แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
23 สิงหาคม 2019, 05:11 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ความเกลียดเหมือนคุกมืด  (อ่าน 1789 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 7 พฤษภาคม 2013, 18:07 »

คนน่ารังเกียจอาจอยู่ข้างบ้าน ในที่ทำงาน หรือแหล่งท่องเที่ยว
ถ้าคุณหาทางเป็นอิสระจากความเกลียดไม่ได้
โลกทั้งใบก็ไม่ต่างจากคุก!

บางคนติดคุกมาทั้งชีวิต
ติดทุกวัน ไม่เคยออกมาเป็นอิสระกับฟ้าแจ่มแห่งความรัก
มัวแต่ยอมทนมืดบอดราวกับติดใจความเกลียดอยู่ไม่สร่าง

ไม่ว่าจะเกลียดอะไร มันก็คุกมืดทั้งนั้นครับ
คนรู้ตัวว่าเกลียดแล้วมืด เกลียดแล้วเป็นทุกข์
ถึงต้องหาทางแหกคุกให้ได้
จะได้สว่างเต็มเสียที

ถ้าข้างบ้านเสียงดัง พูดจากันหยาบคาย
ตั้งวงเหล้าร้องคาราโอเกะไม่เว้นแต่ละคืน
เหมือนอยากแกล้งพอกพูนความเกลียดไว้กับใจเรา
ให้หนาขึ้น หนาขึ้นทุกที กลายเป็นผูกใจเจ็บอาฆาตได้อย่างยั่งยืนไป

แต่ยังมีคนโชคร้ายมากกว่านั้น
บางคนต้องย้ายบ้านหนีเพื่อนบ้านที่ฉีดยาฆ่าแมลงจนแพ้รุนแรง
ขอร้องก็ไม่เลิก บอกว่าจะตายก็ไม่ฟัง

เรื่องของเพื่อนบ้านนี่เป็นเครื่องสะท้อนได้เหมือนกัน
ว่าเราจะต้องชดใช้กรรมหนัก กลาง หรือเบาแค่ไหน
แต่แค่ระหว่างใช้กรรม เราพยายามกำจัดความเกลียดไปด้วย
นี่ก็ถือว่าเปลี่ยนการขาดทุนให้เป็นกำไรขึ้นมาเห็นๆแล้ว

ความมีเหตุมีผลนั่นแหละคือประตูสู่อิสรภาพ
การยอมถูกกิเลสครอบงำนั่นแหละทางลงคุก
คนที่เอาความเกลียดมาเป็นอุปกรณ์ฝึก
คือคนที่มีสิทธิ์พบสวรรค์นิพพานมากกว่าใคร

วิธีทำใจให้เป็นอิสระจากความเกลียดนั้น...

๑) ขั้นต้นสุด คือ ฝึกห้ามคำพูดและการกระทำ
ในทางรุนแรงเป็นการโต้ตอบศัตรูหรือคู่อริ

๒) ขั้นกลาง คือ ฝึกให้อภัยเป็นทาน อันนี้ต้องฝึกที่ใจ
โดยพิจารณาว่าความเกลียดเป็นโทษ
เป็นโรคที่เกิดกับใจเราเอง ไม่ใช่โรคที่เกิดกับเขา
เมื่อเห็นว่าเป็นโรคของเรา ไม่ใช่ของเขา
ในที่สุดใจจะฉลาด อยากหายจากโรค
และมีแก่ใจทิ้งโรคเสียได้
ไม่ต่างจากคนคุกเห็นดีเห็นงามที่จะเป็นอิสระจากคุกเสียที

๓) ขั้นสุดท้าย คือ ฝึกเห็นความเกลียดเป็นภาวะมืดชั่วคราว
เหมือนเงาบังจิต
ถ้าเรายอมอยู่ในเงามืด ก็เสียเวลาในชีวิตอยู่กับความมืดไปเปล่าๆ
ไม่ได้สว่างขึ้นเลย
อย่าห้ามตัวเองไม่ให้เกลียด เพราะเป็นไปไม่ได้
แต่เห็นความเกลียดไม่เที่ยงด้วยการสังเกตไป
มืดได้ก็สว่างได้ เหมือนเงาเมฆเคลื่อนจากการบดบังแสงจันทร์
ในที่สุดเมื่อถูกความเกลียดครอบงำ
เราจะเข้าโหมดสังเกตความไม่เที่ยงไปเองเป็นอัตโนมัติ
และไม่แช่อยู่กับเงามืดนาน เป็นทุกข์นานไปเปล่าๆครับ

เลิกเกลียดเขา บางทีอาจเห็นความน่ารังเกียจที่ยังเหลืออยู่ในเรา
แล้วมีแก่ใจซักฟอกตัวเราเองให้สะอาดขึ้นตามลำดับด้วย

ดังตฤณ
ธันวาคม ๕๔

ที่มา http://bit.ly/ZDuPZ0
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!