แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
26 สิงหาคม 2019, 10:18 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๑๔๘ สูงวัยใจสบาย  (อ่าน 1638 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 27 สิงหาคม 2013, 14:54 »

ถาม – คุณแม่ของดิฉันอายุหกสิบกว่าแล้ว ท่านมักกังวลว่าถ้าล้มป่วยลงไปลูกหลานจะต้องลำบากมาคอยดูแล จะพูดอย่างไรให้ท่านสบายใจคะ หรือว่าเพราะดวงคุณแม่เป็นคนขี้กังวลเลยต้องเป็นแบบนี้

เมื่อวันเวลาผ่านล่วงชีวิตก็ผ่านผัน จากวัยเด็ก เป็นวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ และเมื่อวารวันได้พาเอาความแข็งแรงของวัยผู้ใหญ่ผ่านไป นั่นก็คือการเข้าสู่วัยชรา ซึ่งไม่ค่อยมีใครอยากจะให้ถึงวันนั้นกัน มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่ถามว่าจะอายุยืนไหม เมื่อฟังคำตอบว่าท่าทางจะอยู่ได้จนแก่เฒ่า ก็มักจะออกปากว่า “ไม่อยากอยู่นานขนาดนั้น แก่แล้วกลัวจะลำบาก” ซึ่งนอกจากกลัวตัวเองจะลำบากแล้ว บางท่านก็เกรงว่าตัวเองจะเป็นภาระของลูกหลานอีกด้วย

ดังเรื่องราวของคุณยูโรปา (นามสมมติ) สุภาพสตรีวัยหกสิบกว่าๆ ซึ่งเป็นคุณแม่ของคุณไดโอนี (นามสมมติ) ลูกค้าหญิงท่านหนึ่ง หลังจากคุณลูกสาวมาตรวจดวงไม่นานก็ได้ติดต่อนัดหมายและเป็นคนสนทนาแทนคุณแม่เสียเป็นส่วนใหญ่ เมื่อคำนวณดวงชะตาออกมาแล้วก็เห็นว่าอันที่จริงคุณยูโรปาเป็นคนที่มีกรรมดีมามาก ส่งผลให้ชีวิตที่เหลือนอกจากเรื่องกายใจของตนเองแล้ว ก็จะไม่เดือดร้อนมากมายในเรื่องอื่น แถมได้ลูกที่มีความกตัญญูอีกด้วย ในส่วนของนิสัยใจคอนั้นอันที่จริงก็เป็นคนอารมณ์ดี แม้จะโกรธ ง่ายแต่หายเร็ว แต่ก็มักคิดมากในเรื่องอนาคต โดยเฉพาะเรื่องฐานะความมั่นคง คุณไดโอนีเล่าว่าคุณแม่กลัวว่าตนเองจะเป็นภาระของลูกๆ ที่จะต้องมาคอยพยาบาลกันเป็นเวลานาน ซึ่งตามดวงก็เห็นว่าท่าทางคุณยูโรปาจะอยู่ได้อีกนาน แถมไม่น่าจะไปด้วยอุบัติเหตุ เพราะฉะนั้นก็ต้องมีช่วงเวลาที่ได้ให้ลูกหลานปรนนิบัติดูแลแน่นอน

ประเด็น “กลัวว่าจะเป็นภาระ” นั้นดิฉันถามคุณไดโอนีผู้เป็นลูกสาวว่าสมัยที่คุณยาย (คุณแม่ของคุณยูโรปา) ยังอยู่ คุณแม่ดูแลคุณยายอย่างไร คำตอบสรุปใจความได้ว่า “ในตอนนั้นคุณแม่ยังรับราชการอยู่ ก็ต้องตื่นแต่เช้ามาดูแลคุณยาย ก่อนจะออกไปทำงานก็หุงหาอาหารไว้ให้ทุกวัน เรียกว่าดูแลคุณยายเป็นอย่างดีเท่าที่จะทำได้จนถึงที่สุด และก็ไม่รู้สึกว่าคุณแม่คิดว่าคุณยายเป็นภาระ” ดังนั้นจึงให้คุณไดโอนีตอบคุณยูโรปาไปใจความว่า “ลูกได้เห็นคุณแม่ดูแลคุณยายเป็นอย่างดีด้วยความกตัญญูกตเวที เป็นแบบอย่างและเป็นแรงบันดาลใจให้ลูกอยากมีโอกาสแบบนั้นบ้าง ขอให้ลูกได้ดำเนินตามความดีงามที่คุณแม่ได้กระทำไว้เป็นแนวทาง คุณแม่อย่ากังวลไปเลยว่าจะเป็นภาระของลูก เพราะมันไม่ใช่เช่นนั้นเลย คุณแม่ได้ให้กำเนิดเกิดร่างกายของลูกมาแล้ว ก็ขอให้คุณแม่ได้เป็นแหล่งก่อกำเนิดเกิดบุญกุศลอย่างใหญ่ให้ลูกๆ ทุกคนต่อไป เผื่อว่าในอนาคตกุศลอันเกิดจากความกตัญญูนี้ก็อาจจะทำให้ลูกๆ ได้มีชีวิตที่ดีทั้งชาตินี้และเป็นกุศลติดตัวไปหากจะยังต้องมีชาติต่อๆ ไปอีก” ซึ่งในเวลาต่อมาเมื่อสนทนากับคุณยูโรปาด้วยตนเอง ก็ได้บอกเธอไปแบบนี้เช่นกันค่ะ

สิ่งที่น่าชื่นใจมากๆ สำหรับคุณแม่คุณลูกคู่นี้คือทั้งคู่ช่วยกันสร้างกุศลค่ะ คือคุณยูโรปาเองสอนลูกสาวให้เป็นคนดีมีศีลธรรม ส่วนคุณลูกในวันนี้ก็สนใจธรรมะ อยากจะตั้งใจปฏิบัติธรรมให้ดี และพร้อมจะทุ่มเทเวลาให้คุณแม่อย่างเต็มที่ ตั้งใจทำงานหาเงินเพื่อจะดูแลให้คุณแม่ได้สบาย ดิฉันก็บอกคุณยูโรปาไปว่าคุณนี่มีบุญนะคะ ได้ลูกที่กตัญญู แปลว่ากุศลที่ได้เคยกระทำไว้ในฐานะลูกมันไม่ได้หายไปไหนเลยจริงๆ ต่อแต่นี้ไปทำใจให้สบายดีกว่า

พออายุมากขึ้นร่างกายก็แปรปรวนป่วยไข้ พอกายเป็นทุกข์ก็พานทำให้ใจหม่นหมอง ทำให้บางครั้งท่านผู้อาวุโสทั้งหลายอาจจะคิดมากไปบ้าง เศร้าง่ายไปสักนิด ลูกๆ ก็ต้องเห็นใจกันสักหน่อยนะคะ (ใครที่ตั้งใจอยู่เป็นโสด ก็ขอแนะนำบทความเรื่อง “กลัวลำบากตอนแก่” (คลิก)  http://bit.ly/11onko2 จะได้ไม่เดือดร้อนยามเป็นผู้สูงวัยค่ะ v^^) ซึ่งเท่าที่ได้สนทนากับลูกค้าวัยหลังเกษียณ พบว่าถ้าไม่ได้ฝึกใจไว้ให้ดีก่อน พอร่างกายเจ็บป่วยอ่อนแอลงจิตใจจะทุกข์ง่ายมาก อันที่จริงแล้วความลำบากของธาตุขันธ์นั้นหนีไม่พ้นแน่ แต่ความไม่สบายใจนั้นสามารถที่จะหนีกันได้ ขอแต่เพียงเริ่มต้นฝึกเจริญสติเสียตั้งแต่วันที่ยังแข็งแรงอยู่นี่แหละ (สนใจการปฏิบัติ เชิญอ่าน “มหาสติปัฏฐานสูตร" (คลิกเพื่อดาวน์โหลด)  http://bit.ly/X6mQCI ^/\^) ใครๆ ก็ไม่ควรประมาทในวัยเพราะไม่ใช่ทุกคนที่ได้อยู่จนแก่ชรา แถมตอนอายุมากปฏิบัติลำบากขึ้นด้วยค่ะ ลูกค้าหลายท่านเล่าว่าเริ่มนั่งขัดสมาธิไม่ค่อยสะดวกแล้ว

ชีวิตคนก็คล้ายกับใบไม้นะคะ เริ่มจากผลิใบอ่อน จนเป็นใบไม้แข็งแรงที่ช่วยสังเคราะห์แสงสร้างอาหารให้กับลำต้น ให้ต้นไม้นั้นเติบโตเพื่อเป็นประโยชน์แก่สรรพชีวิต จนเมื่อเวลาผ่านไป วันวารที่ผ่านล่วงก็พาเอาความสดใสของใบไม้ให้ผ่านพ้นไปด้วย ใบไม้นั้นก็ต้องรอวันร่วงหล่น และไม่เพียงใบไม้สีเหลืองที่จะหล่นร่วง ใบไม้สีเขียวที่ยังสดใสอยู่นั้นถ้าหากถูกลมพัดแรง หรือถูกตัดทำลายก็ปลิดปลิวออกจากขั้วได้เช่นกัน จึงไม่ควรประมาทว่ายามนี้ยังเยาว์เพราะคนเราจากไปได้ทุกวัน เร่งสะสมความดีทั้งทาน ศีล และภาวนา เพื่อที่จะได้พ้นไปจากวงจรการเกิดตายอันเป็นทุกข์อนันต์นี้ค่ะ

(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!