แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
17 กุมภาพันธ์ 2019, 02:20 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๕๙๐ แฟนเก่าและผู้หญิงคนใหม่ของเขาวนเวียนหาเรื่องเราตลอด  (อ่าน 5056 ครั้ง)
phon
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 1


« เมื่อ: 19 มิถุนายน 2010, 12:04 »

คือเลิกกับแฟนมาได้สองปีแล้ว แต่ในสองปีที่ผ่านมา ทั้งตัวแฟนเก่าและผู้หญิงคนใหม่ของเขายังวนเวียนมาหาเรื่องเราอยู่ตลอด สามสี่เดือนมาที โทรมาด่าบ้าง มาชวนทะเลาะบ้าง ส่งอีเมลมาด่าบ้าง เข้าไปด่าในบล็อคบ้าง แรกๆๆเราก็ตอบโต้แต่หลังๆๆไม่แล้ว เขาจะทำอะไรเราก็เฉย แต่การเฉยของเรา ไม่ทำให้เขาหยุด คิดว่าตลอดเวลาเขาคงเอาเราไปอยู่ในชีวิตเขาอยู่ตลอด พอเถียงกันหาที่ลงไม่ได้ก็ลงที่เรา อันตัวเรานี้ปลงเรา และเฉยมาได้หลายครั้งแล้ว แต่อยากให้เขาได้คิดด้วย เราจะมีวิธีการใดบ้างค่ะ จะพูดหรือจะเขียนลงบล็อคดีว่าเขาควรคิดยังนี้ ทำแบบนี้นะ หรือควรอยู่เฉยแบบนี้ดีแล้ว

ขอบคุณค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 มิถุนายน 2010, 13:26 โดย Yaowalak » บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #1 เมื่อ: 26 มิถุนายน 2010, 08:47 »

นำคำสอนของพระบรมศาสดามาให้พิจารณาค่ะ 

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗
สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

 
อักโกสกสูตรที่ ๒

             [๖๓๑] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในพระวิหารเวฬุวัน อัน
เป็นที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ฯ

             อักโกสกภารทวาชพราหมณ์ได้สดับมาว่า ได้ยินว่า พราหมณ์ภารทวาช
โคตรออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ในสำนักของพระสมณโคดมแล้ว ดังนี้
โกรธ ขัดใจ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้ว ด่าบริภาษพระผู้มี
พระภาคด้วยวาจาอันหยาบคาย มิใช่ของสัตบุรุษ ฯ

             [๖๓๒] เมื่ออักโกสกภารทวาชพราหมณ์กล่าวอย่างนี้แล้ว พระผู้มี
พระภาคได้ตรัสกะอักโกสกภารทวาชพราหมณ์ว่า ดูกรพราหมณ์ ท่านย่อมสำคัญ
ความข้อนั้นเป็นไฉน มิตรและอำมาตย์ ญาติสาโลหิต ผู้เป็นแขกของท่าน ย่อม
มาบ้างไหม ฯ

             อักโกสกภารทวาชพราหมณ์ตอบว่า พระโคดมผู้เจริญ มิตรและอำมาตย์
ญาติสาโลหิต ผู้เป็นแขกของข้าพระองค์ย่อมมาเป็นบางคราว ฯ

             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรพราหมณ์ ท่านย่อมสำคัญความข้อนั้นเป็น
ไฉน ท่านจัดของเคี้ยวของบริโภคหรือของดื่มต้อนรับมิตรและอำมาตย์ญาติสาโลหิต
ผู้เป็นแขกเหล่านั้นบ้างหรือไม่ ฯ

             อ. พระโคดมผู้เจริญ ข้าพระองค์จัดของเคี้ยวของบริโภคหรือของดื่ม
ต้อนรับมิตรและอำมาตย์ญาติสาโลหิตผู้เป็นแขกเหล่านั้นบ้างในบางคราว ฯ

             พ. ดูกรพราหมณ์ ก็ถ้าว่ามิตรและอำมาตย์ญาติสาโลหิตผู้เป็นแขกเหล่า
นั้นไม่รับ ของเคี้ยวของบริโภคหรือของดื่มนั้นจะเป็นของใคร ฯ

             อ. พระโคดมผู้เจริญ ถ้าว่ามิตรและอำมาตย์ญาติสาโลหิตผู้เป็นแขกเหล่า
นั้นไม่รับ ของเคี้ยวของบริโภคหรือของดื่มนั้น ก็เป็นของข้าพระองค์อย่างเดิม ฯ

             พ. ดูกรพราหมณ์ ข้อนี้ก็อย่างเดียวกัน ท่านด่าเราผู้ไม่ด่าอยู่ ท่านโกรธ
เราผู้ไม่โกรธอยู่ ท่านหมายมั่นเราผู้ไม่หมายมั่นอยู่ เราไม่รับเรื่องมีการด่าเป็นต้น
ของท่านนั้น ดูกรพราหมณ์ เรื่องมีการด่าเป็นต้นนั้นก็เป็นของท่านผู้เดียว ดูกร
พราหมณ์ เรื่องมีการด่าเป็นต้นนั้นก็เป็นของท่านผู้เดียว แล้วตรัสต่อไปว่า

                 ดูกร พราหมณ์ ผู้ใดด่าตอบบุคคลผู้ด่าอยู่ โกรธตอบบุคคลผู้โกรธอยู่ หมายมั่นตอบ
บุคคลผู้หมายมั่นอยู่ ดูกรพราหมณ์ ผู้นี้เรากล่าวว่า ย่อมบริโภคด้วยกัน ย่อมกระทำตอบกัน 
เรานั้นไม่บริโภคร่วม ไม่กระทำตอบด้วยท่านเป็นอันขาด ดูกร
พราหมณ์ เรื่องมีการด่าเป็นต้นนั้นเป็นของท่านผู้เดียว ดูกรพราหมณ์ เรื่องมีการ
ด่าเป็นต้นนั้นเป็นของท่านผู้เดียว ฯ


             อ. บริษัทพร้อมด้วยพระราชา ย่อมทราบพระโคดมผู้เจริญ อย่างนี้ว่า
พระสมณโคดมเป็นพระอรหันต์ ก็เมื่อเป็นเช่นนั้น ไฉนพระโคดมผู้เจริญ จึงยัง
โกรธอยู่เล่า ฯ

             [๖๓๓] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
                          ผู้ไม่โกรธ ฝึกฝนตนแล้ว มีความเป็นอยู่สม่ำเสมอ หลุดพ้น
                          แล้ว เพราะรู้ชอบ สงบ คงที่อยู่ ความโกรธจักมีมาแต่
                          ที่ไหน ผู้ใดโกรธตอบบุคคลผู้โกรธแล้ว ผู้นั้นเป็นผู้ลามก
                          กว่าบุคคลนั้นแหละ เพราะการโกรธตอบนั้น บุคคลไม่
                          โกรธตอบ บุคคลผู้โกรธแล้ว ชื่อว่าย่อมชนะสงครามอัน
                          บุคคลชนะได้โดยยาก

                           ผู้ใดรู้ว่าผู้อื่นโกรธแล้ว เป็นผู้มีสติ
                          สงบเสียได้ ผู้นั้นชื่อว่าย่อมประพฤติประโยชน์แก่ทั้งสอง
                          ฝ่าย คือแก่ตนและแก่บุคคลอื่น เมื่อผู้นั้นรักษาประโยชน์
                          อยู่ทั้งสองฝ่าย คือของตนและของบุคคลอื่น ชนทั้งหลาย
                          ผู้ไม่ฉลาดในธรรมย่อมสำคัญบุคคลนั้นว่า เป็นคนเขลา
                          ดังนี้ ฯ
             

                 [๖๓๔] เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว อักโกสกภารทวาชพราหมณ์
ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้ง
นัก ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก พระโคดมผู้เจริญ
ทรงประกาศพระธรรมโดยปริยายเป็นอันมาก เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ
เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืดด้วยคิดว่า คนมีจักษุ
ย่อมเห็นรูปได้ฉะนั้น

                       ข้าพระองค์นี้ขอถึงพระโคดมผู้เจริญ พระธรรม และพระ
ภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอข้าพระองค์พึงได้บรรพชาพึงได้อุปสมบทในสำนักของ
พระโคดมผู้เจริญ ฯ

                      อักโกสกภารทวาชพราหมณ์ได้บรรพชาได้อุปสมบทแล้วในสำนักของ
พระผู้มีพระภาค ก็ท่านอักโกสกภารทวาชอุปสมบทแล้วไม่นานแล หลีกไปอยู่
ผู้เดียว ไม่ประมาท มีความเพียร มีตนส่งไปอยู่ ไม่นานเท่าไรนัก ก็กระทำให้
แจ้งซึ่งคุณวิเศษอันยอดเยี่ยมเป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ซึ่งกุลบุตรทั้งหลายออกจาก
เรือนบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบมีความต้องการ ด้วยปัญญาเป็นเครื่องรู้ยิ่งเองใน
ปัจจุบันนี้เข้าถึงอยู่ ได้ทราบว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่จะต้อง
ทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นอีกเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ก็แหละท่านพระอักโกสก-

*ภารทวาชะได้เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่ง ในบรรดาพระอรหันต์ทั้งหลาย ดังนี้แล ฯ

บันทึกการเข้า
Yaowalak
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 183

~ทุกสิ่งล้วนชั่วคราว~


« ตอบ #2 เมื่อ: 4 กรกฎาคม 2010, 22:35 »

อันตัวเรานี้ปลงเรา และเฉยมาได้หลายครั้งแล้ว แต่อยากให้เขาได้คิดด้วย เราจะมีวิธีการใดบ้างค่ะ จะพูดหรือจะเขียนลงบล็อคดีว่าเขาควรคิดยังนี้ ทำแบบนี้นะ หรือควรอยู่เฉยแบบนี้ดีแล้ว


ไม่แนะนำให้พูดหรือเขียนอะไรตอบโต้ลงบล็อคค่ะ
เพราะนอกจากจะไม่ทำให้เรื่องยุติแล้ว ยิ่งเหมือนเป็นการเติมเชื้อไฟให้เรื่องลุกลามมากกว่าเดิม
ตามนิสัยของคนพาลนั้น เขาจะสนุกถ้าสิ่งที่ทำได้รับการตอบสนองทางใดทางหนึ่งจากผู้ถูกกระทำ
แต่ถ้าเราทำเหมือนไม่รู้ร้อนหนาว เขาก็จะหมดสนุกไปเอง
อาจต้องใช้เวลาหน่อย แต่ก็ขอให้อดทนค่ะ
ถ้าเขามาโพสต์อะไรไม่ดี ก็แค่ลบๆ มันไป

เวลาที่ใครยื่นของร้อนมาให้ ถ้าไม่รับ เราก็ไม่ร้อน
ที่สุดแล้ว ความร้อนนั้นก็จะกลับไปหาเจ้าของเอง
เป็นกำลังใจให้นะคะ 

บันทึกการเข้า

หากทุกคนมีธรรมในใจ ปัญหาใดๆ ก็ยุติลงได้ด้วยธรรม
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!