แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
18 กุมภาพันธ์ 2019, 05:14 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๑๑๑ ปีใหม่ใจสบาย  (อ่าน 2189 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 16 มกราคม 2012, 09:45 »

ถาม – ช่วงนี้คนรอบข้างกลัวเรื่องปี ๒๐๑๒ กันมาก พูดถึงภัยธรรมชาติต่างๆ บางคนว่าน้ำจะท่วมใหญ่ แผ่นดินบางแห่งจะหายไป บางคนกลัวถึงขนาดว่าโลกจะแตก ดิฉันเองเดิมทีไม่ค่อยเชื่อแต่พอฟังมากๆ ก็ชักกังวลอยู่บ้าง ไม่ทราบว่าควรจะวางใจอย่างไรดีคะ


เรื่องภัยพิบัติเป็นสิ่งที่ลูกค้าเริ่มถามบ่อยๆ มาตั้งแต่ปีที่แล้วคือ ค.ศ. ๒๐๑๐ พอมาถึงปีนี้ ๒๐๑๑ ก็ถามถี่ขึ้น แถมบางท่านยังเล่าด้วยว่ามีข่าวลืออะไรบ้าง หลายเรื่องนั้นเดิมทีหมอดูตกข่าว เลยพลอยได้ข้อมูลเพิ่มขึ้นเพราะลูกค้าผู้น่ารักนี่แหละค่ะ บางท่านเล่าว่ามีคนรู้จักเตรียมการเรียบร้อย ซื้อที่ดินในบริเวณที่หาข้อมูลมาว่าปลอดภัย น้ำท่วมไม่ถึงแน่ๆ หนึ่งในคนที่เตรียมการเยอะๆ ให้เหตุผลว่าที่เตรียมพร้อมขนาดนี้เพราะห่วงครอบครัว กลัวผู้อาวุโสที่บ้านจะลำบาก แล้วตัวเองก็กลัวตายด้วย (^__^’) โหรา (ไม่) คาใจฉบับนี้เลยอยากจะขอชวนคุยถึงเรื่องราวความวิตกกังวลเกี่ยวกับปี ๒๐๑๒ ที่กำลังจะมาถึงนี้ค่ะ

อย่างที่บอกไปว่าช่วงปีที่ผ่านมามีลูกค้าถามไถ่ถึงภัยธรรมชาติบ่อยๆ ดิฉันจึงได้ตรวจดูดวงชะตาของเจ้าดาวเคราะห์สีฟ้าดวงนี้ ซึ่งต้องยอมรับว่าปีหน้าคงมีปัญหาหลายด้าน ไม่เฉพาะภัยธรรมชาติที่รู้กันอยู่ว่าเกิดบ่อยขึ้นเพราะภาวะโลกร้อน ปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ และเหตุปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง


“พรุ่งนี้หรือชาติหน้า ไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะมาก่อน"
พระไพศาล วิสาโล


พอพูดถึงเรื่องปี ๒๐๑๒ ลูกค้าบางท่านยอมรับซื่อๆ ว่ากลัวตาย ซึ่งดิฉันมักจะสัพยอกว่าไม่ต้องกลัวว่าจะตายปี ๒๐๑๒ หรอก เพราะอันที่จริงพระพุทธเจ้าท่านให้ระลึกถึงความตายทุกลมหายใจเข้าออกอยู่แล้ว เราอาจจะตายได้ตั้งแต่ปี ๒๐๑๑ หรือตายในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ก็เป็นไปได้ด้วยซ้ำ ถ้าเราคิดว่าจะตายปี ๒๐๑๒ ก็ถือได้ว่ายังประมาทอยู่ เนื่องจากมีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้ชีวิตโดยไม่ได้คิดถึงว่าวันหนึ่งจะต้องจากโลกนี้ไป เฝ้าดิ้นรนแสวงหา เป็นทุกข์เพราะสิ่งที่ในที่สุดก็ต้องพลัดพรากเพราะความตายของตนเอง

เพราะฉะนั้นถ้าคิดในแง่บวก การที่มีกระแสข่าวเรื่องปี ๒๐๑๒ แล้วทำให้ได้คิดถึงความตายขึ้นมาเสียบ้าง (แต่ไม่ถึงขนาดวิตกจริต จิตฟุ้งซ่าน) ก็นับได้ว่ามีประโยชน์ในแง่ของ “การเจริญมรณสติ” ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณ เช่นทำให้ไม่ประมาท เร่งขวนขวายทำความดี ทั้งทาน ศีล ภาวนา เป็นต้น (ว่าแล้วเลยขอแนะนำ "ห้องเตรียมตัวตาย” รวมบทความเพื่อการไปสบาย ตามลิงค์ค่ะ http://bit.ly/bScJ0C)

ถ้าพูดเรื่องกลัวตาย ก็ได้เคยตั้งคำถามกับลูกค้าหญิงท่านหนึ่งว่า “สมมุติว่าถ้าคุณตาย แล้วแน่ใจได้แน่ๆว่าจะเกิดใหม่เป็นเจ้าหญิงแสนสวย มีพ่อแม่รักดังแก้วตาดวงใจ สติปัญญาดี มีทรัพย์สินมั่งคั่ง อยากได้อะไรก็ได้หมด มีแต่คนชื่นชม ไม่มีใครคิดร้ายด้วยเลย ได้แต่งงานกับเจ้าชายสุดหล่อที่เป็นดั่งใจคุณทุกอย่าง แถมรักคุณคนเดียวไปชั่วชีวิต...” ลูกค้าตอบมาในทันใดว่า “...ถ้าแบบนี้เราอยากตายอะ” (_ _!) อยากจะสรุปว่าอันที่จริงเราไม่ได้กลัวตาย แต่กลัวว่าตายแล้วจะไปไม่ดี หรือตายแล้วต้องเกิดอีก (ซึ่งถ้าเกิดอีกก็ต้องตายอีก ก็ทุกข์อีก) ถ้าตายแล้วไม่เกิดคือนิพพาน หรือตายแล้วไปสู่สุคติแน่นอน คงไม่มีใครกลัว แต่สำหรับปุถุชนคนทั่วไป มีสิ่งใดจะเป็นที่พึ่งที่อาศัย ให้มีโอกาสได้ไปเกิดในสุคติภูมิเล่า?

ถ้าจะตอบคำถามนี้ก็ขอยกคำที่พระพุทธองค์ตรัสว่า “เราเป็นผู้มีกรรมเป็นของของตน เป็นผู้รับผลของกรรม เป็นผู้มีกรรมเป็นกำเนิด เป็นผู้มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ เป็นผู้มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย จะทำกรรมอันใดไว้ ดีหรือชั่ว จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น" เพราะฉะนั้นในฐานะคนธรรมดา ไม่ว่าจะกลัวหรือไม่กลัว เชื่อหรือไม่เชื่อในเรื่องภัยพิบัติ ทุกคนควรทำกรรมดีเพื่อเป็น “เสบียงบุญ” ซึ่งสำหรับคนทั่วไปที่อาจจะยังไม่ได้เอาดีทางธรรมะ และรวมถึงคนที่ปฏิบัติธรรมอยู่แล้วแต่ยังมีความกลัวว่าตัวเองจะไปไม่ดี หากสงสัยว่า “จะมีวิธีการเตรียมตัวอย่างไรให้ไปดี?” เรื่องนี้ คุณดังตฤณได้ตอบคำถามไว้ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เมื่อ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ ดังความตอนหนึ่งว่า

“...คือเราถามตัวเองง่ายๆ เลยว่าเราเชื่อไหมว่าสิ่งที่เราทำไป เฉพาะวันนี้เลยนะ
เอาวันนี้เลย ไม่เอาหลายๆ วัน หลายๆ ปีที่ผ่านมา
เอาเฉพาะวันนี้เนี่ย มันดีพอที่จะทำให้เรามีที่พึ่งในขณะที่จวนอยู่จวนไป
ผมพูดถึงของจริงที่คุณระลึกได้ ที่คุณมีความรู้สึกว่าคุณทำไปตรงนั้นเนี่ย
มันเกิดความสบายใจ มันเกิดความอุ่นใจขึ้นมาว่าคุณมีที่พึ่งทางใจ
คำว่า "ที่พึ่งทางใจ" เนี่ยนะ เอาตามความหมาย เอาตามนิยามของพระพุทธเจ้า
มันอยู่ตรงนี้แหละ คุณจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจเรื่องของกรรมและวิบาก
เรื่องของสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม เอาตรงนี้เลย
ถ้าคุณนึกได้ว่าวันนี้คุณทำอะไรบางอย่างมา ที่มันจะทำให้เกิดความอุ่นใจขึ้นมาได้
ว่าคุณมีที่พึ่งแล้ว คุณมีความรู้สึกที่ดีกับตัวเองมากพอแล้ว คุณไว้ใจตัวเองได้
ว่าการกระทำนั้นเนี่ย มันทำให้ใจของคุณมีความสว่าง ใจของคุณมีความสบาย
ถ้าหากว่าถามตัวเองว่าวันนี้ทำอะไรอันเป็นที่พึ่งให้ตัวเองแล้วบ้างหรือยัง
แล้วตอบว่า ไม่มี นึกไม่ออก วันรุ่งขึ้นคุณจะมีแก่ใจมากขึ้น โดยอัตโนมัตินะ
อันนี้คือเป็นธรรมดาของมนุษย์นะ เป็นธรรมชาตินะ
ถ้าหากว่าเราได้คำตอบกับตัวเองว่ายังไม่มีที่พึ่ง
พระพุทธเจ้าตรัสนะที่พึ่งอันเป็นที่สุดของเราก็คือกรรม
แต่ละคนมีกรรมเป็นที่พึ่ง แต่ละคนเป็นทายาทรับผลของกรรมที่ทำไว้
ถ้าหากว่าเรามีความรู้สึกขึ้นมา จำได้ว่าวันนี้ทำอะไรไปบางอย่าง
เอาแค่เล็กๆ น้อยๆ เราให้อภัยคนได้ ไม่ถือสาคนได้
แล้วเกิดความรู้สึกสบายใจขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง สิบวินาที
แล้วเกิดความมั่นใจว่ากรรมในการให้อภัยคนเนี่ยเป็นของดีแน่นอน
เป็นของที่ทำให้สบายใจ เป็นของที่ทำให้ปลอดภาระ มันจะค่อยๆ สะสมทีละน้อย
อันนี้เราพูดถึงเทคนิคการปฏิบัติจริงเลย เราไม่มาพูดเรื่องโวหาร เราไม่มาพูดเรื่องอุบายอะไรลัดสั้น
เราพูดถึงของจริงที่ว่าเมื่อทำอย่างนี้ไปแล้ว มันจะค่อยๆ มีกำลังใจ ค่อยมีแก่ใจเพิ่มขึ้นๆ
เพราะคนเนี่ย ยอมรับเถอะว่ามันยากนะที่อยู่ๆ จะไปผลักดันตัวเองบอกให้ทำดีทุกวัน
โดยไม่มีโจทย์มาก่อน โดยไม่มีอะไรเป็นตัวกระตุ้น...”

(ชมคลิปทั้งหมดได้ตามลิงค์ค่ะ http://bit.ly/uVFtee)

ทั้งหมดที่เขียนมานี้อยู่บนความคิดที่ว่าไม่รู้หรอกว่าภัยพิบัติจะเกิดจริงไหม แต่ความกลัวในใจของบางคนนั้นเกิดขึ้นแล้ว เป็นทุกข์แล้วจริงๆ ใครก็ตามที่กังวล ไม่แน่ใจในอนาคตทั้งก่อนตายและหลังจากความตายก็ควรเตรียมตัวไว้ด้วยการทำกรรมดีๆ เพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้น คุณก็มีแนวโน้มจะได้ไปดี หรือถ้าทุกสิ่งปกติสุข กุศลที่กระทำไว้แล้วก็ไม่ได้หายไปไหน ย่อมเป็นเสบียงบุญที่ใช้ทั้งในชีวิตปัจจุบัน ตลอดจนในวันที่ต้องจากโลกนี้ไปจริงๆ ค่ะ

ก่อนจากกันไปในฉบับนี้ (^/\^) ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก โปรดดลบันดาลให้คุณผู้อ่านทุกท่านมีจิตใจที่สดใส มีสุขภาพกายที่แข็งแรง มีความก้าวหน้าในทางธรรมและทางโลกตามที่ตั้งความปรารถนาไว้นะคะ (^/\^)

: )

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับ ท่านที่สนใจดูดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!