แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
17 กุมภาพันธ์ 2019, 02:23 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ขอคำแนะนำด้วยค่ะ  (อ่าน 9622 ครั้ง)
wanwalee
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 2


« เมื่อ: 29 ธันวาคม 2010, 18:12 »

สวัสดีค่ะ

ได้เห็นเว็บนี้โดยบังเอิญ เนื่องจากเข้าเว็บคุณดังตฤณ แล้วเห็นเว็บเพื่อนบ้าน จึงลองคลิกเข้ามาอ่านดู จึงอยากรบกวนช่วยชี้แนะปัญหาของดิฉันด้วย

ขณะนี้ ดิฉันได้ทุนมาเรียนต่ออยู่ต่างประเทศเพียงลำพังค่ะ มีลูกอยู่หนึ่งคน ฝากญาติเลี้ยงอยู่ที่เมืองไทย โดยดิฉันฝากบัญชีเงินเดือนที่เมืองไทย ไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของลูกและคุณแม่ สามีดิฉันเสียชีวิตจากมะเร็งประมาณ 6 เดือนก่อนดิฉํนมาเรียนต่อค่ะ

ดิํฉันอยู่ทางนี้ กินเงินทุนการศึกษาเท่านั้น ดิฉันไม่ใช่คนฟุ่มเฟือย พอมีกินใช้จ่าย แต่ไม่มีเงินเก็บมากมายนักค่ะ เพราะดฺิฉันไม่ได้ทำงานพิเศษเหมือนเด็กไทยคนอื่นๆ ดิฉันปฏิเสธเพื่อนที่มาชักชวนทำงานเสริฟร้านอาหาร เนื่องจากไม่ต้องการให้ศีลข้อ 5 ด่างพร้อย เพราะเค้าให้เสิรฟและแนะนำเครื่องดื่มอัลกอฮอล์ให้ลูกค้าด้วย ดิฉันไม่ทานเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และถือศีล 5 เป็นปกติ เนื่องจากเคยปฏิบัติธรรมมาบ้างตอนยังอยู่ที่เมืองไทย จึงตัดสินใจไม่ทำ แม้จะอยากมีรายได้พิเศษก็ตาม

ดิฉันได้คบกับแฟนชาวต่างชาติมาประมาณเกือบหนึ่งปีแล้ว ดิฉันอายุย่าง 44 ส่วนแฟนแก่กว่าประมาณ 6 ปี เราอยู่กันคนละเมือง ขับรถประมาณ 45 นาที ถึงหนึ่งชั่วโมง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ดิฉันรักและเสียสละทุกอย่างให้ เพราะเค้าต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพังถึงสองคน อดีตภรรยามีสามีใหม่ และย้ายไปอยู่ที่อื่น เค้าต้องทำงานหนัก กลับบ้านตอนเย็นต้องรีบไปรับลูกที่โรงเรียน ทำอาหาร ดูการบ้าน และอื่นๆ  เค้าจะมาหาดิฉันประมาณอาทิตย์ละครั้ง ดิฉันจะเตรียมอาหารกลางวันให้เขา และทำอาหารเย็นแพ็คใส่กล่อง/ภาชนะอย่างดีให้สำหรับสามคน พ่อลูกด้วย ดิฉันจะทำอาหารอย่างดี บางอย่างตัวเองยังไม่เคยได้ทานเองเลย เพราะต้องประหยัดกับตัวเอง แต่กับเขาและลูกๆ ดิฉันทำให้ด้วยความเต็มใจ ดิฉันคิดแต่เพียงว่า อย่างน้อย ก็ช่วยแบ่งเบาภาระให้คนที่เรารัก และคนที่เค้ารัก บ้างไม่มากก็น้อย

ทุกครั้งที่เค้ามา จะขอร่วมหลับนอนด้วย ดิฉันยอมเพราะดิฉันรักเขามาก เขาปฏิบัติต่อดิฉํนอย่างดี และอบอุ่นดังเช่นคู่รักทั่วไป เราคุยกันถึงอนาคต ซึ่งดิฉันเหลือเวลาศึกษาอีกประมาณ 1 ปี ก็จะจบและต้องกลับไปปฏิบัติงานชดใช้ที่เมืองไทย เค้าบอกดิฉันว่า เค้ากับลูกๆจะไปเยี่ยมดิฉันกับครอบครัวที่เมืองไทย และดิฉันกับลูก ก็มาเยี่ยมเขากับครอบครัวทางนี้ ไปๆมาๆ จนกว่า ลูกเค้าจะโตอีกนิด เค้าจะ้ย้ายไปตั้งรกรากกับดิฉันที่เมืองไทย ส่วนลูกๆเค้าจะย้ายตามไปหรือไม่ จะให้ลูกๆตัดสินใจเองเมื่อถึงเวลาค่ะ

ประมาณสี่เดือนก่อน เค้ามีปัญหาที่ทำงานเก่า และต้องออกจากงานอย่างกะทันหัน เค้าเครียดมาก แต่ยังโชคดีที่ได้งานใหม่ทำที่อีกบริษัทหนึ่ง ซึ่งเป็นธุรกิจคล้ายๆกัน ก่อนเค้าขาดการติดต่อไป เค้าบอกแต่ว่า มีเรื่องเครียดทั้งสุขภาพของลูก งานและอื่นๆ จะขอเวลาอยู่กับตัวเองสักพัก ดิฉันเป็นกังวล และห่วงเขามาก แต่ไม่ทราบจะทำอย่างไรได้ ได้แต่รอให้เขาติดต่อกลับมา

เวลาผ่านไป 3 สัปดาห์ เค้าติดต่อกลับมา บอกขอยืมเงินดิฉัน เค้าบอกว่า เค้ากำลังแย่มาก และไม่เห็นที่พึ่งอื่น ถ้าเขาไม่จนปัญญาจริงๆ เค้าจะไม่เอ่ยปากเลย ดิฉันเห็นใจและสงสารเค้ามาก นึกถึงอีกสองปากสองท้องที่รออยู่ที่บ้าน จึงได้ให้ยืมไป โดยเค้ารับปากว่าจะรีบใช้คืนให้ เค้ารักและขอบคุณดิฉันมากๆ ความสัมพันธ์ยังคงเป็นปกติ แต่ที่น่าแปลกคือ เรามีแพลนมานานแล้วว่า เค้าจะพาดิฉันไปแนะนำให้ลูกๆได้รู้จัก และใช้เวลาสุดสัปดาห์ด้วยกัน แต่จนแล้วจนรอด ก็มีอันต้องยกเลิก หรือเลื่อน มาโดยตลอด โดยมีเหตุผลต่างๆนานา อาทิ ญาติที่อยู่อีกจังหวัดหนึ่ง ฆ่าตัวตายโดยการตัดสายไฟ อาการเป็นตาย อยู่โรงพยาบาล เค้าต้องไปดูแล หรือ พี่ชายเค้าหกล้มขาหัก ต้องไปโรงพยาบาล เช้าวันที่จะมารับดิฉํน หรือลูกสาวมีปัญหา ต้องอยู่ดูแล เป็นต้น (เค้าเป็นคนรักและตามใจลูกมากค่ะ)

เค้ามายืมเงินดิฉันทั้งหมดสามครั้ง โดยครั้งสุดท้าย (วันพุธที่ 8 ธ.ค. ตอนกลางวัน) บอกว่า เค้าจะได้เงินสองก้อนทั้งจากบริษัทใหม่ และบริษัทเก่าที่ยังไม่ได้จ่ายให้ ในคืนวันพฤหัส แล้วเค้าจะคืนเงินทั้งหมดให้ดิฉันวันศุกร์ และมารับไปอยู่กับลูกๆด้วยตอนวันเสาร์อาทิตย์ ดิฉันหลงเชื่อ ให้เงินไป แต่แล้วเค้าก็หายไป เท็กซ์มาบอกว่า มีปัญหากับลูกสาว มาไม่ได้ ขอโทษด้วย ไว้จะอธิบายให้ฟัง

อาทิตย์ถัดมา เค้าอธิบายให้ฟังเรื่องปัญหาส่วนตัวของลูกสาวเขา มากมาย ดิฉันเห็นใจและให้โอกาสเขาอีกครั้ง ตลอดทั้งอาทิตย์นั้น เค้าต้องไปทำงานต่างเมือง และบอกว่า จะมาหาดิฉันวันศุกร์เมื่อกลับมาถึงแล้ว และมารับไปอยู่ด้วยวันสุดสัปดาห์

คืนวันศุกร์เค้าลงเครื่องเกือบตีหนึ่ง ส่งข้อความมาว่า อยากมาหาดิฉัน และขอมี "เซ็กซ์หมู่" กับดิฉันและเพื่อน ดิฉันตกใจช็อคมาก (มีเพื่อนคนไทยเพิ่งบินมาคืนวันที่เค้ามายืมเงินงวดสุดท้าย และขอมาพักกับดิฉันชั่วคราว) เค้าเท็กซ์มาไม่หยุด พยายามให้ดิฉันคุยกับเพื่อน ดิฉันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร ต่อว่าเค้าว่า ทำไมไม่ให้เกียรติดิฉันและเพื่อน ไม่เคารพกันเลย ดูเหมือนเค้าเป็นบ้าไปแล้ว พูดแต่เซ็กซ์และคำหยาบ เค้าเป็นอีกคนที่ดิฉันไม่รู้จักเลย คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่แสนสุภาพและอบอุ่นและรักดิฉันมากๆ หายไปไหน ดิฉันบอกเลิกเค้า และปิดโทรศัพท์

เช้าเค้าเท็กซ์มาแต่เช้า ดิฉันหยุดร้องไห้ไม่ได้ จึงโทรปรึกษาสายด่วนสำหรับคนมีปัญหาชีวิตและอยากฆ่าตัวตาย (อันนี้ ไม่เคยอยู่ในความคิดดิฉันค่ะ) เค้ายังคงส่งข้อความมาตลอดขอเซ็กซ์หมู่ ถ้าเพื่อนดิฉันไม่ยอม ก็ให้ลองถาม housemate ที่แชร์บ้านด้วยกันได้ไหม คนนี้จะคมเข้ม และอวบอัดมาก เค้าเคยเจอ หนนึงที่บ้านค่ะ เจ้าหน้าที่แนะนำให้ดิฉัน ขู่เค้าไปว่า จะไปแจ้งความตำรวจ ถ้าไม่หยุดคุกคาม ดิฉันเท็กซ์ไป เค้าเงียบไปประมาณ 2-3 ชม. แล้วเท็กซ์มาว่า เค้าต้องการคืนเงินดิฉัน ขอมาหา เอาเงินมาให้ได้ไหม ดิฉันไม่ตกลง บอกว่า ให้เค้าโอนเข้าบัญชีดิฉัน เค้าลูกไม้บ่ายเบี่ยงตลอดทั้งเสาร์อาทิตย์ ดิฉันร้องไ้ห้ติดกันมาสามวัน ตัดใจว่า คงไม่ได้เงินคืนแน่ๆ

เช้าวันจันทร์ เค้าเท็กซ์มาอีก จะขอมาหามานอนด้วย พอได้รับเท็กซ์นั้นแต่เช้า ดิฉันปรี๊ดแตกเลย กลายเป็นบ้า อยากแก้แค้นเอาเงินคืนมาให้ได้ จึงแกล้งเปลี่ยนกลยุทธ์เป็นว่า ลองคิดดูแล้ว น่าสนใจจะลองติดต่อเพื่อนให้ และเพื่อให้เค้าเชื่อดิฉัน ดิฉันอ้างไปว่า แต่เธอต้องจ่ายเงินเพื่อนฉันด้วยนะ จริงๆดิฉันไม่เคยโกหกอะไรเขาเลยตลอดเวลาที่คบกัน พยายามรักษาศีลห้าสุดชีวิต แต่แล้วก็ต้องผิดศีลข้อสี่ ด้วยโทสะของตัวเอง

เค้าลูกไม้มาก เอาเช็คเข้าบัญชี แล้วเท็กซ์มาบอกว่าเอาเงินเข้าให้แล้ว ให้ดิฉันและเพื่อนกลับไปรอที่บ้านดิฉัน เพื่อเซ็กซ์หมู่ เค้ากำลังขับรถมาหา ดิฉันวิ่งไปเช็คที่แบ้งค์ เจ้าหน้าที่ตอบว่า ต้องรอเช็คเคลียร์ประมาณ 3 วัน จึงจะทราบว่า เป็น bank cheque ซึ่งใช้ได้เสมือนเงินสด การันตีโดยธนาคาร และแคนเซิ่ลไม่ได้ หรืออาจเป็น personal cheque ซึ่งอาจแคนเซิ่ลเมือไรก็ได้ และอาจไม่มีเงินในบัญชี เค้าขับรถไปรอที่จอดรถที่บ้านแล้ว พยายามโทรหา และเท็กซ์หาดิฉัน แต่ดิฉันไม่รับสาย เท็กซ์กลับไปว่า เช็คผ่านอีกสามวัน ค่อยมาคุยกัน

เค้าพยายามหลอกล่อหลายอย่าง ตลอดเวลาสามวัน ดิฉันได้แต่บอกตัวเองให้ อดทนๆๆๆและอดทน เค้าเท็กซ์มาตลอด จะขอเจอดิฉันและเพื่อนก่อน เพื่อพูดคุย ดิฉันไม่ยอม แต่แกล้งโกหกว่า เพื่อนบอกให้รอดิฉันได้เงินก่อน

จนสายๆ วันพุธ ดิฉันเช็คอินเตอร์เน็ตแบ้งกิ้ง เค้าแคนเซิ่ลเช็ค ตั้งแต่วันที่เอาเช็คเข้า (คือวันจันทร์) เค้าจงใจหลอกดิฉัน ดิฉันเท็กซ์ไปว่า เธอโกหก เธอแคนเซิลเช็ค นับแต่นี้อย่าติดต่อชั้นอีก เดี๋ยวชั้นจะหาลูกค้ารวยๆให้เพื่อนชั้นเอง เค้าเท็กซ์มาด่าว่า ดิฉันเป็นโสเภณี ขายกระทั่งตัวเองและเพื่อน เค้าจงใจทำแบบนี้ เพราะจะดูว่าดิฉันจะเห็นแก่เงินหรือไม่ และด่าว่า ดิฉันทำทุกอย่างเพื่อเงิน ชั้นจะไม่มีทางกลับมาหาเธอ นอนกับเธอ เธอมันโสเภณี

ดิฉันอึ้งไป ร้องไห้ไม่หยุด งงว่า นี่มันอะไรกัน มันเงินดิฉํนแท้ๆ ดิฉันดีลกับความเศร้าของตัวเองไม่ได้ โดยเฉพาะคำกล่าวหานี้ มันรุนแรง และเจ็บปวดมาก ดิฉันโทรหานักจิตวิทยาของมหาลัย เค้าให้ดิฉันไปหาทันที ดิฉันเล่าเรื่องไป ร้องไห้ไป เค้าบอกว่า ดิฉันโดนหลอกแต่แรก โดนหลอกมาเป็นปีแล้ว และแนะนำให้ดิฉันไปศาลทันทีในวันรุ่งขึ้น เพื่อร้องขอให้ศาลออก Intervention Order หรือคำสั่งคุ้มครองดิฉันจากศาล โดยโทรติดต่อเจ้าหน้าที่ สังคมสงเคราะห์ที่ทำงานที่ศาลให้ดิฉันด้วย นักจิตวิทยาแนะนำให้ดิฉันเตรียมเอกสาร หลักฐานทั้งหมด ไปศาลด้วย ดิฉันพิมพ์รายงาน เล่ารายละเอียดคร่าวๆ และพิมพ์ เท็กซ์ติดต่อทั้งหมด ระหว่างเขาและดิฉัน ไปเตรียมยื่นให้ศาลด้วย

รุ่งขึ้น ดิฉันไปศาลแต่เช้า กรอกแบบฟอร์มรายละเอียดต่างๆ โดยเล่ารายละเอียดประกอบคร่าวๆให้นักสังคมสงเคราะห์ และเจ้าหน้าที่ ที่เตรียมเอกสารด้วย ศาลอ่านรายงานแล้ว ออกคำสั่งคุ้มครองดิฉันทันทีตามที่ร้องขอ และถามคำถามประมาณ 2-3 คำถามเท่านั้น เพราะดิฉันเตรียมเอกสารไปอย่างดี คำถามสุดท้ายที่ดิฉันขอถามศาลคือ คำสั่งนี้ จะมีผลต่อลูกของเค้าไหม ดิฉันเป็นห่วงความรู้สึกเด็ก ถามไป ดิฉันก็น้ำตาไหลไปด้วย ศาลแจ้งว่า อันนี้ เป็น civil records เท่านั้น คือเป็นบันทึกของศาลครอบครัวว่า เค้ามีประวัติ domestic violence ถ้าเค้าขัดหมายศาล และดิฉันแจ้งความตำรวจ เค้าจึงจะมี criminal records ซึ่งนั่นจะมีผลต่อชีวิตเขาอย่างมาก ทั้งด้านการงานอาชีพและครอบครัว

ใจจริงแล้ว ดิฉันไม่อยากทำอย่างนี้เลย แต่ไม่มีทางเลือกจริงๆ ดิฉันต้องใช้กฏหมายในการป้องกันตัวเอง แต่แรกคิดว่า จะเงียบ ไม่ติดต่ออีกแล้ว แต่อีกใจก็กลัวเค้าจะมาดักทำร้าย หรืออื่นๆ เพราะเค้าทราบทั้งที่ทำงานและที่บ้านของดิฉัน กลัวว่าเพื่อนจะโดนลูกหลงไปด้วย จึงตัดสินใจทำแบบนี้

ศาลแจ้งว่า หมายนี้ จะไปถึงมือของเขาภายใน 24 ชม. โดยตำรวจจะติดต่อ และมอบให้เค้ากับมือ เพราะฉะนั้น ภายใน 24 ชม.นี้ หมายนี้ ยังไม่คุ้มครองดิฉัน ต้องระวังตัวด้วย เพราะดูท่าเค้าจะไม่ปกติ เค้าเท็กซ์มาตลอดทั้งวันที่ดิฉันไปศาล (วันพฤหัส) จนถึงวันเสาร์ (คริสต์มาส) และยังส่งคำอวยพรคริสต์มาสมาให้ด้วย โดยลงชื่อเค้าและลูกอีกสองคน เค้าออดอ้อน ขอคืนดี ขอกลับมาหา ขอโทษที่ทำให้เธอเสียใจ ดิฉันสงสัยว่า เขายังไม่ได้คำสั่งศาลหรือ เขาควรจะได้ตั้งแต่วันศุกร์แล้ว

ตอนค่ำวันเสาร์ ดิฉันจึงเขียนอีเมล์ไปเป็นครั้งสุดท้ายว่า เรื่องทั้งหมดว่า ดิฉันและเพื่อนสนใจเซ็กซ์หมู่นั้น ดิฉันเป็นคนปั้นเรื่องเอง คนอย่างดิฉัน จะไม่ยอมแชร์คู่ครองให้ใคร หากคู่ครองดิฉันนอกใจ ดิฉันพร้อมจะเดินออกไปจากชีวิตเขามากกว่า ที่ดิฉันอ้างเพื่อน เพราะโกรธและอยากได้เงินคืน แต่ทำไมเธอถึงโกหก หลอกลวงและคดโกง นั่นเงินดิฉันแท้ๆ ตลอดเวลา ดิฉันรักและห่วงใย ดูแลอย่างดี ไม่เฉพาะตัวเขาแต่ลูกๆด้วย มีของฝากให้ตลอด ทั้งขนม ของกิน ของใช้ ทำไมทำกับดิฉันอย่างนี้ ฐานะของดิฉันแย่กว่าโสเภณีเสียอีก เพราะโสเภณี ขายตัว ยังได้เิิงินกลับมา แต่ดิฉันเหมือนทาส ทำงานงกๆ เสียทั้งตัว ทั้งใจ ทั้งของขวัญของฝากสารพัด ทั้งเงิน ทุกอย่าง นับแต่นี้ ต่อไป อย่าติดต่อดิฉันอีก เพราะหากเค้าขัดคำสั่งศาลจะโดนปรับหลายหมื่นดอลล์ และอาจติดคุกสองปี

เค้าตอบกลับมาด่าดิฉันประมาณว่า ดิฉันมันโง่ ชอบเซ็กซ์ของเขาเอง ไม่ยังงั้นคงเรียกร้องเงินทองเป็นการตอบแทนแล้ว เค้าจะไม่มีวันติดต่อดิฉันอีก และถ้าบังเอิญเห็นดิฉันบนถนน เค้าจะข้ามไปอีกฟากนึง และเชิดหน้าหนีทีเดียว ดิฉันเสียใจมาก กับคำตอบของเค้า เพราะเข้าใจว่า คงมีความรู้สึกละอายในความผิดทั้งหมด หรือสำนึุกผิดขึ้นมาบ้าง เพราะนี่คือธาตุแท้ของเค้า จริงๆ เค้าคงได้คำสั่งศาลตั้งแต่วันศุกร์ แต่พยายามพูดขอโทษ และพูดหวานๆให้ดิฉันตายใจ ให้ดิฉันเข้าใจว่า เค้าไม่รับรู้เรื่องคำสั่งศาล เค้าโหดร้ายและเลือดเย็นจริงๆ

ดิฉันพยายามทำใจอโหสิกรรมให้เค้า คิดว่าเค้าคงเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่ตามมาทวงหนี้ อย่างสาสมทีุ่สุด ดิฉันพยายามสวดมนต์ นั่งสมาธิแผ่เมตตาให้เค้า กรวดน้ำให้เขา แต่ความรู้สึกเศร้าเสียใจ มันยังอยู่ บางทีก็ร้องไห้ตอนสวดมนต์ บางทีก็เคียดแค้น อยากสาปแช่ง แต่จิตฝ่ายดี ก็จะคอยเตือนว่า  ต้องอโหสิกรรมให้ได้ ไม่อย่างนั้นชาติต่อไป ก็คงต้องจองเวรกันต่อไปอีก ดิฉันไม่อยากเจ็บปวดอย่างนี้อีกแล้ว อีกทั้ง ไม่ต้องการเป็นฝ่ายได้เปรียบในชาติต่อไป และทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดอีก

ดิฉันยังรู้สึกได้ว่า เค้าคงยังเคียดแค้นชิงชังดิฉันมาก ที่มีคำสั่งศาลส่งไปที่ทำงานของเขา (ดิฉันขอให้ศาลส่งไปที่ทำงานแทนที่บ้านค่ะ เพราะสงสารลูกๆเค้า ถ้าทราบเรื่อง) แต่เพื่อนๆที่ทำงานคงต้องรู้ (แม้จะไม่รู้เนื้อความในจดหมาย/คำสั่งศาลนั้น) แต่คนที่ไปยื่นให้เขากับมือที่ทำงานคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนๆคงจะเลาๆว่า เค้าคงทำอะไรไม่ดีมาแน่

ดิฉันหมดกรรมจากเค้าแล้วหรือยังคะ หากดิฉันพยายามอโหสิกรรมให้เค้า แต่เค้ายังเคียดแค้นอาฆาตอยู่ กรรมนี้ จะยังคงอยู่ต่อไปหรือไม่ การที่ดิฉันขอความคุ้มครองจากศาลเพื่อป้องกันตัวเอง และเป็นการป้องกันเค้าทางอ้อม หากเค้าจะคิดทำอะไรไม่ดีกับดิฉันและเพื่อน เพราะหากดิฉันไม่ทำอะไรเลย เค้ายังคงตามตื๊อ และคุกคามตลอด ตอนนี้ เค้าหยุดแล้วค่ะ

ดิฉันควรทำอย่างไรดีนับจากนี้ เหตุการณ์ครั้งนี้ มันเลวร้ายมาก และมีผลต่อจิตใจของดิฉันอย่างรุนแรง ตอนนี้ ยังกลับมาทำงานต่อไม่ได้เลยค่ะ เขียนงานไม่ได้เลย เครียดมาก และเศร้า ท้อแท้ สิ้นหวัง เป็นพักๆ พยายามฟังธรรมะ สวดมนต์ ไหว้พระ

รบกวนช่วยชี้แนะดิฉันด้วย จักเป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ

wanwalee
บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #1 เมื่อ: 30 ธันวาคม 2010, 10:06 »


ตอนนี้ เมื่ออยู่ในความคุ้มครองของกฏหมายแล้ว
ก็ถือได้ว่า เรามีความปลอดภัยในระดับหนึ่งค่ะ
แต่ทั้งนี้ ก็ต้องระมัดระวังตัวเองด้วยนะคะ
พยายามอย่าไปไหนมาไหนคนเดียว
อย่าไปในที่เปลี่ยว ปลอดคน

คุณเป็นคนจิตใจดี มองโลกในแง่ดี สงสารคนง่าย
รักและเมตตาเด็ก เพราะคุณเองก็มีลูก
ผ่านความทุกข์จากการต้องกระเบียดกระเสียนกินใช้
เพื่อให้พอเพียงเลี้ยงครอบครัว จึงเข้าใจและเห็นใจคนที่อยู่ในสภาวะคล้ายกัน

เรื่องที่เขาเล่ามาทั้งหมด คุณไม่ได้ไปเห็นสภาพที่แท้จริงของครอบครัวเขา
ทั้งเรื่องลูก และภรรยา ก็ไม่อาจจะเชื่อถือใดๆ ได้เลย
เขาอาจมีเรื่องอีกมากที่ปกปิดเอาไว้ และนำเสนอใหม่ ให้น่าสงสาร เพื่อให้คุณใจอ่อน

มิจฉาชีพนั้นมีความเชี่ยวชาญในการค้นหาจุดอ่อนของเหยื่อ
และนำมาใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

โดยรูปแบบที่เขาเข้ามาหาคุณ คือ ทำให้เกิดความรักและไว้วางใจ
เริ่มหยิบยืมทรัพย์สินเงินทอง เอาความสงสารเด็กของคุณมาตักตวงผลประโยชน์
และเป็นกำแพงป้องกันความระแวง ไม่กล้าตัดสินใจ หรือทำรุนแรงใดๆ กับเขา
ถ้าเขาพลาดถูกจับได้
้้้
้เขามีจิตวิทยาทำใ้ห้คุณสับสน แม้เรื่องกระจ่างแล้ว ก็ยังรู้สึกกึ่งเชื่อ กึ่งไม่เชื่อ
ในพฤติกรรมเลวร้ายที่ผ่านมาของเขา ว่าเป็นเรื่องจริง หรือไม่จริงกันแน่

ผู้หญิงตัวคนเดียวที่เคยอยู่ในที่ปลอดภัย วางใจในชีวิตที่เคยอบอุ่น
ไม่ค่อยได้พบเจอเรื่องเลวร้ายรุนแรงในจิตใจของใคร
ี่ต้องมาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง มองไปทางไหนก็รู้สึกเงียบเหงาไม่คุ้นเคย
ไร้คนปรึกษา มีอันตรายจากคนหยาบช้า จิตใจไม่ดีได้ง่าย

กว่าจะเรียนจบอีกหลายปี หรือเปล่าคะ
พยายามหากลุ่มเพื่อนคนไทย ที่พอรู้จักหรือไว้ใจกันได้ เป็นที่ปรึกษา
ย้ายที่อยู่ ที่ปลอดภัยมากขึ้น อยู่กับเื่พื่อนหรือญาติที่ไว้ใจได้

การคบกับคนต่างชาตินั้น เราต้องศึกษาวัฒนธรรมของเขาให้ดี
การมีน้ำใจเอื้อเฟื้อแบบคนไทยต่อคนไทยด้วยกันของเรา
แม้แต่รอยยิ้ม สำหรับ เขา มันอาจเป็นเรื่องของผลประโยชน์
ที่ต้องมีการตอบแทนกัน

สิ่งใดๆ ที่ดีที่เราทำให้เขา ขอให้คิดว่า เราเอื้อเฟื้อต่อคนที่ด้อยกว่า
เป็นการสร้างกุศล ที่จบไปในครั้งนั้น
ไม่ต้องคิดว่า ต้องมีการย้อนกลับคืนเป็นผลใด

เงินทองที่เสียไปไม่ว่ามากน้อย ก็คิดว่า เราเคยบริจาคทาน
แต่ต่อไปเราจะระมัดระวังในการบริจาคทานแก่คนที่สมควรให้มากขึ้น

ถ้าคิดว่า ช่วงนี้ไม่ไหว ก็ไปอยู่กับเพื่อนที่อื่นสักพัก
หรือ ถ้าสามารถลากลับมาเมืองไทยได้ ก็กลับมาก่อน
อย่างไรเสีย บ้านเมืองเราก็ยังมีญาติมิตร มีพ่อแม่ มีคนที่รักเราจริงๆ รออยู่
มาเต็มพลัง มาเติมความแข็งแข็งให้กับจิตใจ
เพื่อจะได้มีแรงฝ่าฟันสงครามชีวิตต่อไป
บันทึกการเข้า
wanwalee
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 2


« ตอบ #2 เมื่อ: 30 ธันวาคม 2010, 10:36 »

สวัสดีค่ะ

ขอขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำและกำลังใจค่ะ
เพื่อนคนไทยและต่างชาติที่สนิทกันและเคยเรียนด้วยกัน เรียนจบกลับไปหมดแล้วค่ะ เรามากันคนละปี และมาเจอกันที่นี่ ส่วนที่ยังเหลือ จะไม่สนิทกันและอยู่กันคนละคณะ ไม่ใคร่มีใครสุงสิงกันเท่าไหร่ค่ะ ดิฉันเคยเจ็บปวดจากเพื่อนคนไทยเหมือนกัน จึงรู้สึกขยาดๆ ขออยู่เงียบๆสงบๆดีกว่า มีได้เจอชุมชนคนไทยที่วัด ซึ่งดิฉันจะไปตอนต้นเดือนๆละครั้งค่ะ แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมกันค่ะ

ตอนนี้ ที่สนิทด้วยจะเป็นเพื่อนผู้หญิงมุสลิมชาวมาเลเซีย เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวลูกชาย 3 คนค่ะ ได้พูดคุยให้กำลังใจกันและกัน รู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง จากกรณีของเพื่อนคนนี้ เค้าเจอปัญหาหนักหนาสาหัสกว่าดิฉันหลายเท่านัก ฟังแล้ว เห็นใจเพื่อนมาก และทำให้รู้สึกว่า เรื่องราวของเรา บรรเทาไปมาก เราต่างอวยพรให้อีกฝ่ายมีความสุข และมีแรงสู้กับชีวิตค่ะ

ดิฉันสวดมนต์ ไหว้พระทุกวัน พอมีความสงบขึ้นบ้าง จะพยายามกลับมาทำงานต่อใ้ห้ได้ ตอนนี้ ยังกลับเมืองไทยไม่ไ้ด้ค่ะ เพราะไม่มีเงินสำรองแล้ว พยายามคิดอย่างที่คุณ Mayrin แนะนำคือ ได้สงเคราะห์ คนที่เค้าด้อยกว่า บริจาคให้เขาเป็นทาน อโหสิกรรมให้เขา และขอให้เขามีความสุข อย่างน้อย เค้าก็เป็นคนที่ดิฉันเคยรัก

ขออนุโมทนาบุญ และ ขอขอบพระคุณอีกครั้งสำหรับความเอื้อเฟื้อให้คำแนะนำ และกำลังใจ แม้จะเป็นเพียงตัวอักษรผ่านสื่อในชุมชนเล็กๆนี้ แต่ก็มากด้วยน้ำใจและความจริงใจ ขอเป็นกำลังใจให้คุณ Mayrin และเพื่อนๆ ทำหน้าที่ช่วยเหลือเพื่อนทุกข์ในสังสารวัฏนี้ต่อไปด้วยเถิด

บุญรักษา พระคุ้มครองค่ะ
บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #3 เมื่อ: 30 ธันวาคม 2010, 12:25 »


สรรพสัตว์ทั้งหลาย ทุกชาติเชื้อ
ถ้ายังเป็นผู้ที่พร่อง ยังเป็นผู้ที่ต้องอบรมขัดเกลา
ล้วนสามารถกระทำกรรมพลาด
อันก่อทุกข์ภัยเวร เบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่นได้เสมอ

มันจะเป็นเพียงฝันร้าย เป็นสัญญาเก่า
เป็นทางเดินผ่านของภพชาติหนึ่งของเรา ในอนาคตค่ะ
สิ่งใดที่ใครทำไม่ดีกับเรา ก็ขอให้มันจบลงที่เรา

เรารู้ว่ากำลังเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์ นั้น
และตั้งใจมั่น ที่จะไม่ให้ปวงสัตว์ทั้งหลายได้รับทุขเวทนานั้น
ซึ่งเกิดจากการกระทำกรรมของเราในเบื้องหน้าอย่างเด็ดขาด

ให้อภัย ให้อโหสิกรรม หลุดจากวงจรกรรมซึ่งกันและกัน
ไม่ต้องมาเวียนซ้ำมากลับด้านกัน

แผ่นดินพุทธศาสนาของเรามากมายด้วยหมู่พระอริยะ และผู้ปฏิบัติดี
กระแสความเป็นกุศล อบอุ่นถักทอล้อมรอบบ้านของเรา ยากที่จะหาพบในแผ่นดินอื่น 

ขอให้มีความสุขในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนะคะ 
สิ่งเลวร้ายทั้งมวล คนไม่ดีทั้งมวล ขอให้หลุดหายลอยไปจากเส้นทางเดินของกรรม
เหมือนกับปีเก่าที่กำลังผ่านพ้นไป 


ั้
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!