แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
26 สิงหาคม 2019, 10:39 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๑๑๔ เลี้ยงลูกด้วย "ใจ" ให้ลูกด้วย "รัก"  (อ่าน 3482 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2012, 15:09 »

ถาม – รู้สึกกลุ้มใจมากเรื่องพฤติกรรมของลูกชายวัยมัธยม ตั้งแต่เป็นวัยรุ่นเขาก็ติดเพื่อน ไม่สนใจเรื่องอื่นๆ เอาแต่ฟังเพลงเล่นเกมไปวันๆ จนผลการเรียนแย่ลง ต้องซ่อมหลายวิชา ผมและภรรยาว่ากล่าวหลายหนก็ทำเฉย จนเกรงว่าถ้าเรียนไม่จบลูกจะลำบาก พยายามสอนให้เขาคิดถึงอนาคตซะบ้าง แต่ก็ไร้ผล จนพ่อแม่อยากจะตัดใจ ทำใจไปเลยว่าเป็นกรรมของแต่ละคน แต่สุดท้ายก็ทนไม่ค่อยได้ ว่ากล่าวเคี่ยวเข็ญอยู่ดี อยากรู้ว่าดวงชะตาพอจะบอกได้ไหมครับว่าลูกเราเป็นคนแบบไหน แล้วเราควรจะพูดกับเขาอย่างไรให้ได้ผล

ความรักใดไหนเล่าจะเท่ารักของพ่อแม่ มีลูกค้าหลายท่านเลยค่ะที่นำดวงลูกมาให้ตรวจดูตั้งแต่เพิ่งคลอด เพราะอยากรู้ว่าควรส่งเสริมในด้านใด และมีข้อควรระวังอย่างไรบ้าง เรียกว่าวางแผนกันตั้งแต่เดือนแรกของชีวิตกันเลยทีเดียว แต่ช่วงวัยที่ดูจะมีปัญหากันมากหน่อยก็เห็นจะเป็นช่วงวัยมัธยม ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก็มีพ่อแม่ของลูกวัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่มาปรึกษาเรื่องพฤติกรรมและอยากรู้อนาคตของลูก

ดังกรณีศึกษาในฉบับนี้ ซึ่งเป็นเรื่องราวของคุณพ่อฟรานซิส (นามสมมติ) ที่ได้มาตรวจดวงชะตาของลูกชาย นามสมมติว่าน้องอองรี ซึ่งอยู่ในช่วงวัยรุ่นตอนกลาง คุณฟรานซิสได้เขียนคำถามมาให้เป็นข้อๆ ก่อนที่จะพูดคุยกัน เมื่ออ่านเมล์แล้วก็คิดว่านอกเหนือจากการตรวจดวงแล้ว ยังมีประเด็นที่จะต้องคุยกันเพิ่มเติมพอสมควร ด้วยว่าปัญหาเรื่องพ่อแม่กับลูกวัยรุ่นนั้นเป็นสิ่งที่ดิฉันรับฟังมาเป็นอาจิณ เนื่องจากมีการสอนหนังสือเป็นอีกอาชีพหนึ่ง จึงต้องสนทนากับคุณผู้ปกครองของลูกศิษย์อยู่บ่อยๆ

คุณฟรานซิสนำดวงของลูกชายมาตรวจ เนื่องด้วยกังวลว่าน้องอองรีจะไม่สามารถมีหน้าที่การงานที่เลี้ยงตัวเองได้ เพราะมีผลการเรียนได้เกรด ๐ หลายวิชา จะว่ากล่าวตักเตือนอย่างไรก็ไม่เป็นผล ไม่เคยเปลี่ยนพฤติกรรมเลย คุณพ่อจึงกลุ้มใจอยู่ไม่น้อย หลังจากอ่านดวงแล้ว หมอดูจึงบอกไปว่าที่จริงแล้วน้องอองรีไม่ได้มีนิสัยเลวร้ายอะไร แต่เป็นหนุ่มวัยรุ่นที่ดื้อและมีทิฐิมานะมาก คุณพ่อคุณแม่จึงไม่ควรใช้ไม้แข็ง เพราะจะยิ่งทำให้ลูกต่อต้าน ที่สำคัญก็คือการเรียนในสายวิทยาศาสตร์นั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาถนัด จึงเป็นเหตุให้ผลการเรียนตกต่ำเป็นพิเศษ และเมื่อเรียนไม่รู้เรื่องแถมไม่ใช่วิชาที่ชอบ เลยพานไม่ใส่ใจการเรียนไปเสียเลย อย่างไรก็ตามแม้ว่าดวงชะตานี้จะไม่เด่นด้านวิชาการ แต่จะเอาดีได้ทางการค้าขาย เรื่องการเงินจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะเขาสามารถมีธุรกิจส่วนตัวได้ แล้วหมอดูก็ให้ข้อมูลคุณฟรานซิสว่าน้องอองรีเหมาะกับธุรกิจประเภทใดบ้าง

เนื่องจากอยากให้คุณพ่อคุณแม่มีโอกาสส่งเสริมลูกชายมากขึ้น และเพื่อให้ความสัมพันธ์ต่อกันดีกว่านี้ จึงขออนุญาตถามคุณฟรานซิสว่าที่ผ่านมานั้นเคยชื่นชมลูกบ้างหรือไม่ หรือมีแต่บ่นว่าไม่ขยัน ไม่ขวนขวาย ขี้เกียจ ฯลฯ เมื่อความเงียบคือคำตอบ จึงบอกลูกค้าว่าสำหรับเด็กๆ แล้ว เราไม่สามารถใช้การดุด่าว่ากล่าวให้รู้จักคิด หรือใช้การตำหนิเพื่อกดดันด้วยหวังให้ลูกฮึดสู้ แล้วจะทำให้เขามีพฤติกรรมดีขึ้นได้ วิธีการนี้อาจทำให้เกิดการต่อต้าน หรือประชดด้วยการทำเรื่องแย่ๆ ยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำดังนั้นพ่อแม่จึงต้องใช้ความมีเหตุผล มีการชมเชยหรือให้รางวัล แม้แต่ในความดีเล็กน้อยที่ลูกทำ เพื่อเป็นกำลังใจให้เกิดพฤติกรรมอันพึงประสงค์ต่อไป

ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าให้เลี้ยงลูกแบบเทวดา ว่ากล่าวกันไม่ได้เลยนะคะ แต่พบว่ามีพ่อแม่จำนวนไม่น้อยที่ออกจะไม่เข้าใจลูกวัยรุ่น ในขณะที่ฝ่ายลูกก็มองไม่เห็นถึงความรักที่ซ่อนอยู่ในคำว่ากล่าวของบุพการี ดังนั้นจึงแนะนำว่าก่อนที่จะตำหนิลูกนั้น ให้พูดประโยคแรกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า “ที่พ่อ/แม่จะพูดต่อไปนี้ เพราะพ่อ/แม่รักลูก” พูดให้ลูกฟัง ให้ลูกรู้ว่าเขาเป็นที่รัก และที่สำคัญคือเพื่อเป็นการเตือนใจของพ่อแม่เองว่าการตำหนิครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะโมโห ไม่สบอารมณ์ในพฤติกรรม หากแต่เกิดเพราะเรารักลูก อยากเห็นเขามีความสุข เมื่อระลึกได้เช่นนี้การเลือกคำพูดดีๆ ก็จะเกิดขึ้นด้วยน้ำใจใสสะอาดกอปรด้วยเมตตากรุณาของบิดามารดาผู้เป็นพรหมของบุตร และหากมีการลงโทษ ก็ต้องทำอย่างมีเหตุผลโดยไม่ให้ลูกรู้สึกว่าเป็นเพราะพ่อแม่โกรธหรือไม่รักเขาแล้ว แต่เป็นการกระทำเพื่อให้หลาบจำ “ด้วยความรักของพ่อแม่” เป็นการกำจัดดัดนิสัยที่เป็นภัยแก่ตน เพื่อประโยชน์ของตัวเขาเองในอนาคต ยามที่ต้องหยัดยืนและใช้ชีวิตโดยปราศจากบุพการี

เมื่อสนทนากับคุณฟรานซิสต่อไป หมอดูจึงให้ข้อมูลว่าอันที่จริงน้องอองรีไม่ใช่คนชอบพูดโกหกนะคะ แต่ถ้าเขาจะไม่บอกความจริงก็เพราะกลัวโดนตำหนิ ฝ่ายคุณพ่อฟังแล้วก็เล่าว่าลูกชายเคยพูดเหมือนกันว่า “ถ้าบอกก็โดนดิ” ( - -‘’) ในประเด็นนี้ได้เสนอลูกค้าไปว่าเวลาที่จะรับฟังเรื่องราวของลูก ควรทำใจเย็นๆ คิดว่าถ้าเขากล้ามาสารภาพเอง แปลว่าลูกคาดหมายว่าเราจะเป็นที่พึ่งให้เขาได้ หรือหวังว่าจะไม่ถูกตำหนิ ดังนั้นหากคุณรักและห่วงใยลูก ก็บอกเขาให้รู้ไว้เถิดว่า “ไม่ว่าจะมีเรื่องราวร้ายแรงแค่ไหน หนักหนาสาหัสอย่างไร ขอให้ลูกคิดถึงพ่อแม่เป็นคนแรก เราจะช่วยกันแก้ไขทุกอย่าง พ่อแม่รักลูก และจะอยู่เคียงข้างลูกเสมอ” เพื่อให้ลูกคิดถึงครอบครัวเป็นอันดับที่หนึ่งในยามมีปัญหา เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจจะเลือกปรึกษาเพื่อนหรือหาทางออกแย่ๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งผลที่เกิดตามมาอาจเป็นโศกนาฏกรรมก็ได้

ปัญหาในการสื่อสารเป็นเรื่องที่ได้รับฟังมาบ่อยๆ นะคะ ดังนั้นในการพูดคุยกัน พ่อแม่จึงไม่พึงคิดว่าลูกยังเด็ก ยังไม่รู้เรื่อง ไม่ประสีประสาอะไร ฯลฯ เพราะแม้จะเป็นความจริงว่าลูกยังอ่อนต่อโลก แต่เจ้าตัวเขาไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยค่ะ เคยคุยกับลูกศิษย์ก็พบว่าแม้แต่เด็กประถมก็คิดว่าตนเองโตแล้ว ฉะนั้นเวลาที่สนทนากับลูกให้ปฏิสัมพันธ์กับเขาประดุจว่าเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ที่พึงพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล จะทำให้ลูกรู้สึกว่าเขาได้รับการยอมรับ แต่ในขณะเดียวกันพ่อแม่ไม่ควรคาดหวังว่าลูกจะสามารถรับผิดชอบได้เท่าเทียมกับคนที่เป็นผู้ใหญ่แล้วจริงๆ เพราะความเป็นจริงคือเขายังเด็ก แต่ด้วยวิธีนี้จะทำให้คุยกันง่ายขึ้นค่ะ

เขียนมาถึงตรงนี้ก็คิดว่าเรื่องการเลี้ยงดูบุตรนี้คงจะได้นำมาเสนออีกแน่ๆ เพราะมีประเด็นปลีกย่อยอีกมากมาย โดยสรุปแล้วในกรณีน้องอองรีนี้ปัญหาคงไม่ได้เกิดจากการที่มีดวงชะตาไม่ดี แต่เกิดจากขาดการส่งเสริมที่เหมาะสมกับความถนัดของเขา สุดท้ายนี้ก็หวังว่าทั้งคุณฟรานซิสและน้องอองรีจะใช้ความรักระหว่างพ่อลูก ในการประสานสัมพันธ์ได้สำเร็จ เพื่อความสุขของคุณพ่อคุณแม่และอนาคตอันสดใสของคุณลูกค่ะ (^____^)


: )

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับ ท่านที่สนใจดูดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!