แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
21 กุมภาพันธ์ 2019, 09:28 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๑๒๖ เย็นใจในงาน  (อ่าน 2062 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 13 ธันวาคม 2012, 15:07 »

ถาม – ถ้าดวงของเราบอกว่าต้องทำงานในลักษณะแบบไหน เจอคนแบบใดในที่ทำงาน แปลว่าเราจะต้องเจอแบบนั้นไปตลอดเลยหรือคะ มีวิธีแก้ไขให้ปัญหาน้อยลงบ้างไหม

ช่วงที่ผ่านมานี้มีลูกค้าหลายท่านปรึกษาปัญหาในที่ทำงานค่ะ นอกเหนือจากอาการเบื่องานซึ่งเป็นเรื่องยอดฮิตแล้ว ก็มีกรณีเบื่อเพื่อนร่วมงาน ซึ่งคนเรานั้นเมื่อมาอยู่รวมกันก็มีโอกาสพบทั้งข้อดีและข้อเสียของอีกฝ่าย ในฐานะคนทำงานก็คงต้องฝึกใจให้ยอมรับให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะเหนื่อยสองทาง คือเหนื่อยกายเพราะงานและเหนื่อยใจเพราะผู้ร่วมงานค่ะ

ในทางโหราศาสตร์นั้นเราจะทราบสภาพการทำงานของแต่ละคนได้ เช่น ในที่ทำงานมีความร่มเย็นเป็นสุข หรือมีเรื่องร้อนตลอดเวลา สภาพสังคมในที่นั้นเป็นอย่างไร ฯลฯ บางคนแม้ต้องทำงานที่ชวนให้เคร่งเครียด แต่สภาพแวดล้อมตลอดจนผู้คนนั้นดี แบบนี้พอจะมีกำลังใจสู้ต่อไปได้ค่ะ หากแต่บางคนพบเจอกับปัญหาทั้งจากตัวงานและผู้ร่วมงาน ทำให้พานอยากลาออกเพราะทนไม่ไหว

ดังเรื่องราวของคุณเมแกน (นามสมมติ) ซึ่งเมื่อผูกดวงเสร็จแล้วก็เห็นว่าเธอคงจะมาปรึกษาเรื่องงานแน่ๆ ในตอนที่เริ่มต้นการสนทนาดิฉันจึงบอกก่อนที่เธอจะถามว่า “ถ้าคุณยอมรับได้ว่างานของคุณจะต้องเจอผู้คนอยู่ตลอด ยากที่จะปลีกวิเวก แล้วคนที่จะต้องร่วมงานด้วยก็จะอารมณ์แปรปรวน โทสะเกิดง่าย ถ้าคุณรับได้ ทำใจได้ ก็จะทำงานได้โดยที่ไม่ต้องเป็นทุกข์” ลูกค้าฟังแล้วถามกลับว่า “ตกลงว่าหนีคนไม่ได้แน่ๆ ใช่ไหม” ฟังแล้วจึงต้องให้กำลังใจกันว่า “แต่งานที่เจอผู้เจอคน จัดการเอกสาร คอยประสานงานต่างๆ จะเป็นงานที่มั่นคง และเหมาะสมกับดวงชะตา คุณจะทำได้ดีนะคะ” ฟังแล้วลูกค้าก็เล่าว่าหน้าที่การงานที่ผ่านมาก็เป็นดังที่ว่ามา แล้วก็ต้องพบกับคนร้อนๆ เหวี่ยงๆ ตลอด

หลายปีที่คุณเมแกนทำงานในลักษณะดังกล่าวนี้ แม้จะมีปัญหาต่างๆ ก็ผ่านมาได้อยู่หลายปี แต่ในที่สุดเธอก็ลาออก เพราะอยากลองทำงานแบบอื่นดูบ้าง แต่หลังจากเปลี่ยนสายงานแล้วก็กลับค้นพบว่างานเก่าที่เคยทำมาตลอดนั่นแหละที่เหมาะสมกับตัวเอง ตอนนี้เลยตัดสินใจว่าจะสมัครงานใหม่ในตำแหน่งหน้าที่เดิม ลูกค้าสรุปว่า “ต้องออกจากงานซะก่อน ถึงรู้ว่าที่จริงเราเหมาะกับงานที่ทำมาตั้งนานนั่นแหละ” ฟังแล้วก็ให้กำลังใจเธอว่าอันที่จริงก็ดีเหมือนกันนะ เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคยรู้เลยว่าจริงๆ แล้วตัวเองชอบงานอะไรกันแน่

เขียนมาถึงตรงนี้ก็อยากจะเล่าเหมือนกันค่ะว่ามีบางคนพยายามหนีงานที่ตัวเองไม่ถูกใจนัก แต่เมื่อตรวจดวงแล้วก็พบว่าอันที่จริงมันเป็นงานที่เหมาะสมตามกรรม ดังนั้นจึงหนีไม่พ้น ต้องกลับมาทำงานแบบเดิมอีก กรรมเก่าที่ทำให้เราเหมาะสมกับงานแบบใดแบบหนึ่งมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ก็จริงอยู่ แต่ความสุขในงานนั้นมันสร้างได้ด้วยกรรมปัจจุบันนี่แหละค่ะ

ในกรณีของคุณเมแกนนี้ เธอมีปัญหาเรื่องของคำพูด เนื่องจากเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมามากๆ จึงบอกเธอไปว่า “แม้ว่าคุณจะพูดความจริง ไม่โกหกก็ตาม แต่ปัญหาคือมันขาดเมตตาต่อผู้ฟังไปสักหน่อย” เรื่องนี้ลูกค้าก็เห็นด้วย ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้วก็มีคนจำนวนหนึ่งเลยค่ะที่พูดไปโดยไม่คิดถึงจิตใจคนฟัง และบ่อยครั้งก็ต้องกลับมาเสียใจเอง ส่วนวิธีที่จะทำให้เรามีความเมตตาแทรกอยู่ในคำพูดได้ ก็คือรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา เช่น ถ้าเป็นเราทำความบกพร่องแบบนี้ จะอยากได้คำแนะนำแบบใด หมั่นคิดถึงใจคนอื่นอยู่เสมอๆ แล้วความเมตตาจะรินออกมาพร้อมคำพูดอย่างเป็นธรรมชาติ นี่ก็เป็นวิธีแก้กรรมในการทำงานอีกอย่างหนึ่งนะคะ

ส่วนเรื่องอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของเพื่อนร่วมงานที่คุณเมแกนต้องเผชิญนั้น ดิฉันก็เสนอว่าต้องกลับมาดูตัวเองด้วยว่าที่รู้สึกว่าคนที่แวดล้อมเราอารมณ์ไม่ปกติ จุดเดือดต่ำนั้น ตัวเราเองเป็นอย่างไร วิธีที่จะแก้สิ่งแวดล้อมได้ดีที่สุดก็ต้องแก้ที่ตัวเราก่อน เพราะถ้าทุกคนในที่ทำงานเป็นเหมือนกันหมด ก็ย่อมจะต้องเผชิญความร้อนจากไฟโทสะร่วมกัน แต่ถ้ามีสักคนที่หยุดคิดว่าพฤติกรรมแบบเดิมๆ มันนำความรุ่มร้อนมาให้แก่ที่ทำงานแล้วเริ่มเปลี่ยนจากตนเอง จนจิตใจมั่นคงพอสมควร คนที่อยู่ใกล้ก็มีแรงบันดาลใจอยากจะเปลี่ยนตาม หรือถ้าคนที่อยู่รอบข้างไม่เปลี่ยนแปลงอะไร เราซึ่งเย็นใจอยู่แล้วก็ไม่ทุกข์ค่ะ (ถ้าสนใจเรื่องการจัดการกับโทสะ อ่านเพิ่มเติมได้ใน “ห้องดับเพลิง” (คลิก) http://bit.ly/NSIcS8


"แม้ไม่ปรารถนาจะเป็นทุกข์เพราะความวุ่นวายรอบกาย
ก็พึงพยายามให้เต็มสติปัญญาความสามารถ
ไม่ปล่อยใจเข้าไปอยู่ในวงล้อมของกิเลส
แทนที่จะไปเสียเวลาเสียกำลังความคิดไปตั้งหน้าจัดการกับกิเลสผู้อื่น
ก็ให้ตั้งหน้าจัดการกับใจของตนเองไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับกิเลส
ทำได้เพียงไรก็จะเหมือนสามารถแก้ไขคนอื่นทั้งหลายให้กลายเป็นคนดีได้ทั้งโลก
เพราะใจเราจะไม่เร่าร้อนเพราะผู้ใดเลย
จะเหมือนคนทั้งโลกไม่ได้ก่อกรรมทำร้ายให้เราต้องกระทบกระเทือนใจเลย"

จาก "ตนอันเป็นที่รักยิ่งของตน"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก


ความวุ่นวายอันเกิดจากผู้อื่นนั้น ว่าไปแล้วก็แก้ไขได้ที่ใจเรานะคะ และแม้ว่าในการทำงาน ตลอดจนการใช้ชีวิต เราจะต้องพบเจอสิ่งที่ชอบใจและไม่ชอบใจ ซึ่งแม้เป็นธรรมดาของโลก แต่ก็เป็นความน่าเบื่อหน่ายหรือความทุกข์อย่างยิ่งยวดสำหรับบางคนเลยทีเดียว ฉะนั้นใครก็ตามที่รู้สึกว่าเบื่องาน เบื่อคน เบื่อความจน หรือเบื่ออะไรก็ตาม ก็ใช้ความเบื่อนี่แหละค่ะเป็นแรงบันดาลใจให้ไม่อยากเกิดอีก จะได้ตั้งใจปฏิบัติธรรมเพื่อให้พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ไม่ต้องพบเจอความทุกข์ใดอีกเลยค่ะ

: )





☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับ ท่านที่สนใจดูดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!