แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
20 มีนาคม 2019, 22:22 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๑๒๙ อยู่ในโลกอย่างเบิกบาน อยู่ในงานอย่างสุขใจ  (อ่าน 1773 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 7 พฤษภาคม 2013, 18:54 »

ถาม – ดิฉันมีปัญหากระทบกระทั่งกับเพื่อนร่วมงานอยู่เสมอ บางคนพูดจาไม่ดีและใช้อารมณ์กับดิฉันบ่อยๆ เลยอยากได้วิธีทำใจให้ไม่คิดมาก ทำงานต่อไปอย่างมีความสุขกว่านี้ค่ะ

“การทำงาน” เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มนุษย์ต้องมารวมกลุ่มกันนะคะ และการร่วมกันประกอบกิจการงานนี้แหละที่อาจจะทำให้เกิดทั้งมิตรและอมิตร “ปัญหาเรื่องเพื่อนร่วมงาน” เป็นหนึ่งในสิ่งที่ได้รับฟังจากลูกค้ามาตลอดค่ะ ส่วนมากแล้วอยู่ในระดับพอทนได้แต่ก็ทำให้การทำงานไม่ราบรื่นนัก มีบ้างเหมือนกันที่ทำให้บางคนถึงกับต้องลาออกจากงานไปเลย แถมบางคนมีกรรมมาทางนี้ก็จะพบว่าถึงจะย้ายที่ทำงานใหม่แต่ก็ยังเจอคนแบบเดิมอีกอยู่ดี

เนื่องจากปัญหาดังกล่าวนี้มีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกันไปในแต่ละคน แต่มีหลักใหญ่ใจความคือความไม่พอใจอันเกิดจากการกระทบกระทั่งกับอีกฝ่ายหนึ่ง บทความในฉบับนี้จึงขอยกกรณีศึกษาของลูกค้าหญิง ซึ่งขอสมมุตินามว่าคุณคลีเมนไทน์ เธอมาตรวจดวงหลายครั้งแล้วค่ะ

จากดวงชะตาทำให้ทราบว่าคุณคลีเมนไทน์นั้นเป็นสาวมั่นทำงานเก่ง มีความขยันขันแข็ง อดทนตั้งใจสูง แต่ในขณะเดียวกันก็มักมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานอยู่บ่อยๆ ส่วนหนึ่งเกิดจากนิสัยของเธอเองที่เป็นคนใจร้อน กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่างชัดเจน ประกอบกับมีกรรมไม่ดีมาในเรื่องคน ทำให้มักต้องโคจรมาเจอเพื่อนร่วมงานที่นิสัยใกล้เคียงกัน แถมอีโก้สูงด้วยกันทั้งคู่ จึงหนีไม่พ้นความขัดแย้ง แม้ว่าหน้าที่การงานจะก้าวหน้าดีและมีรายได้สูงก็ตาม แต่เรื่องของคนในที่ทำงานก็ยังคงเป็นเหตุแห่งความหงุดหงิดของลูกค้าอยู่เสมอ

เมื่อได้สนทนากันในประเด็นนี้ ก็เลยเสนอให้คุณคลีเมนไทน์ลองมองเหตุการณ์นี้ใหม่ ประการแรกต้องยอมรับก่อนว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะได้พบแต่คนที่เข้ากันได้ดี ทำงานด้วยกันอย่างมีความสุขไปตลอด เพราะการเกิดมาในโลกนั้น สิ่งที่หนีไม่พ้นคือ “โลกธรรม ๘” คือสุข-ทุกข์ สรรเสริญ-นินทา ได้ลาภ-เสื่อมลาภ ได้ยศ-เสื่อมยศ ดังนั้นถ้าจะหวังให้ชีวิตนี้เจอแต่ความสุขสถานเดียวคงเป็นไปไม่ได้ ขนาดพระพุทธเจ้าซึ่งประเสริฐสุดยังเคยถูกใส่ร้ายใส่ความ พวกเราปุถุชนคนมีกิเลสทั้งหลายถ้าจะเจอโลกธรรม ๘ ในฝ่ายที่เราไม่ชอบบ้าง แม้จะไม่อยากพบเจอแต่ก็คงจะต้องยอมรับให้ได้เสียที ว่ามันธรรมดาโลกจริงๆ

ประการที่สอง
เสนอให้ลูกค้าลองปรับความคิด ก็คือให้ตั้งธงไว้ในใจว่า คนรอบข้างไม่จำเป็นต้องพูดดีหรือทำดีกับเรา ให้มองกลางๆ เพราะเท่าที่เก็บข้อมูลมา พบว่าหลายคนมักคิดว่า “ทำไมเขาไม่ชอบเรา” ซึ่งถ้าเปลี่ยนคำถามเป็น “ทำไมเขาต้องชอบเรา” จะทำให้เข้าใจกันได้ง่ายขึ้น เพราะจะเป็นการเอาใจเขามาใส่ใจเรา และสร้างเหตุดีๆ ให้เกิดขึ้นระหว่างกันได้ง่าย โดยมากแล้วเจ้าตัวเองก็รู้สึกเป็นลบกับเพื่อนร่วมงานที่เป็นคู่กรณี แล้วการที่มีความรู้สึกแย่ๆ ก็มักนำไปสู่แววตาแย่ๆ น้ำเสียงแย่ๆ ตลอดจนการกระทำแย่ๆ อันนำไปสู่ความสัมพันธ์แย่ๆ ในที่สุด ( - -‘’) ดังนั้นจึงควรย้อนมาปรับที่ใจตนเองจะดีกว่า เพราะเราไปแก้ไขที่คนอื่นไม่ได้ ส่วนวิธีการทำใจให้เมตตาคนที่ตนเองไม่ชอบใจนั้น ได้เสนอให้คุณคลีเมนไทน์ ตามไปอ่านในคอลัมน์ “ดังตฤณวิสัชนา” ตอน “ทำอย่างไรจึงจะเมตตาคนที่เราเกลียดได้” (คลิก) http://bit.ly/TX2Csz

ประการที่สามก็คือให้ยอมรับว่าแท้ที่จริงแล้ว เหตุการณ์หรือบุคคลที่นำความไม่ชอบใจมาสู่เรานั้น คือการให้ผลของบาปที่เราได้เป็นผู้ทำไว้เอง ถึงชาตินี้จะไม่ได้ทำ แต่ก็ต้องเคยทำไว้ในอดีตชาติ ดังนั้นจึงควรท่องให้ขึ้นใจว่า “เขาไม่ได้ทำเรา กรรมเก่าเราส่งเขามาเล่นงานเรา” ทีนี้ถ้าหากเราเลือกที่จะ “ตอบชั่วด้วยชั่ว” ทำนองว่าด่ามาก็ด่ากลับ ร้ายมาก็ร้ายไป (_ _!) ตรงนี้มันก็จะยิ่งทำให้เพิ่มบาปกรรมเข้าไปอีก แล้วก็ไม่มีทางประสานสัมพันธ์ระหว่างกันได้ เราเองก็ย่อมเป็นทุกข์เป็นร้อนเพราะไฟโทสะสุมอก ดังนั้นจึงควรเดินทางสว่าง คือเลือกที่จะอโหสิจะได้ไม่ต้องผูกเวรกันต่อไป "มีอภัยทานแก่เขา คือปล่อยใจเราให้พ้นจากโทสะ”

ประการที่สี่ ขอให้พิจารณาถึงเรื่องความจริงของชีวิตทั้งของตนเองและผู้อื่น ว่าทุกชีวิตที่ยังอยู่ในการเวียนว่ายตายเกิดนั้นไม่มีใครดีกว่าใคร แต่ละคนถูกกิเลสของตนเองหลอกให้ไปทำเรื่องไม่ดี แล้วสุดท้ายก็ต้องมารับผลของการกระทำที่ก่อไว้ อีกทั้งไม่ว่าจะมีเงินทอง เพื่อนฝูง ครอบครัว หรือเกียรติยศมากมายเพียงใด สุดท้ายก็ต้องถูกธรรมชาติบังคับให้ละทิ้งไปด้วยความตาย แล้วเดินทางอย่างโดดเดี่ยวในสังสารวัฏทั้งสิ้น เราก็น่าสงสาร เขาก็น่าสงสาร ทุกชีวิตล้วนน่าสงสาร คิดอย่างนี้ได้จะได้มองผู้ที่เคยขัดแย้งกันเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ จะได้มีใจเมตตากรุณาต่อกันได้ง่าย ไม่อยากจะคิด พูด ทำอะไรให้เป็นการกระทบกระเทือนกัน

สนทนากันมาถึงตรงนี้ลูกค้าก็บอกว่าฟังแล้วก็รู้สึกโล่งใจดี ดิฉันก็ให้กำลังใจไปว่าถ้าหากเธอปรับความคิดได้แล้ว ต่อให้คนรอบข้างไม่เปลี่ยน แต่ตัวคุณคลีเมนไทน์เองก็จะมีความสุขมากขึ้น แล้วยิ่งถ้าเอาจริงเอาจังกับการปฏิบัติธรรม จิตจะค่อยๆ สงบขึ้น เห็นกิเลสของตนเองได้เร็วขึ้น มีความสุขมากขึ้นแน่นอน (ว่าแล้วก็ขอเชิญดาวน์โหลดไฟล์หนังสือ มหาสติปัฏฐานสูตร ของ คุณดังตฤณ ได้ที่ http://dungtrin.com/sati และ http://dungtrin.net/)

"เราคิดดูซิว่า ถ้าคนทุกคนต้องพูดให้ถูกใจฉัน คนทุกคนต้องทำให้ถูกใจฉัน
ฉันจึงจะสงบ ฉันจึงจะสบาย
คนทั้งโลกจะให้เขามาพูดถูกใจเรามีไหม จะมาทำถูกใจเราทุกคนมีไหม ไม่มี
เมื่อไม่มี เราก็เป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลา ถ้าเราไม่มีการปล่อยวาง
เราเกิดมาในชีวิตหนึ่ง เราจะหาความสงบว่า
คุณต้องพูดให้ถูกใจฉัน คุณต้องทำให้ถูกใจฉัน ฉันจึงจะสบาย
ในชีวิตหนึ่งจะได้สบายไหมคนเรา
คุณต้องพูดให้ถูกใจฉัน คุณต้องทำให้ถูกใจฉัน
ฉันจึงจะสงบ ถ้าไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่สงบ
คนคนนี้เกิดมาไม่รู้กี่ชาติก็ไม่มีความสงบ
เพราะคนหลายคนใครจะมาพูดให้ถูกใจเราทุกคน
ใครจะมาทำให้ดีทุกคน มันไม่มีหรอกอย่างนี้"

พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท)

ชีวิตกับปัญหาเป็นของที่หลีกหนีจากกันไม่ได้ ต่อให้ไม่เจอปัญหาเรื่องเพื่อนร่วมงาน ก็ต้องเจอเรื่องไม่ชอบใจอื่นๆ อยู่ดี ดังนั้นหากว่ารู้สึกว่าโลกนี้ล้วนประกอบไปด้วยความทุกข์และความแปรปรวน ก็ควรจะใช้เป็นพลังในการตั้งใจปฏิบัติธรรมจะได้ไม่ต้องมาเกิด มาพบ มาเจอเรื่องแย่ๆ ในโลกนี้อีกนะคะ (^/\^)


: )



☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับ ท่านที่สนใจดูดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!