แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
19 สิงหาคม 2019, 17:51 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๕๖๖ ใครก็ได้ช่วยที..เครียดมากเป็นโรคซึมเศร้า จนไปพบจิตแพทย์แล้ว  (อ่าน 4727 ครั้ง)
penpim
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 1


« เมื่อ: 9 พฤษภาคม 2010, 23:43 »

เพิ่มเป็นสมาชิกใหม่ค่ะ พอดีได้อ่านเว็บของคุณดังตฤณ เลยเจอลิงค์นี้ ตอนนี้เจอปัญหาในชีวิตหลายเรื่อง จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า เป็นมากจนถึงขนาดทำร้ายตัวเอง ไม่อยากให้เป็นมากกว่านี้เลยไปปรึกษาจิตแพทย์ ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะว่าจะดีขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน ขอระบายให้กับเพื่อน ๆ หรือใครก็ได้ ช่วยชี้ทางให้ด้วยนะคะ

เรื่องที่ 1

ปัญหาเรื่องความรัก มันเริ่มมาจาก เรามีความรู้สึกดี ๆ ไปหลงรักผู้ชายคนหนึ่ง แรก ๆ ก็ไม่ได้ชอบหรอกค่ะ แค่รับรู้จากคนนั้น คนนี้ว่าเขาเป็นคนดีนะ พอได้เจอ ได้เห็นหน้ากันครั้งแรกมันเหมือนไฟช็อต รู้สึกตกหลุมรักเลยตั้งแต่แรกเจอ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็แค่ชื่นชม เราได้เจอกันในงานกฐินค่ะ ยิ่งทำให้เรารู้สึกดีว่าคงเป็นเพราะบุญนำพาให้เราได้มาพบกัน เจอกันครั้งนั้นถึงแม้จะรู้สึกว่าถูกใจแล้วแหละ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ปล่อยไป คิดว่าถ้าคนนี้ใช่ คงได้มีโอกาสเข้าใกล้กันได้มากกว่านี้ เขาเป็นคนมีชื่อเสียงค่ะ ค่อนข้างจะเข้าถึงตัวเขายาก แต่แล้วหลังจากนั้นไม่นาน น้องเขยเขาก็มา add e-mail เราไป (เขาเจอจากในเว็บแฟนคลับค่ะ) ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร จนมาอยู่วันหนึ่ง on msn พร้อมกัน เลยได้คุยกับน้องเขยเขา เขากำลังจะเปิดบริษัทดูแลผู้ชายคนที่เราชอบ อยากชวนเรามาร่วมงานด้วย ตอนนั้นเรากำลังหางานอยู่พอดี ก็เลยตกลงไปทำงานกับพวกเขา นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้เขามารู้จัก แต่แล้วก็เจออุปสรรคหลายอย่างทำให้ไม่มีโอกาสแม้แต่จะพูดคุยกับผู้ชายที่เราชอบคนนั้น แต่ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหน เราก็ไม่เคยห่างผู้ชายคนนี้ ยังคอยส่งข่าวคราวต่อกันผ่านคนสนิทของเขา เขารับรู้มาตลอดนะว่าเรารู้สึกกับเขายังไง เคยถามว่าคิดกับเขาแบบนี้ได้มั้ย ถ้าไม่อยากให้คิด เราจะได้เลิกคิด เพราะตอนนั้นเพิ่งรู้จักกันไม่นาน ยังพอทำใจได้ เขาก็เฉย ไม่ว่าอะไร เราก็เต็มที่สิ จนในที่สุด ความมุ่งมั่นของเราก็ทำให้เราสามารถกลับไปช่วยงานเขาได้อีกครั้ง เรายอมลาออกจากงานที่มั่นคง เพื่อมาช่วยงานเขา ยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้เขา แต่พอเกิดปัญหา เขากลับช่วยเหลืออะไรเราไม่ได้เลย ปล่อยให้น้อง ๆ ของเขารังแกเรา เอาเปรียบเราทุกอย่าง ขนาดเราทำงานจนป่วยนอนโรงพยาบาล เขายังไม่มีน้ำใจแม้แต่จะถามไถ่กัน แต่กับเพื่อนร่วมงานคนอื่น แม้ไม่สนิทกันเขายังถามถึง พอมีปัญหามาก ๆ เราทนไม่ไหวเพราะต้องสู้อยู่คนเดียว เราก็เลยลาออก เขารับปากไว้ว่าจะโทรมาหา ก็หายไปเลย ช่วงนั้นพ่อเราป่วยหนัก หมอบอกให้ทำใจแล้ว ตอนนั้นเราเคว้งมาก นึกถึงเขาเป็นคนแรก โทรหาเขาก็ไม่ได้ต้องผ่านคนกลางตลอด พอส่งข่าวไป เขากลับฝากคนกลางมาบอกว่า "พี่อยากช่วยเหลือนะ แต่พี่ไม่มีเงิน" เราไม่ได้ต้องการเงินจากคุณ ไม่ได้อยากให้คุณมาเยี่ยมพ่อเรา เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่กำลังใจต่างห่างล่ะที่เราต้องการ มารู้อีกที เขาไปเจอคนใหม่คุยถูกใจกันไม่เท่าไหร่ เพิ่งเจอกันไม่นานก็คบเป็นแฟนแล้ว ผู้หญิงยังเด็กมาก มีฐานะ เรียนยังไม่จบเลย เราก็เลยรู้สึกเสียใจมาก เขาเคยบอกกับเราว่าเขาจะไม่คุยกับใคร เวลาที่เขาทำงาน เขาต้องใช้สมาธิมาก ๆ จะไปกุ๊กกิ๊กกับใครไม่ได้เลย แล้วผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในชีวิตเขาได้ยังไง เวลาที่ผ่านมา 5 ปี ที่เราเฝ้าทำความดีให้เขาเห็นว่าเรารักและจริงใจกับเขานะ หวังแค่สักวันเขาจะให้โอกาสเราบ้าง รู้อยู่ว่า ความรักมันบังคับกันไม่ได้ แต่ทำไมถึงปล่อยให้เรารู้สึกกับเขามานานขนาดนี้ แล้วมาหักดิบกับแบบไม่มีชิ้นดีอย่างนี้เหรอ เราขอคุยด้วยหลังจากที่รู้เรื่อง เขาก็ไม่ยอมคุย เขาเงียบ เฉย มีความสุขกับรักใหม่อย่างมากมาย ถึงขนาดพาพ่อแม่ไปดูตัวผู้หญิงที่เขาชอบถึงบ้านผู้หญิงที่ต่างจังหวัด โดยไม่สนใจว่าพ่อตัวเองป่วยอยู่ เขาให้เกียรติกันขนาดนี้เลยเหรอ ขนาดเราทานข้าวด้วยกันสักมื้อ เขายังคิดแล้วคิดอีก อ้างโน้นอ้างนี้ตลอด ตอนนี้เราเลยตัดขาดทุกอย่าง ไม่ติดต่อกับใครที่จะสื่อให้พูดถึงเขาให้เราได้ยินอีก เราไม่อยากฟังอะไรอีกแล้ว 

เรื่องที่ 2

ปัญหาเรื่องเงิน พ่อได้แบ่งเงินไว้ให้กับเราเนื่องจากขายที่ดินได้ แต่แล้วเงินของเราก็ถูกคนอื่นหยิบยืมไปเกือบหมด พี่สาวเอาไปโปะบ้าน แม่เอาให้หลวงลุง (พระพี่ชายของแม่) ยืมไปโดยไม่ได้บอกเรา เรามารู้เรื่องตอนที่ให้ยืมไปแล้ว ปรากฎว่าพระท่านไม่สามารถคืนให้ได้ตามกำหมด พ่อเราก็หัวเสีย ต้องเอาคืนให้ได้ คอยมาพูดกับเราอยู่เรื่อย จริง ๆ เราตัดใจไปแล้ว พระท่านคืนให้เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น นึกซะว่าคงไม่ใช่เงินของเรา มันจึงไม่อยู่กับเรา แต่พ่อเราไม่ยอม จะเอาเรื่องให้ได้ เราก็เลยอึดอัด เพราะพ่อไม่ยอมเป็นคนพูดเอง บังคับแต่จะให้เราคนเป็นพูดให้พระท่านเอาเงินมาใช้คืนเรา เราลำบากใจมาก ๆ ไม่รู้จะทำยังไงดี

เรื่องที่ 3

ปัญหาเรื่องงาน ตอนนี้เรากำลังหางานทำอยู่ แต่ยังหาไม่ได้ อุปสรรคอีกอย่างคือ เราเบื่อสังคมการทำงาน เรารู้ว่า เมื่อกลับไปอยู่ในวงจรเดิมอีก มันเป็นยังไง คนอิจฉาริษยากัน ต่อหน้าพูดดี ลับหลังก็นินทากัน เอาดีเข้าตัว เอาชั่วป้ายคนอื่น ทำให้เราไม่อยากกลับเข้าไปทำงานแบบเดิม ๆ อีก จะออกมาค้าขาย ก็เคยเจอประสบการณ์ที่ผ่านมาตามมาหลอกหลอน คือค้าขายไม่ดี ถูกโกงบ้าง ถูกขโมยบ้าง ทำให้เราไม่กล้าที่จะก้าวลองลงมือทำอีกครั้ง

เรื่องที่ 4 (สุดท้าย)

ปัญหาเรื่องสุขภาพ ตอนนี้เราตรงเจอว่าเราเป็นเนื้องอกที่หน้าอก ยังไม่รู้ว่าจะเป็นมากกว่านั้นหรือเปล่า ก็เลยยิ่งรู้สึกปลงตกกับชีวิตยิ่งกว่าเดิม รู้สึกไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ ไม่อยากรักษาตัว เสียดายเงิน ยังไงคนเราเกิดมาก็ต้องตายอยู่ดี ตอนนี้ที่ยังอยากอยู่ต่อก็เพื่อดูแลพ่อแม่เท่านั้น 

ธรรมดาด้วยนิสัยส่วนตัว เป็นคนชอบทำบุญ ชอบอ่านข้อคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับธรรมะ ชอบไปปฎิบัติธรรม ชอบสวดมนต์ แต่มาตอนนี้ มันเบื่อหน่ายไปหมดทุกอย่าง จิตใจลงต่ำทุกที ๆ คิดแค้น อาฆาตคนรัก รู้สึกมันไม่ยุติธรรมกับตัวเองในสิ่งที่เราได้รับ ทำดีแต่ถูกเอาเปรียบ ด้วยความที่เราเกิดมาแล้วลืม ว่าเราเคยทำอะไรไว้บ้าง เราอยากรู้นะว่าเราไปทำอะไรเขาไว้ เขาถึงมาทวงคืนจากเรามากมายขนาดนี้ รู้นะ ว่ากรรมในชาตินี้ มาจากผลของการกระทำของตัวเราในชาติก่อน ๆ แต่นี่เราไม่รู้ เราก็เลยยังคิดไม่ได้ ยอมรับไม่ได้ในกรรมที่เราต้องได้รับ ตอนนี้ปล่อยสติเผลอไม่ได้ ชวนแต่จะคิดถึงแต่เรื่องที่ทำให้เสียใจตลอด ช่วงที่อาการหนักมา ๆ ถึงขนาดทำร้ายตัวเอง คิดอยากจะฆ่าตัวตาย เพราะอยากลืมทุกอย่างที่เกี่ยวกับผู้ชายคนนั้น ใครพูดอะไรมันไม่ฟังเลย เข้าหูนี้แล้วก็เลยออกไป ต่อให้เอาพระไตรปิฎกมาเปิดให้ฟังอัดใส่หู มันก็ไม่ฝั่งในหัวเลย พอสักพักเหมือนจะดีขึ้นตอนนี้ก็กลับมาเป็นอีก ซึมเศร้าอีก เลยไปหาจิตแพทย์ ไม่อยากกลับไปทำร้ายตัวเองอีก หมอก็ให้ยามาทาน แนะนำว่าเมื่อคิดถึงเรื่องที่ทำให้เสียใจเมื่อไหร่ ก็ให้เปลี่ยนเรื่องคิด ไปคิดเรื่องอื่น แต่พอลองทำมันยากนะ ยากมาก เพราะมันมักจะย้อนนึกถึงแต่เรื่องแย่ ๆ เสมอ

ใครก็ได้ในที่นี้ ใครก็ได้ค่ะ ช่วยที เราไม่อยากกลายเป็นคนเสียสติจนต้องไปอยู่โรงพยาบาลบ้า เราอยากให้เรา กลับมาคิดนึกรู้ เท่าทันกิเลส อย่างผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เหมือนอย่างที่เราเคยเป็น เคยดำรงอยู่ในบุญ ในความคิดที่เป็นกุศล ต่อตนเองและผู้อื่น ไม่เคยคิดอาฆาต จองเวรใคร เราไม่เคยกลายเป็นคนจิตใจวิ่งลงต่ำเหมือนตอนนี้ เรารังเกียจตัวเองนะ แต่ก็ยังชิงชังคนที่ทำให้เราเสียใจ บุญกุศลใดที่เราเคยได้ทำไว้ ขอให้เราผ่านพ้นวิกฤตในช่วงนี้ไปได้ด้วยเถอะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤษภาคม 2010, 00:10 โดย sittnn » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!