แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
17 กุมภาพันธ์ 2019, 03:35 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๕๕๐ แม่จะบังคับแต่งงานและไม่ให้เรียนต่อ ป.โทค่ะ  (อ่าน 10011 ครั้ง)
PaRiS
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 12



« เมื่อ: 24 มีนาคม 2010, 16:12 »

 สาเหตุของเรื่องราววุ่นวายนี้ เป็นเพราะดิฉันผิดเอง ที่ผิดศีลก่อน (ข้อ 3 กับแฟน)
พอผู้ใหญ่ท่านทราบเรื่องเข้า ก็เลยไม่พอใจมาก..  ดิฉันเองก็ยอมรับผิดในสิ่งที่ตนกระทำ
และบอกกับท่านว่าจะไม่ทำอีก ท่านยื่นข้อเสนอให้เลิกติดต่อกับแฟน
ดิฉันก็ติดต่อกับเขาไม่ได้แล้ว เพราะเขาไปบวชตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม..
อย่างมากที่ทำได้ คือ ฝากข้อความไว้ใน facebook หรือเขียน diary
  นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องค่ะ

 จากนั้น แม่ก็มองว่าดิฉันไม่ควรจะอยูลำพังอีก โดยเฉพาะเมื่อต้องไปเรียนไกลๆบ้าน
ท่านจึงสนับสนุนให้แต่งงานกับอา (น้องชายแท้ๆของพ่อ) เหตุผลคืออารักดิฉันอย่างแท้จริง
และอยากปกป้องดูแล อีกอย่างอาก็มีหน้าที่การงานมั่นคง...ดิฉันจะได้ไม่ลำบาก

 ท่านยื่นข้อเสนอว่า ถ้าดิฉันจะเรียนป.โท ต้องจดทะเบียนสมรสกับอาก่อน ให้อาไปคอยดูแล
คอยกันผู้ชายไม่ดีๆที่เข้ามาในชีวิต

 ตัวดิฉันเองรับรู้ในการกระทำที่ไม่ดีของตนและสำนึกเสียใจอยู่เรื่อยมา
แต่กลับมองไม่เห็นว่า การแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก จะช่วยแก้ปัญหาอะไรได้

 ตอนนี้ตัวดิฉันเองก็ป่วยด้วยโรคทางจิตเวช (โรคอารมณ์แปรปรวน) มักจะอดทนกับเรื่องเครียดๆได้น้อยกว่าปกติ
แต่ก็ยังเชื่อมั่นว่า ตนเองจะเรียนได้ เมื่อตัดเอาเรื่องผู้ชายออกไป (ทุกคนเป็นเพื่อนกันหมด) ขอแก้ตัวใหม่ค่ะ

 ช่วงนี้สถานการณ์ก็บีบคั้นขึ้นเรื่อยๆค่ะ แม่ก็ยังคงอยากให้ดิฉันแต่งงานกับอา
ตอนนี้อาเข้ามาอยู่อาศัยในบ้านแล้ว เป็นเวลาประมาณ 1 เดือน (พ่อเสียไปแล้วค่ะ)
และขอร้องให้ยายช่วยกล่อมดิฉันอีกแรงนึง....

  ดิฉันกลุ้มใจมากๆ ได้แต่คิดว่า ถึงแม่จะไม่ไห้ไปเรียน แต่ถ้าอยู่กับแม่แค่ 2 คน
ดิฉันก็พอใจ มีความสุขแล้ว ทำไมแม่ถึงต้องเอาอาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย..

  ดิฉันกับแม่คุยกันน้อยมากค่ะ เพราะคุยทีไรก็มีเรื่องอาเข้ามาโยงทุกที
และดิฉันก็อดทนมากมาย กับการเกี้ยวพาราสีของอา 

  ทุกวันก็ทำทาน รักษาศีล สวดมนต์ไหว้พระ เจริญสติ...เพื่อให้ใจมีความสุขหล่อเลี้ยง
ไม่อย่างนั้น อาจได้เข้าโรงพยาบาลอีกหนค่ะ 

   เมื่อเช้า แม่เข้าไปโวยวายกับยาย ว่าดิฉันมานอนบ้านยายทำไมบ่อยๆ
ยายก็บอกว่า เพราะดิฉันสบายใจที่จะอยู่บ้านยาย ไม่ได้มาแอบโทรศัพท์หาใคร
อย่างที่แม่เข้าใจ.....

  ปัญหาที่ดิฉันอยากถามคือ หากแม่ยังยืนยันให้ดิฉันแต่งงานกับอา...แต่ดิฉันปฏิเสธ ดิฉันบาปไหม?
                                  แล้วถ้าดิฉันหนีออกจากบ้านไปบวชชี...จะบาปแค่ไหนคะ?

   ช่วยตอบด้วยนะคะ ตอนนี้ หมดแรงใจ (ก็รู้ว่าหมด) ไปเยอะแล้วค่ะ 





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 มีนาคม 2010, 11:17 โดย Yaowalak » บันทึกการเข้า
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« ตอบ #1 เมื่อ: 25 มีนาคม 2010, 13:19 »

หากแม่ยังยืนยันให้ดิฉันแต่งงานกับอา...แต่ดิฉันปฏิเสธ ดิฉันบาปไหม?

-- ไม่บาปค่ะ แต่แม่คงขัดใจ ต้องระวังอย่าพูดกับแม่ด้วยอารมณ์โมโหก็แล้วกันนะคะ

ถ้าดิฉันหนีออกจากบ้านไปบวชชี...จะบาปแค่ไหนคะ?

-- ส่วนตัวไม่อยากแนะนำวิธีนี้เลยค่ะ 
นึกถึงคำพูดที่เคยอ่านผ่านตาทำนองว่า "บวชชีเพราะหนีรัก"
ทำให้ภาพลักษณ์อุบาสิกาผู้ทรงเกียรติดูไม่ค่อยดีไป
มันควรจะเป็น "บวชชีเพื่อหนีวัฏสังสาร" แบบมีศรัทธาจริงๆ มากกว่า

แต่ถ้าคุณคิดว่าเป็นทางสุดท้ายที่จะหนีได้
เมื่อจะบวชจริงๆ ก็ต้องถือศีลให้ครบ
ห้ามโทรคุยกับแฟนที่ยังเป็นพระนะคะ ดูไม่งามอย่างแรงค่ะ
หรือเขาสึกมาแล้วก็ดูไม่ดีอีก ชีโทรคุยกับผู้ชาย 

สู้ๆ นะคะ เข้าใจ เห็นใจ
และเป็นกำลังใจให้ค่ะ 
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
PaRiS
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 12



« ตอบ #2 เมื่อ: 26 มีนาคม 2010, 10:11 »

ขอบคุณค่ะพี่เอมสำหรับคำแนะนำที่ดีงาม 

ดิฉันก็พยายามพูดคุยกับแม่ไปตรงๆว่า ไม่ได้ชอบอา ไม่อยากแต่งงานด้วย
แต่เรื่องเรียนนี้ อยากจะเรียนจริงๆ เพื่อเป็นอาชีพหาเลี้ยงตัวเองต่อไปในอนาคต
แต่ตอนที่คุยกัน มันก็เจือด้วยโทสะอยู่ค่ะ เพราะแม่เขาก็อยากให้ดิฉันมีความสุข
และมองว่าดิฉันก็ดื้อดึงไปยั้งงั้นเอง และไม่ยอมเปิดใจ

มันไม่ใช่ว่าไม่เปิดใจหรอกนะคะ แต่ว่า...อาก็คืออา ดิฉันมองเขาเป็นสถานะอื่นไม่ได้จริงๆ 

ส่วนแฟนที่ไปบวชแล้ว ดิฉันก็ไม่เคยได้ติดต่อทางโทรศัพท์ไปตั้งแต่แรก เพราะท่านไม่นำโทรศัพท์ไปด้วย
ดิฉันก็ส่งแค่หนังสือที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติธรรม เช่น หนังสือหลวงพ่อปราโมทย์ พระไตรปิฎกฉบับประชาชนไปให้ ฯลฯ
เพราะท่านไม่ค่อยจะทราบเกี่ยวกับหนังสือสอนภาวนาสักเท่าไหร่น่ะค่ะ

 ตอนนี้ก็คุยกับแม่แล้วค่ะ ว่าไม่แต่งเด็ดขาด แม่ก็ตกลง (อย่างเสียมิได้) และยอมให้ดิฉันไปเรียนด้วย
แต่อาก็ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านตามเดิม
 คอย...หยอกเย้า เกี้ยวพาราสี.....ดิฉันก็มักจะอดทนได้เสมอมา ด้วยคิดว่า นี่คือสิ่งที่เราต้องรับ มันเป็นวิบาก
แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็หลบไปนอนพักที่บ้านยายค่ะ

 สรุปว่า ตอนนี้ สถานการณ์ยังไม่ย่ำแย่ถึงขั้นที่ดิฉันต้องหนีไปบวช (ดีใจนะคะที่ไม่เป็นอย่างนั้น)
เพราะดิฉันก็รักแม่และสงสารแม่ แม้จะไม่เข้าใจท่านในบางมุมมองก็ตามค่ะ

 ขอบคุณอีกครั้งค่ะ สำหรับคำแนะนำดีๆ 
บันทึกการเข้า
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« ตอบ #3 เมื่อ: 26 มีนาคม 2010, 11:18 »

ยังไงคุณระวังตัวด้วยนะคะ
ห่วงสวัสดิภาพของตัวเองมากๆ
อยู่บ้านเดียวกันต้องระวัง จะอาบน้ำ จะทำอะไร
ล็อคประตูห้องนอนให้เรียบร้อยนะคะ
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
PaRiS
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 12



« ตอบ #4 เมื่อ: 26 มีนาคม 2010, 15:10 »

  ขอบคุณค่ะพี่เอม..

ตอนนี้ย้ายไปอยู่บ้านยายเรียบร้อยแล้วค่ะ
เพราะดูท่าทางของแม่แล้ว เข้าข้าง (ให้ท้าย) อาเต็มที่ 

 ดิฉันจะอดทนต่อไปค่ะ เพราะเดือนมิ.ย. ก็เปิดเทอมแล้วค่ะ
บันทึกการเข้า
PaRiS
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 12



« ตอบ #5 เมื่อ: 28 มีนาคม 2010, 19:07 »

แม่เปลี่ยนใจ..ไม่ยอมให้ไปเรียนอีกแล้วค่ะ

ดิฉันก็งงๆ 

ไม่อยากให้เป็นแบบนี้

อยากอดทนให้ได้มากกว่านี้

ตอนนี้ทั้งเหน็ดเหนื่อย ทั้งท้อใจ ทั้งน้อยใจแม่..

จะท่องเอาไว้ค่ะ "อดทน"
บันทึกการเข้า
Yaowalak
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 183

~ทุกสิ่งล้วนชั่วคราว~


« ตอบ #6 เมื่อ: 29 มีนาคม 2010, 12:04 »

รู้สึกเห็นใจและเหนื่อยแทนค่ะ 
ไม่ให้ไปเรียนแบบนี้ สเต็ปต่อไปก็คงบังคับให้แต่งงานอีกแน่ๆ
นอกจากคุณยายแล้ว คุณ PaRiS พอจะมีญาติผู้ใหญ่ท่านอื่นที่คุณแม่เกรงใจบ้างไหมคะ
เผื่อจะพอช่วยพูดได้บ้าง
เหตุการณ์นี้ แค่อดทนดูจะไม่พอค่ะ
ต้องหาทางเอาตัวรอดด้วย
แอบเอาใจช่วยอยู่ค่ะ  Tongue
บันทึกการเข้า

หากทุกคนมีธรรมในใจ ปัญหาใดๆ ก็ยุติลงได้ด้วยธรรม
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« ตอบ #7 เมื่อ: 29 มีนาคม 2010, 15:28 »


ถ้าเป็นไปได้ คุณหางานทำดีกว่านะคะ
(อ่านจากที่เขียนมาแล้วเดาว่า คุณยังไมไ่ด้ทำงาน
ถ้าเดาผิดก็ขอโทษด้วยนะคะ) 
มีอิสรภาพทางเศรษฐกิจก่อน

พอไม่ต้องพึ่งพาแม่ คราวนี้จะตัดสินใจเป็นไทแก่ตัวได้ง่ายกว่าค่ะ
วุฒิป.ตรี ก็พอหางานได้ อย่างน้อยๆ ก็พอเลี้ยงตัวเอง
ดีกว่าต้องมาอึดอัดแบบนี้นะคะ
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
PaRiS
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 12



« ตอบ #8 เมื่อ: 29 มีนาคม 2010, 18:41 »

 ดิฉันเองเรียนจบแล้วค่ะ แต่ยังไม่ได้ทำงานเพราะเมื่อ 2 ปีที่แล้ว พ่อป่วยเป็นมะเร็ง
ก็เลยได้อยู่บ้านคอยดูแล ปรนนิบัติพ่อค่ะ (ทั้งที่บ้านและไปเฝ้าที่ ร.พ.)

 จนพ่อเสียชีวิตไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ดิฉันจึงวางแผนเรียนต่อ
เพราะอยากเป็นนักวิจัย จึงเลือกเรียนในสาขาวิชาที่ชอบน่ะค่ะ
แต่มันต้องไปเรียนต่างจังหวัด และแม่ก็กลัวว่าดิฉันจะไปมีพฤติกรรมไม่ดีเดิมๆอีกค่ะ

 แต่พอมาเป็นอย่างนี้ ก็ไม่ทราบว่าจะไปทำงานอะไรดีค่ะ
เพราะไม่เคยทำงานอะไรมาก่อนเลย 

 จะขยับตัวไปไหน ไปทำอะไร แม่ก็คุมหมดค่ะ
มีเรื่องทำบุญนี่แหละค่ะ ที่ท่านไม่ค่อยขัด

ตอนนี้ ก็ใจเย็นลงมาก เริ่มยอมรับกับสภาพบางอย่างได้ ไม่ดิ้นรนจนเกินไป
(ไม่ได้รับเรื่องแต่งงานได้นะคะ  )
ก็จะรอจนกว่า การลงทะเบียนเรียนสิ้นสุดลง รู้ว่าแม่ไม่ให้เรียนแน่ๆแล้ว
และแม่ก็บังคับเรื่องอาอย่างแน่นอน ดิฉันแค่อยากแน่ใจในความรู้สึกของแม่เท่านั้นเองค่ะ

แค่อยากมั่นใจว่า ท่านหมดเมตตาดิฉันแล้วหรือเปล่า?

ญาติผู้ใหญ่ท่านอื่นๆไม่มีใครกล้ายื่นมือมายุ่งเกี่ยวค่ะ เพราะอามีอำนาจมากกว่า
(เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่น่ะค่ะ แม่เลยชอบใจ ตรงที่มีเกียติ มีเงิน ฯลฯ)

แต่มองยังไงดิฉันก็ไม่เห็นเลยว่า ผู้ชายคนนี้จะรักดิฉันจริง... 

ตอนนี้ดิฉันก็ใช้หลากหลายวิธีทั้ง หลบไปนอนบ้านยายเวลาเหนื่อยมากๆ
บางทีทนไหว ก็ใช้สมถะข่มบ้าง ดูโทสะลงไปตรงๆบ้าง... ก็พอประทังไปได้เป็นวันๆค่ะ

ดิฉันเองเชื่อว่า.... แล้วเรื่องเหล่านี้มันจะผ่านไป เหมือนกับทุกๆเรื่อง

และสิ่งสำคัญที่ดิฉันก็แคร์มากคือ แม่เหลือดิฉันอยู่คนเดียว ดิฉันก็ยังไม่อยากทิ้งท่านไปง่ายๆ
จึงขออดทนให้ถึงที่สุดก่อนค่ะ

ขอบคุณนะคะ สำหรับคำแนะนำ
(ดิฉันอยากทำงาน.... แม่บอก ไม่ต้องหรอก พอแต่งงานก็แค่ทำงานบ้านไป เป็นคุณนายสบายออก  )

ขอเวลามากกว่านี้ ดิฉันคงคิดอะไรออกบ้างน่ะค่ะ 

บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #9 เมื่อ: 30 มีนาคม 2010, 15:46 »

ถ้าเราตั้งต้นด้วยโจทย์ว่าสิ่งที่คุณแม่ทำลงไปทั้งหมดนี้
ก็เพราะด้วยความรักและปรารถนาดี เป็นห่วงเรา

เราก็คลายความรู้สึกอึดอัด ระคายเคืองในจิตลง

ในเวลานี้คุณแม่ท่านมองไม่เห็นว่า ใครจะมีความเหมาะสม
และจะปกป้องดูแลลูกสาวท่านให้สุขสบายได้ดีเท่า คุณอา

ท่านจึงพยายามหว่านล้อม แกมบังคับ ด้วยความห่วงใยอยู่บ่อยครั้ง

ถ้าปัญหาของท่านอยู่ที่ "ห่วง"

เราก็น่าวางตนให้ท่านรู้สึกว่า คลายความห่วงลงได้

โดยคุณก็ต้องวางตนให้เป็นผู้ใหญ่เป็นที่พึ่งแก่ตน
ให้คุณแม่ไว้วางใจให้ได้ว่า คุณมีวุฒิภาวะที่สามารถดูแลปกป้องตนเองได้
ไม่หลงเดินก้าวพลาดไปในทางที่ไม่เหมาะไม่ควร

เรื่องการเรียนต่อ ท่านไม่เห็นด้วยเพราะ
คุณต้องอยู่ไกลหูไกลตาจากท่าน

ถ้าป็นไปได้ ก็ลองหาสถานที่เรียนซึ่งไม่ห่างไกลจากบ้านนัก
คุณยังอยู่ที่บ้านได้ หรือเดินทางไปมา โดยที่ท่านไม่รู้สึกใจหาย
มีพันธะสัญญากับท่าน ว่าจะกลับมาพักที่บ้านเมื่อใด
ท่านสามารถติดต่อคุณได้เสมอ

ส่วนเรื่องของคุณอา ก็ต้องค่อยๆ อธิบายเหตุผลกับท่าน
ว่า การเร่งรัด รีบร้อน แต่งงานกับคนที่คุณไม่ได้มีความสมัครใจรักใคร่นั้น
นำความทุกข์ใจมาสู่คุณอย่างมากมายเพียงใด
และการหวังพึ่งพาแต่สามี โดยที่คุณไม่มีคุณวุฒิ หรืออาชีพใดรองรับ
ในความข้างหน้าเหตุการณ์ผันแปร คุณจะไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้

ขอโอกาส ขอเวลาท่าน ให้คุณได้มีวัยวุฒิ มีคุณวุฒิ มีการงานมั่นคง
ได้เรียนรู้ ได้มีประสบการณ์ชีวิตที่มากขึ้น
ได้เจอคนอีกมากมายซึ่งอาจจะเป็นที่พึงใจทั้งของคุณและคุณแม่อีกในอนาคต
บันทึกการเข้า
PaRiS
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 12



« ตอบ #10 เมื่อ: 31 มีนาคม 2010, 16:11 »

ขอบคุณค่ะคุณ Mayrin

ตอนนี้แม่รอฟังความคิดเห็นจากหมออยู่ค่ะ
(จิแพทย์ที่ดูแลดิฉันอยู่) ว่าหมอจะลงความเห็นอย่างไร
อความสามารถในการเรียน่อ ป.โทดิฉัน
ของเรียนได้ ท่านก็จะอนุญาตให้เรียน

ท่านเองก็อยากให้ดิฉันพึ่งพาตนเองให้ได้ แต่ในใจก็อดห่วงแกมระแวงไม่ได้ 
ช่วงเวลาที่เหลือก่อนเปิดเทอม ดิฉันก็จะใช้พิสูจน์ตัวเองค่ะ
ว่าสามารถเข้าใจแม่ อาและผ่านพ้นอุปสรรคเหล่านี้ไปได้อย่างไร
โดยการพูดและการกระทำดีๆต่อกัน

ดิฉันเหนื่อยมานานเต็มทีค่ะ กับการโมโหโกรธา...แล้วก็พบว่า ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรเลย

ให้อภัยกันและหันมาชักชวนกันทำดีดีกว่าค่ะ 

ป.ล. เข้าทางอาง่ายกว่าค่ะ ชวนอาแล้วชวนแม่ต่ออีกที
แต่ก็ต้องระวัง ไม่ให้อาเขาเข้าใจผิด (มักจะหลงตัวเองเอาง่ายๆ) 
บันทึกการเข้า
PaRiS
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 12



« ตอบ #11 เมื่อ: 2 เมษายน 2010, 09:38 »

สวัสดีค่ะ ชาวแสงดาวทุกท่าน 

  ตอนนี้ดิฉันได้ผ่านพ้นปัญหาและอุปสรรคไปได้ด้วยดีแล้วค่ะ

 หลังจากที่หันมาพูดจาดีๆกับอา ถือหลักให้อภัยและทำดีต่อกันไว้

 เขาก็ดีกับหนู ไม่ได้รุกราน และดูท่าจะเข้าใจความจริงว่า "สิ่งนั้นมันเป็นไปไม่ได้ขึ้นมาแล้ว"

 เมื่อวานก็ไปพบจิตแพทย์ หมอก็บำบัดครอบครัว ก็สอนวิธีการอยู่ร่วมกัน

 คุณหมอบอกให้แม่เลิกตำหนิดิฉัน (เพราะดิฉันสำนึกเสียใจมากมากแล้ว หากตำหนิไป อาจยิ่งซึมเศร้าหนักขึ้น)

 แล้วหันมาชื่นชมในสิ่งดีๆที่ดิฉันทำ ส่วนดิฉันก็ต้องทำแต่เรื่องดีๆให้คุณแม่สบายใจ

   ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีจริงๆค่ะ
 เมื่อคืน ดิฉันก็ไปนอนห้องเดียวกับแม่ ได้นอนกอดกัน... แม้จะไม่มีคำพูดใดๆเอ่ยออกมา
 แต่ดิฉันก็เข้าใจว่าแม่รักและห่วงใยมากมาย ดิฉันเองก็รักแม่เช่นกัน

    ไปเรียนครั้งนี้ จะตั้งใจให้ดีที่สุดค่ะ 

  ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ที่คอยห่วงใยเสมอมา 
บันทึกการเข้า
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« ตอบ #12 เมื่อ: 3 เมษายน 2010, 19:54 »

บุญรักษานะคะ 
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!