แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
23 สิงหาคม 2019, 15:54 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๐๙๙ ถ้ารักเมืองไทย...ใจต้องเป็นบุญ  (อ่าน 2321 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 17 พฤศจิกายน 2011, 11:30 »

ถาม - ช่วงนี้ยอมรับว่าเกลียดนักการเมืองบางคนมาก แต่พอเกลียดเขาแล้วใจเราก็ไม่สบายเอง เลยอยากถามว่าควรจะคิดอย่างไรดีคะ

ระยะนี้อุณหภูมิทางการเมืองร้อนแรงนะคะ ว่าแล้วคอลัมน์นี้เลยขอเกาะกระแสบ้าง โดยจะมาเล่าสู่กันฟังถึงเรื่องของผู้ที่มีหัวใจรักชาติบ้านเมือง เนื่องจากเพิ่งได้สนทนากับมีลูกค้าหญิงท่านหนึ่งซึ่งขอสมมุตินามว่าคุณโพลี่ (ย่อมาจาก politics ^__^) อ่านดวงชะตาแล้วพบว่าเธอมีกรรมเก่าดี ทำให้ชีวิตมีความสุขสบาย ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน อีกทั้งปัจจุบันนี้เธอก็สนใจในธรรมะ ทำทาน รักษาศีลพยายามพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ปัญหาที่ลูกค้าปรึกษาคือช่วงนี้มีความห่วงใยในชาติบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง มีการสนทนาวิสาสะเรื่องการเมืองกับคนรอบข้าง ทำให้มีโทสะเพราะไม่ชอบนักการเมืองบางคน

อุปนิสัยที่ทราบจากดวงชะตาของลูกค้าท่านนี้นั้น เธอเป็นคนที่มีภาวะผู้นำสูงพอสมควร อยากให้ผู้คนรอบข้างมีความสุข สามารถอุทิศแรงกายแรงใจเพื่อช่วยผู้อื่นได้ เรียกได้ว่าเป็นพลเมืองดีคนหนึ่งเลยค่ะ แต่เมื่อได้พูดคุยกับคนอื่นๆ ในเรื่องการเมืองและการเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าต้องมีเรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองและพรรคการเมือง การโน้มน้าวใจให้เลือกพรรคที่คุณโพลี่เห็นว่าดี ฯลฯ ส่งผลให้เธออิน (in) ไปกับเนื้อหา กลายเป็นมีอกุศลจิตกับนักการเมือง/พรรคการเมืองที่เธอไม่ชอบ

เมื่อเป็นเช่นนี้ดิฉันจึงขอให้เธอพูดกับคู่สนทนาก่อนว่า “เรื่องที่จะพูดต่อไปนี้เป็นเรื่องอกุศลนะ” แล้วจึงค่อยสนทนาปัญหาบ้านเมือง เหตุที่ให้เอ่ยประโยคดังกล่าวเพื่อให้คุณโพลี่เตือนตัวเองก่อนพูด ผลพลอยได้คือเป็นการเตือนคู่สนทนาด้วย ถ้าตัวผู้พูดเองย้ำกับตัวเองก่อนว่าเรื่องที่กำลังจะเอ่ยไปนั้นมันจะไม่ทำให้ใจสว่าง เป็นเรื่องร้อนๆ ชวนให้เกิดอกุศล เวลาพูดจะได้ยั้งใจได้บ้าง ไม่ให้เกิดอกุศลมากเกินไป และเนื่องจากเป็นห่วงลูกค้าว่าจะต้องผจญกับเรื่องร้อนๆ ที่เกิดจากโทสะในใจตัวเอง จึงพยายามเอาใจช่วยด้วยการแนะว่าเธอ “เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ใช่” ได้ตามประสงค์ แต่ขอไว้ว่าอย่าเกลียดชังฝ่ายตรงกันข้าม ลูกค้าถามทำนองว่า “ถ้าเขาเป็นคนไม่ดี เราเกลียดเขาไม่ได้เหรอ” ตอบเธอไปว่า “ต่อให้คนที่เราเกลียดเป็นคนเลว แต่ความชิงชังที่เกิดในใจเราก็เป็นอกุศลของเราเอง” ว่าไปแล้วความเกลียดชังที่เรามีต่อนักการเมืองไม่ได้มีผลต่อเขามากเท่าที่ส่งผลต่อใจเราแน่ๆ เขาไม่รู้จักเราด้วยซ้ำ มีแต่เราที่เร่าร้อนเพราะไฟในอกของตัวเอง

ว่าก็ว่าเถอะ ไม่เฉพาะนักการเมืองหรอกค่ะ ใครก็ตามในโลกนี้ที่เราเห็นว่าเขาทำตัวไม่ดี ทำบาปทำกรรมมหาศาล ก็เพราะเจ้าตัวเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปจะมีผลอย่างไร เนื่องจากกรรมบางอย่างไม่ได้ให้ผลทันตาเห็น แต่ก็ไม่พึงไปคิดอย่างนี้นะคะว่า “นักการเมืองเลวๆ พวกนี้เดี๋ยวกรรมก็ตามทันมันเอง” อันนี้มันเหมือน “การแช่ง” ที่ทำให้เรามีจิตใจที่มืดมัวเพราะอยากจะสะใจในความตกทุกข์ได้ยากของผู้อื่น ที่ดีที่สุดคือการเลิกเพ่งโทษผู้อื่น แต่มาดูจิตใจเราเอง ถ้ามีความคิดไม่ดีจะได้รู้เท่าทันไม่ถลำไปกับความชั่วค่ะ

คุณโพลี่ถามว่าแล้วทำอย่างไรจะเมตตานักการเมืองได้ ตอบลูกค้าไปว่า “คิดอย่างนี้ดีไหมคะ ต่อให้คุณไม่ฆ่าเขา เขาก็ตาย” เว้นระยะก่อนบอกต่อไปว่า “เหมือนที่ไม่ต้องมีใครมาฆ่าเรา เราก็ตาย” แล้วจึงอธิบายต่อไปว่า “จริงๆ แล้วทุกชีวิตเหมือนกันหมดเลย คือมีร่างกายอันเป็นรังของโรค มีความเกิดอันนำมาซึ่งความแก่ ความเจ็บและความตาย แต่ละชีวิตมีความเป็นไปในลักษณะเช่นนี้ทั้งสิ้น” นอกจากนี้แต่ละคนต้องพบกับโลกธรรม ๘ เชื่อเถอะค่ะว่าทุกคนเคยเสียใจ เคยถูกตำหนินินทา เคยสูญเสียคน/ข้าวของที่ตัวเองรัก บอกลูกค้าเพิ่มเติมไปว่า “วันใดก็ตามที่คุณโพลี่สามารถเมตตาคุณ..... (ชื่อนักการเมือง) ได้เหมือนที่เมตตาเพื่อนร่วมเวียนว่ายตายเกิดคนอื่นๆ คุณจะมีความสุขมากกว่าที่คิดว่ามีในตอนนี้แน่นอนเลยค่ะ” คุณโพลี่ดูมีทีท่าที่อ่อนโยนกว่าเดิม เธอบอกว่าจะพยายามจัดการกับโทสะในส่วนนี้ให้ลดน้อยลงด้วยค่ะ (^__^)

การที่เราอยากช่วยคนตกทุกข์ได้ยากซึ่งเป็นผู้ที่เรารักหรือจะรู้สึกเฉยๆ ก็ตามทีนั้น ไม่ใช่เรื่องยากอะไร ทว่าการมีเมตตาต่อคนที่เราโกรธหรือเกลียดหรือเคยทำร้ายเรามาก่อนนั้น ยากเย็นยิ่งกว่าหลายเท่า แต่จะทำได้ง่ายขึ้นเมื่อรู้ซึ้งว่าทุกชีวิตเหมือนกัน คือต่างต้องทนทุกข์ในการเวียนว่ายตายเกิด ซัดเซพเนจรไปในสังสารวัฏอันน่ากลัวนี้ทั้งสิ้น ต่างคนต่างลอยคอในมหาสมุทรแห่งทุกข์ เมื่อใดที่หัวใจสามารถรินความเมตตาได้เปี่ยมล้นขึ้นกว่าเดิม จิตใจจะอ่อนโยนลงและมีความสุขเพิ่มขึ้นค่ะ

แล้วก็อย่าลืมว่าการที่เราไม่ชอบหรือนึกดูถูกสติปัญญาของผู้อื่น ที่ชื่นชอบพรรคการเมืองคนละพรรคกับเรา ซึ่งพวกเขาก็เป็นคนไทยด้วยกันนี่แหละ จะไม่ได้ช่วยให้ประเทศชาติดีขึ้นเลยนะคะ เคยอ่านคำคมภาษาอังกฤษ เมื่อแปลเป็นไทยได้ความทำนองๆ ว่า “เราอาจชนะฝ่ายตรงข้าม แต่ทุกคนแพ้สงคราม” เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรเอาชนะมากที่สุดไม่ใช่อื่นใด หากแต่เป็นความชิงชังในใจของเราเอง

เลือกตั้งคราวนี้ ใครจะเลือกพรรคไหนก็ตามแต่ความชื่นชอบของแต่ละคนค่ะ แต่อย่าไปเกลียดฝั่งตรงข้ามเลยนะคะ เพราะถ้าในสังคมมีแต่ความขัดแย้ง แบ่งแยก เกลียดชังกัน เมืองไทยก็คงจะคล้ายๆ อบายภูมิเพราะเต็มไปด้วยคนที่มีโทสะ ส่งผลให้ประเทศเต็มไปด้วยความร้อนเร่า มืดมน ถ้ารักชาติโดยแท้จริงแล้ว นอกจากไปใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งตามหน้าที่ของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย เมื่อเลือก ส.ส. (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร) แล้วก็อย่าลืมเลือก จ.ส. (จิตสว่างๆ ^__^) ให้กับตัวเองด้วยนะคะ

: )


☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับ ท่านที่สนใจดูดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!