แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
19 สิงหาคม 2019, 13:20 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: นิทานโทสะ ตอน ต้มยำ - เขียวหวาน  (อ่าน 2876 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 20 พฤษภาคม 2010, 11:03 »

 ต้มยำ – เขียวหวานที่กำลังจะถูกกล่าวถึงนี้ ไม่ใช่อาหารไทย เมนูโปรดของหลายคน แต่มันเป็นชื่อของสุนัขสองตัวที่ผมเคยเลี้ยงไว้ที่บ้าน

ทั้ง คู่เป็นพันธุ์เยอรมันเชฟเฟิร์ด ตัวโต น่ารัก และไม่ดุ หุ่นของมันใหญ่โต ชวนเกรงขาม หลายคนเดินผ่านหน้าบ้านผมด้วยอาการขยาด กลัวมัน...

ถ้ามี ใครช่างสังเกตหน่อย จะเห็นว่าเจ้าต้มยำ – เขียวหวานไม่ค่อยเห่าพร่ำเพรื่อ โดยเฉพาะตอนกลางวันแทบไม่ได้ยินเสียงเห่าของมันเลย

เวลามีแขก หรือเพื่อนผมมาบ้าน เจ้าสองตัวจะแค่ยกคอขึ้นมอง แล้วพากันเดินหลบไปหลังบ้านอย่างไม่สนใจใคร

เพื่อนผมหลายคนบ่นให้ฟัง ว่า เลี้ยงหมาไม่มีประโยชน์ ใช้เฝ้าบ้านไม่ได้ เห่าใครก็ไม่เป็น...
ผม ตอบข้อสงสัยนั้นอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา
“อ๋อ...ที่มันไม่เห่าใคร ก็เพราะรู้ว่าไม่จำเป็น...ที่นี่เจ้าของบ้านดุกว่าหมาว่ะ!”

ถ้าเจ้า ต้มยำ – เขียวหวานมันพูดได้ก็คงช่วยกันยืนยัน ยกขาหน้ายันอย่างพร้อมเพรียง เพราะพวกมันโดนอิทธิฤทธิ์ของผมมาพอแรง ชนิดที่ไม่กล้าเห่าใครพร่ำเพรื่อให้ได้ยินนั่นแหละ

สมัย ตัวเล็ก ๆ ทั้งคู่จะชอบวิ่งขึ้นมาเล่นที่ระเบียงบ้าน ทำให้บริเวณนั้นเลอะฝุ่น เลอะดิน เต็มไปหมด ด้วยความที่ผมขี้เกียจทำความสะอาด พอเห็นพวกมันวิ่งขึ้นมาบนระเบียงบ้านเมื่อไหร่ก็จะตวาดไล่เสียงดัง

“ลง ไป!” เท่านั้นแหละ ทั้งคู่จะสะดุดพรืด ถอยหลัง เป็นอันรู้กันว่า ตราบใดที่ผมอยู่บ้าน พวกมันจะไม่กล้าขึ้นมาเล่นบนระเบียงเด็ดขาด

โต ขึ้นมาหน่อย ลูกหมาจะเกิดอาการหมั่นเขี้ยว ตอนไหนผมเผลอวางรองเท้าไว้ที่ตีนบันได รับรองไม่นาน เจ้าสองตัวต้องคิดว่าผมทิ้งของเล่นให้พวกมันไปฟัดกันเล่น

ผมมาเห็นที หลังก็ “องค์ลง” โมโหปรี้ด เสียดายรองเท้า เสียดายตังค์ที่จะต้องซื้อคู่ใหม่ วีรกรรมสังหารนิสัยสุนัขจึงเกิดขึ้น...แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย ผมเผลอวางรองเท้าเมื่อไหร่ เสร็จมันเมื่อนั้น เรียกว่าต้องซื้อรองเท้าใหม่กันเกือบทุกเดือนเชียว

งาน ซักผ้าประจำสัปดาห์ ถือเป็นงานน่าเบื่อที่สุดสำหรับคนขี้เกียจอย่างผม ก่อนจะมีเจ้าสองตัวมาอยู่ก็ไม่มีปัญหาอะไร อยู่ไปแรก ๆ ก็ยังไม่เกิดปัญหา จนมันโตขึ้นเรื่อย ๆ สรรหาวิธีการละเล่นที่ชวนให้โดนสังหารนิสัยกันเป็นประจำ จนมาถึงเรื่องนี้...

วันอาทิตย์ ผมซักผ้าตากไว้เรียบร้อยก็ออกไปนอกบ้าน ตกบ่ายกลับมาเห็นสภาพ
ราวตากผ้า แล้วไฟโทสะก็ลุกท่วม เสื้อผ้าที่ซักตากอย่างสะอาดถูกลากลงมาฟัดคลุกฝุ่นเป็นผ้าขี้ริ้วอย่างชวน เป็นลม

ไม่ต้องสืบพยานที่ไหน จำเลยสองตัวกำลังนอนเล่นกลิ้งเกลือกกันอย่างไม่รู้ชะตากรรมของตน

“ไอ้ ต้มยำ อีเขียวหวาน!” เสียงผมดังลั่น คว้าไม้ได้ก็ไล่ตีมันเสียรอบบ้าน...
อ้อ...ฝากบอก สมาคมพิทักษ์สัตว์ไว้ก่อนนะครับ...ไม่ต้องเสียเวลาส่งคนมาจับผม ในฐานะทารุณกรรมสัตว์เลี้ยงหรอกนะ...เพราะผมไล่ตีมันไม่ทัน...แฮ่ก แฮ่ก

วิ่ง รอบบ้านไม่กี่รอบก็เหนื่อยหอบ ทำได้แค่ตะโกนด่ามันลั่นซอย...หนอยแน่...ไม่รู้หรือว่าเราขี้เกียจซักผ้า ขนาดไหน นี่ต้องมาซักผ้าใหม่ทั้งหมด แถมบางตัวยังมีรอยเขี้ยวมันฝากไว้เป็นที่ระลึกเสียอีก...แล้วนี่มันจะแห้ง ทันใส่ไปทำงานพรุ่งนี้มั้ยเนี่ย?

นอกจากเสื้อผ้าที่ผมตากบนราวแล้ว ไม่รู้ว่าเจ้าต้มยำ – เขียวหวานมันอาฆาตแค้นอะไรผมนักหนา ผ้าม่านที่ผมไม่เคยถอดออกมาซักเป็นปี ๆ พอนึกรำคาญตาที่เห็นฝุ่นหนาเตอะขนาดนั้นก็เลยถอดมาแช่น้ำเพื่อจะซัก

ออก ไปทำธุระนอกบ้านไม่เท่าไหร่ กลับมาก็เห็นผ้าม่านที่เคยแช่น้ำในกะละมังถูกลากออกมาฟัดเล่น และวางกองไว้เป็นอนุสาวรีย์แห่งชัยชนะของพวกมัน...
อย่าถามเชียว ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น!

การ เลี้ยงสุนัขไว้ในบ้านสำหรับคนอื่นอาจเป็นความสุข ได้มีเพื่อน มีสัตว์เลี้ยงซื่อสัตย์ (จริงรื้อ?) มาเฝ้าบ้าน สำหรับผม มันคือภาระ และตัวกระตุ้นโทสะชั้นยอด มีเรื่องโมโหได้แทบทุกวัน อาละวาด ทะเลาะกับหมาเป็นงานประจำ

จนมาถึงเหตุการณ์สุดท้าย ที่ตัดสินได้ว่า ผมไม่มีบุญพอได้เลี้ยงพวกมัน...

บอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าผมเป็นคนขี้ เกียจ ไม่ค่อยอยู่ติดบ้าน พอนำเจ้าต้มยำ – เขียวหวานมาเลี้ยงทำให้ต้องขยันกว่าเดิม อาบน้ำ หาอาหารให้มันกิน

อาหาร ที่ผมนำมาเลี้ยงพวกมันก็ไม่พ้นสารพัดอาหารเม็ดทั้งหลาย ที่พยายามเลือกสรรยี่ห้อที่มันน่าจะชอบ เปลี่ยนรสชาติไม่ให้มันเบื่อ มีการผสมนม เนื้อบด (กระป๋อง) เข้าไปเพื่อเพิ่มคุณค่าอาหาร ไม่ซ้ำซากจำเจ

คุณ อาที่บ้านอยู่ฝั่งตรงข้าม เห็นชีวิตรัดทดของสองหมาผู้น่าสงสาร ที่ต้องกินแต่อาหารเม็ด เกิดความเมตตาจึงแอบคลุกข้าว กับข้าวมาให้พวกมันกินลับหลังผม

คิดดู... หมาน้อยที่เคยกินแต่อาหารเม็ดมาตลอด เจอข้าวคลุกกับข้าวพื้น ๆ เข้าก็ติดใจ ผมมาสงสัย สังเกตทีหลังว่าทำไมเจ้าคู่นี้มันไม่ยอมกินอาหารเม็ดเลย ทั้งที่ผมพยายามพลิกแพลง เปลี่ยนยี่ห้อ เปลี่ยนของมาผสมให้กินแล้ว

รู้ ทีหลังว่าอาผมให้มันกินข้าวจนติดใจ เลยบอกให้แกช่วยหยุดทีเถอะ...แต่ดูท่าจะสายไปแล้ว

เช้า วันที่ชวนให้โมโหที่สุด คือตอนที่ผมรีบตื่นมาเตรียมอาหารเม็ดให้มันก่อนออกไปทำงาน แต่มันกลับไม่สนใจกิน หนำซ้ำกลับสะบัดก้นวิ่งดุ๊ก ๆ พากันไปนั่งคอยอาผมเอาข้าวมาให้กิน อยู่ที่หน้าประตูบ้าน

เฮ้อ...มัน น่าเอาจานอาหารเม็ดคว่ำใส่หัวมันดีมั้ยนี่

ดูท่าวาสนาของเราคงหมดกัน แค่นี้แล้วล่ะ เจ้าต้มยำ – เขียวหวานเอ๋ย...
มานั่งนึกประมวลเหตุการณ์ เกือบปีที่อยู่ด้วยกันมา (พูดเหมือนเป็นแฟนกันเชียว) ก็มองเห็นเลยว่าตนเองมีภาระมากขึ้น เกิดโทสะใหญ่บ่อย เผลออาละวาดรบรากับหมาตั้งหลายครั้ง

ถาม ตัวเองว่าจะทำอย่างไรดี ถ้าเลี้ยงต่อไปก็ต้องเพิ่มภาระด้วยการเปลี่ยนจากอาหารเม็ด มาให้ข้าวมันกินแทน เพราะถึงยังไงอาผมก็ชอบแอบเอาข้าวมาให้มันอยู่ดี (จนเสียหมาไปแล้ว) จะให้แกเลี้ยงข้าวหมาผมเป็นประจำทุกวันก็คงไม่ได้

ยิ่ง กว่านั้นผมก็เชื่อว่าต้มยำ – เขียวหวานคงมีความสามารถสร้างวีรกรรมใหม่ ๆ ให้องค์ (โทสะ) ลงผมได้ต่อไปอีก

สุด ท้ายจึงตัดสินใจยกเจ้าสองตัวนี้ให้รุ่นพี่ที่เป็นคนรักสัตว์เอาไปเลี้ยง เขามีครอบครัวอยู่บ้านที่พอจะช่วยดูแลเจ้าหมายักษ์ทั้งคู่นี้ได้

มอง ดูเรื่องนี้ อาจเห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เอาภาระและตัวกระตุ้นโทสะออกไป โดยไม่สนใจใช้มันเป็นเครื่องมือดูโทสะในใจตน...ไม่เอาโทสะที่เกิดมาเป็นสนาม เรียนรู้กิเลส

สำหรับผมในเวลานั้น...ถ้ายังเก็บตัวกระตุ้นต่อมความ โกรธเอาไว้ ก็คงไม่สามารถเรียนรู้กิเลส เรียนรู้ใจตนเองได้หรอกครับ...

อาจ จะมีต้มยำเชฟเฟิร์ด – แกงเขียวหวานอัลเซเชี่ยน ขึ้นโต๊ะอาหารแทนก็ได้

โดย ชลนิล
ที่มา http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&catid=40%3Alite-calm-down&id=130%3A2009-08-08-16-32-15&Itemid=59
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!