แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
5 ธันวาคม 2020, 09:32 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: เมื่อใจมันโลเล จะโสดหรือจะมีความรักดี  (อ่าน 9666 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 652



« เมื่อ: 1 พฤษภาคม 2010, 10:51 »

เคยมีคนถามว่าผมมีคำแนะนำอย่างไร
ถ้าใจนึงก็อยากอยู่เป็นโสด สบาย ไร้พันธะ
อีกใจก็อยากมีความรัก ลงหลักปักฐานกับใครสักคน

ความรู้สึกอยากมีคนรัก อยากมีคนพิเศษ
เป็นพื้นฐานของมนุษย์ธรรมดาทั่วไปโดยเฉลี่ย

ความรู้สึกกลัวการแต่งงาน กลัวการผูกมัด การมีครอบครัว เพราะยังรักอิสระ
ก็เป็นพื้นฐานของมนุษย์ปกติอีกเช่นกัน แล้วแต่ว่าน้ำหนักข้างไหนมันเด่นกว่า

ถ้าข้างใดข้างหนึ่ง น้ำหนักมันมากกว่าอย่างขาดลอย ก็ตัดสินใจง่าย
ถ้าทั้งสองข้าง มันมีน้ำหนักพอๆกัน อันนี้แหละตัดสินใจยากชะมัด

ผมเคยนึกเล่นๆว่า ชีวิตมันคงจะง่ายกว่านี้
ถ้าเราสามารถสั่งจิต สั่งใจตัวเองให้มันเป็นอะไรสักอย่าง ตามที่เราปรารถนา

เช่น ให้มันไม่ชอบไม่รักใครเลยตลอดไป
ให้มันพอใจกับการอยู่คนเดียวตลอดเวลา
ให้มันแฮปปี้มีความสุขวันละ ๒๔ ชั่วโมง ปีละ ๓๖๕ วัน

แต่เอาเข้าจริงๆ พอมาคอยสังเกต คอยตามรู้กาย รู้ใจตัวเอง
ผมถึงค่อยๆยอมรับว่า เราไม่เคยบังคับอะไรมันได้จริงๆจังๆเลยสักอย่าง
เว้นเสียแต่จะมีเหตุและปัจจัยเกื้อหนุนให้มันเป็นอย่างนั้น

เพราะถ้าเรากำหนด เราบังคับจิตใจตัวเองได้จริงๆแล้วล่ะก็
อย่าว่าแต่ เรื่องสิวๆอย่างความรัก เรื่องแต่งงานกระนั้นเลยครับพี่น้องครับ

เราคง พร้อมใจกันสั่งให้จิตมันบรรลุธรรม เข้าถึงนิพพานปล่อยวางหลุดพ้น
ตั้งแต่ นานสองนานแล้ว จะได้พ้นทุกข์เบ็ดเสร็จเด็ดขาดไปเลย

ในเมื่อมนุษย์ยังมีอารมณ์ มีความรู้สึก
มีความอยากมีรักบ้าง ไม่อยากมีบ้าง
เมื่อวานอยากแต่งงาน พรุ่งนี้ไม่อยากแต่ง ผสมปนเปสลับสับเปลี่ยนเวียนวน

เรามาอาศัยความแปรปรวนรวนเรของจิตใจเหล่านี้ ให้ก่อประโยชน์กันเถอะครับ
เพียงแค่หัดคอยหมั่นสังเกต ตามรู้ตามดูจิตใจไว้เนืองๆเรื่อยๆไป

จิตมันอยากมีแฟน ก็รู้สึกตัว มีแล้วดีใจ ก็รู้สึกตัว มีแล้วเบื่อ ก็รู้สึกตัว
จิตมันอยากแต่งงาน ก็รู้สึกตัว ไม่อยากแต่ง ก็รู้สึกตัว
ได้แต่งแล้วสุขใจ ก็รู้สึกตัว ทุกข์ใจ ก็รู้สึกตัว
จิตมันรัก ก็รู้สึกตัว มันหลง ก็รู้สึกตัว

มันกลัว ก็รู้สึกตัว มันฮึกเหิม ก็รู้อีก
มันคิดฟุ้งไป ว่าจะเอาไงดี ก็รู้ว่าจิตมันฟุ้ง
ไหนๆเรื่องแบบนี้ มันก็จะอยู่กวนใจเราไปอีกนาน
ก็เอามันมาเป็นเครื่องมือช่วยภาวนาของเราไปซะเลย

การเห็นว่าจิตเป็นอนัตตา บังคับไม่ได้ ทำงานได้เอง นี่สำคัญนะครับ
มันช่วยพัฒนา ปัญญา ชนิดที่สามารถลดความมีอัตตาตัวตน
และการสำคัญผิดว่านี่เป็นตัวเราได้นะ

ถ้าใครเกิดมีพุทธิปัญญา ละวางอัตตาตัวตนได้
เรื่องจะพ้นทุกข์พ้นโลกไปได้จริงจัง ก็ไม่ไกลเกินกระพริบตา

บางทีคุณอาจจะบรรลุธรรมเพราะเรื่องรักๆนี่ก็ได้ ใครจะไปรู้

ของแบบนี้ ไม่ลอง ก็ไม่รู้นะครับ

โดย aston27
ที่มา http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=207:2009-11-03-15-32-54&catid=48:lite-love&Itemid=59
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!