แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
18 กุมภาพันธ์ 2019, 13:12 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: หยุดพูดไม่ได้ก็ฝึกสมาธิไม่ได้  (อ่าน 2691 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 28 มกราคม 2012, 22:26 »

ตามความรู้สึกทั่วไป
คนส่วนใหญ่มองว่าการพูดก็คือการขยับปากส่งเสียง
เพื่อคุยกันให้รู้เรื่อง ไม่มีอะไรพิเศษไปกว่านั้น
แต่ข้อเท็จจริงตามหลักกรรมวิบาก
วิธีที่เราพูด ความตั้งใจดีร้ายที่มีให้คนฟัง
ล้วนเป็นตัวกำหนดทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ว่าเราจะเป็นใคร มีดวงจิตที่คมชัดหรือพร่าเลือน
มีความฟุ้งซ่านหรือสงบเย็น
ตลอดจนมีอันเป็นไปในทางดีหรือทางร้ายหลังตาย

บางคนประหม่าในการพูดต่อหน้าชุมชน
อาจเพราะกลัวเสียงติ กลัวสายตาดูถูก
หรือกลัวการวิจารณ์ที่ไม่เป็นธรรม ฯลฯ
เมื่อพูดแบบอ่อนแอ ตะกุกตะกัก
ก็พลอยมีจิตวิญญาณที่ปวกเปียก
ขาดบารมีในการครองใจคน ไม่กล้าสบตาใคร

วิธีฝึกพูดด้วยจิตใจที่เข้มแข็งนั้น
มีสารพัดเทคนิค แต่เทคนิคแบบพุทธคือ

๑) สำรวจศีล คนที่สามารถรักษาศีลได้ครบ
จะรู้สึกมั่นใจในตนเองว่าไม่มีชนักปักหลัง
ไม่ใช่คนมีความผิดติดตัว
สำรวจเมื่อใดก็จะได้กำลังใจจากอำนาจคุ้มครองของศีลเมื่อนั้น

๒) ฝึกพูดให้คนฟังมีความสุข มีใจเป็นกุศล
อย่างเช่นเล่าให้คนพลอยนึกยินดีตามได้
แจกแจงรายละเอียดให้คนพลอยอนุโมทนา
ว่าคุณไปทำดีหรือไปทำบุญอะไรมาบ้าง
ถ้าทำได้ รู้สึกว่าคนฟังพลอยรู้สึกดีตาม
ก็เท่ากับได้ตัวอย่างในทางที่จะเป็นพลังขับดัน
ให้เกิดความเชื่อมั่นว่าเราก็พูดอะไรดีๆได้
ก่อให้เกิดผลดีกับคนฟังได้
ยิ่งบ่อยเท่าไร คุณจะยิ่งเกิดความอยากพูด
อยากบอกเรื่องดีๆให้คนอื่นฟังอีกเรื่อยๆ
และแรงขับดันจากกำลังใจอันเป็นกุศล
จะช่วยให้ตื่นตัวกับทั้งเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น

กล่าวโดยสรุปคือแทนที่จะตั้งเป้า
ว่าเราจะพูดให้ใครเชื่อหรือสั่งให้ใครยอมรับศิโรราบ
ก็เปลี่ยนเป็นตั้งเป้าว่าเราจะพูดให้ทุกคนที่ได้ฟังรู้สึกดี
รู้สึกเป็นกุศล คุณจะพบว่าต้องใช้เวลาฝึกน้อย
เพราะกุศลธรรมจะปรุงแต่งจิตให้เกิดสัญชาตญาณรู้อย่างรวดเร็ว
รู้ว่าจะเปล่งเสียงอย่างไรให้สดใส ให้มีพลัง
ตลอดจนเลือกคำที่ใช่ได้ตรงจังหวะอย่างไร

เมื่อพูดดีได้เป็น ก็จะฝึกหยุดพูดอย่างพอดีจังหวะได้
การฝึกที่จะหยุดพูดก่อนฟุ้งได้นั้น
สะท้อนให้เห็นความหนักแน่นของจิตใจ
และยิ่งถ้าห้ามตัวเองไม่ให้พูดความลับได้
ก็จะรู้สึกถึงความเข้มแข็งทางใจที่หาได้ยาก

หากคุณอยากฝึกสมาธิ
ก็ให้สำรวจความพร้อมง่ายๆ
คุณพร้อมจะหยุดพูดก่อนฟุ้งเตลิดไหม
คุณสามารถห้ามปากไม่ให้เอ่ยความลับกับใครต่อใครไหวไหม

ฝึกหยุดพูดก่อนจะฟุ้งเตลิดได้
ฝึกไม่พูดในสิ่งที่เลือกแล้วว่าไม่สมควรพูดได้
จิตของคุณก็เข้มแข็งพอจะฝึกสมาธิได้!

คนส่วนใหญ่จะรู้ทั้งรู้ว่าไม่สมควรพูด
แต่ก็ยังมีหลุดออกไปบ้างตามแรงดันในอก
เพื่อที่จะฝึกในช่วงเริ่มก็ให้ตั้งสติรู้แรงดันในอกนั่นแหละ
พอดูแรงดันได้ทันก่อนพูด ก็มีสิทธิ์แรงดันหายไปก่อนพูดเช่นกัน
ไม่ใช่ต้องฝึกด้วยวิธีเก็บกด
เหมือนอย่างที่หลายคนฝึกแล้วในที่สุดระเบิดปุ้งออกมา

และเรื่องการฝึกก็มักสอบตก
โดยเฉพาะตอนโมโหที่มักหลุดปากโพล่งแสดงอารมณ์ออกไป
อันนี้ก็ขอให้จำไว้ คือ ไม่สำคัญว่าสอบตกกี่ครั้ง
สำคัญว่าแต่ละครั้งที่สอบตก
เราตั้งใจทำครั้งหน้าให้ผ่านหรือเปล่านะครับ

ดังตฤณ

กันยายน ๕๔

ที่มา http://bit.ly/ywu4sI
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!