แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
17 กุมภาพันธ์ 2019, 03:18 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๖๐๘ รักหมดโปรฯ หรือ หมดใจ  (อ่าน 27985 ครั้ง)
Bee2524
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 12


« เมื่อ: 4 สิงหาคม 2010, 17:49 »

คือบีอายุ29 ส่วนแฟนอายุ24เราเริ่มคบกันเมื่อเดือนกันยาปีที่แล้ว เริ่มไปมาหาสู่กันเป็นแวลาสามเดือนหลังจากสามเดือนก็เริ่มมาอยู่กับเราได้ประมาณหกเดือนเขาก็ต้องย้ายกลับไปอยู่หอพักโรงงานเหมือนเดิมเพราะทางบีมีญาติต้องมาพักอยู่ด้วย หลังจากนั้น ประมาณดือนกว่าๆ ก็รู้สึกว่าแฟนเริ่มเปลี่ยนไปช่วงที่ย้ายออกไปก็จะไปหาเขาที่หอพักประจำ ซึ่งแรกๆ ก็ยัง happy แต่ช่วงหลังนี้ดูเขาเฉยชา ซึ่งปกติเขาก็จะเฉยๆ ไม่ซึ้งไม่หวาน ไม่โรแมนติก เวลาที่อยู่กันตามลำพังก็มีกุ๊กกิ๊กกันบ้าง แต่เวลาที่อยู่กับเพื่อนก็จะมีเฮฮาอยู่แล้ว ช่วงหลังมานี้เขาไม่เคยถามว่าอยู่ที่ไหน กินข้าวหรือยังซึ่งไม่เหมือนเมื่อก่อน ก็เลยถามเขาว่าทำไม่ถาม เขาก็ตอบว่าก็รู้อยู่แล้วเลยไม่ถาม ซึ่งมันทำให้เรารู้สึกว่าเขาไม่สนใจ ไม่แคร์เราเหมือนเดิมแล้ว และมีช่วงที่เราโทรหาเขาไม่ติดช่วงห้าทุ่ม-เที่ยงคืน เราก็เลยถามเขาว่าใช้สองซิมหรือ เขาก็ปฎิเสธ หลังจากนั้นไม่นานเราก็เจอซิมอยู่ในกระเป๋า เขาก็บอกว่าของเพื่อนฝากไว้ ซึ่งวันที่24-26 กค. เขาโทรมาให้เราไปหาและก็กอดเรา หอมเราแบบคิดถึง และอีกไม่กี่วันก็คืวันที่28ก็โทรหาเขาเบอร์ปกติไม่ติดจึงโทรซิมนั้นปรากฎว่าเขารับ เขาก็อึ้ง เงียบไป พอถาม เขาก็บอกว่าทำงานก่อนแล้วก็วางสาย โทรไปอีกก็ไม่รับ ตอนกลางคืนจึงโทรหาเขาเบอร์เพื่อนของเขา เขาจึงรับและบอกว่าหักซิมทิ้งแล้วเพราะวันใช้งานหมดแล้ว แต่ไม่บอกเหตุผลที่ใช้สองซิม เราจึงบอกว่าไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากมีกิ๊ก เขาก็บอกว่าไม่มี ถ้ามีแล้วจะบอก ทำให้เราเข้าใจได้ว่าเขาคบกับเรายังไม่ถึงขั้นจริงจัง เราไม่อยากทะเลาะ จึงไม่อยากซักไซ้กัน วันนี้นเราไปรับเขามานอนที่ห้องเรา เขาก็เย็นชาใส่เรา รู้สึกได้ว่าไม่พอใจเรา ไม่กอดกันไม่หอมกันเหมือนเคย แต่หลังจากนั้นเราก็ยังไปหาเขาที่หอพัก เขาก็เฉยๆ บอกว่าจะมาก็ตามใจ  ก็มีกอดกัน หอมกัน แบบธรรมดาเหมือนเป็นหน้าที่เฉยๆ ช่วงที่ห่างกันแรกๆ เราโทรหาเขาบ่อยมากวันละหลายรอบ มีง้องแง้งก็เข้าใจว่าเขารำคาญ ช่วงหลังนี้ไม่ง้องแง้งเพราะไม่อยากทะเลาะกันไม่อยากให้เสียความรู้สึก แต่ก็ยอมรับว่าโทรหาวันล่ะ3-5รอบ ลึกๆในใจกลัวเขามีคนอื่น  จะทำอย่างไรให้รักของเราดีขึ้น หรือจะต้องห่างกันไปต้องยอมรับความจริงว่ารักหมดใจ ไม่ใช่แค่หมดโปร เขาเบื่อเราแล้ว ช่วยแนะนำวิธีทำใจด้วยค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 สิงหาคม 2010, 21:41 โดย star4life » บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #1 เมื่อ: 7 สิงหาคม 2010, 13:23 »


ธรรมชาติของชายมักชอบเป็นฝ่ายรุก
โดยเฉพาะในเรื่องของความรัก
การได้มาในสิ่งที่ยาก ท้าทาย และแปลกใหม่
การได้กุมหัวใจของหญิงที่ต้องใช้ความพยายามมาก
การได้ชัยเหนือหมู่ชายทั้งมวล
ล้วนทำให้เกิดความภาคภูมิใจในอัตภาพชายของตนอย่างสูง
เขาก็จะตระหนักในค่าและถนอมหวงแหนไว้เนิ่นนาน

ผู้ชายมักไม่ชอบเป็นฝ่ายถูกรุก
โดยเฉพาะการสืบค้นเรื่องส่วนตัว เรื่องโทรศัพท์
ไม่ว่าเขาจะมีคนอื่นหรือไม่ก็ตาม
การที่ทำให้เขารู้สึกถูกเค้นตาม
จับตัวตนออกมาเปิดดูอย่างโจ่มแจ้ง
ในเรื่องที่เขาต้องการปกปิดทั้งมวล
เขาจะรู้สึกไม่ปลอดภัย ขาดอิสระ
อาณาเขตอันเป็นส่วนตัวถูกรุกราน
มีผู้ก้าวข้ามมาโดยที่เขายังไม่ได้ประสงค์จะให้เข้าสู่เขตแดน
ซึ่งเขาจะต้องป้องกันตัวเอง

ดังนั้นการแสดงตนเป็นเจ้าของหวงแหนตัวเขาของเรา
จะสร้างความรู้สึกอึดอัดขัดใจ เหมือนโดนมัดด้วยโซ่
ซึ่งถ้าไม่ใช่โซ่เสน่หาที่เขามีจิตย้อมติดยินยอมถูกผูก
เขาก็จะยิ่งดิ้นรนหนีออกห่าง

การพยายามเรียกร้องความเห็นใจ
ต้องการให้ทุกอย่างเหมือนเดิมหรือเพิ่มระดับ
ตามธรรมชาติของหญิงที่ยิ่งผูกพันธ์ลึกซึ้งยิ่งรัก
อันตรงข้ามกับความรู้สึกชาย
เมื่อได้ครอบครองทุกอย่างของหญิงนั้นแล้ว
ก็เป็นอันหมดความเพียร อันน่าท้าทาย
หายตัวไปพร้อมกับความกระตือรืนล้นอยากเอาใจ

ในขณะห้วงเวลาที่ความแปลกใหม่ลดระดับนี้
จึงเป็นห้วงเวลาที่เหมือนหลุดลอยสับสน
พยายามคว้านหาไขว่คว้าของฝ่ายหญิง

โทรไปวันละหลายครั้ง ความรู้สึกจะเหมือนถูกไล่ตามจิก
การเป็นฝ่ายไปหาเขาในขณะที่เขาไม่พร้อมรับ
ความหมางเมินนั้นก็จะทำให้เรารู้สึกด้อยค่าอับเฉา

ความเป็นเพศหญิง
เรือนร่างของมารดาผู้ให้กำเนิดแก่เหล่าอริยะ
ถือได้ว่าเป็นทรัพย์ที่มีค่าควรถนอม
และพึงระมัดระวังไม่ให้เสื่อมถอยเสียหาย
ไม่ควรนำไปหยิบยื่นให้แก่คนไม่รู้ค่า

ถนอมกายถนอมใจเราไว้เพื่อให้คนที่รักจริง
ปฏิบัติต่อเราอย่างยกย่องและเกียรติ
อยู่ในศีลเพื่อให้ศีลเป็นเครื่องรักษา
อยู่ในธรรมเพื่อให้ธรรมเป็นแสงสว่างนำชีวิต
เราจะห่างไกลจากภัยเวรและพานพบแต่คนที่ดีเสมอกัน

บันทึกการเข้า
Bee2524
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 12


« ตอบ #2 เมื่อ: 9 สิงหาคม 2010, 11:09 »

 _/\_ขอบคุณนะค่ะ สำหรับคำตอบที่ทำให้คิดได้ ต่อไปนี้จะพยายามทำใจค่ะ จะไม่โทรหาเขา รู้สึกเสียใจมาก เจ็บ ปวดใจ จนรู้สึกจะทนไม่ไหว เศร้ามาก ทำงานไม่รู้เรื่องเลยค่ะ
     ความจริงในใจรู้แล้วว่าควรถอยห่างออกมาจากชีวิตของเขา แต่ทำงานบริษัทอยู่ใกล้กัน พักอยู่ไม่ไกลกัน จะทำใจยังไงถ้าต้องเจอกัน จะทำใจยังไงไม่ให้คิดถึงเขา เราเองที่รู้สึกผูกพันกับเขา จะตัดใจยังไงดีค่ะ
บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #3 เมื่อ: 9 สิงหาคม 2010, 15:59 »

ถ้าทราบว่า เขาคบเรายังไม่ถึงขั้นแ่ต่งงานเลือกเป็นคู่ชีวิต
ก็อย่าพึ่งทุ่มเทกายใจให้เขาจนเรารู้สึกไม่มีพื้นที่ให้เท้ายืนเมื่อขาดเขาค่ะ
อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้ผ่านพ้นไป เพียงแต่เราจะไม่ทำเช่นนั้นอีก

ถ้าเขาไม่ได้วางเราไว้ในฐานะพิเศษ ก็ไม่ควรให้ความพิเศษแก่เขา
เมื่อยังต้องเจอกัน ก็วางตัวเราไว้ใี่นฐานะที่เท่าเทียมกับเขา
ก้าวเดินทันกัน ไม่ใช่คนที่คอยวิ่งตามถามหางอนง้อเขาอยู่ข้างหลัง
ไม่งอแง หรือเรียกร้องความสนใจ ในแบบที่ทำให้รู้สึกถึงความเสียเปรียบหรือเป็นลูกไล่
ไม่เป็นฝ่ายไปหาเขาก่อน หรือ เฝ้าคอยให้เขาเรียกหาในยามที่เขาต้องการเท่านั้น

ทำตนเป็นปกติ เก็บอารมณ์ให้มิด คิดดี พูดดี ทำดี กับเขาในแบบมิตร
วางตนไว้เช่นก่อนที่เขาจะคบเรา ซึ่งเขาเป็นฝ่ายกระทำตนเพื่อให้เป็นที่รักของเรา

เราจะต้องเป็นฝ่ายเลือก หรือไม่เลือกเขา ถ้าเขาต้องการเป็นคนของเรา
เป็นสามีในอนาคต เขาจะต้องมีความรับผิดชอบ วางตัวเสมอต้นเสมอปลาย
ยอมรับและให้เกียรติซึ่งกันและกัน

เพราะเมื่ออยู่ร่วมเป็นครอบครัวเดียวกันจริง แล้วต้องเลิกรา
ความเสียใจและปวดร้าวจะทวีมากกว่าการคบกันในขณะนี้

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 9 สิงหาคม 2010, 16:14 โดย mayrin » บันทึกการเข้า
Bee2524
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 12


« ตอบ #4 เมื่อ: 9 สิงหาคม 2010, 17:40 »

_/\_ขอบคุณอีกครั้งนะค่ะ  รู้สึกทึ่งที่ คุณMayrin เข้าใจถึงความรู้สึกของบีจริงๆ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำจากใจจริงค่ะ เพราะมันคือความเป็นจริงที่สุด
บันทึกการเข้า
Bee2524
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 12


« ตอบ #5 เมื่อ: 14 สิงหาคม 2010, 17:07 »

รบกวนด้วยค่ะ
เกิดบนรถ ที่จังหวัดอุทัยธานี พ่อแม่ทำงานที่นั่น แต่บ้านอยู่ที่สุพรรณบุรี โตที่สุพรรณบุรี เกิดวันที่ 25 มกราคม 2524 เวลา 21.00น. วันอาทิตย์(ไปโรงพยาบาลไม่ทัน เจ้าของรถถูกหวยด้วย เลยซื้อของให้และไปส่งที่บ้านที่สุพรรณ)

คืออยากทราบเรื่องความรักค่ะ เพราะเวลาเรามีความรักเราก็จริงจัง จริงใจทุกครั้ง ผิดหวังมาแล้วสองครั้ง ครั้งแรก คบกันมา7ปีกก่า แต่แฟนเป็นคนเจ้าชู้ ครั้งที่สอง ทำผิดค่ะ คบกันสามีคนอื่น เพราะทำงานใกล้ชิดกัน แต่สุดท้ายเขาก็กลับไปหาภรรยา (หลังจากเสียใจไม่นาน ก็รู้สึกว่าดีแล้วที่เขาจากเราไปได้ และคิดว่าชาตินี้ จะไม่แย่งของใครอีก) ครั้งที่3นี้ ก็มีปํญหาที่ตั้งกระทู้ รักหมดโปร หรือหมดใจ น่ะค่ะ รู้สึกว่าไม่อยากเจ็บอีกแล้วน่ะค่ะ อยากทราบว่าจะมีดวงที่สมหวังในความรักบ้างหรือเป่าค่ะ
ตอนนี้แฟนที่คบอยู่เกิดวันที่ 28 พฤษภาคม 2529 วันพูธกลางคืน จังหวัด โคราช

     และอีกเรื่องคือเรื่องฐานะค่ะ เพราะมีหนี้บัตรเครดิตอยู่ พอเราตั้งใจว่าจะไม่ใช้แล้ว ก็มีเหตุจำเป็นให้ต้องใช้ทุกทีเลยค่ะ
ไม่อยากเป็นหนี้ค่ะ แต่บางทีญาติพี่น้องก็มาพึ่งพาอาศัยบ้าง ขอยืมบ้าง ซึ่งเราเองก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้บัตรเครดิตด้วย
จะมีวิธีแก้ดวงเรื่องนี้หรือเปล่าค่ะ  ตอนนี้พยายามประหยัด ไม่ค่อยไปเที่ยวไหนเลยค่ะ
บันทึกการเข้า
Bee2524
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 12


« ตอบ #6 เมื่อ: 19 สิงหาคม 2010, 09:10 »

ขอโทษด้วยนะค่ะ ทราบว่าไม่ใช่เว็บดูดวงโดยตรง แต่อยากได้คำตอบเพื่อเป็นแนวทางว่ามันเพราะอะไรน่ะค่ะ  หมดแรงเผชิญกับปัญหาต่างแล้วจริงๆ และรบกวนช่วยลบวันเดือนปีเกิดให้ด้วยนะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 สิงหาคม 2010, 21:41 โดย star4life » บันทึกการเข้า
Bee2524
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 12


« ตอบ #7 เมื่อ: 23 สิงหาคม 2010, 10:36 »

 _/\_ขอโทษด้วยนะค่ะ อาจจะถามคำถามที่ทำให้รู้สึกว่าไร้สาระไปบ้าง หรือไม่น่าถามไปบ้าง 

หลายครั้งที่รู้สึกน้อยใจชีวิตของตัวเองว่าทำไมนะ ทำไมต้องผิดหวังเรื่องความรัก ทั้งๆที่เป็นคนรักใครรักจริง
ไม่อยากเสียใจ ไม่ต้องการใครที่หล่อเพอแฟค ขอแค่คนธรรมดา ไม่ต้องการใครที่รำรวย ขอแค่ทำมาหากิน
มีกิน มีใช้ มีเก็บบ้าง ขอผู้ชายที่ไม่เจ้าชู้ รักจริงจนตายจากกัน (ชาตินี้คงไม่เจอ ชาติหน้าก็ไม่แน่ใจว่าจะเจอหรือเปล่า)

   คือเรื่องที่ตั้งใจว่าจะไม่โทรไปหาเขา ก็อดไม่ได้ที่จะต้องโทร มีแวะไปหาเขา เอาของที่ห้องเขา แต่ความจริงคือคิดถึง
อยากเจอ แล้วเพื่อนเราจะมารับไปบ้านเพื่อน ก่อนไปเขาก็กอด เราก็บ่ายเบียงเขาก็ถามว่าทำไม? เปลี่ยนไปนะ แต่เราไม่ได้
พูดอะไร  เพราะไม่รู้จะบอกยังไงว่าเรากำลังพยายามตัดใจจากรักไม่จริงจังของเขา ไม่อยากให้เสียความรู้สึก อยากให้
ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน เขามีแต่ความสุข Tongue
    มีเรื่องโทรศํพท์ที่เขาบอกว่า ตอนนี้โทรศัพท์ไม่ได้อยู่ที่เขาจึงติดต่อเขาโดยตรงไม่ได้มา1สัปดาห์กว่าแล้ว แต่วันอาทิตย์ (22 สค) ที่ผ่านมาเราไปหาเขาที่ห้อง ก็พูดกันปกติ กินข้าวด้วยกันปกติ แล้วเขาก็ลงไปหาเพื่อนข้างล่าง ฟังดูแล้วอาจดูนิสัยไม่ดี แต่ด้วยความสงสัย อยากรู้ ยิ่งเป็นเรื่องแบบนี้ สำหรับผู้หญิงด้วยแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะค้นหาโทรศัพท์ สุดท้ายก็เจอ เขาซ่อนไว้ ที่ตู้เสื้อผ้าของเพื่อนเขา หาไม่ยากแค่เปิดลิ้นชักก็เจอเลย เช็คดูไม่มีซิม โทรศัพท์ไม่ได้เสีย เศร้าอยู่พักนึง เจอคนที่รัก
โกหกแล้ว โกหกอีก ไม่น่าจะมีเหตุผลอื่นที่จะมีความลับเรื่องโทรศัพท์ นอกจากมีกิ๊ก เพราะตามปกติวิสัยของเขา ไม่ว่าจะไปไหน กินข้าว เที่ยว ไปนั่งร้านอาหาร หรือ กลุ่มเพื่อนฝูง ถ้ามีเราไปด้วย เขากลัวเราจะเหงา ก็จะส่งโทรศัพท์ให้เล่นตลอด
บางทีช่วงหลังมานี้เราก็จะขอโทรศัพท์เขามาเล่น(จริงๆ เป็นการเช็คไปในตัว)  แต่เราไม่โวยวาย ไม่บอกเขาเรื่องที่เราแอบรู้
เรื่องโทรศัพท์ เราก็เลยทำเป็นเอาโทรศัพท์ของตัวเองอีกเครื่องทิ้งไว้ให้เขาใช้เพื่อจะได้ติดต่อกันสะดวก
     ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีใครแต่ก็โกหกกันอยู่ดี แต่ลึกๆ ในใจคิดว่าไม่มีเหตุผลอื่นเลย นอกจากเขาจะมีใครอีกคน เศร้ามาก
คิดถึงตอนที่เรารักกันใหม่ คิดถึงช่วงเวลาที่เขามาอยู่กับเรา ร้อยคำถามเกิดขึ้นในใจว่าทำไม่เป็นแบบนั้น ทำไมเป็นแบบนี้??????

     จะพยายามไม่โทรไปวุ่นวายกับเขามาก เวลาที่คิดถึงจนทนไม่ไหวเท่านั้นที่จะโทร (หักดิบไม่โทรเลย ลองทำแล้ว ทำไม่ได้) จะพยายามไม่ไปหาเขา จะต้องตัดใจจากเขาให้ได้ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายบอกเลิกกับเราซะก่อน ไม่รู้ว่ากว่าจะทำได้มันจะทันกาลหรือเปล่า

     รู้สึกสับสน เคว้งคว้างมากเลยค่ะ อยากให้ทางทีมงานแสงดาวส่องทาง ช่วยให้คำแนะนำด้วยค่ะ 
บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #8 เมื่อ: 23 สิงหาคม 2010, 17:16 »


การโกหกหลอกลวง การพยายามปิดเกม ตัดช่องทางติดต่อของเขา

เราก็รู้เท่าทัน

แต่การพยายามเปิดเกมรุกใหม่ ดึงมือไว้ในขณะที่เขาอยากถอย
ก็จะเหมือนเพิ่มแรงกระตุกให้เขากระชากมือออก
รั้งแต่จะทำให้เรากระเด็นกระดอนไปไกลเจ็บตัวเจ็บใจมากขึ้นกว่าเดิม

หยุดวิ่งตามเกมเขา หยุดเป็นฝ่ายดิ้นรนไปหาเขา
ก่อนที่เขาจะเห็นเราเป็นฝ่ายเสนอ
ก่อนที่เขาจะแน่ใจในคนอื่นจนมองเราไร้ค่า
ก่อนที่เขาจะปล่อยวาจาเสียดแทงไม่เกรงใจ

สลัดจิตที่ยึดแน่นเขาไว้ด้วยตัวเอง
ก่อนที่มือเขาจะเือื้อมมาสลัดจิตเรา
เพราะมันจะเป็นความปวดร้าวที่ยิ่งกว่า

ถ้ายัังปล่อยวางไม่ได้
ก็ค่อยๆ ลดปริมาณความหนักบนบ่าลง
โทรวันละหลายครั้ง เปลี่ยนเป็นวันละสองครั้ง
วันละสองครั้ง เปลี่ยนเป็นวันละครั้ง
สองวันครั้ง สามวันครั้ง จนถึงไม่โทรไป

ไปหาทุกวันเปลี่ยนเป็นวันเว้นวัน จนถึงไม่ไปเลย
โดยระวังกายใจให้อยู่ในขอบเขต 

เป็นฝ่ายนิ่งบ้าง ดูเขาบ้าง ให้เขาเป็นฝ่ายตามบ้าง
ถ้าเขาจริงใจ ต้องการคบกับเราอย่างจริงจังต่อไป
เขาจะไม่ทำให้ผู้หญิงที่ตัวเองรักเสียใจ
สิ่งใดที่ทำให้เกิดความระแวงหมางใจเขาจะไม่ทำ
และเป็นฝ่ายเข้ามาพยายามใกล้ชิดเราเหมือนเดิม

การเป็นคนรักใครรักจริงเป็นสิ่งที่ดีค่ะ
แต่จะดียิ่งกว่านั้น ก็คือ การเป็นคนที่รักตนเองรักจริง
สิ่งใดที่เห็นประจักษ์ชัดอยู่ข้างหน้าแล้วว่าจะก่อเกิดทุกข์โทษภัยแก่ตน
ก็พึงละเว้นเสียซึ่งสิ่งนั้น แม้ว่ามันจะดูขัดใจ ฝืนใจ แต่ก็เพียงในระยะแรกเท่านั้น
แต่ผลลัพธ์อันหอมหวานจากการที่เราได้หัดฝึกใจตนนั้นจะตามมาในไม่ช้า

ลองตัดใจที่จะรักษาศีลห้าให้ได้สัก 1 วัน
แล้วค่อยๆ เพิ่มเป็น 2 จนครบ 5 วัน ถือศีลแปดสักครั้งในหนึ่่งสัปดาห์
คุณจะเริ่มรู้สึกถึงความสะอาดและสว่างของจิต
จนไม่อยากให้กายใจนี้เกลือกกลั้วกับอกุศลอันแปดเปื้อนใด

ในส่วนเรื่องของเขา เมื่อเราทำเรื่องของเราเหมาะแล้วควรแล้ว
เราก็จะรู้ว่าควรทำเช่นใด
บันทึกการเข้า
Bee2524
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 12


« ตอบ #9 เมื่อ: 24 สิงหาคม 2010, 17:10 »

ขอบคุณมากค่ะ...ก็ร้องไห้ทุกวัน นั่งทำงานก็ร้อง คำว่าปิดเกมส์หมายความว่าเขาอยากเลิกกับเราใช่ไม๊ค่ะ
แต่ที่เขาไม่พูดเพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด เลยไม่รู้จะบอกยังไงใช่ไม๊ค่ะ  เรื่องรักษาศีล5 ตั้งใจจะทำให้ได้ค่ะ
ไม่ฆ่าสัตย์--มีบ้างตอนยุงกัด
ไม่ลักทรัพย์--ไม่ทำอยู่แล้วเรื่องนี้
กาเม--เคยเป็นอดีต แต่ปัจจุบันตั้งมั่นว่าจะไม่ทำอีก
ไม่พูดปด--เป็นคนตรงไปตรงมา คิดยังไงก็พูดยังงั้นอยู่แล้วค่ะ
สุรา--มีบ้างตามสถานการณ์

บันทึกการเข้า
Bee2524
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 12


« ตอบ #10 เมื่อ: 1 กันยายน 2010, 15:12 »

ขอปรึกษาหน่อยนะค่ะ คือว่าเรามีหัวหน้าเป็นชาวต่างชาติ เขาเรียกแผนกเราประชุมว่าจะมีการปรับเงินให้กับทุกคน ซึ่งเราก็ดีใจและตั้งใจทำงานมากขึ้น เพราะไม่ได้ขึ้นเงินมา3-4ปีแล้ว เนื่องจากบริษัทบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี ซึ่งเราก็เข้าใจ แต่กลางปีที่แล้ว บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก เราอยู่ฝ่ายขายจึงทราบเรื่องนี้ดี แต่เมื่อวานนี้ทุกคนได้รับเงินซองของเงินเดือนที่เพิ่มย้อนหลัง2เดือน มีเราอยู่คนเดียวในแผนกที่ไม่ได้...

     แผนกเรามีหัวหน้า2คน หัวหน้าใหญ่ และมีหัวหน้ารองอีก1คน ซึ่งคนนี้เขาไม่ชอบเรา เคยเรียกเราคุยเป็นการส่วนตัวว่ามีปัญหาอะไรกับเขาหรือเปล่า สั่งให้ทำงานก็ไม่ทำ เราก็บอกว่า มีอะไรบ้างที่ไม่ทำ ก็ทำทุกอย่าง เขาก็เงียบไปเพราะเราก็ทำทุกอย่างที่สั่งจริงๆ เขาก็บอกว่าทำแต่ว่าเราจะมีคำถามทุกครั้ง นึกในใจว่าแน่นอนต้องมีคำถามอยู่แล้ว แต่บางคำถามอาจปนไปด้วยการใส่อารมณ์ เพราะบางครั้งคำสั่งที่พูดออกมามันไม่จำเป็น งานบางอย่างเขาไม่ต้องเข้ามาสั่งเราก็ทำเป็นปกติอยู่แล้ว เขามาทำงานหลังจากที่หัวหน้าเก่าเราลาออก ซึ่งหัวหน้าเก่าดีกับเรามากทำงานเข้ากันได้ดี ส่วนหัวหน้าใหญ่ก็จะงานยุ่งมาก ส่วนเขาวันๆ ก็เข้าเน็ท คุยโทรศัพท์มีแต่เรื่องส่วนตัว เรื่องบัตรเครดิต เรื่องสัญชาติลูก เรื่องไปเที่ยว ที่พัก จิปาถะ แต่เวลามี MD หรือประธานมาที ก็จะกระตือรือร้นทำงาน เช็คงาน เห็นแล้วทำให้ไม่อยากทำงานด้วย ก็จะเฉยๆ ไม่ค่อยพูดกับเขาถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เขาออกแนวพูดดีใส่ตัว ชั่วใส่คนอื่น

     เรื่องเงินเดือนไม่ได้ปรับเราโทรไปหาหัวหน้าใหญ่ว่าบอกว่าจะปรับเงินทำไมของเราไม่ได้ปรับ หัวหน้าบอกว่าจัดการให้แล้ว เราก็เลยบอกว่าของคนอื่นได้หมดแล้วเรายังไม่ได้ เขาบอกว่าพรุ่งนี้จะกลับมาจัดการให้แล้วจะบอกเราอีกที

     อยากหางานใหม่ค่ะ ลองพยายามหาแล้วยังไม่มีที่ไหนรับเลยค่ะ ไม่อยากทำงานกับหัวหน้าแบบนี้ค่ะ เราทำงานไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ แต่เราจะไม่ค่อยทำโอที แต่ลูกค้าเราทำงาน 24ชม เพราะฉะนั้น หลั่งเลิกงานลูกค้าจะติดต่อไปยังหัวหน้าเรา ซึ่งเขาไม่พอใจ เคยคุยกันว่าอยากให้เรามีความรับผิดชอบทำโอทีด้วย เราก็มีอยู่โอทีบ้างนะเป็นช่วงๆ ที่ต้องสรุปยอดขาย หรืองานค้างยังไม่เสร็จก็จะทำต่อ แต่เราจะพยายามทำให้เสร็จภายในเวลาเลิกงานตลอด

    ไม่สบายใจเลยในเมื่อหัวหน้าไม่ชอบ พยายามปรับปรุงเรื่องคำถามที่บางครั้งใส่อารมณ์ไปบ้างซึ่งเราเองก็ทำได้แล้ว แต่ดูเหมือนเขาจะยังมีทิฐิ(เขียนถูกหรือเปล่าค่ะ)


บันทึกการเข้า
Bee2524
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 12


« ตอบ #11 เมื่อ: 2 กันยายน 2010, 10:27 »

มาวันนี้หัวหน้าเราเรียกคุยเขาบอกว่าบริษัทมีนโยบายขึ้นเงินให้5เปอร์เซ็นต์  และเงินเดือนของเราเยอะแล้ว เราถามเขาว่า เราทำงานไม่ดีเหรอ เขาก็บอกว่า ไม่ใช่ เขาให้เงินเรา1000บาททุกเดือน จนกว่าจะถึงรอบปรับเงินอีกในปีหน้า เราไม่เอาคืนเงินให้หัวหน้าใหญ่ เขาก็ไม่ยอม ยัดเงินใส่กระเป๋าให้เราอีก ไม่อยากได้เงินนี้เลย เขาบอกว่าsystem ที่บริษัทเป็นแบบนี้ เงินเดือนไม่เยอะหรอก ถ้าไม่ติดเรื่องหนี้บัตรเครดิตอยากออกไปทำงานที่อื่นถึงได้เงินน้อยกว่านี้ก็ยอม ไปเป็นพนักงานธรรมดาคนหนึ่งก็พอ ชีวิตมนุษเงินเดือนคนนี้ จะไม่มีอะไรดีขึ้นกว่านี้เลยเหรอ
บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #12 เมื่อ: 9 กันยายน 2010, 13:59 »


ผู้ใหญ่ซึ่งเป็นหัวหน้างานในอดีต ที่ให้ความรู้สึกดีกับเรา ทำให้เราอบอุ่นใจ เป็นที่พึ่งพิงได้
เราย่อมมีภาพของท่านเก็บไว้ประทับในใจ และอดที่จะย้อนระลึกเปรียบเทียบกับภาพของคนในปัจจุบันไม่ได้
เราย่อมมีความคาดหวังอยู่ลึกๆ ว่าจะได้รับความเมตตาดุจเดิม

แต่ทุกคนแตกต่างโดยกรรม ไม่มีใครสามารถเหมือนใคร เป็นตัวแทนกันได้ทุกสิ่ง
หัวหน้าใหม่ก็คือ คนใหม่ ที่เราต้องทำความรู้จักอุปนิสัยทั้งทางส่วนตัวและทางการงาน
เพื่อปรับตัวเราให้มีความสมดุลย์พร้อมที่จะร่วมงานกันได้อย่างราบรื่น

หัวหน้าใหม่ เมื่อมารับตำแหน่งก็ต้องการการยอมรับนับถือจากคนที่อยู่เดิม
ซึ่งก็วัดได้จากอำนาจในการสั่งงาน  การควบคุมลูกน้องให้ทำตามได้หรือไม่
อันเราเห็นว่า เป็นเรื่องไม่จำเป็น เพราะไม่สั่งก็ทำตามหน้าที่

สิ่งใดที่เห็นเหมือนจะเป็นการแสดงความกระด้างกระเดื่อง โดยอาจไม่ตั้งใจก็ตาม
เช่น การย้อนถามกลับ เมื่อได้รับคำสั่งแทนคำว่า ค่ะ
หัวหน้าจะเพ่งเล็งมาที่ลูกน้องคนนั้นเป็นการพิเศษ ในความรู้สึกว่าเกิดการขัดคำสั่ง
ซึ่งแปลได้ว่าไม่ยอมรับตนค่ะ

ดังนั้น ท่านจึงเกิดคำถามว่า คุณมีปัญหาอะไรกับท่าน
นับเป็นโอกาสอันดีที่เปิดให้ ถ้าสามารถพูดปรับความเข้าใจ จูนคลื่นเข้าหากันได้ค่ะ

หัวหน้างานเป็นปุถุชน คนธรรมดาคนหนึ่ง
ซึ่งเขาย่อมจะมีลักษณะของความไม่งามพร้อมในพฤติกรรม
และมีความลำเอียงรักใคร่ ลูกน้องที่อยู่ใกล้ชิดอ่อนน้อมคอยเอาใจมากกว่าคนที่ดูเหมือนจะแข็งกร้าว
มีสายตาที่จดจ้องมาด้วยความรู้สึกตำหนิติเตียน มีกระแสของความไม่เป็นมิตรในบรรยากาศ

ดังนั้น ถึงแม้เนื้องานของเราจะดี แต่ท่าทีที่ไม่เคารพ
ก็จะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการพิจารณาในเรื่องเงินเดือน เงินพิเศษต่างๆ  ติดตามไปด้วย

ถ้าเรายังไม่มีงานอื่นที่ดีกว่ารองรับ ยังต้องร่วมกันกันต่อไป
ก็ลองพยายามมองหาข้อดีของเขา ซึ่งธรรมดาทุกคนต้องมีส่วนดีในตัวเอง
ถึงจะยังทำใจให้รักหัวหน้าใหม่ไม่ได้ ก็อย่าถึงกับไปเกลียด
เพราะมันจะทำให้เกิดความมทุกข์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย
และก็ระมัดระวังตนไม่ทำในสิ่งที่เขาไม่ชอบค่ะ 

ในเรื่องของบัตรเครดิตต้องพยายามหักห้ามใจ
เวลาจะหยิบมาใช้ก็ให้คิดให้ทันว่า เรากำลัง "กู้" เงินคนอื่นอีกแล้ว
นี่ไม่ใช่เงินของเรา และเราต้องเสียดอกเบี้ยจำนวนมากให้เจ้าหนี้
ใช้จ่ายเฉพาะเงินเดือนของเราตามรายได้จริงๆ
พยายามค่อยๆ ผ่อนชำระให้หมดและทะยอยปิดบัตรนั้นเสีย

ลองคิดตามจริงว่า แท้จริงแล้วเงินเดือนเรามากจริงหรือเปล่า ถ้าไม่มองที่หนี้สินบัตรเครคิต
การที่หัวหน้าขึ้นเงินเดือนให้แม้จะน้อยในความรู้สึกของเราก็ตาม
แต่ก็แปลว่า เขายังเห็นความสำคัญของเราอยู่ เรายังเป็นที่ต้องการ
ซึ่งถ้าหัวหน้างานไม่ชอบเราจริงๆ มีมากมายหลายวิธีที่เขาจะบีบให้เราเดินจากไป
โดยไม่ต้องจ่ายอะไรเลยค่ะ

ส่วนการคิดว่า จะไปทำงานที่อื่นแม้เงินเดือนน้อยก็ตาม เมื่อเราได้ทำจริงๆ ก็อาจไม่ได้คิดเช่นนี้
เพราะไปที่ใหม่ ก็จะเจอปัญหาของที่ใหม่ โดยงานที่หนัก ขณะที่ผลตอบแทนน้อยกว่าที่เดิมมาก
ตำแหน่งที่ลดลง จะทำให้เราเกิดการเปรียบเทียบ และรู้สึกเสียดายที่เก่า

ดังนั้น  เราหมั่นพัฒนาตัวเองก่อนให้มีความรู้ความสามารถพร้อมสำหรับที่ใหม่ที่ดีกว่าในอนาคต
เพราะถ้าจะไปทั้งที ควรจะดีกว่าเดิมค่ะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 9 กันยายน 2010, 14:12 โดย mayrin » บันทึกการเข้า
Bee2524
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 12


« ตอบ #13 เมื่อ: 13 กันยายน 2010, 17:16 »

ขอบคุณค่ะ สำหรับคำตอบที่ได้แง่คิดดีๆ

ถ้าเรายังไม่มีงานอื่นที่ดีกว่ารองรับ ยังต้องร่วมกันกันต่อไป
ก็ลองพยายามมองหาข้อดีของเขา ซึ่งธรรมดาทุกคนต้องมีส่วนดีในตัวเอง
ถึงจะยังทำใจให้รักหัวหน้าใหม่ไม่ได้ ก็อย่าถึงกับไปเกลียด
เพราะมันจะทำให้เกิดความมทุกข์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย
และก็ระมัดระวังตนไม่ทำในสิ่งที่เขาไม่ชอบค่ะ 

เราหมั่นพัฒนาตัวเองก่อนให้มีความรู้ความสามารถพร้อมสำหรับที่ใหม่ที่ดีกว่าในอนาคต
เพราะถ้าจะไปทั้งที ควรจะดีกว่าเดิมค่ะ

ดีใจที่มีเว็บนี้ และค้นหาเว็บนี้จนเจอ
บันทึกการเข้า
Bee2524
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 12


« ตอบ #14 เมื่อ: 8 พฤศจิกายน 2010, 17:23 »

  เรื่องความรักเดิมๆ ที่ไม่เคยเข้าใจกัน จากที่เคยเล่าปัญหาไปและเราเองเริ่มพยายามปรับตัว ไม่โทรหาเขาบ่อยๆ สองสามวันโทรครั้ง แต่ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์จะต้องไปพักกับเขา ก็มีหลายครั้งที่เขาติดต่อมาให้ไปหา ซึ่งก็เป็นวันปกติไม่ใช่วันหยุด ดูเหมือนเขาจะชินกับการมีเรา ทุกอย่างจึงเริ่มรู้สึกดีขึ้น
   แต่เมื่อวันอาทิตย์ที่31 เขาบอกว่าไปหาพ่อที่กรุงเทพฯ ติดต่อมือถือไม่ได้เพราะเขาบอกว่าตังค์ไม่พอต้องเอาโทรศัพท์ไปจำนำ พอถึงวันเสาร์เราไปหาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า เจอมือถือเขา ใช้อีกซิม ซึ่งมีอยู่1เบอร์ที่มีการสายเข้า26 สายโทรออก8
สาย ภายในระยะเวลาน่าจะวันจันทร์-เสาร์ที่เราไม่ได้ติดต่อกัน เขาไม่โทรหาเราเลย จะมีก็วันพุธที่เราแวะไปหาเขาแป๊บเดียว
เราโมโหมาก บอกว่ายังไงวันนี้ต้อยคุยให้รู้เรื่องเคลียร์กันไปเลยวันนี้ ตอนแรกเขาบอกว่าซิมเพื่อน โทรศัพท์ก็จำนำจริงๆ แต่เพิ่งได้ตังค์ไปเอาออกมาเมื่อวาน ไม่เชื่อก็เอาโทรศัพท์ไปใช้เลยก็ได้ เราก็ถามเขาว่าแล้วคุยกับใครตั้งหลายสาย ทำไมไม่โทรหาเรา เขาบอกว่าบอกแล้วไม่เชื่อ งั้นก็เบอร์เมียเขางั้นน่ะ บอกไม่เชื่อ เขาก็บอกว่าคนเราคบกันต้องเชื่อใจกัน ถ้าไม่เชื่อใจกัน ก็จบกันแค่นี้ เลิกกันแค่นี้แหละ เบื่อที่จะตามเคลียร์ เรากดโทรไปเบอร์นั้น แต่ไม่ได้คุยกับปลายสาย เขาก็เข้ามาแย่งโทรศัพท์และหักซิมทิ้งต่อหน้าเราเลย เราจึงถามว่าเมียหมายความว่าไง หมายความว่าคบกันมาก่อนเราใช่ไหม เขาบอกว่าคบกันมา5ปีแล้ว
อึ้งไปเลยค่ะ ก็เราอยู่กับเขามาปีกว่าแล้วนี่ แล้วทำไมไม่เห็นมีเมียมาหาเลย เราถามเขาว่าเลิกกันแล้วเราจะไปดูหนังกับใคร เขาบอกว่าจะไปเป็นเพื่อน แล้วจะไปลอยกระทงกับใคร เขาบอกว่าไม่รู้  ลองย้อนกับไปตอนที่เขาอยู่กับเราซึ่งเราเคยฝันว่ามีคนมาบอกว่าแฟนเราติดผู้หญิงเราก็เถียงไปว่าเป็นไปไม่ได้ก็เขาอยู่กับเราทุกวัน แล้วก็มีคนบอกว่าคนที่แฟนเรามาติดก็คือเราซึ่งก็หมายถึงว่าเป็นเมียน้อย พอตื่นมาเราเล่าความฝันให้เขาฟัง เขาบอกว่าเราคิดมากไปเอง ซึ่งเราก็บอกว่าถ้ามีใครแล้วก็ขอให้บอกเพราะไม่อย่างแย่งของคนอืน มาวันนี้ความฝันของเรามันเป็นลางสังหรณ์จริงๆ ทำไมโกหกกันได้มาปีกว่าเลย
     อีกใจเราคิดว่าเขามีคนใหม่แต่โกหกว่าเป็นเมีย เพราะถ้าบอกว่าคนใหม่เราคงไม่ยอมเลิก แต่ไม่ว่าจะยังไงเขาเลือกที่จะเลิกกับเรา รู้ว่าต้องตัดใจ แต่ทำไม่ได้ขอไปหาเขาเหมือนเดิม ไม่มีศักดิ์ศรีเลย แต่ช่วงที่มีปัญหากันครั้งแรกช่วงที่ตั้งกระทู้ไป เราคิดมากจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ น้ำหนักลด และมีอาการคอโต ไปตรวจพบว่าเป็นโรคไทรอยด์แบบเป็นพิษ กินยาได้สองเดือนกว่าแล้ว ถ้าเราคิดมากกินไม่ได้นอนไม่หลับจะมีผลต่อโฮโมนที่ต่อมไทรอยด์อีกแน่
     มาวันนี้เข้าใจแล้วว่าทุกครั้งที่เขาไปหาพ่อที่กรุงเทพทำไม่ถึงติดต่อกันไม่ได้ตลอด เข้าใจแล้วว่าทำไมข้อความในมือถือถึงหายไป 1ปีเขาจะไปแค่3-4ครั้งซึ่งก็เคยถามเขา เขาก็บอกว่าถ้าไปหาเมียจริงต้องไปถี่กว่านี้ แต่นี่นานๆจะไปซักที
     ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็สงสัย แต่เขาก็เคยพาเราไปหาแม่เขานะ แต่ก็ดูเหมือนไม่เป็นทางการเพราะแม่เขาเปิดร้านอาหารน่ะ แต่เขาก็บอกแม่ว่าเราคือแฟน ซึ่งก็ทำให้เราไว้ใจว่าเขาคงไม่มีเมีย สุดท้ายเรื่องมันเป็นแบบนี้ไม่อยากจะเชื่อว่าถูกหลอกมาเป็น
ปีๆ
     รักเขามากถึงขนาดไปวัดแห่งหนึ่งเอารูปถ่ายไปให้หลวงพ่อทำพิธีเรียกจิตเขาคืน เรื่องนี้จะมีจริงหรือไม่ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเราทำดีที่สุดแล้ว รักเต็มที่แล้ว เริ่มรู้สึกเหนื่อยอีกแล้วกับความรัก
     และจะพยายามไม่ทำอะไรอีกแล้ว จะหยุดแล้ว แต่ขอเวลาไปหาเขาอีกสักพักจนกว่าจะทำใจได้จะดีไหมไม่รู้เหมือนกันรู้แต่หัวใจมันรักเขามากจริงๆ
บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #15 เมื่อ: 9 พฤศจิกายน 2010, 16:30 »

บางครั้งที่เราถูกยุงกัด เรารู้สึกคันมาก อยากที่จะเกาๆ ให้หาย
ทั้งที่รู้ว่า ทันทีที่เกา  ก็จะเกิดอาการอักเสบติดเชื้อ
เกิดบาดแผล  ซึ่งใช้เวลานานกว่าที่จะหาย
หรือเป็นแผลเป็น  ให้เราได้สะดุดตา สะดุดมือทุกครั้งเมื่อได้สัมผัส

ดังนั้น เมื่อเราได้เรียนรู้แล้ว ก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยงการถูกยุงกัด
และเมื่อถูกกัดแล้ว ก็ควรรีบทายา หักห้ามใจไม่ให้เกา
เพื่อไม่เป็นการเปิดปากแผลใหม่ เกิดรอยแผลเป็นซ้ำซาก

เพราะการปล่อยให้ยุงกัด และเกิดแผลเป็นบ่อยๆ
โดยที่เราประมาท ไม่ระมัดระวังตน
ในวันหนึ่งข้างหน้า แผลของเราจะใหญ่จนยากแก่การเยียวยารักษา
จนพ่อแม่พี่น้องคนที่เรารักและจริงใจกับเราจริงๆ
ตกใจ เสียใจ เป็นกังวลกับเราไปด้วย

นอกจากนี้ ยุงที่กัดเรา ถ้ามีเชื้อมาเลเรียอยู่
ร่างกายของเราก็กลายเป็นที่เพาะเชื้อ
พอเชื้อกำเริบ ก็เป็นไข้หนัก ปวดหัว หนาวสั่น ทรมาน
พอทุเลา ก็เหมือนเป็นคนปกติ สลับกันไปมา

ดังนั้น เมื่อรู้ตัวแล้วว่า เรากำลังจะเป็นมาเลเรีย
ก็ควรรีบรักษาให้หายขาดโดยเร็วที่สุด ไม่รอให้เชื้อกำเริบซ้ำๆ ไปมา
โดยห่วงเอาความสุขสั้นๆ แค่ในเวลาที่ไข้ลด
หลอกตัวเองว่า เป็นเพียงไข้หวัดธรมดา จนเชื้อขึ้นสู่สมอง เสียชีวิตไปที่สุด

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 9 พฤศจิกายน 2010, 16:42 โดย mayrin » บันทึกการเข้า
Bee2524
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 12


« ตอบ #16 เมื่อ: 4 ธันวาคม 2010, 16:55 »

เรื่องราวที่ได้เล่ามาตอนนี้ยังตัดเขาไม่ได้ รู้ค่ะว่าทางออกที่ดีที่สุด คือต้องรีบเดินออกมาจากชีวิตของผู้ชายคนนี้ แต่รู้สึกสับสนมาก กระวนกระวายทุกครั้งที่ไม่ได้อยู่ด้วย บางครั้งเขาก็ดีกับเรา บางครั้งเขาก็เย็นชาใส่เราซะงั้น ไม่รู้เมื่อไรจะตัดใจจากเขาได้ ชีวิตของผู้หญิงคนนี้จะได้เจอคนที่รักกันจริงหรือเปล่าค่ะ ตอนนี้อายุจะ30 แล้วจะมีโอกาสได้เจอคนจริงใจ และไม่มีเจ้าของแล้วหรือเปล่าค่ะ และเราควรมองคนอายุมากกว่าหรือน้อยกว่าค่ะ เพราะส่วนใหญ่จะมีแต่คนอายุน้อยกว่ามาจีบ และไม่เคยคิดจะคบใครเลยค่ะ นอกจากแฟนเรา

        ขอบคุณนะค่ะ รู้สึกดีขึ้นทุกครั้งที่ได้เข้ามาเว็บนี้
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!