แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
18 กุมภาพันธ์ 2019, 04:57 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๑๓๐ ซิ่วเพื่อสุข  (อ่าน 1464 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 7 พฤษภาคม 2013, 18:57 »

ถาม – ลูกชายซึ่งเรียนมหาวิทยาลัยปี ๑ มาบอกว่าไม่ชอบสาขาวิชาที่เรียนอยู่ เขาว่าปีหน้าจะลองสอบเข้าใหม่อีกครั้ง ดิฉันเองก็สองจิตสองใจ เลยอยากรู้ว่าดวงพอจะบอกได้ไหมคะว่าเขาเหมาะกับอะไร แล้วเราควรจะคิดอย่างไรไม่ให้เสียดายทั้งเงินและเวลาที่เสียไปค่ะ

เรื่องการเลือกสาขาวิชาในระดับอุดมศึกษานั้นถือเป็นเรื่องใหญ่เลยนะคะ เพราะหมายถึงหน้าที่การงานในอนาคตของเจ้าตัว แม้ว่าบางอาชีพจำเป็นต้องเรียนมาเฉพาะทางโดยตรงจึงจะประกอบวิชาชีพนั้นได้ เช่น แพทย์ ผู้พิพากษา วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ ฯลฯ แต่ก็มีหลายอาชีพที่ไม่จำเป็นต้องจบมาโดยตรงก็ทำได้ จึงมีหลายคนที่เรียนอย่างหนึ่งแต่มาทำงานอีกอย่างหนึ่งค่ะ

ในมุมมองของพ่อแม่ที่มีความรักและห่วงใยลูกอย่างสุดหัวใจนั้น ก็ย่อมอยากให้ทุกก้าวย่างของลูกรักเป็นไปอย่างราบรื่น จึงมีลูกค้าหลายท่านมาตรวจดวงให้ลูกสาวลูกชาย ซึ่งก็ให้คำแนะนำไปตามชะตา ส่วนใหญ่มักมาปรึกษาก่อนที่ลูกจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย หลายคนที่กลับมาส่งข่าวว่าลูกชาย/ลูกสาวได้เรียนในสาขาตามที่อ่านได้จากดวงชะตาจริงๆ ด้วย อย่างเช่นรายล่าสุดลูกค้าเก่า ส่งข่าวว่าลูกชายได้เรียนแพทย์ตรงตามที่อ่านได้จากดวงชะตา ซึ่งถ้าลูกมีอนาคตที่ดี คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็สบายใจคลายความห่วงค่ะ

แต่ก็มีลูกค้าวัยเรียนหลายรายเหมือนกันที่มาปรึกษาว่าไม่ชอบสาขาที่เรียน เป็นทุกข์ แต่ก็ไม่สามารถย้ายได้แล้ว บ้างก็เรียนมาถึงปี ๓ จะให้ลาออกเจ้าตัวก็ทนรับสภาพตัวเองไม่ได้เหมือนกัน อย่างนี้ก็ต้องใช้ดวงชะตาเป็นแผนที่เพื่อหาทางออกให้ ปลอบใจ ให้กำลังใจ ฯลฯ ส่วนกรณีที่เข้าไปเรียนได้สักพัก แล้วรู้สึกว่าที่เรียนอยู่ไม่เหมาะกับตนเอง เลยอยากจะย้ายสาขาวิชา หรือไปสอบเข้าเรียนใหม่อีกรอบ (ที่เรียกกันโดยศัพท์แสลงว่า “ซิ่ว”) ดังกรณีศึกษาในฉบับนี้ซึ่งเป็นเรื่องราวของโกโบริ (นามสมมติ) ลูกศิษย์ของดิฉันเอง (_ _!)

โกโบริเป็นลูกชายคนเดียวของบ้านที่มีฐานะ พ่อแม่ค่อนข้างตามใจและเอาใจใส่ดูแลอย่างดี ถึงจะดื้อไปบ้างแต่ก็เป็นเด็กที่มีน้ำใจ เขาสนิทกับดิฉันมากเพราะสอนหนังสือกันมานาน แถมเมื่อเรียนมหาวิทยาลัยแล้วก็ยังโทรมาปรึกษาอีกเป็นระยะๆ เมื่อราว ๑๐ ปีก่อนก็เคยตรวจดูดวงชะตาให้ พบว่าเกิดมาสบาย ได้คู่ที่ดี มีเงินใช้ไม่ขาดมือ แต่ว่าตัวเองจะเป็นคนไม่กระตือรือร้น ติดจะรักสบาย พอคุณแม่ของโกโบริได้ฟัง เธอก็ดูสบายใจ บอกมาทำนองว่าถ้าได้คู่ดีก็ดีแล้ว แม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง

เมื่อโกโบริเรียนมหาวิทยาลัย เขาเรียนในคณะบริหารธุรกิจ ซึ่งจะมีวิชาเอกที่หลากหลาย เมื่อเรียนไปได้สักหนึ่งเทอม ลูกศิษย์ก็โทรหาดิฉันด้วยเสียงเศร้าสร้อย เล่าให้ฟังไม่อยากเรียนเมเจอร์ที่กำลังเรียนอยู่แล้ว (สาขานี้คุณแม่เป็นคนเลือกให้) เขาพบว่าสนใจสาขาอื่นมากกว่า แต่คุณแม่ไม่ยอมให้ย้าย เหตุหนึ่งเพราะจะเรียนไม่จบภายใน ๔ ปี (ถ้าย้ายวิชาเอก อย่างเร็วสุดก็จะจบได้ภายใน ๕ ปี) การที่จะไม่ได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียนทำให้โกโบริเสียใจและน้อยใจมาก บอกดิฉันว่า “ถ้าอยู่คนเดียวจะกระโดดตึกตายไปแล้ว” (เท่าที่รู้จักกันมาหลายปีดีดัก ข้อความนี้มั่นใจสุดๆ ว่าไม่กล้าทำจริง แค่พูดไปตามอารมณ์เท่านั้น) ( - -‘’)

โกโบริขอให้ดิฉันช่วยเจรจาให้อีกแรง ด้วยความที่สนิทสนมกับครอบครัวของลูกศิษย์รายนี้ ดิฉันจึงโทรไปคุยกับคุณแม่ ซึ่งเป็นผู้หญิงที่ทั้งเก่ง ทั้งมีน้ำใจ และเฉลียวฉลาด รักครอบครัวเป็นที่สุด เมื่อสนทนากันนั้น ดิฉันบอกว่าจริงๆ วิชาที่ย้ายไปก็ดูจะเหมาะกับเขามากกว่าด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าอ่านจากดวงก็พบว่าเขาจะไม่ได้ทำงานในด้านที่กำลังเรียนอยู่ แต่กลับมีแนวโน้มที่จะมาทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์และการเจรจาการค้า ดังนั้นสาขาใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ธุรกิจ ก็ดูจะเหมาะสมและได้ใช้งานจริงมากกว่าด้วยซ้ำไป (หลังจากนั้นไม่นานครอบครัวโกโบริก็เริ่มทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ เลยคาดว่าน่าจะเป็นไปตามดวง ^__^)

เนื่องจากมีคนรู้จักจำนวนหนึ่งที่ลาออกไปเรียนปริญญาตรีปี ๑ อีกรอบในสาขาที่ตนเองชอบมากกว่า จึงอยากจะสรุปว่าบางคนจะทราบว่าตนเองชอบสิ่งที่เรียนหรือไม่ ก็ต่อเมื่อได้เข้าไปเรียนแล้วสักระยะหนึ่ง ดังนั้นเมื่อสนทนากับคุณแม่ของโกโบริ ก็เลยช่วยชี้แจงแทนลูกศิษย์ในประเด็นนี้ อีกทั้งทราบดีว่าคุณแม่นั้นรักลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวนี้มาก จึงบอกเธอไปว่า “ลูกเสียเวลาไปปีเดียว แต่เขาจะได้ชีวิตที่เหลือคืนมา ดีกว่าต้องทนเรียนในสิ่งที่ไม่ชอบไปอีกตั้งสามปี คุณแม่น่าจะให้เขาอยู่กับสิ่งที่ชอบ เขาจะได้มีความสุขนะคะ” คุณแม่ก็ตอบกลับมาว่าจริงๆ แม่เองก็คิดอยู่เหมือนกันว่าจะยอมให้อย่างที่เขาเลือก” สรุปว่าปัญหาทุกอย่างคลี่คลายลง ก็ดีใจไปกับลูกศิษย์ด้วยที่จะได้เรียนในสิ่งที่ถูกใจค่ะ

การได้ศึกษาและได้ประกอบอาชีพในสิ่งที่รักนั้น นับเป็นหนึ่งในยอดปรารถนาของมนุษย์นะคะ แม้ว่าพ่อแม่จะอยากเห็นลูกได้ดั่งใจตน แต่ลูกเองเขาก็มีความสนใจและความถนัดของตนเองเช่นกัน ดังนั้นนอกจากการเป็นผู้ดูแล ให้การอุปถัมภ์ทางการเงินแล้ว การช่วยประคับประคอง ตลอดจนเป็นกำลังใจให้เขาได้เลือกเส้นทางที่อยากเดินเป็นสิ่งที่มีคุณค่าแก่ลูกอย่างยิ่งเช่นกันค่ะ

(^__^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับ ท่านที่สนใจดูดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!