

และแล้วเจ้าวิบากกรรมซึ่งทำหน้าที่อย่างยุติธรรมที่สุด ก็บันดาลให้คุณฟรานเชสก้าได้พบกับความไม่เที่ยงแท้คงทนของความรัก เมื่อราวอายุสามสิบ ต้องกลับกลายมาครองสภาวะโสดแบบไม่ตั้งใจเพราะถูกบอกเลิกกะทันหันไม่ทันตั้งตัว ความปวดร้าวสาหัสที่ได้รับ ประกอบกับการมีชีวิตที่ไม่ค่อยจะมีความสุขมาตลอดนั้นก็ทำให้คุณฟรานเชสก้าเริ่มกลัวการเวียนว่ายตายเกิดไปเรื่อยๆ และตัดสินใจว่าคงจะต้องยอมรับความจริงเสียที ว่าเรื่องการมีชีวิตคู่ของตนเองนั้นคงเป็นเรื่องหาความสุขได้ยากค่ะ

ก่อนหน้านั้นคุณฟรานเชสก้าเคยตรวจดวงชะตามาหลายครั้ง และไม่ว่าจะดูดวงมากี่หน หมอดูทุกคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าถ้าเธออยู่คนเดียวจะมีความสุขมาก เพราะเรื่องอื่นๆ ไม่ค่อยมีปัญหา แต่ถ้าเป็นเรื่องคู่ครองก็ขอให้ทำใจ ฯลฯ ประกอบกับเธอเองก็สนใจธรรมะมาสักระยะหนึ่งแล้ว ก่อนที่จะประสบมรสุมชีวิตลูกใหญ่นี้ เมื่อประสบทุกข์จึงมุ่งใช้ธรรมโอสถเยียวยา ประกอบกับมีเพื่อนพ้องที่สนใจธรรมะเหมือนกันเป็นกำลังใจ ให้ก้าวต่อไปบนเส้นทางสายโสดที่มีการปฏิบัติธรรมเป็นเครื่องค้ำชูชีวิตและจิตใจ จึงอาจกล่าวได้ว่าช่วงเวลาแห่งความทุกข์นี้กลับเป็นนาทีทองแห่งสังสารวัฏ เพราะชาตินี้เธอมีโอกาสได้เกิดเป็นมนุษย์ พบพระพุทธศาสนา และมีความทุกข์สาหัสมาบีบคั้น ทำให้อยากจะพ้นจากสังสารวัฏอันเป็นเหตุทุกข์มหันต์นี้

ภายหลังจากที่ต้องมีสถานภาพโสด คุณฟรานเชสก้าก็พบว่าเธอมีเวลาว่างมากเกินไป จึงหางานอดิเรกเพิ่มเติมหลายอย่าง และศึกษาหาความรู้เพื่อไม่ให้ตัวเองว่าง จะได้ไม่คิดมาก นอกจากนี้ก็ไม่ทิ้งธรรมะปฏิบัติ พยายามฝึกฝนตนเอง เพราะไม่อยากจะพบเจอทุกข์จากความพลัดพรากอีกแล้ว เวลาที่เหลือนั้นเธอก็หางานอาสาสมัครเพื่อใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น พยายามสร้างกรรมดีเป็นทุนชีวิต เพราะถึงที่สุดแล้วก็ไม่มีสิ่งใดบุคคลใดเป็นที่พึ่งได้แท้จริงเท่ากับกรรมดีของตน อีกทั้งไม่มีความรักใดที่ไม่พลัดพราก ไม่มีสิ่งใดที่ได้มาแล้วไม่สูญเสีย เว้นแต่เพียงสิ่งเดียวคือมรรคผลนิพพานเท่านั้นที่ได้แล้วได้เลย

คุณฟรานเชสก้าผ่านวันเวลา เยียวยาตัวเองจากพิษบาดแผลรักมาหลายปี ปัจจุบันนี้เธออยู่คนเดียวได้สบายๆ ความทรงจำทำร้ายไม่ค่อยได้แล้ว และความวิตกกังวลเรื่องอนาคตที่ต้องอยู่ตามลำพังก็ลดลงไปมาก อย่างไรก็ตามเธอไม่ได้ประมาท เพราะถึงแม้จะไม่รักชายใดเลยมาหลายปีนับตั้งแต่อกหัก แต่ในอนาคตก็อาจจะไปหลงรักใครเข้าอีกก็เป็นได้ ดังนั้นจึงต้องพยายามฝึกฝนตนเอง พากเพียรในทางธรรมต่อไป จะได้ไม่เหงาไม่ทุกข์ไม่แกว่งไกวไปหารัก เนื่องจากมีความอบอุ่นที่มอบให้กับใจตนเองโดยไม่ต้องแสวงหาจากผู้ใด เพราะมีธรรมะเป็นเพื่อน

ในสมัยที่ยังมีคนรักอยู่ คุณฟรานเชสก้าบอกว่ารู้สึกว่าจิตใจตนเองแกว่งไกวง่าย แต่บัดนี้เมื่ออยู่ลำพังกลับสงบลงกว่าเดิม และถ้าหากย้อนเวลาไปได้ เธอก็คิดว่าคงจะเลือกที่จะเจอเหตุการณ์ดังกล่าวนี้อยู่ดี เพราะมันทำให้ได้เรียนรู้ว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ตลอดจนถึงความรักฉันชู้สาวของใครคนใดก็ตามนั้น มิใช่ความมั่นคงเที่ยงแท้ที่จะพึงยึดถือได้ หรือแม้แต่การได้ครองคู่กันเป็นสิบๆ ปีอย่างมีความสุขไปจนวันสุดท้ายของชีวิต ก็ต้องถูกมัจจุราชพรากตนและคนที่เป็นที่รักให้จากกันอยู่ดี แม้นั่นจะเป็นการจากลาที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ก็ย่อมเป็นความพลัดพรากที่เจ็บปวดสาหัส เพราะการต้องจากคู่ครองด้วยการตายของตน หรือการต้องทนเห็นคนผู้เป็นที่รักดับชีวิตลง ไม่ได้พบกันอีกแล้วนั้น ก็เป็นความทรมานสุดแสน และสำหรับคนที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น ความทรงจำอันงดงามอาจกลายเป็นความเหว่ว้าอาดูรที่ยิ่งใหญ่ได้ในที่สุด เหมือนหลายๆ คู่ที่เมื่ออีกฝ่ายได้สิ้นลมหายใจไปไม่นาน คนที่เหลือก็จากโลกนี้ไปในเวลาไล่เลี่ยกัน แม้จะดูเหมือนเป็นรักแท้ที่โรแมนติกชวนฝัน แต่นั่นก็คือการเวียนเกิดเวียนตายในทะเลทุกข์มหาศาล

วันนี้คุณฟรานเชสก้าจึงไม่ได้อยู่อย่างเดียวดาย แต่มีจุดหมายปลายทางคือความพ้นทุกข์ ที่เธอได้เลือกเอง เดินเอง และแม้คล้ายว่าเดินตามลำพัง ไม่มีใครเคียงข้างก็ตามที ทว่าเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่เดินเดี่ยวแต่ไม่เดียวดาย เพราะในใจอบอุ่นแล้วด้วยธรรมะ เป็นหนทางที่สร้างความเบิกบานให้ตั้งแต่เริ่มออกเดินทาง ก้าวย่างอย่างมั่นใจเพราะรู้ว่าปลายทางคือความสุขสูงสุด เป็นสิ่งประเสริฐสุดที่มนุษย์คนหนึ่งพึงหยิบยื่นให้แก่ตน

(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!