แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
18 กุมภาพันธ์ 2019, 05:36 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: โกรธยากหายเร็ว  (อ่าน 2110 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 28 มกราคม 2012, 22:37 »

คนโกรธยาก คือพวกที่ไม่ทำให้โลกนี้แย่ลงกว่าที่เป็นอยู่
และเป็นพวกเดียวที่จะทำให้โลกนี้เย็นลงได้

บุญที่ทำให้เป็นคนโกรธยาก
ไม่ใช่บุญจากการให้ทรัพย์เป็นทาน
แต่เป็นบุญที่ต่อยอดจากทรัพยทานขึ้นมาเป็นอภัยทาน
กล่าวคือเมื่อไม่หวงทรัพย์ได้แล้ว
ก็ควรที่จะฝึกเลิกหวงความแค้น ความพยาบาทอาฆาตด้วย

ผู้ไม่ฝึกอภัยไว้แต่เนิ่นๆ เรื่องเล็กก็ฉุนขาด อาละวาดได้หมด
นานไปก็เป็นคนโกรธง่ายหายยาก
แม้จะสั่งสมทรัพยทานไว้มาก
มีความรู้ในการสร้างสุขแค่ไหน
หรือกระทั่งเจริญสติมานานนมเพียงใดก็ตาม

การเจริญสตินั้น หากเอาแต่ดูกาย เอาแต่พยายามนิ่ง
ไม่เห็นความเป็นอนิจจังของจิต
ไม่รู้จักยอมรับตามจริงว่ากำลังโกรธ
ไม่ใจเย็นพอจะเห็นความหายไปของโทสะ
อย่างนี้ก็เป็นพวกมีมานะอัตตา
ยังอยากข่มคนอื่นได้อยู่
เป็นเหตุให้ "โกรธเพื่อกู" ไม่เลิก

‎สำหรับคนที่สะสมความโกรธมามากแล้ว
ขี้โมโหไปแล้ว จะเริ่มต้นแก้กันอย่างไรได้?
ก็เริ่มจากการเพิ่มความเย็นให้ตัวเอง
เช่น ด้วยการสวดอิติปิโสทุกวัน
ถ้าวันละหลายรอบแล้วก็ดูความสงบสุขทางใจ
ที่แตกต่างกันในแต่ละรอบไปด้วย
ก็เรียกว่าได้เจริญสติ เห็นความต่างทางใจไปในตัว

ถ้าทำได้ทุกวันจนรู้สึกเหมือนคนมีทุน ไม่ใช่ไร้ทุน
คุณจะสังเกตเห็นความร้อนตอนโกรธได้ง่ายขึ้น
เพราะมันขัดกันกับความเย็น
ไม่เข้าพวกกันกับความเย็นที่เราตุนไว้มากแล้ว

เห็นบ่อยๆเข้าว่าร้อนตอนโกรธเป็นอย่างไร
ในที่สุดคุณจะสามารถเห็นความไม่เที่ยงของความร้อนได้
ร้อนมากตอนโกรธ แล้วในเวลาต่อมา
ก็เห็นร้อนลด ร้อนน้อย และกระทั่งร้อนหาย
นี่แหละขั้นตอนในการเปลี่ยนตัวเองได้ในชาติเดียว
จากความเป็นคนขี้โมโห โกรธง่าย
กลายเป็นคนเยือกเย็น โกรธยาก

กล่าวโดยภาพรวม
เราต้องอาศัยความโกรธนั่นแหละเป็นบทฝึก
เราต้องออกจากทางร้อนด้วยการผ่านทางร้อน
ไม่ใช่ด้วยการกระโจนไปหาสระน้ำเย็นๆแบบพรวดพราด

ธรรมชาติของจิตพร้อมไหลลงต่ำ
ไม่ต้องฝึกก็โกรธได้ เกิดมาปุ๊บก็ขัดเคืองได้ปั๊บ
แต่สายลมแห่งการอภัยที่จะมาเป่าไฟโกรธให้ดับลง
ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเอง ต้องฝึกเป่า
ต้องโตขึ้นสักหน่อย และฝึกสร้างกันนานๆ
แต่ช่วงแรกๆจะพบว่าถ้าทำได้ครั้งหนึ่ง
ก็จะเป็นกำลังให้ครั้งต่อไป
และจะพบว่าแรงลมแห่งการอภัย
มีพลังหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ

มายิ้มบรรเจิดในโลกที่กำลังมืดหม่นอนธการกันเถอะ
เมื่อถูกกระทบแล้วไม่โกรธเป็นปกติ
สะท้อนว่ามีกุศลจิตเป็นปกติ
รอยยิ้มอันบันดาลจากกุศลจิต
คือรอยยิ้มที่บรรเจิดที่สุดที่มนุษย์จะยิ้มได้
ในโลกที่กำลังโหยหารอยยิ้มกันอยู่ทุกวันนี้

ดังตฤณ
ตุลาคม ๕๔

ที่มา http://bit.ly/wcY18N
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!