แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
16 กันยายน 2019, 16:02 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมร่วมกันเกิดจากวิบากกรรมใด  (อ่าน 2866 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 17 พฤศจิกายน 2011, 11:12 »

ถาม - การที่มีคนจำนวนมากประสบภัยพิบัติน้ำท่วมร่วมกัน เกิดจากวิบากกรรมใดครับ

มีเยอะที่ถามมานะว่าคนไปทำอะไรมาด้วยกัน ถึงได้ต้องมาแผ่นดินไหวแล้วตายด้วยกัน
หรือว่าเกิดสึนามิแล้วโดนกวาดไปทีเดียวสามแสน
จริงๆ ผมอยากให้มองอย่างนี้ว่า
พูดถึงพื้นฐานก่อน พูดถึงแบบไอ้ที่มันเป็นกรรมแล้วก็วิบากจริงๆ
ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ไม่ได้มั่วเองนะ

พระพุทธเจ้าตรัสว่าถ้าหากใครทำกรรม ศีลข้อสองนะ อทินนาทานาไว้
เคยไปปล้นทรัพย์ใครเขาไว้ เคยไปทำลายของใครเขาไว้
ผลที่เกิดขึ้น เกิดมาในโลกมนุษย์ อย่างเบาก็คือจะมีทรัพย์พินาศ
ทรัพย์พินาศมีความเป็นไปได้อยู่ ๔ ประการ
คือพินาศด้วยดิน พินาศด้วยน้ำ พินาศด้วยไฟ แล้วก็พินาศด้วยลม
ณ เวลานี้โลกกำลังเขย่า ขอให้มอง นึกภาพของโลกใบที่เราอยู่อาศัยมานี่แหละนะ
จะหลายสิบปีหรือว่าจะเกือบร้อยปีก็ตาม
โลกเดิมนี่มันดูเหมือนเป็นปกติเพราะว่าไม่ถูกรบกวนด้วยดิน น้ำ ไฟ ลม
แต่ในขณะนี้ ช่วงวาระนี้ กำลังมีการเขย่าโลกด้วยไฟ ด้วยน้ำ ด้วยดิน
ดินก็แผ่นดินไหว ด้วยไฟก็ไฟไหม้ป่า ด้วยลมก็พายุเฮอริเคนอะไรทั้งหลาย
และด้วยน้ำ ก็คือสิ่งที่เรากำลังร่วมทุกข์ร่วมกัน ลงเรือลำเดียวกันในช่วงภาวะแบบนี้

อันนี้คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้
ถ้าหากใครเคยทำอทินนาทานาไว้ ผลอย่างเบาเมื่อเกิดมาในโลกมนุษย์
ทรัพย์จะพินาศ สมบัติจะพินาศด้วยเหตุประการใดประการหนึ่ง
คือดิน น้ำ ไฟ ลม หรือโจรภัย
หรือว่าจากการฉกฉวย จากการคดโกงของคนอื่นที่เขาเข้ามาเบียดเบียนเรา
อันนี้คือเรื่องของกรรมและวิบาก
ทีนี้ถามว่าไปทำอะไรกันมา
ถึงจะต้องมาเกิดความพินาศ หรือว่าความเดือดร้อนร่วมกัน
คือบางคนมันไม่ถึงกับพินาศ บางคนแค่เดือดร้อน บางคนก็ไม่เกิดอะไรขึ้นเลย
ทั้งๆ ที่อยู่ในประเทศเดียวกัน
เมื่อเจอกับคำถามแบบนี้ เราต้องเข้าใจ ทำความเข้าใจดีๆ นะ
ว่าเวลาได้รับความเดือดร้อนจากดิน น้ำ ไฟ ลม นี่ มันจะกระจาย
คือพื้นโลกมันเหมือนกับมีจุด มันมีจุดปลอดภัยและจุดอันตราย
จุดเสี่ยงและจุดที่จะไม่เกิดอะไรขึ้นเลย
มันมีแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร แล้วใครได้ประโยชน์ที่ตรงไหน
บางทีมันเป็นตัวบอกว่าเคยทำกรรมอะไรทำนองนั้นมาหรือเปล่านะ
ที่จะต้องมาได้รับผลจากภัยธรรมชาติ ดิน น้ำ ไฟ ลม นะครับ

ถ้าเรามองเป็นความไม่บังเอิญที่ใครจะไปอยู่ตรงไหน ในเวลาช่วงไหน
อย่างบางคนนี่เพิ่งขายบ้านไปหยกๆ บ้านน้ำท่วม
แบบนี้มันไม่รู้จะโทษใคร มันต้องบอกว่ามีอะไรบางอย่างบันดาล
อาจจะบันดาลใจทั้งคนซื้อและคนขาย ว่าจะต้องเหมาะเหม็งในช่วงนั้นน่ะ
ว่าจะมาซื้อมาขายกัน มีอะไรบางอย่างที่อยู่เบื้องหลัง
แล้วเราไม่สามารถโทษกันได้ว่าอันนี้ รู้หรือเปล่าว่ามันจะ...
มันไม่มีใครรู้ว่าน้ำจะท่วมเมื่อไหร่
แต่มีแต่คนที่เห็นว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ
นี่คือสิ่งที่เรา พูดง่ายๆ นะ ในฐานะของมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง
เราไม่ควรจะไปถามหาว่าเคยทำกรรมอะไรร่วมกันมา
เพราะบางทีมันไม่ใช่หรอก สามแสนคนมาทำร่วมกัน มันเป็นไปไม่ได้
แต่มันเป็นไปได้ว่าต่างคนต่างทำ แล้วก็ได้จังหวะเวลาที่เหมาะ ที่ธรรมชาติเขาจะเอาคืน
แล้วเอาคืนนี่ก็เอาคืนไม่เท่ากัน

อย่างดารา ติ๊ก กลิ่นสี ที่ตอนสึนามิ โดนน้ำซัดไปกระแทกกำแพง
แล้วกำแพงพัง รอดตายได้ ถ้ากำแพงไม่พัง ตายไปแล้ว
นี่ อะไรที่มันควบคุมอยู่เบื้องหลังว่าจะตัดสินให้ตายหรือไม่ตาย
เราไม่สามารถมาขุดคุ้ยหรือว่าเอามาแสดงเป็นหลักฐานกันได้
แต่เราสามารถเห็นได้ว่ามันมีความแตกต่างอยู่จริงๆ
ในเรื่องของระดับความเดือดร้อนของแต่ละคน
ในฐานะของมนุษย์ผู้ไม่รู้ว่าเหตุเก่ามันเป็นอย่างไร
จึงควรที่จะโฟกัสที่เหตุใหม่
เราไม่สามารถรู้ได้ว่าเคยทำกรรมอะไรกันมา
แต่สามารถรู้ได้ว่าในขณะนี้เมื่อเห็นความเดือดร้อนร่วมกัน
เรามีความมีแก่ใจที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกันหรือเปล่า
อันนั้นคือทานบารมีที่เกิดขึ้นเป็นปัจจุบัน
แล้วสามารถไขว่คว้าไว้ได้ ทำได้จริง แล้วก็เอามาเป็นสมบัติ
กรรม บุญ คือสมบัติที่จะเอาติดตัวไว้ได้

พูดง่ายๆ คือว่าสถานการณ์น้ำท่วม ไม่ควรไปคำนึงถึงกรรมเก่า
แต่ควรคำนึงว่าเรากำลังทำกรรมใหม่อะไรกันอยู่
ทั้งในแง่ของการดิ้นรนเอาตัวรอด และในแง่ของการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
นับแต่คนในบ้าน จนกระทั่งคนที่เป็นพี่น้องประชาชนร่วมประเทศนะครับ


โดย ดังตฤณ
ที่มา http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=685:2011-11-02-14-39-01&catid=41:dungtrins-answer&Itemid=59
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!