แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
18 สิงหาคม 2019, 22:31 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๖๐๖ เพราะเรามีไม่เท่ากัน  (อ่าน 5960 ครั้ง)
aumi_jung
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 7


« เมื่อ: 5 สิงหาคม 2010, 16:19 »

สวัสดีค่ะ เราคบกับแฟนคนนึงมา 1 ปีเต็มแล้ว แรกๆที่คบก็เหมือนว่าจะดี เค้ามีพร้อมทุกอย่าง ทางกายถาพ
หน้าตาดี ฐานะดี ปัญญาดี ทุกอย่างดีหมด แต่........เค้าไม่ศรัทธาในพุทธศาสนาเลยค่ะ เรานั้นศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า และครูบาต่างๆมากคะ สวดมนต์ทำวัตรเช้า และ เย็น ตลอด ไม่คิดเบียดเบียนผู้อื่น พอคบกันเรารู้สึกว่าเค้าเอาเปรียบเราทุกๆอย่าง ไม่ว่าเรื่องการกดขี่ เรื่องเงินทอง เรื่องการคบกัน เค้าจะต้องเป็นฝ่ายได้เปรียบทุกครั้ง เค้าชอบพูดจากดให้เราดูแย่อยู่ตลอดเวลา พูดจาดูถูกเพื่อนเรา แม่เพื่อนเรา เราคิดว่าเราก็คงโดนเหมือนกันแต่เราไม่ได้ยิน เค้าคืดว่าถ้าชีวิตจะได้ตำแหน่งสูงๆให้ทำผิดศีลธรรมก็ยอม เป็นคนทะเยอทะยานอยาก หยิ่งผยอง มั่นใจในตัวเอง แต่เรากลับเฉยๆพอเพียง เรารู้สึกว่าเป็นทาสเป็นเบี้ยล่างมาตลอด
ชวนทำบุญก็ไม่ศรัทธา ด่าว่าพระ (บางองค์อาจไม่ดีจริง แต่ก็ไม่ควร) ด่าว่าคนอื่น แช่งน้องชาย คือผิดศีลทุกข้อเลยค่ะ แถมยังมีกิ๊กไปทั่วเพราะ คิดว่าชั้นแน่ ชั้นหล่อ ชั้นมีแต่คนเข้าหา เค้าทำร้ายจิตใจผู้หญิงมานับไม่ถ้วน ก่อนที่จะมาคบกับเรา ซึ่งเราก้โดนทำร้ายจิตใจเหมือนกัน เรารักเค้านะคะ อยากให้เค้าเป็นคนดี เค้ามีต้นทุนคือบุญมาเยอะมาก แต่ทำไมไม่ยอมต่อยอดบุญเลย อะไรที่เป็นกรรมก็ทำ เป็นคนที่ไม่กลัวบาป กลัวกรรม เราเริ่มต่างกันไปเรื่อยๆ แต่เราก็ตัดใจจากผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนี้ไม่ได้ จนสุดท้ายในที่สุด ครอบครัวเราให้เลิกกับเค้าแล้ว เราก็เสียใจพยายามสวดมนต์ขอให้เค้าเป็นคนรู้ผิดชอบชั่วดีแต่ก็เปล่า
เราจะช่วยเค้ายังไงดีค่ะ หรือปล่อยไปตามเวรตามกรรม มีหมอดูเคยทักว่าเราจะต้องเลิกกันตามผลกรรมที่ต่างกัน ตามศีลที่เค้ามีไม่เท่าเรา เค้าจะไปจากเราเอง เราก็กลัวเหมือนกันค่ะ สับสนมาก และ เศร้ามากๆด้วยค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 สิงหาคม 2010, 21:40 โดย star4life » บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #1 เมื่อ: 7 สิงหาคม 2010, 14:00 »


ในแม่น้ำแห่งสังสารวัฏ
เรือสองลำแล่นมาพบกันตามแรงกรรม
เรือลำหนึ่งใหญ่โตโอ่งอ่าแต่มีรอยรั่ว
มีรูเล็กๆ ซึ่งน้ำค่อยๆ ซึมเข้ามาตลอด
ผู้อยู่บนเรือลำนั้นไม่สนใจจะอุดรอยนั้น
ทั้งยังปล่อยหางเสือ
ให้เรือไหลไปตามกระแสน้ำ

ในขณะที่อีกลำเป็นลำเล็กๆ
เจ้าของเพียรสำรวจปะชุนรอยรั่ว
คอยบังคับหางเสือให้เรือแล่นตรงทิศทาง

เรือสองลำนั้น จะสามารถแล่นคู่กันไปได้นานสักเพียงใด
แม้คนบนเรือลำเล็กนั้นจะเพียรพายไปเคียง
ร่ำร้องตักเตือนคนบนเรือใหญ่
แต่ทว่าเสียงนั้นก็ถูกกลบกลืนหายไปตามคลื่นลมกิเ่ลส

แล้วเราผู้อยู่บนเรือลำเล็กพึงทำเช่นไร
เราเองก็เป็นผู้ยังอยู่กลางลำน้ำ
ชื่อว่าได้ว่าเป็นผู้ไม่ปลอดภัย
จึงมีหน้าที่ระมัดระวังรักษาเรือตนเช่นกัน

พึงเร่งพาตนไปสู่ฝั่งอันเป็นเป้าหมาย
เพื่อมิให้พลาดพลั้งเรือล่มเป็นอาหารของเต่าและปลา
ืเป็นที่พึ่งของตนให้ได้ จึงจะสามารถเป็นที่พึ่งของผู้อื่น
กิจใดควรทำเร่งทำกิจนั้น ชื่อว่าเป็นผู้รู้กาลอันควร
จึงจักประสบความสำเร็จในเบื้องหน้า

บทสวดมนต์ที่พึงพิจารณาสวดทุกวัน

อภิณหปัจจเวกขณะ

ชะราธัมโมมหิ (มามหิ)
เรามีความแก่เป็นธรรมดา

ชะรัง อะนะตีโต (อะนะตีตา)
ล่วงความแก่ไปไม่ได้

พะยาธิธัมโมมหิ (มามหิ)
เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา

พะยาธิง อะนะตีโต (อะนะตีตา)
ล่วงความเจ็บไข้ไปไม่ได้

มะระณะธัมโมมหิ (มามหิ)
เรามีความตายเป็นธรรมดา

มะระณัง อะนะตีโต (อะนะตีตา)
ล่วงความตายไปไม่ได้

สัพเพหิ เม ปิเยหิ มะนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว
เราละเว้นเป็นต่างๆ คือว่าพลัดพรากจากของรัก ของเจริญใจ ทั้งหลายทั้งปวง

กัมมัสสะโกมหิ (กามหิ)
เราเป็นผู้มีกรรมเป็นของๆ ตน

กัมมะทายาโท (ทา)
เป็นผู้รับผลของกรรม

กัมมะโยนิ
เป็นผู้มีกรรมเป็นกำเนิด

กัมมะพันธุ
เป็นผู้มีกรรมเป็นเผ่าพันธ์

กัมมะปะฏิสะระโณ (สะระณา)
เป็นผู้มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย

ยัง กัมมัง กะริสสามิ
จักทำกรรมอันใดไว้

กัละยาณัง วา ปาปะกัง วา
ดีหรือชั่ว

ตัสสะ ทายาโท (ทา) ภิวิสสามิ
จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น

เอวัง อัมเหหิ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง
เราทั้งหลายพึงพิจารณาเนืองๆ อย่างนี้แล

 
บันทึกการเข้า
aumi_jung
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 7


« ตอบ #2 เมื่อ: 8 สิงหาคม 2010, 17:26 »

พี่ mayrin คะ
ตอนนี้ได้เลิกกับเค้าไปแล้วค่ะ เนื่องจากว่าเค้าหัวแข็ง และไม่ง้อเลย
เค้าหายจากชีวิตเราไปแล้วค่ะ เราเสียใจมาก ร้องไห้ คิดถึงเค้าทุกวัน
แต่...เค้าไม่ติดต่อกลับมาเลยค่ะ แถมเมลล์มาบอกว่า ที่ผ่านมาเค้าไม่ใด้ชอบเลยที่ต้องโทหาเราทุกวัน
ต้องมานั่งฟังเราบ่น บลาๆตลอด คือ ทำไมเรายังไปยึดติดกับเค้าอีกคะ
พยายามฟังหลวงพ่อปราโมทย์ ก็ทำใจได้ซักระยะ แต่ก็มีบางทีที่คิดถึง
เราก็ร้องไห้อีก ตอนนี้เราไม่ต่างอะไรเลย เหมือนโดนหลอกใช้มาตลอดเวลา
โดยแค่ใช้คำว่ารักเป็นตัวหลอกลวงหัวใจเราตลอดค่ะ

บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #3 เมื่อ: 9 สิงหาคม 2010, 16:32 »



การต้องตัดใจเลิกราจากคนดี คนที่มีศีล คนที่รักเราจริง
ถือว่าเป็นเรื่องที่ควรเสียใจ เสียดาย และไม่น่าให้เกิดขึ้นค่ะ

แต่การเลิกรากับคนที่ได้เปิดเผยตัวตนให้เราได้ประจักษ์ชัดว่า
เขาเป็นผู้ทุศีล แสวงหาผลประโยชน์จากเรา และไร้ความจริงใจนั้น
ถ้ามีเรื่องน่าเสียดาย ก็ควรเป็นการเสียดายห้วงเวลาที่ผ่านมา
ซึ่งควรจะหมดสิ้นไปกับการได้พบคนที่คู่ควร

และไม่ใช่เราไม่ดี หากแต่เพราะเขาไม่ดีพอสำหรับเรา

บันทึกการเข้า
aumi_jung
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 7


« ตอบ #4 เมื่อ: 9 สิงหาคม 2010, 17:48 »

ขอบคุณค่ะ พี่ mayrin 
ที่ชี้แนะแนวทางสว่างให้ค่ะ สิ่งที่เราเสียใจที่สุดคือเวลาที่เสียไป
ความจงรักภักดีที่มีให้ การเสียสละทุกๆอย่าง
การมองเค้าในแง่ดีมาตลอด ซึ่งเข้าภาษิตเลยค่ะ ความรักทำให้คนตาบอด
เข้าใจเลยค่ะ ว่ามันเป็นกรรมที่ยังดึงดูดให้เฝ้าติดตามและคิดถึงเค้าอยู่ตลอดเวลา บางทีวันหนึ่งหลงไปทั้งวัน
ดูตามจิตไม่ทันเลยค่ะ ใจปรุงตลอดเวลา แต่มีคำหนึ่งที่หลวงพ่อเคยพูดไว้ในซีดีว่า ความสุข หรือ ทุกข์อยู่กับเราไม่นาน
มันก็จะหายไปเองมันไม่เที่ยง ไม่มีเราไม่มีเขา ก็พยายามคิดค่ะว่า ทุกๆคนในโลกนี้ล้วนเกิดมาทุกข์ทั้งนั้น ที่จะสุขตลอดไม่มี
ที่จะทุกข์ตลอดไม่มี จะพยายามปฏิบัติตามแนวทางหลวงพ่อให้ได้มากที่สุดในชีวิตนี้เลยค่ะ
โชคดีที่ใจเริ่มสว่างบ้างแล้วค่ะ
ขอบคุณนะคะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!