แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
26 สิงหาคม 2019, 09:54 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๑๐๗ ถ้ารักเมืองไทย...ใจต้องเป็นบุญ (ภาค ๒)  (อ่าน 2460 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 17 พฤศจิกายน 2011, 11:59 »

ถาม - ตอนนี้ดิฉันจิตใจหดหู่มากเพราะสงสารผู้ที่ประสบอุทกภัย ถึงบ้านตัวเองจะอยู่ในบริเวณที่น้ำไม่ท่วมแน่ๆ แต่ก็อดเครียดไม่ได้ค่ะ อยากรู้ว่าควรทำอย่างไรให้ตัวเองสบายใจและเป็นประโยชน์กับผู้อื่นได้มากที่สุดคะ

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเห็นใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ประสบกับความทุกข์ยากครั้งนี้ (-/\-) แล้วก็ขอเป็นกำลังใจให้สุดใจ ให้ทุกท่านฝ่าฟันวิกฤตคราวนี้ไปได้อย่างเข้มแข็งค่ะ

เนื่องจากช่วงนี้ลูกค้าหลายท่านบอกว่าไม่ค่อยสบายใจ แม้ตัวเองจะอยู่รอดปลอดภัยแต่ก็ทุกข์ใจเพราะเป็นห่วงคนอื่น จนวางทุกข์นี้ไม่ลง ดังนั้นโหรา (ไม่) คาใจฉบับนี้ จึงมุ่งหมายที่จะนำเสนอบางแง่มุมแด่ผู้ที่น้ำไม่ได้ท่วมบ้าน แต่พานเศร้าหมองไปเพราะสงสารคนรอบข้าง เผื่อว่าจะได้มีใจที่ถูกทาง วางใจให้ถูกที่ แล้วมีพลังไปช่วยสังคมไทยในยามจำเป็นคราวนี้ค่ะ

อันความเมตตาสงสารผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งที่ดี ผู้ที่มีจิตใจไม่อยากเห็นผู้อื่นเป็นทุกข์ อยากเห็นเขาประสบแต่ความสุขนั้น นับว่าน่าสรรเสริญ แต่ในกรณีที่รับทราบว่ามีผู้ประสบภัย ได้รับทุกข์เดือดร้อน แล้วสงสารจนทุกข์ หดหู่ เครียด เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ไม่ค่อยมีกะจิตกะใจทำงาน ฯลฯ อย่างนี้ต้องพยายามรักษาใจของตนเองก่อน เมื่อเราเข้มแข็งจะเป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้ แล้วก็มอบทั้งกำลังกาย กำลังทรัพย์และกำลังใจให้กับผู้ที่เดือดร้อนได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ


“ธรรมสำคัญประการหนึ่งที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญคือเมตตาธรรม
ใครทั้งหลายก็สรรเสริญบรรดาผู้มีเมตตาธรรม
ในขณะเดียวกันก็มีผู้ต้องเป็นทุกข์เพราะมีเมตตา
ด้วยหลงเข้าใจว่าเมื่อมีเมตตา มีความสงสารก็ต้องมีใจไม่เป็นสุข ซึ่งที่จริงหาถูกต้องไม่
มีเมตตาต่อเขาผู้เป็นทุกข์นั้นดีนัก แต่อย่าลืมเมตตาตน
ตนเองปล่อยให้ใจตัวเองเป็นทุกข์เพราะเมตตาเขา
ไม่มีอำนาจใดจะไปสู้กับอำนาจกรรมของใครได้
เมื่อเชื่อในเรื่องอำนาจกรรมเช่นนี้
ใจที่มีเมตตาก็จะเป็นการมีเมตตาอย่างถูกต้อง อย่างมีปัญญา
ไม่พาใจตนเองไปสู่ความเร่าร้อนด้วยความเมตตาที่ไม่ถูกต้อง"


พระวรธรรมคติ ใน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก


ถ้าตนเองหดหู่ เพื่อนๆ ห่อเหี่ยว ญาติๆ โหยไห้ (Y__Y) แล้วใครจะเป็นหลักช่วยให้แต่ละคนเข้มแข็งขึ้นมา ดังนั้นต้องไม่ปล่อยให้ความเศร้าเข้าครอบงำนะคะ ถ้ารู้สึกว่าจิตใจหม่นหมองก็ควรน้อมระลึกถึงสิ่งที่สว่างสูงสุดในไตรโลกธาตุ นั่นคือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โดยใช้การสวดมนต์เพื่อสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย ซึ่งบทสวดที่ดีที่สุดคือ “บทอิติปิโส” เป็นการผูกใจเราไว้กับของสูงค่ะ สวดหลายๆ รอบจนกว่าใจจะสบาย แล้วก็อาจจะชักชวนคนรอบข้างมาสวดมนต์ด้วยกัน เพื่อลดบรรยากาศหดหู่และตึงเครียด คราวนี้ต่างคนต่างจะได้รับความสว่างและอบอุ่นให้หัวใจตน เพราะไม่มีสิ่งใดเป็นสรณะได้ดียิ่งกว่าพระรัตนตรัย แล้วก็ใช้ใจที่สว่างและอบอุ่นของเรานี่แหละ แผ่เมตตาให้กับเพื่อนร่วมชาติที่เขากำลังประสบทุกข์ คราวนี้ต่อให้งานยุ่งหรืออยู่ไกล จนไม่สามารถเอาแรงกายไปช่วย หรือต่อให้ไม่มีแรงทรัพย์ ทุกคนก็ใช้ “แรงใจ” ช่วยผู้อื่นได้ค่ะ (^/\^)

นอกจากนี้ควรรักษาสุขภาพ ด้วยการกินให้พอ นอนให้หลับ ออกกำลังกายให้กระฉับกระเฉงไว้ ช่วงนี้ป่วยไข้ไปจะลำบาก แล้วถ้าเราแข็งแรงก็จะได้มีพลังไปช่วยคนอื่น ปลุกปลอบคนรอบข้างให้มีเรี่ยวมีแรงได้ จากนั้นควรหาทางช่วยสังคมตามความเหมาะสมและเป็นไปได้ เช่น เป็นอาสาสมัครหรือร่วมกันกับเพื่อนๆ คิดโครงการช่วยเหลือทั้งก่อนและหลังน้ำลด อาทิ ทำอาหารไปแจก รวบรวมของบริจาค ซ่อมแซมบ้าน ทำความสะอาด เก็บขยะ มอบอุปกรณ์ทำมาหากิน ฯลฯ ความคิดสร้างสรรค์ในการกุศลเหล่านี้จะช่วยให้จิตใจกระปรี้กระเปร่า ไม่จ่อมจมอยู่กับความหดหู่ เพราะประเทศของเรากำลังต้องการพลังจากคนไทยใจเข้มแข็งทุกคนนะคะ

ว่าไปแล้วอุทกภัยในครั้งนี้ก็แสดงอันตรายในสังสารวัฏให้เห็นได้ชัดเจน นี่ขนาดเป็นมนุษย์อยู่ในสุคติภูมิยังต้องเจอทุกข์หนักขนาดนี้ ถ้าหากพลาดพลั้งไปเกิดในอบายภูมิจะแย่ขนาดไหน ความทุกข์ทั้งปวงที่ต้องพบเจอก็คือเครื่องเตือนใจให้รู้ถึงโทษของการเวียนว่ายตายเกิด เห็นภัยแล้วจะได้ไม่ประมาท ตั้งใจปฏิบัติธรรมให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏอันอันตรายนี้ไปเสียทีค่ะ

สุดท้ายนี้ขอฝาก "วิธีแก้การมีจิตใจหดหู่" เนื้อหาจาก "เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว เล่ม ๒" ของคุณดังตฤณ ไว้อ่านเพื่อจิตใจสดใสค่ะ (^/\^) ตามลิงค์นะคะ http://t.co/26J232cj

: )


☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับ ท่านที่สนใจดูดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/


บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!