แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
18 กุมภาพันธ์ 2019, 05:23 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ทำยังไงดี - ไม่อยากทะเลาะกับพ่อแม่  (อ่าน 3978 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 21 มิถุนายน 2011, 13:28 »

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่ง ซึ่งกำลังกลัวบาปกลัวกรรม ที่มักต้องทำให้พ่อแม่เสียใจ ด้วยการพูดในสิ่งที่ระคายใจพวกท่านอย่างแรง ลองมาดูว่าบทความนี้จะช่วยอะไรคุณได้แค่ไหน


ตั้งแต่ต้นวัย โลกสอนว่าเราจะไม่ได้อย่างใจบ่อยนัก แม้ดูเหมือนเป็นเรื่องสำคัญกับชีวิตเรามากก็ตาม

เด็กที่อยากเล่นดนตรี หรืออยากสอบเข้าคณะอาร์ตๆ อุปสรรคที่เกิดขึ้นเสมอๆ คือต้องรบกับพ่อแม่ที่อยากให้ลูกเป็นหมอ เป็นวิศวกร หรือเป็นอะไรที่มีหน้ามีตากว่ากัน

เด็กที่หันเหมาชอบเรื่องศาสนา หรืออยากทำบุญทำกุศล ปัญหาที่เกิดขึ้นเสมอๆ คือต้องเจอกับพ่อแม่ที่ชอบต่อต้านศาสนา ไม่อยากให้ครอบครัวต้องเสียเงินฟรีแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำบ่อยๆ

สารพัดช่องว่าง คิดต่างเห็นต่าง ที่จุดชนวนความเห็นขัดแย้ง ลูกว่าพ่อแม่แก่แล้วหัวรั้น พ่อแม่ก็เห็นลูกเป็นเด็กหัวแข็ง ต่างฝ่ายต่างรู้สึกว่าอีกฝ่ายดื้อดึง ไม่ยอมฟังตน

ก่อนอื่นต้องเห็นใจฝ่ายพ่อแม่ เพราะเวลาโลกจะโทษใครในยามบ้านแตกสาแหรกขาด ก็มักเล็งพ่อแม่ก่อนเล็งลูก หรืออีกทีหนึ่งคือเมื่อจะตัดสินว่าใครเป็นพ่อแม่แบบไหน ก็ดูจากชีวิตของลูกเป็นเกณฑ์ ไม่ค่อยมีใครให้ความเห็นใจว่าเลี้ยงลูกจนหมดตัว หรือฟูมฟักลูกจนเหนื่อยตาย ถือเป็นความดีความชอบที่น่าสรรเสริญสักเท่าไร

เด็กที่อยากเข้าหาพ่อแม่ คือหลักฐานของการเป็นพ่อแม่ผู้น่าอบอุ่น เด็กที่อยากพูดคุยและปรึกษาทุกปัญหากับพ่อแม่ คือหลักฐานของการเป็นพ่อแม่ผู้ฉลาดฟัง เด็กที่ไปอวดอ้างว่าความสำเร็จของตนมาจากพ่อแม่ คือหลักฐานของการเป็นพ่อแม่นักเลี้ยงดูตัวยง

แต่การเป็นพ่อแม่ที่ดีในแต่ละแบบ อาจหมายถึงการต้องอุทิศทั้งชีวิต ให้กับเด็กแปลกหน้าที่มาเกิดกับตนก็ได้ คุณจะยังไม่เข้าใจเรื่องการอุทิศชีวิตให้ใครบางคน ตราบเท่าที่คุณยังไม่เคยให้เงินเด็กตาดำๆ โดยที่เงินนั้นไม่ใช่ของคุณเอง แต่ต้องบากหน้าไปกู้ยืมมาจากแบงก์

แล้วเด็กสมัยนี้นะครับ พ่อแม่ลำบากแทบเลือดตากระเด็น เลี้ยงไปเลี้ยงมาจากเล็กจนโต สิบกว่าปีผ่านไป เหยียบเท้ากันที่ป้ายรถเมล์ จ้องหน้าหาศักดิ์ศรีแค่แวบเดียว ก็จิ้มพุงกันเลือดไหล หยุดหายใจไปดื้อๆ ที่เสียเงินส่วนตัวส่งเสียมากี่แสน ที่เปลืองเวลาส่วนตัวให้ความอบอุ่น หายวับไปกับตาในชั่วเวลาไม่กี่นาทีที่ลูกไปมีเรื่องวัดศักดิ์ศรีกันนั่นเอง

ลองนึกดูว่าถ้าวันหนึ่งมีใครก็ไม่รู้ ขอเข้ามาอาศัยหลับนอนในห้องของคุณ ขอเงินคุณใช้ แถมขอเวลาคุณมาให้ไปช่วยดูแลเขา ถ้าสมมุติว่าคุณใจดี ยอมให้ทุกอย่างตามที่เขาขอ ทำไปทำมาคุณจะหวังอยู่ลึกๆไหม ว่าเขาจะให้อะไรคุณเป็นการตอบแทนบ้าง

ฉันใดก็ฉันนั้นครับ คนเป็นพ่อเป็นแม่ พอรู้สึกว่าให้อะไรลูกมากๆ ก็อดคิด อดคาดหวัง อดอยากถอนทุนคืนบ้างไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เป็นตัวเงิน อย่างน้อยก็ขอเป็นความรู้สึกได้อย่างใจตนสักหน่อยเถอะ

เมื่อเข้าใจก็พร้อมจะเห็นใจ และเมื่อคนเราเห็นใจกัน ก็เหมือนปัญหาพร้อมจะมีทางออกเกิดขึ้นทันที

ตอนผู้ใหญ่หงุดหงิดไร้เหตุผล อย่าตั้งต้นหันหน้าเข้าหาท่านด้วยความโกรธ เพราะใจที่โกรธของคุณ สักแต่เป็นไฟที่เพิ่มขึ้นมาอีกกอง ให้คิดว่าไฟมาถึงบ้านแล้ว ถ้าเราเป็นน้ำดับไม่ได้ ก็อย่าเป็นไฟเร่งให้บ้านวอดเร็วขึ้นเลย

ยิ่งใช้ชีวิตนานขึ้น คุณจะยิ่งรู้ว่าคำพูดดีๆช่วยให้เรื่องร้ายกลายเป็นดีได้จริง แต่คำพูดดีๆจะมาจากไหน ถ้าไม่ใช่ใจที่ดี ไม่ใช่การมีแก่ใจจะพูด?

ใจที่สามารถเห็นใจคนอื่น ใจที่สามารถอภัยพ่อแม่ คือใจที่ "ดีพอ" เสมอ และจิตใจที่ดีพอนั่นเอง จะเป็นต้นเหตุแห่งรายละเอียดทางคำพูดและการกระทำที่ "พอดี"

คุณจะทราบด้วยสัญชาตญาณทางใจที่ดี ว่าเมื่อไรพูดได้ ตลอดจนพูดแค่ไหนแล้วควรหยุด ใจดีๆจะช่วยคุณเลือกคำโดนๆ ใจดีๆจะช่วยคุณเปลี่ยนเรื่องเครียดเป็นเรื่องขำ

พ่อแม่คือรากของความเป็นคุณ คนเราถ้าบำรุงรากให้เจริญขึ้นได้ หรืออย่างน้อยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้ ก็คือทำตัวเองให้รุ่งโรจน์ขึ้นนั่นเอง คิดข้ามช็อตดีกว่า อย่ากลัวบาปจากการทะเลาะกับพ่อแม่ หันมากลัวไม่ได้บุญจากการมีส่วนเปลี่ยนพ่อแม่ให้เย็นลงกันเถอะ!

โดย ดังตฤณ
ที่มา http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=508:2010-12-15-17-59-14&catid=34:lite-talk&Itemid=59
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!