แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
18 กุมภาพันธ์ 2019, 04:53 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: นิทานโทสะ ตอน โรคชังคนชั่ว  (อ่าน 3316 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 20 พฤษภาคม 2010, 10:55 »

เคยมั้ย...ที่คุณเจอหน้า ใครบางคนแล้วนึกรังเกียจ เหม็นหน้า หมั่นไส้ โทสะขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ ทั้งที่ฝ่ายนั้นยังไม่ทันทำอะไร แค่เห็นหน้ากันไกล ๆ ก็นึกอยากโดดถีบแล้ว
สำหรับผม...มีนะครับ

มีบางคนที่ผมแค่เห็นหน้าไกล ๆ ได้ยินเสียง หรือกระทั่งเห็นมอเตอร์ไซค์ของเขามาจอดหน้าที่ทำงานแล้วก็นึกเกลียด อารมณ์ขุ่นอย่างไม่มีเหตุผล หมั่นไส้ขึ้นมาโดยไม่ต้องจุดธูปเรียก ทั้งที่เวลานั้น อีกฝ่ายยังไม่ได้ทำอะไรเลย

ที่บอกว่า “ยัง ไม่ได้ทำอะไร” เพราะคนนั้น “เคยทำอะไร” ให้เกิดความบาดหมางมาแล้วอย่างต่อเนื่อง หลายเรื่อง จนจิตมันสะสมความไม่พอใจ ขัดหู ขัดตามาเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่ได้ข้อสรุปว่า

...ฉันไม่ชอบหน้าแก... อย่ามาเกี่ยวข้องกันเลย...

...ผมให้คำจำกัดความเจ้านั่นว่าเป็น “คน ชั่ว” แล้วผมก็ “ชัง” คนชั่ว...

...โดยไม่ทันสังเกตใจตัว เองเลยว่า “ความชัง” เป็นโทสะ...

...โทสะเป็นกิเลส... อกุศล...

...คน ที่ “ชัง” ก็ไม่ได้เป็นคนดีไปกว่า คนที่ถูกชังสักเท่าไหร่...

อาการ “ชัง” ของผมคงชัดเจน โจ่งแจ้งมากไปหน่อย คน ๆ นั้นเลยฝากเพื่อนผมมาถามว่า...เกลียดขี้หน้าอะไรเขานักหนา...

ได้ยินอย่างนั้นผมก็ “ของ ขึ้น” ทันที

“อะไรวะ...มันไม่รู้เหรอว่า ทำอะไรเลว ๆ ไปบ้าง!”
เท่านั้นเอง ผมก็ชักประวัติ วีรกรรม การกระทำต่าง ๆ ของมันออกมาอย่างยืดยาว (พูดโม้ ๆ หน่อยก็จะบอกว่า...เล่าสามวัน สิบเก้าชั่วโมงไม่จบน่ะ) ชี้ให้เพื่อนผมเห็นว่าคน ๆ นั้นสมควรแก่การถูกชังมากแค่ไหน

เพื่อนผมก็ทนนั่งฟังคำด่า สาธยายความเลวของคน ๆ นั้นเสียยืดยาว พยักหน้าหงึกหงัก เห็นด้วยเป็นระยะ ไม่กล้าขัดเลยสักคำ (ขืนขัดขึ้นมาสิ มันจะโดนด่าแทน!)

ระหว่างที่ผมขุดเรื่องราว ร้าย ๆ เลว ๆ ต่าง ๆ ของคนนั้นออกมา ก็ไม่รู้สึกตัวสักนิด ว่ามีเปลวของโทสะแลบแปลบอยู่ในทุกวาจา คำพูด...มีแต่ความเมามันที่จะพูด “ข้อ ร้าย” ของคน ๆ หนึ่งด้วยใจที่เกลียดชัง

โทสะ...ความ เกลียดชัง เป็นสิ่งที่ดีนักหรือ?
การเพ่งโทษผู้อื่น เล็งมองแต่ความเลวร้ายของเขาเพื่อสะสมความเกลียดชังไว้ในใจตัวเอง มันต่างอะไรกับการวางยาพิษให้ตนเองกิน

คนอื่นเลว...ทำผิด ทำเรื่องชั่ว...เราชัง

แต่เราเลว...คิดชั่ว ประณามเขา...มันดีกว่ากันตรงไหน

ลองเปลี่ยนจากการเพ่งโทษ ผู้อื่น แล้วหันมาสังเกต สนใจ ดูกิเลสในใจตนเองดีกว่าไหม...ดูสิว่ามันมีความเลวร้ายอยู่มากน้อยเท่าไหร่

เชื่อเหอะ...ไม่น้อยกว่า ใครหรอก!

เมื่อในใจเราก็ยังมีกิเลส ความคิดแย่ ๆ มีโลภ มีโกรธ มีหลงเช่นเดียวกับคนอื่น แล้วทำไมจะมามัวเสียเวลาดูแต่กิเลสคนอื่น...เพ่งโทษคนอื่น...จนกิเลสในใจตัว เองเพิ่มพูนแล้วไม่รู้ตัว

ถ้าดูกิเลสคนอื่น แล้วกิเลสในใจตนลดลงค่อยว่าไปอย่าง...
แต่นี่...ยิ่งดูกิเลสคนอื่น ยิ่งมองไม่เห็นกิเลสตนเอง

ยิ่งเพ่งโทษคนอื่น จะไม่เห็นโทษของตัวเอง

และยิ่งชังความชั่วผู้อื่นมากเท่าไหร่...

ก็ยาก...ที่จะเห็นความชั่วในใจตน...


โดย ชลนิล
ที่มา http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&catid=40%3Alite-calm-down&id=124%3A2009-08-08-15-52-31&Itemid=59
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!