แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
19 สิงหาคม 2019, 12:37 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๑๐๓ งานแบบไหนที่ “ใช่เลย” (ภาค ๒)  (อ่าน 3386 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 17 พฤศจิกายน 2011, 11:38 »

ถาม – ตอนนี้ดิฉันทำงานอยู่ฝ่ายการเงินบริษัทเอกชน อายุก็สี่สิบต้นๆ แล้ว หน้าที่การงานมั่นคงมากแต่ไม่ค่อยก้าวหน้า รายได้ถือว่าเลี้ยงชีพได้สบายๆ ค่ะ แต่มีหลายครั้งที่อยากเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น พอถามตัวเองว่าอยากทำงานหรือทำธุรกิจอะไรก็ตอบไม่ได้ รู้อย่างเดียวว่าเบื่องานในปัจจุบัน ถ้าจะให้ทนทำต่อไปมันก็ได้นะคะ แต่ไม่มีความสุขเต็มที่เท่านั้นเอง อยากถามว่าดวงบอกได้ไหมคะว่าเราชอบงานแบบไหน แล้วถ้างานที่ชอบกับงานที่ได้ทำมันคนละอย่างกัน เราควรจะทำยังไงดีคะ

ระยะหลังๆ มานี้เรื่อง “เบื่องาน” “อยากออกจากงาน” แต่ “ไม่รู้จะไปทำอะไรดี” “ยังหาตัวเองไม่เจอ” “ไม่กล้าเสี่ยงเพราะอายุมากแล้ว” เป็นข้อความที่ได้ยินจากลูกค้าบ่อยๆ เลยค่ะ ดูเหมือนว่าคนที่เป็นทุกข์เพราะได้งานไม่ถูกใจจะมีอยู่ทั่วไปในสังคมเลยนะคะ ว่าก็ว่าเถอะค่ะหน้าที่การงานเป็นสิ่งสำคัญ แถมมีคนจำนวนไม่น้อยที่มอบเวลาของชีวิตถึงเกือบครึ่งหนึ่งให้กับการประกอบอาชีพ ฉะนั้นถ้าต้องอยู่กับสิ่งที่ฝืนใจวันหนึ่งๆ หลายชั่วโมง ก็คงไม่ใช่เรื่องที่จะยอมรับได้ง่ายนักนะคะ

เขียนมาถึงย่อหน้านี้ก็คิดถึงคำถามง่ายๆ ว่า “ทำไมเราถึงต้องทำงาน” คาดว่าเสียงส่วนใหญ่จะตอบว่า “ทำงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงชีวิต” คำตอบนี้ส่งผลให้คนจำนวนหนึ่งเลือกเรียนในสาขาวิชาที่ “มั่นใจว่าไม่ตกงานแน่นอน” ปัญหาที่ตามมาคือหลายคนประกอบอาชีพตามสาขาที่จบมาได้อย่างมีคุณภาพ แต่ในใจก็ยังคงดิ้นรนอยากจะทำงานอื่นๆ อยู่ดี ซึ่งถ้าบุคคลนั้นค้นพบตั้งแต่เนิ่นๆ ว่ารักในสิ่งไหน แล้วมุ่งมั่นพอที่เปลี่ยนเส้นทางไปทำในสิ่งที่ใช่จริงๆ ก็นับว่าเป็นโชคค่ะ แต่ถ้าคิดไม่ออกบอกไม่ได้ว่างานที่อยากทำมันคืออะไรกันแน่ รู้แต่ที่ทำอยู่นี่มันไม่ใช่ กรณีแบบนี้เห็นทีจะต้องทนทำงานแบบมีปมขัดแย้งในใจ จนกว่าจะลาออกหรือเกษียณอายุ หรือไม่ก็คือค้นพบตัวเองในที่สุด เหมือนดังกรณีศึกษาในฉบับนี้ค่ะ...

เมื่อไม่นานมานี้มีลูกค้าหญิงท่านหนึ่ง (ขอสมมุตินามว่าคุณออเบรย์) เธอมาตรวจดวงเพราะอยากทราบเกี่ยวกับเรื่องงานและธุรกิจ โดยให้ข้อมูลว่าขณะนี้ได้ลาออกจากบริษัทแล้ว คิดจะเริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเองแต่ยังไม่แน่ใจนัก ส่วนงานประจำที่เคยทำก็ไม่ใช่สิ่งที่อยากทำ เท่าที่อ่านดาวในดวงนั้นพบว่าเธอเป็นคนมีความสามารถสูง แม้อาชีพที่เคยได้ทำจะเป็นคนละอย่างกับที่ชอบ แต่ด้วยความสามารถและความอดทนก็ทำให้ทำงานได้ดีทั้งๆ ที่ใจไม่ค่อยรักนัก

เมื่อได้ข้อมูลจากดวงแบบนี้ ก็สนทนากับลูกค้าซึ่งมีลูกอยู่ในวัยเรียน ว่าบางทีมันก็ลำบากเหมือนกันนะที่เราหลายคนต้องเลือกทางชีวิตตัวเองตั้งแต่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ว่าจะเรียนต่อมัธยมศึกษาตอนปลายแผนกวิทย์หรือศิลป์ หรือจะไปเรียนสายอาชีวะ ซึ่งเราในขณะนั้นที่มีอายุราวๆ ๑๕ ปี นับว่ายังอ่อนต่อโลกนัก และอาจยังไม่เข้าใจตัวเองดีพอ แต่การตัดสินใจในวัยเยาว์ครั้งนั้นกลับมีผลมากต่อชีวิตของใครหลายคน เพราะส่งผลต่ออาชีพในอนาคต เรื่องนี้เคยได้ยินบางคนรำพึงว่า “เราไม่ได้เลือกชีวิตตอนเข้ามหาวิทยาลัยนะ เราเลือกตั้งแต่จบม.ต้นแล้วละ” แถมท้ายด้วยว่าในเวลาต่อมาเมื่อจบมัธยมปลาย/ปวช. เราก็ต้องเลือกว่าจะเรียนต่อสาขาวิชาใด ในขณะที่อาจจะยังหาตัวเองไม่พบก็ได้ หรือด้วยภาวะบีบคั้นทางเศรษฐกิจ ทำให้ต้องเลือกในสิ่งที่แน่ใจว่าจะมีงานรองรับ เรื่องราวตามที่ว่ามานี้ก็ตรงกับชีวิตของคุณออเบรย์ด้วยเช่นกันค่ะ

เนื่องจากรู้สึกว่าลูกค้ายังไม่ค่อยชัดเจนกับตัวเองว่าอยากทำอะไรกันแน่ ดิฉันจึงตั้งคำถามนำว่าสมัยเป็นเด็กนั้นมีงานอดิเรกที่ชอบบ้างหรือไม่ คุณออเบรย์ตอบว่าไม่มี ฟังแล้วจึงถามเธออีกว่า “ถ้าให้เลือกอาชีพได้ตามใจเลย คุณอยากทำงานอะไรคะ” เธอเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะตอบว่า “ไม่รู้เหมือนกันนะ คิดไม่ออกเลยจริงๆ” (ที่จริงแล้วไม่ใช่เธอคนเดียวหรอกนะคะที่หาคำตอบไม่ได้ เท่าที่ผ่านมาพบว่ามีคนจำนวนไม่น้อยเลย ที่ล่วงเข้าวัยกลางคนแล้วก็ยังคงสงสัยว่าตนเองอยากประกอบอาชีพอะไรกันแน่) เมื่อลูกค้าไม่ทราบคำตอบ หมอดูจึงบอกตามที่อ่านได้จากดวงว่า “คุณน่าจะชอบงานด้านการฝึกอบรม พัฒนาบุคลากร หรืองานในลักษณะของการสอนหนังสือค่ะ” เธอได้ฟังแล้วบอกว่า “ใช่ๆ คิดว่าอย่างนั้นนะ” (v^__^)

เมื่อลูกค้าทราบแล้วว่างานที่ใช่สำหรับใจเธอคืออะไร แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่างานที่ชอบ (งานชูใจ) กับงานที่สร้างรายได้ (งานชูชีพ) ของลูกค้าท่านนี้ดูจะเป็นคนละงานกัน ดังนั้นหลังจากแจ้งให้ทราบว่าควรจะทำธุรกิจด้านใด แล้วจึงแนะนำให้เธอลองใช้เวลาว่างไปทำในสิ่งที่รัก ด้วยการไปเป็นอาสาสมัครสอนการบ้านเด็กๆ ที่โรงเรียนสอนคนตาบอด แถวราชวิถี ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เดินทางได้สะดวกเพราะไม่ไกลจากรถไฟฟ้า แม้ว่าคุณออเบรย์จะไม่ได้เงินจากงานนี้แต่ก็จะได้รับความอิ่มใจแน่นอน เพราะเธอก็รักงานสอนและอยากทำบุญค่ะ (^__^)

ก่อนจะลาจากกันไปในวันนั้นดิฉันฝากคุณออเบรย์ในฐานะที่เธอเป็นแม่ ว่าควรส่งเสริมให้ลูกมีงานอดิเรก เพราะมันเป็นหนทางสำคัญที่เด็กๆ จะได้ค้นพบว่าตัวเองอดทนทำงานในลักษณะใดได้ และอยากจะใช้เวลากับสิ่งใดอย่างแท้จริง ถ้าลองทำแล้วพบว่าไม่ชอบงานอดิเรกนั้น ก็ยังได้คำตอบว่าตนเองไม่เหมาะกับอาชีพที่ใกล้เคียงกับงานที่ทำในยามว่างนี้ จะได้ไม่เลือกเรียนในสิ่งที่ไม่ใช่ค่ะ แม้ว่าหลายคนจะยอมรับว่าตนเองเดินมาไกลบนเส้นทางอาชีพ จนเกินกว่าที่จะเลี้ยวกลับแล้ว แต่ก็สามารถที่จะช่วยให้เด็กๆ หลายคนได้ก้าวย่างบนหนทางที่เหมาะสมกับพวกเขาได้ จะได้ไม่ต้องเผชิญกับงานที่ไม่ตอบโจทย์ของหัวใจดังเช่นที่เราต้องประสบมานะคะ

ส่วนใครก็ตามที่ในขณะนี้ ยังคงหาคำตอบไม่พบว่าต้องการทำอาชีพอะไรกันแน่ ก็ขอให้ทำงานที่เลี้ยงชีวิตให้ดีก่อน ถ้าหากว่างานที่เราไม่ชอบนักยังสามารถทำได้ดี ก็เชื่อว่าวันใดก็ตามที่ได้เจองานที่ชอบงานที่ใช่จริงๆ ก็จะทำได้ดียิ่งกว่านี้ เพราะได้ฝึกใจที่จะอดทน ฝึกตนที่จะพากเพียรมาก่อน แม้ไม่รักงานนั้นก็ต้องยอมรับว่าอย่างน้อยที่สุดมันทำให้เรามีรายได้ สามารถเลี้ยงดูชูชีวิตตนเองและดูแลคนในครอบครัว ตลอดจนแบ่งปันให้กับสังคมได้นะคะ

: )


☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับ ท่านที่สนใจดูดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!