แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
26 สิงหาคม 2019, 10:03 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๑๒๕ ปรับนิสัย ใจห่างทุกข์  (อ่าน 2454 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 13 ธันวาคม 2012, 15:03 »

ถาม - ชีวิตผมเหมือนมีพร้อมทุกอย่าง ตามมาตรฐานชนชั้นกลางทั่วไป แต่กลับรู้สึกเหมือนตัวเอง จิตใจแห้งแล้ง เพราะขาดแคลนความรู้สึกชื่นชมจากคนรอบข้าง ขาดกำลังใจอย่างไรบอกไม่ถูก อยากรู้ว่าเป็นเพราะดวงผมเป็นคนนิสัยแบบนี้ เลยต้องคิดแบบนี้หรือเปล่าครับ แล้วจะมีทางแก้ไขบ้างไหม

ก่อนอื่นต้องบอกว่านิสัยนั้นถือเป็นกรรมเก่า เพราะเกิดจากการสั่งสมมาในชาติก่อนๆ ซึ่งก็จะสามารถทราบได้จากดวงชะตาว่าแต่ละคนมีอุปนิสัยใจคออย่างไร แถมมีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่กิริยาภายนอกกับอุปนิสัยภายในแตกต่างกัน เช่นบางคนภายนอกดูร่าเริงสดใส แต่นิสัยนั้นกลับเป็นคนขี้น้อยใจคิดมาก หรือบางคนดูนิ่งๆ เงียบขรึม แต่ข้างในเป็นคนใจร้อน โมโหง่าย ฯลฯ แบบนี้เจออยู่เรื่อยๆ เหมือนกันค่ะ ซึ่งโดยทั่วไปแต่ละคนจะมีทั้งนิสัยที่ดีและไม่ดี ซึ่งคำว่า “นิสัยที่ดี” ในที่นี้หมายถึง นิสัยที่ทำให้เรามีความสุข ในทางกลับกัน “นิสัยที่ไม่ดี” ก็หมายถึง นิสัยที่เป็นเหตุให้เราเป็นทุกข์

และแม้ว่านิสัยที่เป็นเหตุแห่งทุกข์จะลิขิตมาด้วยกรรมเก่า จึงมาปรากฏใน “แผนที่กรรม” คือดวงชะตา แต่ทว่ามนุษย์เรามีศักยภาพเพียงพอที่จะเขียนชะตาให้ตนเองใหม่ได้ด้วยกรรมปัจจุบันแน่นอนค่ะ

ดังเรื่องราวของลูกค้าชายวัยประมาณ ๔๐ ปีท่านหนึ่ง (ขอสมมตินามว่าคุณนิโคลัส) ย้อนไปเมื่อวันที่เขาโทรศัพท์มานัดหมายตรวจดวง ซึ่งมีโอกาสคุยกันสั้นๆ ดิฉันรู้สึกถึงสภาพจิตใจที่ดูไม่เปิดกว้าง ไม่ร่าเริงสดใส ยิ่งกว่านั้นเมื่อได้ตรวจดวงก็ทราบว่าอุปนิสัยของคุณนิโคลัสในส่วนที่ไม่ดีคือเป็นคนวิตกกังวลและ อ่อนไหวง่าย ชอบเปรียบเทียบตนเองกับคนอื่น ดังนั้นเมื่อถึงวันนัดหมอดูจึงเริ่มการสนทนาด้วยคำถามว่า “ที่ผ่านมาในชีวิต คุณชื่นชมคนอื่นบ่อยไหมคะ” คำตอบของลูกค้าคือ “ผมแทบไม่เคยทำเลย” เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงได้เสนอให้เขาเริ่มฝึกแสดงความยินดีและให้กำลังใจผู้คน เช่น เมื่อคนรู้จักสำเร็จการศึกษา ก็ให้แสดงความยินดีในความสำเร็จของเขา โดยไม่ต้องนำมาเปรียบเทียบกับตนเอง หรือเห็นคนทำดีแม้เพียงเล็กน้อย ก็ให้ชื่นชมเพื่อเป็นกำลังใจ อีกทั้งในยามที่พบเจอคนกำลังเป็นทุกข์ ก็อาจจะช่วยด้วยการเอ่ยถ้อยคำสร้างกำลังใจ ฯลฯ ให้หมั่นทำจนเป็นอาจิณ เพราะทุกคนในโลกล้วนต้องการคำชื่นชมอย่างจริงใจ และปรารถนากำลังใจในยามท้อแท้


เมื่อคุณนิโคลัสได้ฟังก็บอกว่าที่จริงแล้ว “ผมก็รู้สึกมาตลอดอยู่เหมือนกัน ว่าอยากให้คนอื่นชมผมมากๆ” อย่างเมื่อก่อนหน้านี้เขาได้ไปช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าให้กับคนรู้จัก ปรากฏว่าเจ้าของบ้าน “ชมผมน้อยเกินไป ขอบคุณแค่ครั้งเดียวเอง ผมนะอยากให้เขาชมเยอะๆ หลายๆ ครั้ง” ฟังแล้วจึงได้โอกาสบอกลูกค้าไปว่า เพราะฉะนั้นให้คุณหมั่นชื่นชมและให้กำลังใจผู้คน ยินดีที่ได้เห็นเขามีความสุข พยายามหัดจับถูกคน มองคนในแง่ดี สิ่งใดที่ไม่ดีของเขา เราก็ไม่ต้องไปเพ่งโทษให้เป็นทุกข์ ไม่ต้องเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นเพราะแต่ละคนมีเหตุปัจจัยทั้งกรรมเก่าและกรรมใหม่ที่แตกต่างกันไป ขอให้ลองทำดูสักพักเถอะ แล้วจะพบว่ามีความสุขขึ้น

ที่แนะนำเช่นนี้ ก็ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่าอุปนิสัยของลูกค้าท่านนี้นั้น แม้ไม่ใช่คนใจร้าย ไม่ใช่คนก้าวร้าวและขาดสัมมาคารวะ ไม่ได้คิดฉ้อโกง ใช้เล่ห์เหลี่ยมเอารัดเอาเปรียบใคร แต่ก็มีนิสัยบางอย่างที่ทำให้ตนเองเป็นทุกข์ ที่สำคัญคือ เมื่อไหร่ก็ตามที่คนเราคิดถึงแต่ตัวเองเป็นหลัก ใจของเราจะแคบลงๆ ทุกที แล้วเจ้าความคับแคบที่เกิดขึ้นในใจนั้น ก็จะกลายเป็นกรงขัง ไม่ให้จิตใจได้เบิกบาน แผ่กว้างและสดใสนั่นเอง

หลังจากที่สนทนากับคุณนิโคลัสในประเด็นดังกล่าวไปแล้ว ลูกค้าก็ซักถามในเรื่องอื่นอีกที่เกี่ยวข้องกับดวงชะตา แล้วก็บอกว่าจะเลิก“จับผิด” หันมา “จับถูก” หมั่นให้กำลังใจและชื่นชมผู้คน ซึ่งถ้าคุณลูกค้าทำได้ก็จะเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะอันที่จริงดวงชะตาของเขาไม่ได้มีข้อเสียอะไรมาก ถ้าเปลี่ยนจิตใจตนเองได้ ก็จะเป็นผู้ที่มีชีวิตเรียบง่ายแต่มีความสุขอีกคนหนึ่งค่ะ (^__^)

พูดถึงเรื่องของการแบ่งสรรปันกำลังใจให้ผู้คนแล้ว ก็ต้องบอกว่าเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยนี้ มีส่วนช่วยให้ทำบุญได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ในโลกไซเบอร์จะมีเว็บบอร์ดสาธารณะหลายแห่งที่มักมีผู้มาตั้งกระทู้ขอกำลังใจ ซึ่งเคยเสนอลูกค้าไปหลายท่านแล้วว่า บางทีการเข้าไปให้กำลังใจแก่ผู้อื่นก็เป็นการสร้างกุศลเหมือนกันนะ โดยที่ไม่ต้องออกจากบ้านเลยด้วย กระทู้ต่างๆ ที่มีคนเขียนระบายความทุกข์ บอกเล่าความในใจนั้น มักแนะนำให้ลูกค้าอ่านแต่ไม่ต้องอิน (in) แล้วเขียนอะไรสั้นๆ ก็ได้ เช่น “เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอให้สู้ต่อไป” “ถึงวันนี้จะไม่ใช่วันที่ดี แต่พรุ่งนี้จะดีกว่านี้ได้ อย่าหมดหวังนะ” หรือแม้แต่ข้อความกะทัดรัดว่า “สู้ๆ นะ” ฯลฯ แบบนี้ต่อให้เราช่วยแก้ปัญหาอะไรให้เจ้าของกระทู้ไม่ได้ แต่เขาก็ได้กำลังใจและความรู้สึกดีๆ ไปแล้วแน่นอน แล้วก็มีหลายครั้งที่ได้เห็นและได้รับข้อความที่เจ้าของเรื่องราวมาเขียนตอบกลับ ว่าขอบคุณสำหรับกำลังใจที่จะทำให้เขามีพลังสู้ต่อไป

แต่ก็ต้องเตือนกันก่อนว่า การอ่านกระทู้ขอกำลังใจตามเว็บบอร์ดต่างๆ ก็ควรระวังจิตใจตนเองด้วยนะคะ เพราะคนเขียนก็มักอยู่ในช่วงสภาพจิตใจไม่ปกติ ฝ่ายผู้อ่านถ้าอ่านมากเข้าๆ อาจจะทำให้เครียดตามไปด้วยก็ได้ ที่สำคัญคือถ้าเราเองก็มีเรื่องไม่สบายใจอยู่แล้ว ก็อย่าพยายามเขียนยาวๆ เอาสั้นๆ พอเป็นกำลังใจค่ะ แล้วก็ไม่พึงคาดหวังว่าเจ้าของกระทู้เขาจะมีความสุขหรือแก้ปัญหาได้ คิดเสียว่าเราได้แบ่งปันกำลังใจแก่ผู้อื่น ได้ฝึกฝนตนให้รู้จักเมตตากรุณาต่อเพื่อนร่วมทุกข์ในสังสารวัฏ แค่นี้ก็เป็นรางวัลที่ดีแล้วค่ะ (^___^)

: )

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับ ท่านที่สนใจดูดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!