แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
23 สิงหาคม 2019, 05:32 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: บาปมากไหมถ้าอยู่ดีๆ จิตคิดปรามาสพระรัตนตรัยขึ้นมาเอง  (อ่าน 4026 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 17 พฤศจิกายน 2011, 11:24 »

ถาม - ถ้าอยู่ดีๆ จิตคิดปรามาสพระรัตนตรัยเอง ไม่ทราบว่าจะเป็นอนันตริยกรรม หรือปิดบังมรรคผลนิพพานไหมครับ

ไม่มีทางเลย ไม่มีทางเลย ขอให้คิดง่ายๆ อย่างนี้ก็แล้วกัน
ที่ผมเจอมา ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ของคนธรรมดานะ
ของคนธรรมดาที่มันมัวเมาอยู่กับโลภะ โทสะ โมหะ
พูดง่ายๆ ว่าเป็นชาวบ้าน เป็นฆราวาสอยู่ในเมืองแบบนี้
๙๐ เปอร์เซ็นต์นะ เคยปรามาสพระรัตนตรัยกันมาแล้วทั้งนั้น
แล้วครึ่งนึงของ ๙๐ เปอร์เซ็นต์นั้นเกิดความติด ติดที่จะคิดอยู่เรื่อยๆ
เพราะว่าบางทีมันมีข่าวพระไม่ดีอะไรขึ้นมา
แค่เผลอไปด่า แค่เผลอไปปรามาสพระโดยรวม
โอ๊ย พระไม่ทำมาหากินบ้าง อะไรบ้าง ขอข้าวชาวบ้านกิน หรือว่าอะไรต่างๆ นะ
ปรามาสแค่ไม่มาก มันเหมือนกับกลายเป็นพลังร้ายที่มันผุดขึ้นมาในใจเรา
แล้วมันจะทำให้เราดิ่งลงไปสู่ความเสพติด คือมันจะเกิดขึ้นบ่อยขึ้น
มันจะมีความคิดไม่ดีบ่อยขึ้นๆ จนกระทั่งในที่สุดแล้ว มันห้ามใจตัวเองไม่ได้
ทุกครั้งที่พยายามทำใจดีๆ กำลังมีใจเป็นกุศล กำลังทำบุญ หรือว่ากำลังสวดมนต์
กำลังนั่งอยู่ต่อหน้าพระปฏิมาที่บ้าน หรืออะไรก็แล้วแต่
มันชอบมีความคิดอะไรร้ายๆ ผุดขึ้นมาในหัว

ตรงนี้ถ้าหากว่าเราสามารถรู้ทัน แล้วไม่มีใจที่ยินดีไปกับเสียงด่าในหัว
หรือว่าไอ้คำหยาบคายที่มันผุดขึ้นมาชั่วครั้งชั่วคราวนี่นะ
อย่างนั้นไม่เป็นไรหรอก ไม่เป็นบาปเป็นกรรมด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่จะเป็นอนันตริยกรรม
มันเป็นแค่อกุศลสัญญา อกุศลสังขาร คือความปรุงแต่งในทางที่มันเป็นอกุศล
มันก่อให้เกิดความมืด ความมัว ความหมองของจิต ได้ชั่วขณะหนึ่ง
แต่ถ้าหากว่าเรามีสติเท่าทัน ไม่ไหลตามมันไป
ไม่หลงตามไปยึด ไปเสพติดอยู่กับอะไรที่มันร้ายๆ ในหัว
ถอนออกมาได้ มันก็กลายเป็นกุศล แล้วมันจะยิ่งมีภูมิคุ้มกัน
ทุกครั้งที่มันผุดขึ้นมาจะด้วยความบังเอิญหรือว่าไปฟังใครเขาด่ากัน ไปฟังใครเขาว่าพระ
มันกระทบหู เสร็จแล้วเราก็จะรู้ว่า เออ นี่เรายอมรับตามจริง เราเกิดอกุศลจิตขึ้นมา
แต่ไม่เกิดความทรมานใจ เพราะเราตระหนักอยู่ รู้อยู่
ว่าเจตนาอันเป็นต้นเหตุของกรรมที่ไปปรามาสพระรัตนตรัย ไม่อยู่ในใจของเราเลย
มันมีแต่ความรู้สีกว่าเรารู้เท่าทันว่าอกุศลจิตเกิดขึ้น
แต่ไม่มีเจตนาคิดร่วมมือ ให้ความร่วมมือ ผสมโรงกับเขา
ว่าเราจะไปด่าพระ ว่าเราจะไปปรามาสพระรัตนตรัย
จิตแบบนี้ที่เข้าใจอยู่ เห็นอยู่ในธรรมชาติของตัวเองนี่จะไม่เป็นทุกข์นะ
อย่าว่าแต่จะเป็นบาปเลย

โดย ดังตฤณ
ที่มา http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=587:2011-05-04-07-22-42&catid=41:dungtrins-answer&Itemid=59
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!