แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
23 สิงหาคม 2019, 16:00 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ทำบุญแล้วอธิษฐานจะได้ผลตามนั้นหรือไม่  (อ่าน 3226 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 17 พฤศจิกายน 2011, 11:13 »

ถาม - สงสัยว่าถ้าเราไปทำบุญแล้วอธิษฐานจะได้ผลตามนั้นหรือไม่ เช่นไปทำบุญกับโรงพยาบาลแล้วขอให้ตัวเองแข็งแรง จะเป็นไปตามที่อธิษฐานไหมคะ

สิ่งที่มันเป็นความจริงก็คือบุญ
แต่สิ่งที่เราสงสัยคือมันเกิดผลตามที่อธิษฐานหรือตั้งจิตไว้หรือเปล่า
ขอให้มองนะครับว่าทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลมันเหมือนกับแรงกระทำ (force)
อะไรก็แล้วแต่ที่มันเกิดขึ้นมันมีพลังในตัวเอง

ในขณะที่คุณทำบุญ ไม่ว่าทำบุญกับโรงพยาบาล
หรือว่าทำบุญกับคนที่อนาถา หรือมีความทุพพลภาพ
หรือว่ามีความขัดข้องทางสุขภาพยังไงก็แล้วแต่
แน่นอนสิ่งที่ใจคุณรับรู้ก็คือว่าคุณไปช่วยให้เขาสบายขึ้น ไปช่วยใครก็ไม่รู้แหละ
อย่างเวลาที่ไปบริจาคให้กับโรงพยาบาล รู้แต่ว่าใจของคุณมันเปิดกว้างออกไปให้กับคนไม่เลือกหน้า
ขอให้คนไม่เลือกหน้าที่จะมาได้รับประโยชน์จากโรงพยาบาล
จงมีส่วนในการได้รับสิ่งที่คุณบริจาคไปให้นี่นะ
ใจในลักษณะที่มันไม่เพ่งเล็งนะ ใจในลักษณะที่มันเปิดกว้าง
เวลาให้กับโรงพยาบาลเราจะนึกถึงคนไม่เลือกหน้า
เราจะนึกไม่ออกว่าจำนวนคนที่จะมาได้รับผลประโยชน์มันเป็นเท่าไหร่กันแน่
หนึ่ง สอง สาม เป็นสิบ เป็นร้อย เป็นพัน มันไม่รู้
รู้แต่ว่าเป็นจำนวนคนที่ไม่เลือกหน้า ไม่จำกัดนะครับ
ลักษณะของใจที่ทำกับสถานที่เป็นสาธารณะ มันจึงเปิดกว้าง
ถ้าหากคิดดี ความดีตรงนั้นมันก็มีความสว่างเกิดขึ้นมาก
ถ้าเกิดคุณทำสำเร็จและเกิดความปลื้ม คุณก็จะรู้สึกว่ามีความปลื้มตกค้างอยู่เป็นวัน
นี่ อันนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
แต่เวลาที่คุณอธิษฐาน ขอให้สังเกตด้วยว่าอาการอธิษฐานของคุณนั้น
มันเป็นไปเพื่อทำให้จิตคุณแคบลงหรือว่ากว้างขึ้น
ลองสังเกตนะเวลาที่คุณอยากได้สุขภาพดีๆ
แล้วยิ่งมีความสงสัยบวกเข้าไปด้วย ว่าจะได้หรือไม่ได้
ไอ้ความกว้างตรงนั้นมันจะแคบลงนะ ลองไปสังเกตใจคุณเอง
นี่คือธรรมชาติที่มันเกิดขึ้น แล้วคนทั่วไปส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้สังเกต

ผมขอแนะนำอย่างนี้ก็แล้วกันว่าแต่ละครั้งที่ทำบุญ ขอให้ทำบุญด้วยความเข้าใจ
ทำด้วยความเข้าใจว่าเราทำไปแบบไหนมันก็ได้ผลที่สอดคล้องกับแบบนั้น
อย่างถ้าหากว่าเราทำบุญกับโรงพยาบาล ซึ่งเรารู้ว่าเป็นที่ที่รักษาคน ที่ที่ทำให้สุขภาพของคนมันดีขึ้น
ก็ขอให้เข้าใจว่าผลตอบแทนมันก็คือการได้มีสุขภาพดีขึ้นนั่นเอง
โดยที่ไม่ต้องไปอธิษฐานใดๆ ทั้งสิ้นนะ ขอให้ทำความเข้าใจตรงนี้ไว้ก่อน
เมื่อทำไปแล้ว ในขณะที่ทำ ใจมันจะได้เปิดกว้าง
แล้วก็มีความยินดีโดยไม่ต้องไปอธิษฐานซ้ำ
ลองสังเกตที่ใจตัวเองเป็นหลัก ถ้าหากว่าทำบุญอะไรหรือว่ามีเจตนาช่วยเหลือใคร
แล้วใจมันเปิดกว้าง ไม่มีอาการปิดแคบ ไม่ว่าในกรณีใดๆ
ตรงนั้นแหละคำว่าบุญที่มันได้ไปเต็มๆ ส่วนผลจะไปให้เมื่อไหร่ ไปได้เมื่อไหร่
ก็ขอให้ดูเถอะครับว่า ผมให้เครื่องวัดง่ายๆ เลยนะ
ถ้าใจคุณมีความรู้สึกคิดถึงหรือว่าอยากทำบุญแบบนั้นๆ อย่างคงเส้นคงวาหรือว่าสม่ำเสมอ
ตรงนั้นแหละที่ผลมันน่าจะเริ่มปรากฏแล้วละ
อย่างสมมติว่าคุณไปทำบุญกับโรงพยาบาลทุกเดือน
แล้วทุกเดือนมันจะต้องไป ถ้าไม่ไปแล้วรู้สึกไม่สบายใจ รู้สึกว่าอะไรมันขาดหายไป
อันนั้นแหละนะผลมันเริ่มปรากฏแล้ว ผลมันเริ่มปรากฏที่ใจ

แล้วใจที่มันมีความสว่าง ที่มันมีความเต็ม
ที่มันมีพลังของบุญอันเกิดจากการไปช่วยโรงพยาบาล
มันเต็มแล้ว มันก็จะให้ผลทางกายตามไปด้วย
ถ้าอธิบายตามหลักทางการแพทย์คือจะผลิตสารอะไรดีๆ ออกมา
เอ็นโดรฟิน (endorphin) อะไรพวกนี้
ที่ทำให้เกิดความสบายเกิดความสุขขึ้นมาทั้งทางกายและทางใจ
ผลที่มันเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมตรงนี้
มันพอจะฟ้องได้ว่ากรรมอะไรถ้าไม่ทำเป็นประจำแล้ว มันจะไม่สัมฤทธิ์ผลหรอก
อย่างบางทีคนนี่นะเข้าใจว่าไปทำแค่ครั้งสองครั้งแล้วมันก็น่าจะได้ผล
ชาติหน้าเป็นคนสุขภาพดี มันไม่ใช่นะ กำลังมันยังไม่พอ
ที่จะพิสูจน์ได้ว่ากำลังของบุญประเภทใดประเภทหนึ่งมันพอแล้วหรือยัง
ขอให้คุณดูว่าคุณอยากทำบุญประเภทนั้นๆ เป็นประจำแล้วหรือยัง
อันนี้คือคีย์เวิร์ด (keyword) เลย
ถ้าหากว่าคุณอยากทำบุญประเภทนั้นเป็นประจำแล้ว
ขอให้สังเกตผลที่เกิดขึ้นเลย ไม่ว่าจะ มันเป็นกับร่างกายหรือว่าจิตใจ
หรือว่าเหตุการณ์ภายนอกในชีวิตของคุณเอง
ทุกอย่างมันจะฟ้องเลยว่าที่คุณทำไปมันไม่เป็นหมัน มันให้ผลแล้ว
แล้วก็มีความชัดเจนและรู้เฉพาะตัวว่านี่มันใช่จริงๆ
ตรงนั้นแหละครับที่จะทำให้คุณหายสงสัย

โดย ดังตฤณ
ที่มา http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=646:2011-08-22-07-40-50&catid=41:dungtrins-answer&Itemid=59
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!