แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
20 กุมภาพันธ์ 2019, 05:55 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ลิ้นกับฟัน  (อ่าน 2222 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 7 พฤษภาคม 2013, 17:57 »

ถ้าไม่เคยพูดอะไรให้คนที่คุณรักเสียใจ
แปลว่าคุณไม่เคยพูดกับเขาหรือเธอเลยสักวัน
แต่ถ้าพูดอะไรให้คนที่คุณรักเสียใจได้ทุกวัน
แปลว่าคุณไม่เคยรับฟังคำพูดของเขาหรือเธอเลยสักคำ

คนที่อยู่ด้วยกัน ไม่ว่าในฐานะอะไร ยังไงก็ต้องมีเหตุกระทบกระทั่งให้ขุ่นข้องหมองใจจนได้
และโดยมากก็มักเริ่มต้นจากการสื่อสาร อาจจะทางคำพูด
หรืออาจจะทางสายตา สีหน้าท่าทาง อากัปกิริยาที่เกิดขึ้นขณะ ‘ไม่รู้ตัว’

คือคนเรานั้น ส่วนใหญ่ให้ดีแค่ไหนก็ติดนิสัยไม่ดีบางอย่างอยู่
โดยเฉพาะการเข้าโหมดอยากพูดมากกว่าอยากฟัง
อยากให้ความรู้สึกนึกคิดของตัวเองได้รับความสนใจ
มากกว่าจะสนใจความรู้สึกนึกคิดของคนอื่น

การอยากได้อะไรตามความต้องการของตนเองทันที
มักเป็นจุดเริ่มต้นของความไม่ถูกต้องในการพูดจากัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแต่ละฝ่ายอธิบายไม่เก่ง
ได้แต่พูดสั้นๆตีความง่ายๆว่า "ฉันจะเอาอย่างนี้ แกห้ามทำอย่างนั้น"
ยิ่งอารมณ์เข้มขึ้นเท่าไร สุ้มเสียงและสรรพนามก็ยิ่งข้นขึ้นเป็นเงาตามตัว

เรื่องพูดกันไม่เข้าใจนี้เกิดขึ้นทั้งกับเพื่อนสนิท คนรัก ตลอดจนใครต่อใครในสังคมแวดล้อมเรา
ชีวิตส่งแบบฝึกหัดมาให้เราฝึกพูดและฝึกฟังทุกวัน
ปัญหาคือเราไม่มองว่าเหล่านั้นเป็นแบบฝึกหัด
แต่เป็นแบบทดสอบความสามารถในการเอาสิ่งที่ใจต้องการมาให้ได้
และปัญหานี้แหละครับเป็นหนึ่งในเหตุที่ทำให้คนเราแตกหักกัน

มองแล้ววจีกรรมนั่นเองเป็นเสาหลักของการอยู่ร่วมกันให้รอด
เรื่องอื่นๆยังนับว่ารองลงมา
คือถ้าคุยกันเข้าใจได้ ทุกเรื่องก็เหมือนเครื่องจูนจิตให้ค่อยๆสนิทลงรอยเดียวกัน
แต่ถ้าคุยกันไม่เข้าใจ ทุกเรื่องก็เหมือนเครื่องแยกจิตเป็นคนละสี

และทางเดียวที่จะคุยกันเข้าใจได้จริง
ก็ต้องเริ่มจากการฟังเป็นเย็นพอจะรับรู้ว่าแต่ละฝ่ายอยากจะพูดอะไร เพื่ออะไร
พอฟังเสียงจากหัวของตัวเองครึ่งหนึ่ง ฟังเสียงจากปากของอีกฝ่ายครึ่ง
ก็รวมกันเป็นคำว่า ‘พบกันครึ่งทาง’ ในที่สุดครับ

ดังตฤณ
สิงหาคม ๕๕

ที่มา http://bit.ly/ZMKkBi
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!