แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
21 กุมภาพันธ์ 2019, 08:48 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๕๖๘ ขอปรึกษาหน่อยค่ะ  (อ่าน 3687 ครั้ง)
mazarine
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 1


« เมื่อ: 11 พฤษภาคม 2010, 14:05 »

เข้ามาอ่านในเวบบอร์ดได้ซักพักแล้วและรู้สึกประทับใจแนวทางของการทำเวบและวิธีการตอบคำถามของพี่ๆมากค่ะ

รู้สึกว่าพี่ๆตอบปัญหาด้วยความเข้าใจและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ จึงอยากจะรบกวนให้พี่ๆช่วยแชร์ความคิดเห็นและให้คำแนะนำเรื่องของน้องบ้างค่ะ

เรื่องก็คือว่าคุณพ่อของน้องตกงานค่ะ เป็นผลพวงมาจากพิษเศรษฐกิจเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วแต่ก็ยังมีผลต่อชีวิตของครอบครัวเราอยู่อย่างมาก ซึ่งหลังจากตกงานแล้วคุณพ่อก็พยายามหาอย่างอื่นทำมาตลอด ไม่ได้อยู่บ้านเฉยๆ ส่วนใหญ่ก็จะเอาเงินเก็บที่มีไปลงทุนกับเพื่อน ทำธุรกิจต่างๆ ได้บ้างเสียบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วขาดทุนค่ะ

ทีนี้ต้องท้าวความว่าตอนที่คุณพ่อตกงาน ที่บ้านเพิ่งซื้อบ้านใหม่ มีภาระต้องผ่อนบ้านรายเดือน (ตอนนี้ก็ยังผ่อนไม่หมดค่ะ)ฉะนั้นเงินเก็บที่คุณพ่อมีก็ต้องเอามาผ่อนบ้านด้วย เป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆในครอบครัวด้วยและก็เอาไปลงทุนค่ะ แต่ว่าเนื่องจากธุรกิจหลายต่อหลายอย่างที่คุณพ่อไปร่วมกับเพื่อน โดยส่วนมากมันจะเท่าทุนหรือไม่ก็เข้าเนื้อ เงินเก็บส่วนตัวของคุณพ่อเอง ก็เลยลดลงและลดลงมาตลอด จนมาปัจจุบันนี้ พูดได้ว่าคุณพ่อแทบจะไม่เหลือเงินเก็บเลย และตั้งแต่ที่คุณพ่อตกงาน ภาระทางการเงินหลักๆก็ตกเป็นของคุณแม่ค่ะ ทุกวันนี้คุณแม่เป็นคนดูแลค่าใช้จ่ายในบ้าน นอกบ้านทุกอย่าง และเมื่อปลายปีที่แล้วคุณแม่ตัดสินใจซื้อรถใหม่เพราะคันเก่าที่มีใช้มานานมากแล้วถึงเวลาต้องเปลี่ยน กลายเป็นว่า คุณแม่มีภาระผ่อนรถเพิ่มขึ้นมาอีก

ตัวน้องเองรับรู้ความเป็นไปของสถานการณ์ในบ้านมาตลอด (ตอนที่คุณพ่อตกงาน อยู่ ม.1 ค่ะ) และตั้งใจไว้ตลอดว่าเรียนจบทำงานได้เมื่อไหร่ เงินเดือนที่ได้ก็จะได้เอามาช่วยแบ่งเบาภาระของคุณแม่ เพราะคุณแม่ทำงานหนักมากเป็น breadwinner ของครอบครัวเรา และตอนนี้น้องเรียนจบป.ตรีได้ 2 ปีกว่าแล้ว ได้ทำตามความตั้งใจของตนเองที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของคุณแม่ (เป็นความภูมิใจลึกๆค่ะ ที่ไม่เคยขอเงินคุณแม่เลยตั้งแต่เรียนจบและมีโอกาสได้ตอบแทนพระคุณของท่าน)

นอกเหนือจากแบ่งเงินเดือนของตัวเองให้คุณแม่แล้ว ก็ให้คุณพ่อด้วย แต่ไม่ใช่การให้เป็นรายเดือน เพราะไม่กล้าทำแบบนั้น กลัวคุณพ่อจะรู้สึกเสียศักดิ์ศรีที่ต้องมาเอาเงินของลูก เพราะตอนแรกที่เอาเงินเดือนให้คุณแม่ คุณแม่ก็ไม่ยอมรับค่ะ น้องก็เลยไม่กล้าให้เป็นเงินรายเดือนแก่คุณพ่อ แต่ว่าก็มีวิธีอื่นนะคะ คือ จ่ายค่าน้ำมัน จ่ายค่ามือถือให้ ตอนโบนัสออกก็เอาเงินใส่ซองไปวางให้ และถ้าคุณพ่อเอ่ยปากเรื่องเงิน น้องก็จะให้ค่ะ เท่าไหร่ก็ให้นะคะ และโดยมากแล้วก็ให้เกินกว่าที่คุณพ่อต้องการ

ความทุกขอยู่ตรงนี้ค่ะ คือ คุณพ่อเอาเงินที่ให้ไปลงทุนกับเพื่อนซึ่งอย่างที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ ว่าที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จน้อยมาก ไม่เท่าทุนก็ขาดทุน แทบจะไม่ได้กำไรเลย นอกเหนือจากเงินที่ให้แล้ว บางทีน้องมีไม่มากพอ (เพราะเริ่มทำงานได้ไม่กี่ปีเงินเดือนไม่เยอะหรอกค่ะ เงินเดือนก็จะกันไว้บางส่วนเอาไว้เป็นทุนเรียนต่อ นอกนั้นก็กันไว้ให้เป็นเงินรายเดือนให้คุณแม่ และเผื่อของคุณพ่อ) คุณพ่อจะไปยืมของญาติพี่น้องคนอื่นมา ก็ไม่รู้ว่าไปเอาจากใครมาเท่าไหร่บ้างเพราะน้องก็ไม่กล้าถาม แต่อย่างหนึ่งที่พอจะเดาได้ก็คือ คุณพ่อไม่ได้ใช้คืนหรอกค่ะ ธุรกิจที่ไปทำนั้น ไม่โดนโกง มันก็ไม่ได้กำไร ไม่สามารถหาไปคืนได้หรอกค่ะ

จนมาเร็วๆนี้ คุณพ่อเอ่ยปากอยากได้เงินอีกก้อน (ประมาณ50,000 บาทค่ะ) บอกว่ามีเพื่อนทำธุรกิจปล่อยเงินกู้นอกระบบ ได้ดอกเบี้ยดีมาก อยากจะไปลงทุนกับเพื่อนคนนี้ มาแบบนี้ทำให้เครียดมากเลยค่ะ เงินน่ะมีไม่ใช่ไม่มีค่ะ และมีแล้วน้องก็ให้ค่ะ ไม่เคยปฎิเสธ อยากได้เท่าไหร่ ถ้ามีก็ให้ค่ะ แต่คราวนี้จำนวนเงินมันมากจนเครียด อีกอย่างคือธุรกิจปล่อยกู้นอกระบบไม่ใช่ธุรกิจที่อยากให้คุณพ่อไปยุ่งเกี่ยวด้วยเลย มันเป็นธุรกิจที่ไม่ดี ผิดกฏหมาย และจำนวนเงินที่ว่า มันเยอะมาก ถึงจะพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง แต่มันก็ใจหายนะคะ เมื่อคิดว่าเงินที่เราเก็บมา..... กว่าจะได้จำนวนเท่านี้ เก็บอยู่ตั้งหลายเดือนแล้วมันจะหายไปไม่ได้คืน

แต่ว่า...น้องก็ตัดสินใจแล้วว่าก็คงต้องเอาให้คุณพ่อไปค่ะ ด้วยความสงสารคุณพ่อ ไม่อยากจะให้คุณพ่อต้องบากหน้าไปขอยืมจากใครอีก

แค่เอ่ยปากขอจากลูก กว่าคุณพ่อจะกล้าเอ่ยขอแต่ละครั้ง น้องก็เชื่อว่าคุณพ่อต้องข่มใจ กล้ำกลืนศักดิ์ศรีตัวเองลงไปมาก   


แต่พี่คะ มันก็ยังทุกข์อยู่ดีถึงแม้จะตัดสินใจได้แล้ว

>> พี่คิดว่าการตัดสินใจทำแบบนี้ถูกไหมคะ และถ้ามีครั้งต่อๆไปที่เป็นอย่างนี้อีก ควรจะต้องทำยังไง (เรื่องเหล่านี้คุณแม่ไม่เคยทราบค่ะ และก็ตั้งใจไว้ว่าจะไม่เล่า เพราะไม่อยากทำให้ท่านมีกังวลในเรื่องอื่นเพิ่มขึ้นอีก)


ใจหนึ่งก็บอกกับตัวเองว่า มันเป็นหน้าที่ของลูกทุกคนที่ต้องตอบแทนพระคุณของพ่อกับแม่ ต้องสนับสนุนท่านเมื่อท่านต้องการความช่วยเหลือจากเรา

ถ้าพยายามบอกตัวเองแบบนี้บ่อยๆ เรื่อยๆ เหมือนอย่างที่เคยทำมาตลอด สุดท้ายก็จะได้ข้อสรุปว่า เงินทองมันก็ของนอกกาย ไม่ตายเราก็หาใหม่ได้

แต่อีกใจหนึ่งก็คิดมากนะคะ กลัว...ว่าจะไม่ได้เงินคืน เพราะคราวนี้เงินเยอะมาก เงินเก็บก็จะหายไปอีกไม่ใช่น้อยเลย (ถึงแม้จะไม่ได้หวังอยากให้คุณพ่อเอาเงินมาคืน เพราะเงินที่ให้ ก็ถือว่าให้ตอบแทนพระคุณท่าน)

คิดมากว่าต้องเก็บอีกเท่าไหร่กว่าจะได้เงินจำนวนเท่านี้อีก

กลัว...ว่าคุณพ่อจะเสียใจและคิดมาก ซึ่งคุณพ่อก็เสียใจและคิดมากทุกครั้งเวลาทำอะไรแล้วล้มเหลว
 

ก่อนปี 40 ที่เศรษฐกิจตกต่ำ คุณพ่อเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาก มีความภาคภูมิใจในความรู้ความสามารถของตัวเอง

แต่ตอนนี้เวลามองแววตาของคุณพ่อ เห็นแล้วก็เศร้ามากค่ะ เพราะตลอดเวลาสิบกว่าปีมานี้ มันมีแต่ความทุกข์ ความกังวล
พี่คงจะนึกภาพออกนะคะ เวลาคนเรามีความสุข ตาเราจะเป็นประกาย และมีความหวัง และนั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่เวลาคุณพ่อต้องการเงินลงทุนซักก้อน ไม่ว่าเท่าไหร่ ก็จะให้ เพราะแววตาและน้ำเสียงจะมีประกายแห่งความหวังทุกครั้ง จนไม่อยากทำลายความรู้สึกนั้นเลย.....


หลายครั้งที่ก็ไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าคุณพ่อไปทำบาปกรรมอะไรเอาไว้กับใคร ถึงได้เป็นแบบนี้ ทำอะไร คิดอะไร ก็ดูจะล้มเหลวไปเสียหมด

ในชีวิตนี้คุณพ่อเป็นลูกที่ดี เป็นพี่ชาย ลุง อา และเป็นพ่อที่ดีนะคะ

ครอบครัวเดิมของคุณพ่อก็เป็นครอบครัวชาวบ้านธรรมดา ไม่ได้ร่ำรวยอะไร สมัยก่อนคุณพ่อต้องทำงานทุกอย่าง เรียนจบมาแล้วก็ต้องส่งเงินกลับบ้าน ช่วยคุณปู่ คุณย่า และต้องส่งเสียน้องๆเรียนหนังสือ

คุณพ่อเคยพูดว่า ไม่ได้กลัวความลำบากเลย เพราะชีวิตก็ลำบากมามาก กว่าจะสบาย เคยไปอยู่จุดสูงสุดมาแล้ว กลับคืนสู่สามัญธรรมดา แต่ก่อนก็ไม่มีอะไร ตอนนี้ก็กลับไปไม่มีอะไรเหมือนเดิม

ฟังดูเหมือนคนทำใจได้ใช่ไหมคะ ก็คงใช่ค่ะ ทำใจได้ รับสภาพที่เป็นอยู่นี้ได้ แต่น้องเชื่อค่ะว่าคุณพ่อก็ยังหวัง อยากจะมีวันที่ดีกว่า ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ และจะมีวันนั้นหรือเปล่า

>>ทุกวันนี้เวลาทำบุญ หรือ สวดมนต์ไหว้พระ ก็อธิษฐานนะคะ อุทิศผลบุญให้เจ้ากรรมนายเวรของคุณพ่อ อยากให้คุณพ่อมีความสุขบ้าง เพราะบางที ท่านก็จมอยู่กับความทุกข์ ความสิ้นหวัง พอจะมีวิธีไหนอีกบ้าง ที่จะทำให้ผลกรรม ที่ไม่ว่าในอดีตคุณพ่อจะเคยทำอะไรกับใครไว้ เบาบางลงได้ไหมคะ คนเป็นลูกจะทำอะไรได้มากกว่านี้อีกไหมคะ

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 พฤษภาคม 2010, 15:24 โดย Yaowalak » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!