แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
18 กุมภาพันธ์ 2019, 05:20 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: นิทานโทสะ ตอน โน้ตบุ๊ค  (อ่าน 4117 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 20 พฤษภาคม 2010, 10:50 »

คำนำ

มีใครเคยนับบ้างมั้ยครับ
วัน ๆ หนึ่งเราเกิดโทสะกันกี่ครั้ง?
ผมเชื่อว่าเยอะนะ (ดูตัวเองเป็นตัวอย่าง)
เคยสังเกตอีกมั้ยเอ่ย...
เรามีเรื่องให้โกรธได้กับแทบทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว
แม้กระทั่งโกรธตัวเอง
อืมม์...ถ้ายังไม่เชื่อก็อย่าเพิ่งเถียงดิ (เดี๋ยวโกรธนะ)

ลองมา อ่านเรื่องราวเหล่านี้ดูสิ
นี่คือโทสะในชีวิตประจำวัน ประจำเดือน และประจำใจ (ติดนิสัย)
เขียนแบบเพลิน ๆ อยากให้อ่านกันเพลิน ๆ
คิดเสียว่าเป็นนิทานสนุก ๆ อ่านก่อนจะโกรธใคร
ทั้งหมดเป็นเรื่องราวใกล้ตัว ที่ผมไม่กล้ายืนยันว่าเป็นเรื่องจริง
บอกว่าเป็นนิทานอย่างนี้ดีแล้ว...
ไม่งั้นจะโดนเขาโกรธเอา...

 -------------------------------------------


ตอน โน้ตบุ๊ค

สมัยผมหัดเขียนนิยาย เรื่องสั้น จะใช้วิธีเขียนใส่สมุด เศษกระดาษเอาไว้ ให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ อ่านกัน หากจะเขียนเรื่องสั้น
เพื่อ ส่งไปให้นิตยสารพิจารณา ก็จะพยายามเขียนต้นฉบับด้วยลายมือตัวบรรจง (ที่จริงแค่พออ่านออกเท่านั้นแหละ) ใส่
กระดาษ ฟุลสแกป (ซึ่งเด็กสมัยนี้คงไม่รู้จักกันแล้ว) แล้วส่งไปทางไปรษณีย์

จากนั้นค่อยพัฒนาการทำต้นฉบับด้วยการเขียนเรื่องสั้นใส่กระดาษ แผ่นร่างก่อน จากนั้นค่อยพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด
ซึ่ง ใช้เป็นมาตรฐานในการทำต้นฉบับนิยายส่งในเวลาต่อมา

ผมใช้พิมพ์ดีดเป็นเครื่องมือในการทำต้นฉบับงานเขียนมานับสิบปี จนคอมพิวเตอร์เริ่มแพร่หลาย ใช้งานง่าย หลายคน
แนะนำ ให้ผมหันมาเขียนต้นฉบับลงในคอมพ์เพื่อความสะดวกทั้งด้านการจัดพิมพ์ แก้ไข

ได้ยินอย่างนั้นผมก็จะหัวเราะแหะแหะ ปฏิเสธไปด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือใช้คอมพ์ไม่เป็น และรู้สึกขี้เกียจที่จะเรียนรู้นวัต-
กรรม ใหม่ ๆ (แก่แล้ว)

จนกระทั่งได้มาเขียนคอลัมน์แง่คิดจากหนัง ส่งนิตยสารออนไลน์ “ธรรมะ ใกล้ตัว” จำเป็นต้องพิมพ์ต้นฉบับลงคอมพ์
แล้วส่งผ่านทางเว็บไซต์ ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้คอมพ์โดยปริยาย

พอใช้เป็นแล้วก็เห็นด้วยกับที่ใคร ๆ บอกว่ามันง่าย สะดวกสบาย แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่คิดซื้อคอมพิวเตอร์มาใช้
ส่วน ตัวอยู่ดี

ผมเขียนนิยายเรื่องหนึ่งค้างมาสองปีไม่มีวี่แววจะจบ รู้สึกคาใจ จนต้องหาอุบายกระตุ้นตัวเองให้กระตือรือร้นขึ้น จึง
ตัดสิน ใจซื้อโน้ตบุ๊คมาพิมพ์นิยายเรื่องนี้ แล้วบอกกับตัวเองว่า ถ้าไม่รีบเขียนให้จบ ก็จะไม่ได้เงินค่าโน้ตบุ๊คคืนนะ...

นิยายเรื่องก่อน ๆ ผมจะเขียนใส่สมุดจนจบก่อนค่อยมาแก้ไข พิมพ์ต้นฉบับทีหลัง พอมาถึงเรื่องนี้ ผมคิดว่าขืนรอให้
เขียน จบก่อน ก็คงมีแววจะไม่ได้ใช้โน้ตบุ๊คเครื่องนี้แน่ ๆ

ผมเลยพิมพ์นิยายลงโน้ตบุ๊คเท่าที่มีต้นฉบับเขียนไปก่อน จากนั้นค่อยเขียนไป พิมพ์ไปเป็นระยะ ทำให้งานคืบหน้า
มอง เห็นทางจบเรื่องได้สักที

ด้วยความที่เคยใช้แต่คอมพ์ตั้งโต๊ะ ไม่เคยใช้โน้ตบุ๊คมาก่อน พอนำมาใช้งานจึงเกิดปัญหาบางอย่างชวนให้โมโห
อารมณ์ เสียบ่อย ๆ

นั่งพิมพ์งานไปก็ปรากฏข้อความ...
“ไมโครซอฟต์ออฟฟิศเวิร์ดตรวจเจอปัญหา และต้องการที่จะปิดการทำงาน ขอโทษด้วยสำหรับความไม่สะดวก...
ข้อมูลที่คุณกำลังทำงานอาจสูญหายได้ ไมโครออฟฟิศสามารถพยายามทำการกู้...”

แล้วก็ให้เลือกกด
“ส่งรายงานภายหลัง” หรือ “อย่าส่งไป”

ขนาดเขียนเป็นภาษาไทยผมยังอ่านไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ สุ่มกดปิดบ้าง สุ่มเลือกบ้าง ปรากฏว่าข้อมูลที่พิมพ์ไว้ แล้วยัง
ไม่ ได้เซฟไว้ก็หายไปหมด

แรก ๆ ก็เหวอ ทำอะไรไม่ถูก โทรถามเพื่อนที่เก่งเรื่องคอมพ์ เขาก็ถามว่าเราเผลอไปกดปุ่มอะไรเข้าหรือเปล่า เราก็
แน่ใจ ว่าไม่ได้กดอะไรผิด

สุดท้ายก็ต้องพิมพ์แบบระมัดระวัง คอยเซฟข้อมูลเป็นระยะ ถึงอย่างนั้นเจ้าข้อความมหาภัยนั้นก็ยังโผล่มาเรื่อย ๆ บางที
ก็ เป็นภาษาอังกฤษ (ผมแปลไม่ออก) แต่ทำให้ข้อมูลหายเหมือนกัน

เจอบ่อย ๆ เข้าก็โมโห ทนไม่ไหว ให้รุ่นพี่ที่เป็นช่างเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาเช็คดูว่ามันเป็นอะไรกันแน่

พี่เขามาถึงก็ให้ผมพิมพ์งานไป ข้อความนั้นขึ้นเมื่อไหร่เขาถึงจะรู้ได้ว่าเกิดจากอะไร...แต่เหมือนเจ้า คอมพ์เครื่องนี้มันจะ
กลัวช่างฯ ผมนั่งพิมพ์งานอยู่ตั้งนานมันก็ไม่โผล่ข้อความนั้นมาสักที จนผมยอมแพ้ ไม่ต้องทำอะไรกับมันแล้ว ขยันเซฟ
ข้อมูลบ่อย ๆ ดีกว่า ไม่เสียอารมณ์ดี

การพิมพ์ต้นฉบับนิยายโดยคอยเตือนตนเองบ่อย ๆ ให้เซฟข้อมูล จึงเป็นการทำงานที่ชวนให้เกิดสติบ่อย พิมพ์งานไป
เพลิน ๆ สติก็เตือนให้เซฟ...สติเตือนบ่อย ๆ ก็เห็นความเผลอเป็นระยะ เห็นความเผลอเกิด – ดับเป็นช่วง ๆ ก็เท่ากับได้
ภาวนาไปในตัว รู้สึกตัวเร็วขึ้น

ครั้งหนึ่งนั่งพิมพ์นิยายเพลินเพราะต้องเขียนบรรยายอารมณ์ รายละเอียดเพิ่มเติม จิตใจจดจ่ออยู่กับงานที่ทำ ลืมความ
รู้สึก ตัว จมอยู่ในงาน เนื้อหาที่เขียน สามารถบรรยายข้อความได้อย่างลื่นไหลจนลืมเซฟข้อมูลเอาไว้

แล้วจู่ ๆ ข้อมูลที่พิมพ์ก็หายวับ ทั้งที่แน่ใจว่าไม่ได้กดปุ่มอะไรผิด เนื้อหาข้อความที่เขียนได้อย่างดี ลื่นไหลหายเรียบ...

เห็นโทสะพุ่งขึ้นเหมือนภูเขาไฟจากกลางอกถึงกระหม่อม โกรธจัดจนอยากทุบโน้ตบุ๊คตรงหน้าให้พังคามือ เสียดาย
เนื้อหา ข้อความที่พิมพ์ชนิดพูดไม่ออก ตอนนั้นสัญญา ความจำขาดหาย นึกเนื้อความที่ตัวเองเพิ่งเขียนสด ๆ ร้อน ๆ
ไม่ ได้แล้วด้วย

สติที่ยังพอมีช่วยมัดมือมัดเท้าไม่ให้ปล่อยตามอารมณ์ กิเลส...นั่งดูโทสะที่มันแน่นในอก จนมันค่อยคลายลง
โดย ไม่ทำอะไรเลย

แล้วผมก็ปิดเครื่อง รู้ว่า...ด้วยจิตใจที่ยังมีวิบาก ความร้อนของไฟโทสะที่หลงเหลือเช่นนี้ คงทำงานต่อไม่ได้

ผ่านไปอีกสามสี่ชั่วโมง จิตใจไม่เหลือเชื้อความโกรธ กลับมาทำงานใหม่ได้ ตั้งสติ มีสมาธิ ระลึกถึงข้อความต้น ๆ ที่มัน
ขาด หายไปออก จากนั้นค่อยเริ่มเขียนอีกที

เนื้อหา ข้อความที่เคยคิดว่าจะไม่สามารถเขียนได้อีก ก็กลับรื้อความทรงจำ อารมณ์มาเขียนใหม่ได้ และอาจดีกว่าเดิม
ด้วย ซ้ำ

โน้ตบุ๊คตรงหน้า มันก็แค่อุปกรณ์ช่วยทำงานอย่างหนึ่ง มีลักษณะการทำงานเฉพาะตัว มีข้อบกพร่อง จุดควรระวังของมัน
เอง มันไม่มีทั้งชีวิต จิตใจ แต่สามารถใช้เป็นเครื่องมือให้เจริญสติได้ หากเราเป็นคนเฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงของ
จิต ใจตัวเอง

ขณะพิมพ์นิยายจิตใจเป็นอย่างไรรู้ไปตามนั้น... จะรู้สึกตัว หรือเพลิดเพลิน จมลงไปอยู่กับข้อความที่ตัวเองเขียนสักแค่
ไหน ก็สังเกตเอา

การที่ผมต้องคอยระวังเซฟงานเป็นระยะ เท่ากับได้ฝึกสติ เห็นความเผลอของตัวเองบ่อย ๆ และการที่เจ้าคอมพ์มันเกิด
เพี้ยน ไม่ทำงานตามความต้องการ จนผมโมโหจัด อยากทุบมันทิ้ง...ก็เป็นโอกาสให้ได้ดูจิตที่มีโทสะ และวงจรชีวิต
ของมัน

การปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด

ตั้งแต่ลืมตาตื่น ยันนอนหลับ คุณสามารถเฝ้าสังเกตกาย - ใจตนเองได้ตลอดเวลา เท่าที่ไม่โดนความเผลอเข้าครอบงำ

อีกทั้งคุณยังใช้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวในชีวิตประจำวัน ในการทำงาน มาเป็นเครื่องมือช่วยเจริญสติได้ หากมีใจรักในการ
ภาวนา...


โดย ชลนิล
ที่มา http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&catid=40%3Alite-calm-down&id=60%3A2009-05-27-10-10-38&Itemid=59
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!