แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
19 สิงหาคม 2019, 13:29 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: นิทานโทสะ ตอน อาฆาต  (อ่าน 3405 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 20 พฤษภาคม 2010, 11:07 »

ความคิดแค้น อาฆาตมีผลพวงมาจากโทสะ...

เมื่อเราเก็บความโกรธเอาไว้ ปล่อยให้มันครอบงำจิตใจ ขยันคิดซ้ำ สะสมความโกรธเข้ามาเรื่อย ๆ มันก็เลยกลายเป็นความพยาบาท อาฆาต

หากพูดถึงเรื่อง ความอาฆาตแค้น หลายคนคงหวาดกลัว คิดไปถึงเรื่องการตามล่า ล้างแค้นกันเจ็ดชั่วโคตร ทั้งที่จริงหากเราสังเกตใจตัวเองบ่อย ๆ จะเห็นว่าวัน ๆ หนึ่ง เรามีเรื่องให้ผูกโกรธ อาฆาตกันบ่อย ๆ อยู่เหมือนกัน

วันหนึ่งผมเข้า เวรแล้วไม่มีคนอยู่ที่ทำงานเลย พอถึงเวลาใกล้เที่ยงก็ไม่สามารถหาใครมารับฝากเวรเพื่อจะออกไปซื้ออาหารกลาง วันได้ ดูท่าวันนี้ผมมีแววอดกินข้าวแน่ ๆ

กระสับกระส่าย หิวก็หิว ห่วงเวรก็ห่วง กลัวว่าถ้าออกไปกินข้าวแล้วมีคนติดต่องานมาจะไม่มีคนอยู่รับเรื่อง อดทนรออีกครู่ใหญ่ก็ตัดสินใจรีบขับมอเตอร์ไซค์ไปซื้อข้าวราดแกงที่ร้านใกล้ ๆ คิดว่าใช้เวลาไม่นาน ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

โชคดีที่ร้านยัง ไม่ค่อยมีลูกค้า ผมจึงบอกแม่ค้าที่คุ้นเคยกันให้ตักข้าวใส่กล่อง พร้อมกับเร่งแก

“ขอด่วน เลยนะป้า...ตอนนี้เข้าเวร ไม่มีคนอยู่ที่ทำงาน”
ไม่ รู้ว่าเกิดอาเพศ หรือแกอารมณ์เสียมาจากไหน จึงขัดหูกับคำพูดของผม
“ถ้ารีบนักก็ไปกินร้านอื่นเลยไป๊” แกย้อนทันควันอย่างไม่มีแววล้อเล่น

ผมฉุนกึก โมโหจัด เดินออกจากร้านทันที โดยไม่แวะสั่งอาหารที่ร้านอื่น มาถึงที่ทำงานก็คิดซ้ำถึงคำพูดป้าขายข้าวแกง ยิ่งคิดยิ่งโกรธ ยิ่งคิดยิ่งโมโห

คิดดูเราหิวก็ หิว รีบก็รีบ ห่วงเวรที่รับผิดชอบก็ห่วง ตั้งใจรีบไปรีบมาโดยใช้เวลาสั้นที่สุด กลับเจอเหตุการณ์แบบนี้...ทำไมป้าแกไม่เข้าใจเลยวะ...
สุดท้าย ผมบอกกับตัวเองทันที...จะไม่เหยียบร้านแกชั่วชีวิต...(ย้ำ...ชั่วชีวิต)

สมัยวัยรุ่น (หลายปีเหลือเกิน) ผมชอบฟังเพลง ซื้อเทปสะสมเป็นประจำ ด้วยความที่มีนิสัยง่าย ๆ เซอ ๆ จึงมักแต่งตัวตามสบาย ด้วยเสื้อยืดเก่า ๆ กางเกงขาสั้นแบบปอน ๆ รองเท้าแตะเน่า ๆ ตระเวนไปโน่นมานี่โดยไม่สนใจว่าใครจะมองอย่างไร

ผมไปเลือกซื้อ เทปที่ร้านแห่งหนึ่ง หาเทปเพลงที่ต้องการได้แล้วก็เอาไปให้คนขาย แล้วบอกว่าช่วยเปิดลองให้หน่อย เผื่อเทปมันจะยืด (เอ่อ...สมัยนั้นต้องลองเทปกันอย่างนี้จริง ๆ) ปรากฏว่าคนขายมองผมหัวจดเท้า (เน้น...มองหัวจดเท้าจริง) แล้วพูดอย่างดูถูกว่า...

“ถ้าลอง แล้วต้องซื้อนะ”
โอ้โห...สีหน้า แววตา น้ำเสียงของเธอประกาศชัดแจ้งเลยว่า...หน้าอย่างแก (ผมเอง) ไม่มีปัญญาซื้อเทปม้วนนี้ได้หรอก

ชัดช่า...ดูถูกกันเกินไปแล้วโว้ย
อาการโกรธจนลมออกหูเป็นอย่างไร วันนั้นได้ประจักษ์แก่ตัวเอง ผมตอบอะไรไปสักอย่างก็จำไม่ได้แล้ว (ยัวะจนหูอื้อ หน้ามืด) หันหลัง ออกจากร้าน พร้อมกับประกาศก้องในใจ
...ชาตินี้กูจะไม่เหยียบร้านมึงอีกแล้ว... (ขนาดนั้นเชียว)

...นี่แหละ อาฆาต!

ทั้งสอง เหตุการณ์เป็นความโกรธแค้น อาฆาต พยาบาทที่ไม่ถึงขั้นอยากไปเผาบ้าน ทุบกระจกรถคู่กรณีกันหรอกครับ

ความแค้นเคือง ประกอบกับอัตตาที่ใหญ่คับอก ทำให้ผมโกรธเกลียดร้านค้าเหล่านั้น จนตั้งใจไม่อุดหนุนพวกเขาอีก (แถมยังแอบแช่งให้มันเจ๊งด้วย)

ลืมดูตัวเองไป ว่า...ตอนที่บอกให้ป้าขายข้าวแกงรีบ ๆ ตักน่ะ คำพูดของเราก็คงทำให้เขาโกรธเหมือนกัน ถึงโดนย้อนเข้าให้อย่างนั้น

การที่โดนคนขาย เทปดูถูกน่ะ... “ลุ๊ค” ของผมมันก็ชวนให้เขาดูถูกจริง ๆ นั่นแหละ แต่งตัวขอทานซะแบบนั้น ใครเขาจะไปคิดล่ะว่าจะมีปัญญาซื้อเทปม้วนละเกือบร้อยได้ (สมัยนั้นดอลล่าร์ละยี่สิบห้าบาทเองนะครับ)

ผมเก็บความอาฆาต พยาบาทไว้หลายปีทีเดียว ไม่ไปเหยียบสองร้านนั้นตามที่ตั้งใจจริง ๆ แต่ทั้งร้านขายเทป ร้านขายข้าวแกงก็ไม่มีวี่แววว่าจะเจ๊ง อย่างที่ผมแอบแช่งเลย (น่าแปลกมั้ย?)

จนกระทั่งผมได้ พบครูบาอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมกับผมหลายอย่าง และคำพูดหนึ่งของท่าน กระทบใจผมอย่างแรง

“เราน่ะ เป็นพวกอัตตาสูง...แต่คนพวกนี้นะ เวลาที่อัตตาเหวี่ยงกลับ มันก็จะลงมาต่ำเร็วเหมือนกัน”

เหมือนโดนจี้ให้ เห็นข้อบกพร่องใหญ่ของตนเอง...
...อัตตาสูง โทสะแรง...

ผมทบทวนเรื่อง ราวที่ผ่านมา นึกอยากให้ตนเองก้าวหน้าขึ้น และมองเห็นปมใหญ่ที่ค้างคาใจอยู่
...ร้านขายข้าวแกง กับร้านขายเทปนั้น...

ถ้าจะฝึกลดอัตตาตัวตน ก็ต้องกล้าฝืนคำอาฆาต ที่ตนปฏิญาณด้วยโทสะ!

หลังกลับจากได้ พบครูบาอาจารย์ท่านนั้น ผมตัดสินใจเข้าไปนั่งกินข้าวแกงในร้านที่เคยตั้งใจจะไม่ยอมไปเหยียบชั่ว ชีวิต (เฮ้อ...ยังไม่ถึงสิบปีเลยด้วยซ้ำ)

และเข้าไปเดินดู ซีดี (แต่ไม่ได้ซื้อ เพราะระยะหลังไม่ค่อยสนใจฟังเพลงแล้ว) ในร้านขายเทปที่เคยพูดจาใส่ผมอย่างดูถูก...

เหมือนปมที่มัด ใจหลุดออกไปโดยไม่ต้องทำอะไร แค่ละความอาฆาตแค้นออกจากใจ...เกิดความปลอดโปร่ง โล่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...

นี่เอง...ที่เขา บอกกันว่า...ละความอาฆาต พยาบาทได้ จิตใจย่อมเป็นสุข...



โดย ชลนิล
ที่มา http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&catid=40%3Alite-calm-down&id=133%3A2009-08-08-16-41-29&Itemid=59
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!