แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
17 กุมภาพันธ์ 2019, 03:03 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๕๘๔ ความรักหรือกิเลส  (อ่าน 11412 ครั้ง)
K-WAN
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 8


« เมื่อ: 5 มิถุนายน 2010, 09:56 »

สวัสดีค่ะ ทีมงานทุกท่านค่ะ

มีเรื่องทุกข์ใจอยากได้คำแนะนำค่ะ เมื่อก่อนสมัยที่ดิฉันยังเป็นสาวรุ่น เคยถูกใจพี่ที่ทำงานด้วยกันค่ะ
แต่เขาเป็นผู้หญิง(ทอม)ค่ะ แต่ก็รู้ว่าเขามีแฟนแล้ว แต่ก็ยังตัดใจไม่ได้ จนเรื่องราวบานปลายไป
ด้วยความอยาก และ กิเลสของตัวเองจนเขาเลิกกับแฟนเขาและมาคบหากันดิฉันค่ะ เราสองคน
ก็คบหากันมา 10 กว่าปีแล้วค่ะ ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆมาด้วยกัน ช่วยผ่อนรถยนต์  จนหมดภาระ ต่างๆไปหมดแล้ว

จนมาวันหนึ่ง เขากลับบ้านต่างจังหวัดค่ะ ไปเจอเพื่อนสมัยเรียนด้วยกันเป็นพยาบาลค่ะ พูดคุยกันถูกใจกัน จนแอบโทรศัพท์หากัน
แต่เขาก็บอกว่าเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เพราะเขาเองก็เริ่มอายุมากแล้ว ปรึกษากันเรื่องปัญหาสุขภาพ และเพื่อนเขาก็แต่งงานแล้ว
มีสามีและลูกตั้ง 2 คนแล้ว  สบายใจได้  ก็เลยทำให้เราก็ไว้ใจและวางใจพี่เขา  จนกระทั่งหลังๆมาเขากลับบ้านบ่อยขึ้น เกือบทุกเดือน แต่ดิฉันไม่ได้ไป
ด้วย เนื่องจากไว้ใจเพราะเขาเองจะบอกว่ากลับบ้านไปช่วยงานบ้าน เนื่องจากพ่อแม่เขาก็อายุมากแล้ว เราก็เข้าใจและอยากให้
เขามีได้ใช้เวลาส่วนตัวกับครอบครัวเขาให้มากขึ้น จนกระทั่งหลังๆมา เขามีท่าทางห่างเหินไปแล้วพยายามหาเรื่องเราตลอด

เริ่มมีการอ้างไปสัมมนาบ้าง แต่เราก็ไม่ตาม จนวันหนึ่งเริ่มสงสัยแล้วโทรไปปรึกษาน้องสาวเขาจึงเริ่มรู้เรื่องว่า เพื่อนเขาที่เป็นพยาบาลไปมาหาสู่พี่เขาที่บ้านทุกครั้งที่กลับบ้านก็จะเจอกัน แม่เขาและน้องสาวเองก็ไม่ค่อยชอบเนื่องจากกลัวมีปัญหาเรืองสามีเขาและครอบครัวเขา ดิฉันก็เลยทราบข้อมูลมา จนกระทั่งหลังๆ พี่เขาเริ่มหาเรื่องดิฉันมากขึ้นจนดิฉันไปบ้านเขาด้วยและได้พบกับเพื่อนพี่เขาท่าทางเขาสองคนสนิทสนมกันมาก ดิฉันเองก็รับรู้ความรู้สึกได้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เพื่อนธรรมดา กระทั่งดิฉันถามพี่เขาก็บอกว่า เขากันแค่เพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้น จนกระทั่งดิฉันรู้ความจริงว่าผู้หญิงคนนี้เขาไปอยู่บ้านเขาและดูแลพ่อแม่ และน้องสาวเขา จุนเจือครอบครัวเขา ตลอดเวลาแม้ว่าเขาจะไม่กลับบ้านก็ตามผู้หญิงคนนี้ก็อยู่ที่นั่น จนกระทั่ง
ครอบครัวเขายอมรับ เขาพยายามทำให้ทุกคนในบ้านยอมรับเขา แสดงความมีน้ำใจต่าง เช่น  เขาออกรถใหม่และนำมาให้ทางบ้านแฟนใช้งานบ้าง,  แวะไปมาหาสู่กับพ่อแม่ ซื้อขนมและของฝากต่างๆมาให้, มาดูแลเรื่องสุขภาพบ้าง  เขาเป็นคนมีฐานะดี   ทำให้พ่อแม่เขาชอบเนื่องจากลักษณะการพูดจา ความคิด เป็นหลักการ น่าเชื่อถือเนื่องจากอาชีพการงานของเขาด้วย  รวมทั้งด้านการศึกษาเขาจบด้วย ป. โท ค่ะทำให้เป็นที่ชื่มชมของครอบครัวพี่เขาค่ะ   แต่ดิฉันก็นึกไม่ถึงว่าเขาจะยอมที่จะละแล้วครอบครัว  แล้ว สามี และลูกเขาล่ะจะเป็นยังไง
หรือว่า เขาแยกทางกันแล้วเหรอ  แล้วมาแอบคบกัน   จนพี่เขากลับบ้านบ่อยขึ้นและกลับมาก็จะพยายามหาเรื่องดิฉันตลอดอ้างว่าต้องการเก็บ ATM ไว้บ้าง ไม่ให้เราถือเงินไว้ กลัวเราจะแอบขโมยเงิน ซึ่งก่อนหน้านี้ผ่อนรถ หรือค่าใช้จ่ายด้วยกันก็ใช้ด้วยกันมาตลอด   แต่ตอนนี้หนี้สินต่างๆหมดไปแล้ว เขาเองกลับมีความคิดแบบนี้ จนแล้วจนรอดในที่สุด เราสองคนก็ต้องเลิกกันค่ะ


ตอนนี้ เราแยกกันอยู่  แต่ยังทำงานที่เดียวกันค่ะ   ลำบากใจมากแต่ก็ต้องทนต่อไปค่ะ
อายเพื่อนรวมงานด้วย แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่เขาเข้าใจปัญหาของเราและเป็นกำลังใจให้ตลอดค่ะ


แต่หลังจากเลิกกันแล้วพี่เขาก็มีเงินเข้าบัญชีเป็นหลักแสน ผู้หญิงคนนั้นโอนเงินมาให้เขา
แล้วเขาก็นำเงินส่วนนั้นมาออกเงินกู้ในบริษัท โดยที่ผู้หญิงคนนั้นไม่ทราบ
เพื่อจะนำดอกเบี้ยเอาไปใช้หนี้สินให้แม่เขา  เห็นเขาเคยพูดให้ฟังว่า หนี้สินของพ่อแม่ก็เหมือนของเรา

ดังนั้น ก็ต้องใช้ให้พ่อแม่ (ท่าทางและคำพูดจะเป็นคนที่  ดูน่าเชื่อถือค่ะ เหมือนเป็นคนมีธรรมะ และกตัญญต่อครอบครัวเขามากค่ะ) และเก็บไว้เป็นทุนสำหรับตัวเองหรือจะนำไปทำอะไรต่อไม่ทราบแต่เขาไม่ยอมให้ในส่วนที่ดิฉันช่วยเขาผ่อนรถยนต์มาเลย  เขาอ้างว่าเขายังไม่มีเงิน  ถ้ามีจะให้เอง ไม่ต้องมาทวง

ดิฉันเองก็พยายามเตือนสติเขาทุกครั้งว่า พี่เขามีครอบครัวแล้ว รู้ไหมทำไมคนเราเกิดมาเป็นทอม เป็นกระเทย
เพราะว่า ทำผิดศีลข้อ3 โดยไม่มีความละอายต่อบาปไง   เขาก็บอกว่าเขาทราบดี ตอนนี้ แยกทางกันอยู่แล้วค่ะ
แต่เขาก็ไม่ยอมกลับไปอยู่ที่บ้านกับครอบครัวเขาและผู้หญิงคนนั้น   เนื่องจากอยู่ที่นี่มีงานทำ และเสียดายเงินเดือน และยังสามารถประกอบอาชีพอื่นได้อีก คือ เจ้าหนี้เงินกู้ค่ะ โดยเอาเงินผู้หญิงคนนั้นมาทำแบบนี้
(ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้หญิงคนนั้น ทราบหรือไม่ค่ะ)

ทุกวันนี้ยังสำนึกตัวเองได้ทุกครั้งว่าบาปกรรมมีจริง เคยไปแย่งของเขามา สุดท้ายแล้วแม้จะทำบุญด้วยกันอย่างไร
ก็ต้องได้รับผลกรรมอย่างที่เคยทำกับเขาไว้อยู่ดี...เลยเป็นทางเลือกให้เป็นข้อหนึ่งในการทำใจค่ะ

 สวดมนต์ทุกวัน ใจเย็นขึ้นเยอะค่ะ จะได้ไม่ฟุ้งซ่านค่ะ และพยายามเลี่ยงที่จะเจอเขาให้น้อยที่สุดค่ะ
แต่ใจหนึ่งก็ยังเป็นห่วงเขา แต่ก็จะพยายามค่ะ  แต่ก็ยังมีบ้างอย่างที่ไม่เข้าใจในเรื่อง กงกรรม-กงเกวียนนะค่ะ
จึงอยากปรึกษากับทางทีมงานค่ะ  เพื่อคลายข้อข้องใจค่ะ...

มีคำถามดังนี้
1. การที่คนเราออกเงินกู้ โดยนำดอกเบี้ยไปใช้หนี้สิน ทดแทนพระคุณให้พ่อแม่ตัวเอง จะเรียกว่าบาปหรือบุญค่ะ การกระทำในลักษณะแบบนี้   ช่วยอธิบายให้กระจ่างด้วยค่ะ
2. ชะตากรรมของคนที่ชอบหลอกลวงให้คนอื่นหลงรัก ยอมทุ่มเท เงินทอง ทิ้งครอบครัวตัวเอง หลอกใช้งานเขามาดูแลพ่อแม่ของตัวเอง ผลกรรมที่เขาได้รับจะเป็นอย่างไรบ้างค่ะ
3. การทิ้งผู้อื่นแล้วมีคนใหม่ ทำไมมีแต่คนมาชอบเขาเยอะมา แล้วไม่เคยเห็นมีใครจะทิ้งเขาก่อนเลย เขาทำแบบนี้กับผู้หญิงที่ดูแลเขา รักเขา มา 3-4 คนแล้วค่ะ    อยากทราบผลกรรมในการกระทำ ลักษณะแบบนี้จะเป็นอย่างไรค่ะ
4. การฆ่าเห็บสุนัข์ที่เลี้ยงอยู่  เป็นบาปไหมค่ะ  ทุกวันนี้ไม่อยากทำแต่ก็สงสารสุนัข์ตัวเองค่ะ จะทำอย่างไรที่จะหลีกเลี่ยงกรรมในการฆ่าเห็บได้บ้างค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 8 มิถุนายน 2010, 04:55 โดย sittnn » บันทึกการเข้า
sittnn
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 185



« ตอบ #1 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2010, 11:05 »

ขอเข้ามาตอบข้อสุดท้ายก่อนนะครับ

อ้างถึง
4. การฆ่าเห็บสุนัข์ที่เลี้ยงอยู่  เป็นบาปไหมค่ะ  ทุกวันนี้ไม่อยากทำแต่ก็สงสารสุนัข์ตัวเองค่ะ จะทำอย่างไรที่จะหลีกเลี่ยงกรรมในการฆ่าเห็บได้บ้างค่ะ

การฆ่าสัตว์แม้จะตัวเล็ก หรือฆ่าเพื่อผู้อื่น ก็ถือว่ามีเจตนาที่จะฆ่า พรากชีวิตเขาไป
เมื่อทำกรรมไปแล้ว ก็ต้องมารับวิบากเมื่อถึงเวลาที่เขามาถึงด้วย
ถ้าเป็นได้จึงควรเลี่ยงครับ เช่น ใช้หวีถี่ๆหวีออกบ้าง เก็บใส่ขวดแล้วเอาไปทิ้งบ้าง ครับ

อนุโมทนาด้วยครับ
สงสารสัตว์ได้ แต่ก็ต้องสงสารตัวเองที่ต้องรับผลของกรรมด้วยนะครับ

  
บันทึกการเข้า

เมื่อบุคคลเอาจิตใจค้นคว้าพิจารณาไปทั่วทิศ
ย่อมไม่เห็นใครเป็นที่รักยิ่งไปกว่าตนเอง

ในที่ใดๆ ก็ตาม ตนนั้นแหละเป็นที่รักอย่างมาก ผู้อื่นก็เช่นกัน
ฉะนั้น ผู้ที่รักตนไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น แม้กระทั่งมด ปลวก
K-WAN
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 8


« ตอบ #2 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2010, 11:21 »

ขอบคุณสำหรับคำตอบนะค่ะ 

เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณที่แนะนำ มากนะค่ะ ...   

เวลากลุ้มในปัญหาของตัวเอง หรือมีความคิดฟุ้งซ่านก็จะเข้ามาเช็คคำตอบ
แต่ทว่าก็อ่านหัวข้อกระทู้ของคนอื่นที่ได้รับคำตอบก็ช่วยในการนำมาคิด ย้อนมองปัญหาของตัวเอง
เพื่อนำมาปฏิบัติและพยายามมองปัญหาของคนอื่นเขาทุกข์กว่าเรา ยังมีอีกเยอะ....

เวปไซด์นี้ ที่เหมือนแสงสว่างในการนำพาให้เกิดปัญญาในการแก้ปัญหาได้จริงๆค่ะ....
ขอบคุณมากค่ะ







บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #3 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2010, 14:58 »

มีคำถามดังนี้
1. การที่คนเราออกเงินกู้ โดยนำดอกเบี้ยไปใช้หนี้สิน ทดแทนพระคุณให้พ่อแม่ตัวเอง จะเรียกว่าบาปหรือบุญค่ะ การกระทำในลักษณะแบบนี้ ช่วยอธิบายให้กระจ่างด้วยค่ะ


    ถ้ามีเจตนาตั้งต้นจากใจจริง ที่จะตอบแทนพระคุณพ่อแม่ ถือเป็นบุญค่ะ
   แต่ถ้าวิธีการที่ให้ได้มาซึ่งทรัพย์ เป็นไปโดยมิชอบ สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจแก่ผู้อื่น ชื่อว่าเป็นบาปค่ะ

2. ชะตากรรมของคนที่ชอบหลอกลวงให้คนอื่นหลงรัก ยอมทุ่มเท เงินทอง ทิ้งครอบครัวตัวเอง หลอกใช้งานเขามาดูแลพ่อแม่ของตัวเอง ผลกรรมที่เขาได้รับจะเป็นอย่างไรบ้างค่ะ
3. การทิ้งผู้อื่นแล้วมีคนใหม่ ทำไมมีแต่คนมาชอบเขาเยอะมา แล้วไม่เคยเห็นมีใครจะทิ้งเขาก่อนเลย เขาทำแบบนี้กับผู้หญิงที่ดูแลเขา รักเขา มา 3-4 คนแล้วค่ะ อยากทราบผลกรรมในการกระทำ ลักษณะแบบนี้จะเป็นอย่างไรค่ะ


      เรื่องของกรรมเป็นเรื่องที่ซับซ้อน มีระยะเวลาให้การผล และมีรูปแบบที่หลากหลายแนะนำให้ลองศึกษาได้จากกระทู้เหล่านี้ค่ะ

กฏแห่งกรรม
http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/008970.htm

การให้ผลของกรรม
http://larndham.org/index.php?showtopic=23708&st=0#entry312557

แรงกรรม ๔ - เหตุเกิดแห่งรูปลักษณ์ของคน
http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/007265.htm

บันทึกการเข้า
K-WAN
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 8


« ตอบ #4 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2010, 15:55 »

อ่านกระทู้ที่แนะนำมาแล้วค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ 

เมื่อก่อนตอนที่ยังเป็นวัยรุ่น ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องธรรมะ
ในเรื่องกฏแห่งกรรม  เชื่อเสมอว่าถ้าเราทำดีต่อคนที่เรารัก
ยังไงซะ ความดีที่เรากระทำต่อเขาคงทำให้เราสามารถคบกันได้

จนมาเจอเรื่องที่ต้องชดใช้ ด้วยผลของกรรมที่เคยทำไว้กับผู้อื่น
เนื่องจากความอยาก และกิเลสของตัวเอง ถ้าอดีตสามารถย้อนกลับไปได้

จะไม่กระทำแบบนั้นอีก ตอนนั้นสำนึกในความผิดที่เคยกระทำไว้จิงๆค่ะ
และเคยตั้งใจกับตัวเองจะไม่กระทำแบบนี้อีก ต่อจากชีวิตนี้ค่ะ........

ขอบพระคุณทีมงานทุกคนเลยนะค่ะ..

อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
K-WAN
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 8


« ตอบ #5 เมื่อ: 16 มิถุนายน 2010, 10:07 »

มีเรื่องที่อยากระบาย อยากได้รับคำแนะนำค่ะ
   
       ช่วงเนี่ยโดนคนที่เป็นแฟน(ทอม) ไปปล่อยข่าวว่า ที่เราเลิกกันจากกันด้วยดี และในส่วนของทรัพย์สินที่ช่วยกันผ่อนมาก็คือ รถยนต์ เขาเองก็ให้เงินดิฉันมาก้อนหนึ่งแล้ว  และตัวเขาก็สร้างภาพลักษณ์ของตัวเองใหม่  เป็นคนที่อัศยาศัยดี   มีน้ำใจ เป็นมิตรกับทุกคน คุยเล่นกับทุกคน ทำเหมือนไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ความเป็นจริง เขาไม่เคยให้เงินดิฉันเลยตั้งแต่วันที่เราไม่ได้คุยกัน  เคยถามเขาในเรื่องของเงินที่ดิฉันช่วยเขาผ่อนรถมา เคยได้รับคำตอบว่า ตอนนี้เขายังไม่มี แต่ถ้ามีเมื่อไหร่แล้วจะให้เอง ไม่ต้องมาทวง เงินที่จะให้ดิฉันเขาจะให้ก็ได้ ไม่ให้ก็ได้ เป็นเงินของเขา ดังนั้นไม่ต้องมาถาม ไว้ถ้ามีจะให้เอง  ซึ่งเมื่อดิฉันได้รับคำตอบ  ดิฉันพูดไม่ออก เจ็บใจมาก ซึ่งเมื่อก่อน ตอนที่คบกันใหม่ๆ เขาไม่มีอะไรเลยเข้ามาอยู่กับดิฉันแต่ตัวและเสื้อผ้า โดนเขามีเงินก้อนหนึ่งไว้สำหรับดาวน์รถคันนี้ ซึ่งเป็นเงินเขาเอง แต่ดิฉันกับเขาก็ใช้ชีวิตด้วยกันช่วยกันผ่อนจะหมดภาระ โดยที่ชื่อเป็นชื่อของเขาเนื่องจากเงินดาวน์เป็นของเขา และดิฉันเองเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้เท่าไร
       คิดอยู่เสมอว่า เราทำดีกับเขา เขาคงไม่คิดทำร้ายเรา ทุกวันนี้ต้องขี่มอเตอร์ไซด์มาทำงานเอง ฝนตกก็เปียกบ้าง
แต่เขาก็ขับรถมาทำงานเฉย ไม่ทุกข์ร้อน ท่าทางมีความสุขกับชีวิต เพราะทำให้ทุกคนเข้าใจว่าตอนนี้เขาเป็นโสดแล้ว  และมีทุกอย่างพร้อม และตอนนี้ก็มีคนมารุกชอบเขาเยอะมาก เพราะเขาทำให้ทุกคนเข้าใจว่า ดิฉันและเขาเลิกกันแล้วจบกันด้วยดีและเคลียรทรัยพ์สินโดยแบ่งเงินให้ดิฉันก้อนหนึ่งแล้ว เขาก็เข้าใจกันว่าพี่เขาเป็นคนดี สุภาพบุรุษ รวมกันภาพลักษณ์ และท่าทาง คำพูดของเขาแล้ว เป็นคนที่พูดจาน่าเชื่อถือ ใช้คำพูดกับการอ้างเหตุผลให้ดูภาพลักษณ์ดี 
โดยที่ตัวดิฉันเองกลายเป็นที่นินทาว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว รักความสบายได้เงินไปก้อนหนึ่งแล้ว ทั้งๆที่ความเป็นจริงมันไม่ใช่ด้วยซ้ำไป
บันทึกการเข้า
K-WAN
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 8


« ตอบ #6 เมื่อ: 16 มิถุนายน 2010, 10:11 »

จึงอยากจะถามได้คำแนะนำค่ะ  ว่าถ้าเราเจอปัญหาในลักษณะแบบนี้ เราคิด อย่างไรได้บ้างค่ะ

ตอนนี้ มีความคิดด้านไม่ดีกับเขามากเลย ที่มาเจอเรื่องแบบนี้อีก มีความแค้น และความเจ็บใจมากค่ะ
ทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนที่ไม่ค่อยทันคน และเป็นคนที่ไม่เคยจะว่าหรือด่าพี่เขาด้วยซ้ำไปแต่กลับเป็นคนเลวได้
ด้วยคำพูดของเขาในสายตาคนอื่นค่ะ ....กลุ้มใจมากกับปัญหาที่ประสบตอนนี้อยากให้ช่วยชี้แนะให้ด้วยค่ะ

ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #7 เมื่อ: 18 มิถุนายน 2010, 13:02 »


ไม่มีใครเอามือปิดหมอกควันจากกองไฟที่จุดไว้ได้
กรรมดีชั่วที่บุคคลใดทำได้ย่อมส่งผลเสมอ

ความจริงก็คือ ความจริง
ไม่มีใครสามารถทำให้กลายเป็นเท็จได้
ไม่ว่าจะโกหกใครอย่างไร ก็ไม่อาจโกหกตัวเองได้

ไม่ว่าสร้างภาพตนให้ดูดีเลิศปานเทวบุตรนางฟ้าใด

แต่ถ้าในใจคือ ปีศาจ

ก็ย่อมจะเผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมาในวันหนึ่ง
และไม่อาจบดบังผู้มีปัญญา อันมีสายตาแหลมคม

ในว่าเขาจะพูดเช่นไร ทำเช่นไร เพื่อให้ตัวเองดูดีก็ตาม
ก็จะมีผลเฉพาะผู้ที่เคยมีกรรมเกี่ยวเนื่องกันมากับเขาเท่านั้น
ที่จะลุ่มหลงคล้อยตามกันไป

แต่ผู้ที่มีสติปัญญามองเห็นได้กระจ่างแจ้ง ก็ย่อมมีอยู่ค่ะ

กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดีที่สุดค่ะ








บันทึกการเข้า
K-WAN
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 8


« ตอบ #8 เมื่อ: 18 มิถุนายน 2010, 15:14 »

-ขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากนะค่ะ  Tongue

ตอนเนี่ย ดิฉันเองก็พยายามไม่ติดต่อกับเขาอีก แม้เราจะทำงานทีเดียวกันแต่ตัวเองก็พยายามหักห้ามใจ
ไม่ให้ไป สืบเสาะหาเรื่องที่เกี่ยวกับเขา หรือพบเจอเขาอีก พยายามไม่คิดและไม่พูดถึงเขาอีกต่อไปค่ะ...
เพื่อจะได้ไม่รับรู้เรื่องราวต่างๆของเขา เพื่อตัวเราจะได้ไม่ทุกข์ทั้งใจและกายค่ะ

แต่ทว่า ในใจลึกๆยังคงรู้สึก เป็นห่วง และสงสารเขาอยู่ ก็ไม่รู้เหมือนกันนะค่ะว่าทำไมตัวเองถึงเป็นแบบนี้

แต่ก้อขอบคุณทีมงานทุกท่านมากนะค่ะ ที่ช่วยชี้แนะให้ค่ะ....
บันทึกการเข้า
K-WAN
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 8


« ตอบ #9 เมื่อ: 24 มิถุนายน 2010, 16:57 »

อยากได้รับคำแนะนำ ให้คิดได้ค่ะ เรื่องมีอยู่ว่าตอนนี้มีความคิดในเรื่องความไม่ยุติธรรมของเขา เหมือนเป็นกรรมที่จะต้องมารับรู้เรื่องราวต่างๆของเขา ทั้งที่อยู่เฉยๆ ก็มีคนโทรมาบอก มาเล่า ให้ฟังพอได้รับฟังก็มีความไม่สบายใจ กลุ้มใจ คือเขาจะไปออกรถใหม่ค่ะ  จองแล้ว จ่ายเป็นเงินสดด้วย แต่ในเรื่องทรัพย์สินที่ดิฉันช่วยผ่อน(รถยนต์) มาเขาก็บอกว่าเดือนนี้ยังไม่มี เดือนหน้าจะให้แต่ไม่บอกรายละเอียดว่าอย่างไร คือ ไม่ชัดเจนค่ะ เหมือนอ้างให้ผ่านไปแต่ตัวเองสามารถซื้อของที่ตัวเองต้องการได้ ทั้งๆที่ดิฉันเองก็เองก็ช่วยเขาผ่อนรถจะหมดภาระ เงินในส่วนนี้เขาก็ไม่ยอมให้ หรือแม้แต่จะพูดเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องเป็นราว 

   ตอนนี้ใจดิฉันมีความคิด 2 ด้าน ใจหนึ่งคิดว่าปล่อยไป นึกเสียว่าเราอาจจะเคยติดหนี้เขามา เขาถึงมาเอาคืน อีกใจหนึ่งก็คิดว่าทำไมไม่ถาม หรือพยายามให้มากกว่านี้ ในเมื่อเราก็ลำบากเหมือนกัน  อย่างน้อยก็เอาเงินส่วนนี้ไปจุนเจือครอบครัวเราได้บ้าง ให้แม่ไว้ใช้บ้าง  ส่วนเขาสุขสบาย  ไม่ต้องตากแดก  หรือเปียกฝน แถมตอนนี้ยังจะออกมอเตอร์ไซด์ใหม่ เพิ่มอีก ส่วนเราก็ต้องการให้เขาคืนเงินในส่วนที่เราช่วยเขาผ่อนไป   อาจจะไม่เติมจำนวนแต่ให้เราบ้างเราก็ยังรู้สึกดีบ้าง   แต่มันไม่มีเลย มีแต่ความเฉยเมินต่อเรา หรือว่าเราจะเข้าไปคุยอีก แต่ใจหนึ่งก็คิดเหมือนกันว่าแล้วพูดไปแล้ว มันจะเป็นผลดี หรือร้ายแต่เรา (คือในใจไม่อยากจะไปสร้างวจีกรรมเพิ่มอีกแล้วค่ะ) แต่ใจหนึ่งพี่สาวและทางบ้านก็บอกว่าให้เขาไปคุยกันให้รู้เรื่อง  ทำยังงี้ เห็นแก่ตัว และไม่ยุติธรรมกับเรา 
     สับสนค่ะ ไม่รู้ว่าควรทำใจในปัญหานี้อย่างไรดี และควรทำตัวอย่างไรดี กรณีปัญหาแบบนี้  ยังไงรบกวนทีมงานด้วยนะค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #10 เมื่อ: 26 มิถุนายน 2010, 14:10 »

เรื่องใดที่รับฟังแล้วไม่สบายใจ เป็นทุกข์เสียเปล่า หลีกเลี่ยงจะดีกว่าค่ะ

เรื่องเงินควรคุยกับเขาให้แน่ชัดค่ะ ว่าจะให้เมื่อใด วันไหน หรือเป็นการผ่อนชำระเดือนละเท่าใด
แต่ถ้าดูแล้วเขาปฏิเสธ ผัดผ่อนไปเรื่อยโดยมีเจตนาไม่ต้องการจ่าย
ก็ลองปรึกษาหัวหน้างานของคุณและเขาเล่าเหตุกราณ์ตามจริง
ซึ่งคุณลำบากเดือดร้อน ดูมีทางใดที่จะสามารถให้ยินยอมชำระ อาจเป็นการหักจากเงินเดือน

แต่ถ้าคิดว่า การสืบสาวเอาเรื่องราวต่อ จะเป็นเหตุให้ผูกพันธ์สร้างเวรต่อกันไม่รู้จบ
ก็ลองคิดถึงแจตนาแต่แรกเริ่มที่ให้ ซึ่งมีเจตนาจะช่วยเหลือโดยจริงใจ หรือให้โดยเสน่หา
คิดใหม่ว่าเราได้ทำทาน สละทรัพย์นั้นแก่เขา ช่วยเหลือคนที่กำลังลำบากในขณะนั้นคนหนึ่ง
แล้วก็ตั้งใจเสียใหม่ว่า จะหยุดทุกอย่าง ละเว้นการติดตามทวงถาม  การสืบค้นเปิดรับเรื่องราวของเขา
บันทึกการเข้า
K-WAN
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 8


« ตอบ #11 เมื่อ: 28 มิถุนายน 2010, 09:54 »

ขอบพระคุณมากนะค่ะ
      ที่ให้คำชี้แนะ ตอนนี้ตัดสินใจแล้วค่ะว่าจะอยู่เฉยๆ ค่ะ จะไม่ทวงหรือถามอีก คิดว่าเขาน่าจะรู้อยู่แก่ใจเขา
คนเราอายุก็เยอะปานนี้แล้ว ถ้าเขายังมีความเห็นแก่ตัว สักวัน คงได้รับผลกรรม ยังที่คุณเมรินเคยเอากระทู้ให้อ่าน
นะค่ะ ว่าคนเราหว่านพืชแบบไหน ย่อมได้รับผลของพืชเช่นนั้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของพืชแต่ละชนิดที่จะให้ผล
นะ เวลาที่มีความคิดไม่ดี หรือโกธร ก็จะย้อนคิดถึงประโยคนี้ แล้วก็จะทำให้รู้สึกว่า จะโกธรไปทำไม มันเป็นผลที่เราควรได้รับ
อยู่แล้ว ควรที่จะยอมรับ และปล่อยวางค่ะ  จะรู้สึกสบายใจขึ้นค่ะ..........
     ส่วนทางบ้านไม่ถามแล้วค่ะ เพราะดิฉันเฉยไม่พูดต่อ ทุกคนที่บ้านก็เข้าใจแล้วก็ไม่เคยเอ่ย หรือถามเรื่องราวเขาพี่เขาอีกเลยค่ะ  ก็คงจะปล่อยไปตามยถากรรมค่ะ  ไม่อยากไปยุ่งหรือเกี่ยวข้องกับเขาแล้วไม่นำเรื่องราวของเขามาทำให้ ตัวเองเป็นทุกข์อีกค่ะ......ขอบพระคุณทีมงานและคุณเมรินมากนะค่ะ 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!