แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
18 กุมภาพันธ์ 2019, 04:52 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ยิ่งเกลียดยิ่งเจอ  (อ่าน 3767 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 21 มิถุนายน 2011, 13:33 »

ตอนอยู่ประถมปลาย
ผมเจอประสบการณ์หนึ่งที่จำชัดมาจนถึงวันนี้
คือมีกิจกรรมเต้นประกอบจังหวะระหว่างนักเรียนหลายชั้น
ใช้นักเรียนทั้งหมดจำนวนเกือบร้อยจับคู่กัน

มีเพื่อนอยู่คนหนึ่งซึ่งผมรู้สึกไม่ถูกชะตาอย่างแรง
และเพิ่งจะมีปากมีเสียงกันประสาเด็ก
ได้เข้ามาร่วมขบวนด้วย
ก่อนถึงเวลาจับคู่
ผมคิดในใจว่าถ้าโดนแจ็คพอตกับคนนี้
ผมยอมตายดีกว่า
มันเป็นความรังเกียจเดียดฉันท์ออกมาจากก้นบึ้ง
หน้าไม่อยากมอง เสียงไม่อยากฟัง
เรียกว่าแค่ต้องเห็นหน้าตอนคัดเลือก
ก็อยากถอนตัวจากกิจกรรมนั้นแล้วด้วยซ้ำ

พอได้เวลาจับคู่ ครูให้นักเรียนกระจายเป็นหน้ากระดาน
แบ่งเป็นสองข้าง ข้างละประมาณ ๓๐-๔๐ คน
ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อครับ
เพื่อนนักเรียนร่วมร้อย ตัวแทนจากไม่รู้กี่ชั้น
ผมดันโดนจัดให้มายืนตรงข้ามกับคู่กรณีพอดิบพอดี!

มันทำให้ผมตกตะลึงอึ้งงงที่สุดในชีวิต
ไม่อยากเชื่อสายตา ไม่อยากเชื่อแก้วหู
คล้ายกับคุณพูดเล่นๆว่าเดี๋ยวหลับหูหลับตาปาลูกดอก
อาจเข้าเป้ากลางขึ้นมาก็ได้
แล้วพอปาส่งเดชไปก็ดันปักเด่ที่กลางเป้าเข้าให้จริงๆ!

ชั่วขณะของประสบการณ์กระทบตัวจังๆนั้น
ผมรู้สึกได้ในจากสัมผัสลึกๆว่านั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
มันมีกระแสดึงดูดอันดำมืดบางอย่างเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น
และดูเหมือนผมจะมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ด้วย
เพียงแต่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
ว่าไปมีส่วนสร้างความซวยให้ตัวเองได้อย่างไร

อีกหลายปีต่อมา
เมื่อสนใจศึกษาสิ่งที่เกินขอบเขตของรูปธรรม
ผมก็ได้คำตอบว่าประสบการณ์อึ้งกิมกี่ครั้งนั้น
ไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไรเลย
พลังความเกลียดที่รุนแรง ก่อให้เกิดอำนาจดึงดูด
อันมาจากกระแสจิตที่เข้มข้น
แบบเดียวกับหลุมดำที่ดึงดูดสิ่งดำมืดเข้าหาตัว

เมื่อจงเกลียดจงชังใครหรือสิ่งใดอย่างเหนียวแน่นแล้ว
ตอกย้ำพร่ำคิดไม่เลิกแล้ว
ก็กลายเป็นมโนกรรมที่ทำเป็นอาจิณ
เอาแต่ตรึกนึกถึงเขาในทางไม่ดี
ส่งผลให้จิตผูกติด ยึดมั่นกับคนนั้นหรือสิ่งนั้นไม่ปล่อย
แม้ความรู้สึกจะอยากผละออก อยากหนีหาย
แต่อาการทางใจกลับดึงดูด เกาะเกี่ยว และติดมั่น
ยากจะถ่ายถอน

ยิ่งโตขึ้นเห็นปรากฏการณ์ทางจิตในชีวิตประจำวันมากขึ้น
ผมก็ยิ่งเข้าใจเรื่องทำนองนี้แจ่มกระจ่าง ขอยกตัวอย่าง
บางคนเป็นศัตรูคู่แค้นกับบางศาสนามาแต่ปางไหนไม่ทราบ
วันๆจ้องหาเรื่องเขา ไปดูถูกด้วยอาการยกตนข่มท่าน
หรือด้วยเจตนาย่ำยีจิตใจให้เจ็บช้ำ
หาว่าใครต่อใครปัญญาอ่อน หลอกง่าย
เชื่อเข้าไปได้อย่างไร
แล้วก็มีอัตตามานะว่าข้าเป็นพุทธ ข้าฉลาดกว่า
เกิดมาจึงมีปัญญาติดตัว ไม่ต้องกลัวใครต้มตุ๋นอย่างแก

นานเดือนนานปีเข้า
เมื่อถึงเวลาชะตาสั่งให้เป็นทุกข์
ก็ทุกข์เท่าที่คนธรรมดาคนหนึ่งจะทุกข์ได้
และอันเนื่องจากเป็นพุทธในแบบที่ไม่ได้ฝึกจิตอย่างพุทธ
เกิดปัญหาทางใจขึ้นมาเลยเคว้งคว้างเหมือนเด็กใกล้จมน้ำ
ที่เคยเก่งกล้าสามารถหัวเราะเยาะคนอื่นได้ทั่วแผ่นดิน
ก็กลายเป็นร้องไห้ขอความสงสารเขาได้ทั้งโลก

แรงต้านพลิกขั้วกลับเป็นแรงดึงดูดโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
เมื่ออยู่ในภาวะอ่อนแอที่สุด
ก็นึกถึงหลักที่พึ่งซึ่งตนเคยปรามาสไว้แรงที่สุด
แล้วก็รู้สึกอบอุ่นอย่างที่สุดด้วยเมื่อเปิดใจรับ

พอพลิกจากความเชื่อในศาสนาของเหตุผล
ไปสู่ความเชื่อในศาสนาแห่งศรัทธาเรียบร้อย
ก็ได้เวลาเจอวิบากจากกรรมที่ทำไว้หนักแน่นในชาติปัจจุบัน
ต้องถูกกระทบกระเทียบ ถูกด่าว่าต่างๆนานาสารพัด
โดนแบบเดียวกับที่เคยทำคนอื่นไว้นั่นเอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเป้าใหญ่ที่ตีมัน
เนื่องจากรู้ๆกันในหมู่เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ว่า
เคยตราหน้าคนอื่นไว้หนักหนาขนาดไหน

นั่นเป็นเรื่องที่ผมเห็นตัวอย่างมาจริงๆ
ยังมีกรณีตัวอย่างอื่นที่ใกล้ตัวกว่านั้น
คนเราพอทะนงในความเป็นฝ่ายถูก
หรือความเป็นผู้อยู่ในศีลในธรรม
ก็มักเผลอรู้สึกว่าคนรอบข้างต้อยต่ำ
บางคนรู้สึกอย่างนี้เพราะจิตสูงจริง
สว่างขาวออกมาจากข้างในจริงๆ
เลยสัมผัสเป็นเปรียบเทียบได้ว่า
คนรอบตัวส่วนใหญ่มอมแมมกว่า
ทำนองเดียวกับคนใส่เสื้อผ้าที่ซักสะอาดหอมรื่น
เดินไปไหนมาไหนท่ามกลางคนใส่เสื้อคลุกฝุ่นเหม็นเขียว
ย่อมอดชักสีหน้าเบ้ปากด้วยความรู้สึกเป็นคนละชั้นไม่ได้

แต่บางคนแค่รู้สึกเพียงเพราะเชื่อมั่นว่าตนดีเสมอ
เป็นฝ่ายถูกเสมอ เหนือกว่าคนอื่นเสมอ
เรียกว่ายังไม่ทันมีภูมิคุ้มกันความชั่วร้าย
ก็ชะล่าใจ และเห็นตนเองเหมาะจะเป็นผู้พิพากษา
ด่าว่าคนอื่นได้โดยไม่ปรานีปราศรัย
โดยเฉพาะนินทาลับหลัง
หรือบางทีก็ด่ากระทบกันต่อหน้าต่อตา

ขอให้สังเกตดีๆ ตอนคุณด่าใครเอามัน
แม้มีทั้งความสนุกปากและความโล่งอกที่ได้ปลดปล่อย
จิตของคุณเหมือนประกาศศักดาไปแล้วว่า
ฉันเหนือกว่า ฉันดีกว่า ฉันไม่เป็นอย่างนั้น
ความผิดทำนองเดียวกันที่ตนมี
บัดนี้ได้ถูกฝาก หรือถูกยัดเยียดให้คนอื่นไปหมดแล้ว

แต่หลังจากสนุกปากและโล่งอก
คุณอาจเกิดความอึดอัดแปลกๆ
นั่นเพราะยิ่งด่าคนอื่นไว้แรงเท่าไร
ยิ่งเท่ากับเป็นแรงกดดันว่าเราจะเป็นอย่างเขาไม่ได้
เป็นต้นว่า เห็นเพื่อนพลาดพลั้ง ไปหลงรักคนมีเจ้าของ
แทนที่จะเห็นอกเห็นใจและค่อยๆปลอบให้เห็นโทษ
กลับด่ายับ สวดแหลกลาญ พ่นโขมงโฉงเฉง
ตัดสินง่ายๆว่าเขาเลว เขาโฉด เขาใฝ่ต่ำ
ฉันไม่เห็นจะเป็นอย่างแก ฉันไม่มีทางเลวแบบแกเป็นอันขาด

คำด่าเหล่านั้นย่อมย้อนกลับมาเป็นมีดจ่อค้ำคอ
เมื่อไรพลาดสะดุดล้มเข้าบ้าง
มันจะเชือดคอหอยคุณทันที!

ใจเดิมอยู่เฉยๆเป็นอิสระของมัน
แต่เมื่อใส่ใจให้ยึดกับอะไร ใจก็ผูกติดอยู่กับสิ่งนั้น
แล้วค่อยๆเหนี่ยวนำสิ่งนั้นมาเข้าตัวทีละน้อย
หรือไม่ก็กระชากพรวดเดียวมากอดเต็มอ้อมเลยทีเดียว
ด่าเขาเบาก็โดนลองเบาๆ พอต้านไหว
ด่าเขาแรงก็โดนลองแรงๆ ยากจะต้านสำเร็จ

สังคมอินเตอร์เน็ตปัจจุบันทำให้บางคนเปรยเลยทีเดียวว่า
กำลังเครียดๆ ขอมาร่วมแจมกับคอเดียวกัน
รุมด่าหมอนี่ให้เบาตัวสบายใจหน่อยเถอะ
อย่าท้าทายความชั่ว แต่ขณะเดียวกันก็อย่าทะนงในความดี
อย่าประกาศว่าฉันดีแน่แล้ว ไม่ไปเป็นพวกนั้นอย่างเด็ดขาด
การรุมด่าคนอื่นคือการร่วมกันสร้างแรงกดดันให้ตนเอง
ค่อยๆบีบให้ตัวเองไหลลงไปสู่ความเป็นเช่นนั้นโดยไม่ทันรู้สึก
ส่วนการช่วยกันปลอบประโลมหรือชี้ทางสว่างให้คนล้ม
คือการสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ตนพลาด
หรือเมื่อพลาดแล้วก็มีแรงหยัดลุกขึ้นยืนใหม่ได้ไม่ยากครับ

โดย ดังตฤณ
ที่มา http://www.dharmamag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=164%3A2010-01-06-17-52-27&catid=35%3Aeditorial&Itemid=27
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!