แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
18 กุมภาพันธ์ 2019, 14:09 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๐๐๔ อีกนานไหมกว่าจะผ่านช่วงนี้ไปได้  (อ่าน 30011 ครั้ง)
begin
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 25


« เมื่อ: 30 มกราคม 2008, 14:06 »

สวัดดีค่ะ ขอปรึกษาด้วยค่ะ

อยากจะเพิ่มความแข้มแข็งให้จิตใจตัวเอง เพื่อจะได้เลิกคิดถึงคนรักเก่าค่ะ จะมีวิธีใดบ้างคะ





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 มกราคม 2008, 14:32 โดย Aims » บันทึกการเข้า

ค่ำคืนที่มืดมิด เหน็บหนาวและยาวนาน  มีเพียงแสงดาวที่คอยส่องสว่างนำทางให้นักเดินทางผู้โดดเดี่ยวได้เดินทางต่อไปอย่างไม่อ้างว้าง ขอบคุณดาวทุก ๆ ดวง
sittnn
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 185



« ตอบ #1 เมื่อ: 30 มกราคม 2008, 14:23 »

มีกระทู้ที่น่าสนใจที่คงจะตอบคำถามของคุณ begin ได้
อยู่ใน ห้องร้าวรัก เช่น กระทู้นี้ ครับ 

ขอให้คุณ begin ผ่านพ้นช่วงที่มีทุกข์ และมีสุขในเร็ววันนะครับ

หากมีวันเดือนปีเกิด สถานที่เกิดด้วยก็อาจจะช่วยวิเคราะห์และแนะนำได้มากขึ้นครับ
ถ้าไม่สะดวกในการให้ข้อมูลก็ไม่เป็นไรครับ  ::)
บันทึกการเข้า

เมื่อบุคคลเอาจิตใจค้นคว้าพิจารณาไปทั่วทิศ
ย่อมไม่เห็นใครเป็นที่รักยิ่งไปกว่าตนเอง

ในที่ใดๆ ก็ตาม ตนนั้นแหละเป็นที่รักอย่างมาก ผู้อื่นก็เช่นกัน
ฉะนั้น ผู้ที่รักตนไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น แม้กระทั่งมด ปลวก
Yaowalak
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 183

~ทุกสิ่งล้วนชั่วคราว~


« ตอบ #2 เมื่อ: 30 มกราคม 2008, 14:32 »

 ^-^ คุณ begin ไม่ได้เล่ารายละเอียดในชีวิตมาด้วย หากเล่ารายละเอียดมาบ้างก็จะดีมากเลยค่ะ จะได้ช่วยกันวิเคราะห์และแนะนำค่ะ
บันทึกการเข้า

หากทุกคนมีธรรมในใจ ปัญหาใดๆ ก็ยุติลงได้ด้วยธรรม
begin
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 25


« ตอบ #3 เมื่อ: 30 มกราคม 2008, 14:35 »

เมื่อสักครู่ได้เล่ารายละเอียดเรื่องราว และแจ้งวัน เดือน ปีเกิดแล้วค่ะ แต่แก้ไขซะใหม่
เห็นว่าไม่ยุติธรรมกับคนรักเก่า ขออนุญาตส่งเรื่องราวทางเมลล์ได้ไม๊คะ ส่งให้คุณเอมได้ไม๊คะ
บันทึกการเข้า

ค่ำคืนที่มืดมิด เหน็บหนาวและยาวนาน  มีเพียงแสงดาวที่คอยส่องสว่างนำทางให้นักเดินทางผู้โดดเดี่ยวได้เดินทางต่อไปอย่างไม่อ้างว้าง ขอบคุณดาวทุก ๆ ดวง
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« ตอบ #4 เมื่อ: 30 มกราคม 2008, 14:41 »

จริงๆ ถ้าจากใจเอมคือ อยากให้คุณบีกินเล่าเรื่องราวในเว็บบอร์ดนี้
เพราะเรื่องของคุณจะเป็นแง่คิดให้ผู้อื่นได้บ้าง ก็คงจะมีประโยชน์ไม่น้อย
กับคนที่อาจจะตกอยู่ในวังวนของปัญหาเดียวกันได้ ถือเป็นการช่วยเพื่อนมนุษย์ได้อีกทางหนึ่งค่ะ


จริงๆ การใข้นามแฝงในเว็บ ก็เป็นการป้องกันคนรู้จักอยู่แล้วนะคะ
ทางทีมงานเองก็ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่าทราบเรื่องราว
เพื่อช่วยกันวิเคราะห์ปัญหาได้ถูกทางน่ะค่ะ 



วันเดือนปีเกิด เวลาเกิด และสถานที่เกิด ถ้าลงไว้ เดี๋ยวก็จะลบให้ แบบกระทู้ที่ผ่านๆ มาค่ะ 

บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
Yaowalak
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 183

~ทุกสิ่งล้วนชั่วคราว~


« ตอบ #5 เมื่อ: 30 มกราคม 2008, 15:00 »

คุณ begin เล่าเท่าที่สบายใจก็ได้ค่ะ ^_^
ถ้าเห็นว่าข้อมูลตรงไหนจะกระทบกับใครอาจละไว้ก็ได้
อย่างที่เอมได้แจ้งค่ะ ว่าเราอยากให้เรื่องของคุณได้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนด้วยจึงอยากให้เล่าไว้ในเวปบอร์ดมากกว่าทางอีเมล์ค่ะ
บันทึกการเข้า

หากทุกคนมีธรรมในใจ ปัญหาใดๆ ก็ยุติลงได้ด้วยธรรม
begin
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 25


« ตอบ #6 เมื่อ: 30 มกราคม 2008, 15:24 »

เรารู้จักกับพี่ชายคนนี้มาได้ 2-3 ปีแล้วค่ะ (ก่อนที่จะคบกันแบบแฟน) สนิทกันมาก เวลาเค้ามีปัญหากับแฟนเค้าก็มักจะมาระบายและปรับทุกข์กับเราเสมอ  หลังจากนั้นเค้าก็เลิกกับแฟนเค้า (แฟนเค้ามีผู้ชายหลายคน) เค้าก็ยิ่งสนิทกับเรามากขึ้น โทร.หาทุกวัน รายงานตลอดว่าไปทำงานที่ไหน ทำอะไรอยู่  มารับไปกินข้า ดูหนัง ฟังเพลง บ่อย ๆ ไปวัด ไปซื้อต้นไม้ ดูแลเราทุกอย่าง เป็นอย่างนี้ประมาณ 5-6 เดือน ตอนแรก ๆ ที่เราไปไหนกับเค้า คุยกับเค้า เพราะเราสงสารอยากให้เค้าหลุดพ้นจากผู้หญิงไม่ดี แต่ตอนหลัง ๆ ก็ยอมรับว่ารู้สึกดีด้วย เลยถามเค้าตรง ๆ เค้าก็ตอบว่าขอคบเราเป็นแฟน เค้าบอกว่าเค้าจริงจังนะ อยากให้เราดูแล เราก็เลยคบกันเป็นแฟน  แรก ๆ เค้าก็ดีกับเรามากเลย  แต่เราขอว่าไม่ให้มีอะไรเกินเลยจนกว่าจะแต่งงานกัน เค้าก็เข้าใจ แต่บอกว่าเราหัวโบราณ  คบกันดี ๆ อยู่ได้ประมาณ 2-3 เดือนเองค่ะ เค้าก็เริ่มหงุดหงิด เบื่อ รำคาญ อ้างว่าไม่มีเวลา  ยุ่ง  อยากอยู่คนเดียว  เราดีเกินไป เค้าบอกว่าเราทำงานดี อยู่คนละสังคมกัน อย่างเค้าต้องเหมาะกับแม่ค้ามากกว่าข้าราชการ เค้าอาจต้องโดนออกจากงาน(บริษัทเอกชน)

สุดท้าย เราก็ต้องยอมเลิกกับเค้า ด้วยเหตุผลที่ว่า เค้าบอกว่าอยากอยู่คนเดียว สับสน อยากถอยออกมาคนละก้าว เราก็ โอเค เพราะอยากให้เค้าสบายใจ ไม่ต้องมาหงุดหงิด  งั้นเราเป็นเพื่อน เป็นน้องกันไปละกัน จบด้วยดี  แต่ในใจคิดว่าเค้าไม่มีใคร แล้วเรายังสำคัญเหมือนเดิม เหมือนตอนที่คบกัน 2-3 ปีแรก

ผ่านไป 6 เดือน ที่เลิกกันแต่ยังโทร.คุยกันเกือบทุกวัน เจอกันอยู่บ่อย ๆ เพียงแต่ไม่ได้ปฏิบัติตัวอย่างคนเป็นแฟนกันเท่านั้นเอง  พอวันหนึ่งเค้าบอกว่าจีบน้องคนหนึ่งอยู่  เค้าคงมีความสุขมากเพราะหน้าบานตลอดเวลาพูดถึงน้องคนนี้ แล้วพูดถึงขั้นจริงจัง ถึงขั้นแต่งงานด้วย  เราเลยสติแตกเลย เสียใจ  น้อยใจ แล้วก็โทร.ไปงอแง ว่าทำไมต้องโกหกด้วย ทำไมไม่บอกตรง ๆ แต่แรก ทำไมต้องโกหกว่าอยากอยู่คนเดียว ไม่มีใคร  (คือตอนที่บอกว่าจีบน้องคนนี้น่ะ ความจริงเค้าคบกันมาได้สักพักแล้ว จนแน่ใจแล้วว่าจะจริงจังกับคนนี้ อาจจะเป็นช่วงที่เค้าหงุดหงิดใส่เรามั้ง)  ตอนนี้เสียทั้งเพื่อน เสียทั้งแฟนเลย  ต่อไม่ติดแล้ว  คุยกันไม่ได้แล้ว เพราะเค้าไม่คุยกับเรา  เค้าบอกว่าเราพูดไม่เป็นคำพูด  บอกว่าเป็นเพื่อน แต่คิดเกินเพื่อน  เค้าก็เลยระแวงเราแล้ว ไม่อยากเป็นเพื่อนกันแล้ว  ไม่อยากยุ่งด้วยแล้ว  ไม่ให้เราโทร.ไปอีก ตอนนี้เรายังอยู่ในช่วงมึนงง ปรับตัวปรับใจ และเข้าหาธรรมะเป็นที่พึ่งค่ะ จะได้สงบจิตสงบใจ ไม่โทร.ไปหาเค้าอีก

อยากทราบว่าเมื่อไรเราจะผ่านช่วงนี้ไปได้ซะที อีกนานไม๊
เรากับเค้าจะเป็นมิตรที่ดีต่อกันในวันข้างหน้าได้ไม๊คะ ไม่อยากให้เค้าโกรธ เกลียดเราเลย
เรากับเค้ามีเวรกรรมกันมาที่เราต้องมาชดใช้ให้หรือเปล่าคะ ชะตาจะทำให้ต้องผูกพันกันอีก หรือว่าจบกันแค่นี้คะ

ขอแจ้งวัน เดือน ปีเกิดทางเมลล์นะคะ คุณเอมคงไม่ว่าอะไรนะคะ เพราะเห็นกระทู้อื่น บางกระทู้ยังไม่ได้ลบวัน เดือน ปีเกิดเลยค่ะ

บันทึกการเข้า

ค่ำคืนที่มืดมิด เหน็บหนาวและยาวนาน  มีเพียงแสงดาวที่คอยส่องสว่างนำทางให้นักเดินทางผู้โดดเดี่ยวได้เดินทางต่อไปอย่างไม่อ้างว้าง ขอบคุณดาวทุก ๆ ดวง
begin
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 25


« ตอบ #7 เมื่อ: 30 มกราคม 2008, 15:55 »

ขอโทษค่ะ คุณเอม    แต่ส่งวัน เดือน ปีเกิด ไปให้ทางเมลล์แล้วนะคะ ไม่ว่ากันนะคะ  O0
จะรอคำตอบนะคะ  อยากผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ซะทีค่ะ
บันทึกการเข้า

ค่ำคืนที่มืดมิด เหน็บหนาวและยาวนาน  มีเพียงแสงดาวที่คอยส่องสว่างนำทางให้นักเดินทางผู้โดดเดี่ยวได้เดินทางต่อไปอย่างไม่อ้างว้าง ขอบคุณดาวทุก ๆ ดวง
begin
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 25


« ตอบ #8 เมื่อ: 30 มกราคม 2008, 16:32 »

คุณเอมคะ  รู้สึกว่าจะส่งไม่ได้นะคะ ไม่แน่ใจค่ะ
งั้นแจ้งในกระทู้นี้เลยนะคะ เดี๋ยวรบกวนคุณเอมลบให้นะคะ ขอบคุณค่ะ 

ของเรานะคะ เกิดเวลาประมาณ xxxx น.ของวันที่ xxx xxx xxx ที่นครสวรรค์ค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 มกราคม 2008, 20:25 โดย กร » บันทึกการเข้า

ค่ำคืนที่มืดมิด เหน็บหนาวและยาวนาน  มีเพียงแสงดาวที่คอยส่องสว่างนำทางให้นักเดินทางผู้โดดเดี่ยวได้เดินทางต่อไปอย่างไม่อ้างว้าง ขอบคุณดาวทุก ๆ ดวง
begin
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 25


« ตอบ #9 เมื่อ: 30 มกราคม 2008, 16:43 »

ใช่ค่ะ คุณเอม คืนวันที่ 4 แต่เป็นเช้ามืดวันที่ 5 ค่ะ
บันทึกการเข้า

ค่ำคืนที่มืดมิด เหน็บหนาวและยาวนาน  มีเพียงแสงดาวที่คอยส่องสว่างนำทางให้นักเดินทางผู้โดดเดี่ยวได้เดินทางต่อไปอย่างไม่อ้างว้าง ขอบคุณดาวทุก ๆ ดวง
begin
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 25


« ตอบ #10 เมื่อ: 30 มกราคม 2008, 16:44 »

รู้สึกว่าจะเป็นคืนวันพฤหัสนะคะ
บันทึกการเข้า

ค่ำคืนที่มืดมิด เหน็บหนาวและยาวนาน  มีเพียงแสงดาวที่คอยส่องสว่างนำทางให้นักเดินทางผู้โดดเดี่ยวได้เดินทางต่อไปอย่างไม่อ้างว้าง ขอบคุณดาวทุก ๆ ดวง
กร
เกิดมาเพื่อจะเรียนรู้ทางที่จะไม่เกิดอีก
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 318



เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 30 มกราคม 2008, 20:48 »

อ้างถึง
อยากทราบว่าเมื่อไรเราจะผ่านช่วงนี้ไปได้ซะที อีกนานไม๊
เรากับเค้าจะเป็นมิตรที่ดีต่อกันในวันข้างหน้าได้ไม๊คะ ไม่อยากให้เค้าโกรธ เกลียดเราเลย
เรากับเค้ามีเวรกรรมกันมาที่เราต้องมาชดใช้ให้หรือเปล่าคะ ชะตาจะทำให้ต้องผูกพันกันอีก หรือว่าจบกันแค่นี้คะ

เท่าที่วิเคราะห์จากข้อมูลที่คุณ begin ให้มา รู้สึกว่า คุณเป็นคนที่ดีมากทีเดียวครับ
แม้เค้าทำให้คุณเจ็บ ก็ยังไม่โกรธ (หรือโกรธแต่แอบไม่บอกพวกเรา  O0 ล้อเล่นนะครับ) และยังไม่อยากให้เขาโกรธหรือเกลียดคุณด้วย

ผมก็เห็นด้วยที่เขาบอกว่า คุณดีเกินไปนะครับ ดีเกินกว่าจะเป็นคู่เขาได้ ในสภาพนี้ คุณอยากเพียงแค่ พ้นความทุกข์ในเบื้องหน้านี้ไปให้ได้

ถ้าผมตอบตามความจริงที่ค่อนข้างจะโหดร้ายสำหรับคุณซักหน่อย ก็คือ มันทำไม่ได้ครับ!!

ยิ่งใจคุณดิ้นรน อยากพ้นความทุกข์ มันจะยิ่งรัดคุณไว้แน่นกว่าเดิม เพราะใจคุณจะคอยย้อนกลับไปนึกถึงเรื่องที่ทำให้ทุกข์ กลับไปนึกถึงเขา

เหตุการณ์นี้ เขาไม่ได้ทำให้คุณเจ็บนะครับ เขาเป็นของเขาอย่างนั้นอยู่แล้ว คนที่ทำให้คุณเจ็บคือ เจ้าตัวกิเลสต่างหาก!!

สิ่งที่เขาทำกับคุณ ไม่ว่าจะการอ้างว่า คุณดีเกินไป คงไปด้วยกันไม่ได้ (ข้อนี้ผมเห็นว่า จริง ถ้าผู้ชายไม่คิดอยากใช้ชีวิตคู่กับผู้หญิงดีๆ ก็แสดงว่า เขาไม่ดี ปล่อยเขาไปก็ดีแล้วครับ) หรือโกหกคุณว่า อยากอยู่คนเดียว แต่ไม่ทันไร ดันคิดจะแต่งงานกับอีกคนซะงั้น เหล่านี้ ล้วนแสดงให้คุณเห็นว่า ไม่มีอะไรแน่นอนครับ ในโลกนี้

เมื่อเห็นตรงนั้นแล้ว ยังไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไร มามองดูใจของคุณดีกว่า
เวลาคุณทุกข์ใจเรื่องของเขา ให้คุณ "รู้สึก" ว่า ความทุกข์ใจมันเป็นอย่างนี้นะ
เวลานึกถึงเขา แล้วใจห่อเหี่ยว หดหู่ หรืออะไรก็ว่าไป ก็ให้ รู้สึก ไปตามสภาวะที่มันเป็นครับ
บางทีคุณไม่จำเป็นต้องรู้ด้วยซ้ำว่า อาการนั้น มันเรียกว่ายังไง เนื่องจากอธิบายไม่ถูก แต่ก็แค่ให้รู้ว่า เมื่อกี๊ใจสบายดี ตอนนี้ใจเราเปลี่ยนไป มีสภาวะบางอย่างแทรกเข้ามาในใจเรา ที่คุณก็เรียกไม่ถูกว่าคืออะไร

บ่อยๆ เข้า คุณจะเห็นเองว่า ที่แท้ คุณสั่งใจตัวเองไม่ได้หรอก คุณห้ามมันไม่ให้คิดถึงเขาไม่ได้หรอก คุณจะห้ามมันคิดถึงเรื่องดีๆ ของเขาก็ไม่ได้ ห้ามมันคิดถึงเรื่องร้ายๆ ของเขาก็ไม่ได้ และสั่งให้มัน "เลิกทุกข์ซะที" ก็ไม่ได้อีกครับ
เมื่อใจคุณยอมรับความจริงตรงนี้ คุณก็พ้นสภาพความทุกข์ตรงนี้ไปได้เองครับ

ไม่จำเป็นต้องไปหาอะไรทำให้ลืม เพราะเราสั่งใจเราลืมไม่ได้ครับ
เคยมั้ยครับ อยู่ดีๆ นึกถึงคู่แค้นที่ไม่ได้เห็นหน้ากันตั้งหลายปี แล้วก็ให้อภัยไปแล้วด้วย แต่อยู่ๆ ก็นึกถึงขึ้นมา แล้วเราก็โกรธ
ใจเรามันทำงานของมันอย่างนี้ครับ เพราะบังคับไม่ได้ ผมถึงบอกไม่ได้ว่า เมื่อไรจะพ้นสภาพนี้ครับ

แต่ถ้าเมื่อไรที่คุณรู้ทันมัน แบบที่ผมบอกข้างบน เมื่อนั้น คุณจะเห็นเลยว่า คุณไม่ได้ทุกข์ตลอดเวลา เพราะขณะที่คุณรู้ทันมัน ตอนนั้น คุณไม่ได้ทุกข์แล้วครับ ช่วงแว๊บเดียวนั่นแหละครับ

ลองดูนะครับ แล้วจะทุกข์น้อยลงได้รวดเร็วทีเดียว  G_

เคล็ดลับ คือ อย่าพยายามไปทำอะไรกับใจครับ มันอยากทุกข์ปล่อยมันทุกข์ไป เราทำอะไรกับมันไม่ได้ครับ
บันทึกการเข้า

ไม่ว่าปัญหาอะไรเข้ามา เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
ทำใจไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำใจ
ปัญหามันก็อยู่ใต้ไตรลักษณ์ เกิดได้ก็ดับได้
begin
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 25


« ตอบ #12 เมื่อ: 31 มกราคม 2008, 08:49 »

ไม่ได้โกรธเค้าจริง ๆ ค่ะ คุณกร  แต่เสียใจ และโมโหที่เค้าโกหกเราค่ะ  และยิ่งถ้าเป็นความเกลียดนี่ไม่มีเลยค่ะ ตรงกันข้ามยังเป็นห่วงเค้าอยู่ด้วยค่ะ กลัวว่าเค้าจะไปเจอคนไม่ดี

ส่วนที่ไม่อยากให้เค้าโกรธ เกลียดเราก็เพราะว่าอยากให้มีความรู้สึกที่ดีต่อกันเหมือนเมื่อก่อนที่จะเป็นแฟนกัน เผื่อมีปัญหาอะไรจะได้คอยปรึกษาหารือ หรือช่วยเหลือกันได้ค่ะ  อีกอย่างหนึ่งคือยังอยากให้ตัวเองเป็นคนสำคัญ  O0 (อายจัง นี่ก็กิเลสอีกตัวค่ะ เพราะรู้สึกดีเวลาที่ใคร ๆ มาปรึกษา หรือได้ให้ความช่วยเหลือใครเนี่ย หัวใจพองโต)
บันทึกการเข้า

ค่ำคืนที่มืดมิด เหน็บหนาวและยาวนาน  มีเพียงแสงดาวที่คอยส่องสว่างนำทางให้นักเดินทางผู้โดดเดี่ยวได้เดินทางต่อไปอย่างไม่อ้างว้าง ขอบคุณดาวทุก ๆ ดวง
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« ตอบ #13 เมื่อ: 31 มกราคม 2008, 11:22 »

คุณ begin

ดิฉันได้ตรวจดวงชะตาของคุณเพื่อประกอบคำแนะนำ
พบว่าในช่วงเวลานี้ ดาวราหูได้จรทับดาวศุกร์ในดวงเดิม
ทำให้เกิดความพล่งพล่านในหัวใจอย่างแรง
ช่วงเวลานี้เป็นเวลาสามเดือนสุดท้ายที่ดาวราหูทับอยู่
มันกำลังค่อยๆ ยกออกจากดาวศุกร์แล้ว แปลว่าคุณจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ
แต่ในขณะที่ดาวจะยกนี้ ถ้าวิเคราะห์ตามแนวโหราศาสตร์ก็คือ
จะเกิดความกระสับกระส่ายเป็นพิเศษแก่ตัวคุณ


อย่างไรก็ตาม ดิฉันไม่แนะนำให้คุณรอดาวยก
คนเรามีศักยภาพในการทำสิ่งที่ดี หนีความมืด หนีวิบากไม่ดีได้
(อ่านคำตอบแรกของดิฉันในกระทู้ ๐๐๖ ประกอบด้วยนะคะ)


จำไว้อย่างหนึ่งว่า เราบังคับใครไม่ได้
คุณอาจจะคิดโกรธเคืองคนอื่น ที่เขาไม่ดี ที่เขาโกหก ฯลฯ
กรรมของใครก็คือกรรมของคนนั้น
เขาโกหกก็คือเขาได้ผิดศีลข้อ ๔ ไปแล้ว นี่เป็นกรรมของเขา
เราก็ไม่ควรไปร้อนรนเพราะกรรมไม่ดีของคนอื่น
เรียกว่ามีใจเศร้าหมอง มีใจเป็นอกุศลไปโดยมีเหตุอันไม่สมควรค่ะ


ส่วนการที่คุณอยากให้เขารู้สึกดีๆ ต่อคุณเหมือนตอนก่อนเป็นแฟนกัน
ดิฉันอยากให้ลองมองไปว่า สมมุติว่าคุณเป็นแฟนคนปัจจุบันของผู้ชายคนนี้
คุณจะรู้สึกอย่างไร ถ้าแฟนหนุ่มของคุณยังมีใจในทำนองนี้กับอดีตคนรัก
ธรรมชาติของผู้หญิง (ดิฉันก็ผู้หญิง ก็เข้าใจน่ะแหละค่ะ)
ก็อยากจะเป็นคนสำคัญ เป็นหนึ่งในดวงใจ
ตรงนี้ก็คงต้องเห็นใจอีกฝ่ายหนึ่งด้วยเหมือนกันค่ะ
อีกอย่างเหตุการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว คนไม่เคยเป็นแฟนกัน
กับคนที่เคยคบแล้วเลิกกัน ความรู้สึกจะให้เหมือนกับยังไม่เคยคบก็อาจจะลำบาก


ถ้าจิตใจของคุณยังหวั่นไหวแบบนี้
ดิฉันแนะนำให้หลีกห่างจากเขาไปก่อนค่ะ
เพราะเขามีคนที่เขาผูกพันอยู่ด้วยแล้ว (อ่านคำตอบของดิฉันในกระทู้ ๐๐๓ ประกอบไปด้วยนะคะ)
ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตัวคุณเอง


เพราะดูตามดวงและสัมผัสจิตใจคุณในตอนที่ดิฉันกำลังนั่งพิมพ์ตอบอยู่นี้
มันยังหวั่นไหวกับเรื่องราวตรงนี้
ดิฉันไม่อยากให้คุณถลำลึกทางความรู้สึกมากไปกว่านี้
มันจะทำให้เกิดทุกข์ทางใจมากขึ้นน่ะค่ะ


และเมื่อไหร่ที่คิดมากๆ แนะนำให้สวดมนต์ค่ะ
บทอิติปิโส ง่ายๆ สั้นๆ นี่แหละค่ะ ถึงไม่เข้าใจความหมายภาษาบาลี
อย่างน้อยๆ ก็เป็นการผูกจิตใจไว้กับของสูง คือพระพุทธคุณนะคะ
 



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 มกราคม 2008, 12:34 โดย Aims » บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
begin
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 25


« ตอบ #14 เมื่อ: 31 มกราคม 2008, 12:44 »

ขอบคุณค่ะ คุณเอม

ตอนนี้สิ่งที่กำลังทำอย่างที่คุณเอมแนะนำอยู่ค่ะ คือทำสิ่งที่ดีหนีความมืดค่ะ 
ตักบาตรตอนเช้า  ปล่อยปลาบ้าง ทำบุญในวันพระ ที่สำคัญคือ สวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน และนั่งสมาธิเพื่อจะได้มีความชำนาญในการรู้ลมหายใจ เพื่อเป็นพื้นฐานในการเจริญสติในขั้นต่อ ๆ ไปค่ะ ทำอย่างนี้มาได้ 2 สัปดาห์แล้วค่ะ  พยายามรักษาศีลด้วย แต่ไม่ได้ครบ 5 ข้อค่ะ  O0  แต่จะพยายามต่อไปค่ะ  :P

เรื่องการทำบุญนี้ปกติก็ทำอยู่เสมอ ๆ มานานแล้วค่ะ แต่ช่วงนี้เร่งสะสมมากหน่อยเพื่อจะได้เป็นพลังให้เราเข้มแข็งขึ้นค่ะ

เราเองตัดสินใจห่างเค้าอยู่แล้วค่ะ  มันถึงทรมานใจอยู่นี่แหละค่ะ  แต่ก็คิดว่าจะดีขึ้นอย่างที่คุณเอมแนะนำน่ะค่ะ

สารภาพกับคุณเอมนะคะ ตอนแรกจะให้ดูดวงให้พี่เค้าด้วยว่า ในอนาคตพี่เค้าจะกลับมาผูกพันกันอีกไม๊  แต่ตอนนี้ไม่แล้วค่ะ  เพราะไม่คิดว่าจะเป็นประโยชน์กับใครทั้งสิ้น กรรมของใครก็ของคนนั้นอย่างที่คุณเอมว่า  สู้เราเร่งปฏิบัติธรรมให้จิตใจสงบ เข้มแข็ง และสว่างขึ้นดีกว่าถึงตอนนั้นแม้ว่าเค้าจะกลับมาก็ขอเป็นกัลยาณมิตรต่อกันดีกว่า (รวมทั้งเป็นกัลยาณมิตรกับทุก ๆ คน)

คุณกรพูดถูกค่ะ

เหตุการณ์นี้ เขาไม่ได้ทำให้คุณเจ็บนะครับ เขาเป็นของเขาอย่างนั้นอยู่แล้ว คนที่ทำให้คุณเจ็บคือ เจ้าตัวกิเลสต่างหาก!!

ก็เลยไม่โกรธหรือเกลียดเค้าไงคะ เค้าเป็นของเค้าอย่างนั้น  เราเองต่างหากที่ไม่ใช้สติมองเค้า ไปเอากิเลสมาปรุงแต่ง
ตอนนี้เลยต้องอัพเกรดตัวเองเป็นเวอร์ชั่นใหม่ค่ะ  ;D

ขอบคุณทุก ๆ คำแนะนำและทุก ๆ กำลังใจของเพื่อน ๆ ทุกคนค่ะ(ขออนุญาติตีสนิทค่ะ ;D)
โดยเฉพาะคุณเอม และคุณกร ทุกคำแนะนำเป็นประโยชน์มากค่ะ และยังสัมผัสได้ถึงความจริงใจด้วยค่ะ

ขอให้เจริญในธรรมนะคะ
บันทึกการเข้า

ค่ำคืนที่มืดมิด เหน็บหนาวและยาวนาน  มีเพียงแสงดาวที่คอยส่องสว่างนำทางให้นักเดินทางผู้โดดเดี่ยวได้เดินทางต่อไปอย่างไม่อ้างว้าง ขอบคุณดาวทุก ๆ ดวง
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« ตอบ #15 เมื่อ: 31 มกราคม 2008, 12:49 »

กรรมของใครก็ของคนนั้นอย่างที่คุณเอมว่า  สู้เราเร่งปฏิบัติธรรมให้จิตใจสงบ เข้มแข็ง และสว่างขึ้นดีกว่าถึงตอนนั้นแม้ว่าเค้าจะกลับมาก็ขอเป็นกัลยาณมิตรต่อกันดีกว่า (รวมทั้งเป็นกัลยาณมิตรกับทุก ๆ คน)


ขออนุโมทนานะคะ 

ขอให้เรื่องราวที่ทำให้คุณบีกินเป็นทุกข์ในครั้งนี้
พลิกชีวิตของคุณให้มาสู่ทางสายเอก มีแต่ความสว่างยิ่งๆ ขึ้นไปนะคะ 
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
sittnn
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 185



« ตอบ #16 เมื่อ: 31 มกราคม 2008, 12:58 »

ขออนุโมทนาครับคุณ begin
บันทึกการเข้า

เมื่อบุคคลเอาจิตใจค้นคว้าพิจารณาไปทั่วทิศ
ย่อมไม่เห็นใครเป็นที่รักยิ่งไปกว่าตนเอง

ในที่ใดๆ ก็ตาม ตนนั้นแหละเป็นที่รักอย่างมาก ผู้อื่นก็เช่นกัน
ฉะนั้น ผู้ที่รักตนไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น แม้กระทั่งมด ปลวก
กร
เกิดมาเพื่อจะเรียนรู้ทางที่จะไม่เกิดอีก
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 318



เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: 31 มกราคม 2008, 23:57 »

อ้างถึง
กรรมของใครก็ของคนนั้นอย่างที่คุณเอมว่า  สู้เราเร่งปฏิบัติธรรมให้จิตใจสงบ เข้มแข็ง และสว่างขึ้นดีกว่าถึงตอนนั้นแม้ว่าเค้าจะกลับมาก็ขอเป็นกัลยาณมิตรต่อกันดีกว่า (รวมทั้งเป็นกัลยาณมิตรกับทุก ๆ คน)

อนุโมทนาด้วยครับ 
บันทึกการเข้า

ไม่ว่าปัญหาอะไรเข้ามา เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
ทำใจไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำใจ
ปัญหามันก็อยู่ใต้ไตรลักษณ์ เกิดได้ก็ดับได้
begin
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 25


« ตอบ #18 เมื่อ: 6 กุมภาพันธ์ 2008, 11:23 »

วันนี้รู้สึกวุ่นวายใจและฟุ้งซ่านมากเป็นพิเศษค่ะ แย่จัง

เมื่อเช้าฟังซีดีของหลวงพ่อปราโมช  แล้วก็ไปทำบุญมาแล้วค่ะ แต่ดันไปขอพรให้เค้ามีความสุขด้วยสิ
เลยทำให้คิดวนเวียนถึงเค้าหรือเปล่านะ  ไปจินตนาการว่าเค้าคงมีความสุขกับคนใหม่อย่างนั้น อย่างนี้

แต่พอคิดไป พอมีสติก็รู้ว่า เอาอีกแล้วฟุ้งซ่านอีกแล้ว  สักพักเผลอไปใหม่ แล้วก็รู้ตัวใหม่ เป็นอย่างนี้

วันนี้แย่กว่าวันก่อน ๆ ค่ะ 

ไม่รู้ว่าเรากับเค้าหมดเวรกันไปหรือยังนะเนี่ย เฮ้อ! 
บันทึกการเข้า

ค่ำคืนที่มืดมิด เหน็บหนาวและยาวนาน  มีเพียงแสงดาวที่คอยส่องสว่างนำทางให้นักเดินทางผู้โดดเดี่ยวได้เดินทางต่อไปอย่างไม่อ้างว้าง ขอบคุณดาวทุก ๆ ดวง
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« ตอบ #19 เมื่อ: 6 กุมภาพันธ์ 2008, 11:29 »

ถ้าคุณ begin ยังทำใจไม่ได้ที่จะแผ่เมตตาให้เขามีความสุขจริงๆ
ด้วยใจที่มีเมตตา ปรารถนาดีจริงๆ ก็ไม่ต้องไปฝืนตัวเองหรอกนะคะ

แผ่ออกไปกว้างๆ ให้กับสรรพสัตว์เลย จะดีกว่าไหม
ไม่ต้องจำเพาะเจาะจงที่เขาคนเดียว


เมื่อหลงไปคิดแล้วรู้ทัน ก็ดีแล้วนี่คะ
จิตเขาก็แสดงไตรลักษณ์ให้ดูว่าเขาไม่เที่ยง
วันก่อนไม่ค่อยฟุ้ง วันนี้ฟุ้งเชียว แบบนี้น่ะค่ะ
 
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
begin
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 25


« ตอบ #20 เมื่อ: 6 กุมภาพันธ์ 2008, 11:56 »

เห็นจะจริงค่ะคุณเอม  ที่ว่าเราไม่ได้มีจิตเมตตาอยากให้เค้ามีความสุขจริง ๆ 

ตอนที่ไหว้พระขอพรให้เค้าน่ะ ก็ไม่ได้ฝืนนะคะ แต่คงไม่ได้มีสติรู้อยู่กับตัวค่ะ น่าจะเป็นการเผลอมากกว่า
กิเลสมันเป็นตัวบงการอยู่เบี้ยงหลังแน่ ๆ เชียว  เพราะปกติตอนคบกันเราจะขอพรให้เค้า
มีความสุขตลอดในทุก ๆ ครั้งที่เราไหว้พระ  ตอนหลัง ๆ ที่เค้าทิ้งไปนี่ไม่ได้ขอพรให้เค้าเลย
เพราะรู้ตัวว่าไม่ได้ออกมาจากใจที่บริสุทธิ์ ใจมันยังเจ็บแปล๊บ ๆ อยู่ 

แต่พอตอนนี้ใจสบายขึ้น มันก็เลยเผลอค่ะ ไปขอพรให้เค้ามีความสุข(ตามความเคยชิน)
 แต่ไม่ได้มาจากเมตตาจิตจริง ๆ กิเลสมันก็เลยเล่นงานเข้าให้  มันเข้ามาเบียดสติให้กระเด็นออกไป 
แต่ตอนนี้ชักจะเริ่มรู้ทันกิเลสแล้วหล่ะค่ะ  ต้องจัดแจงให้สติมาอยู่แทนกิเลสแบบนาน ๆ ซะแล้ว
ไป ๆ มา ๆ อย่างนี้ไม่ไหวค่ะ 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 กุมภาพันธ์ 2008, 12:04 โดย begin » บันทึกการเข้า

ค่ำคืนที่มืดมิด เหน็บหนาวและยาวนาน  มีเพียงแสงดาวที่คอยส่องสว่างนำทางให้นักเดินทางผู้โดดเดี่ยวได้เดินทางต่อไปอย่างไม่อ้างว้าง ขอบคุณดาวทุก ๆ ดวง
aston27
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 261


« ตอบ #21 เมื่อ: 7 กุมภาพันธ์ 2008, 11:45 »

ทีแรกนึกว่ากระทู้นี้ ผมจะไม่ต้องตอบแล้วซะอีก   

มาสะดุดตอนท้ายๆ ที่คุณบอกว่า 
อ้างถึง
ต้องจัดแจงให้สติมาอยู่แทนกิเลสแบบนาน ๆ ซะแล้ว

สติ ก็เป็นอนัตตานะครับ อย่าเผลอไปเข้าใจว่าเราจะจัดแจงให้มันมาอยู่นานๆได้
ลองย้อนไปอ่านตรงนั้น จะเห็นความจริงแฝงอยู่ว่า มันเป็นโลภะเจตนา

จุดอ่อนของนักเรียนวิปัสสนาส่วนมาก คือเป็นพวกอยากดี อยากสุข อยากสงบ
เห็นกิเลส แล้วเหมือนเห็นผี เห็นจิตไม่ดี เหมือนหมาโดนน้ำร้อน ต้องดิ้นๆๆๆ

หลวงพ่อเคยสอนว่า สติ แม้แต่ขณะจิตเดียวก็บังคับให้เกิดไม่ได้
หน้าที่เราทำได้แค่ คอยหมั่นรู้สึกตัว รู้ลงปัจจุบัน
จิตไม่ดี จิตมีกิเลส รู้ว่าไม่ดี รู้ว่ามีกิเลส
อันนั้นคือกรรมฐานที่ดีที่สุดแล้ว

เพราะถ้าไปตั้งโจทย์ไว้ว่า จะต้องมีสติมากๆ มีสตินานๆ
เท่ากับเรากำลังปฏิเสธความจริงว่าสติเป็นอนัตตา

ที่จริง สติมันจะเกิดได้ เพราะจิตจำสภาวะได้เอง
เราจึงมีหน้าที่คอยตามรู้สภาวะ รู้กิริยาของจิต ทำได้แค่นี้นะครับ

ที่เหลือ จิตเขาทำของเขาเอง

อย่ารังเกียจทุกข์ อย่าพยายามปฏิเสธว่า เราต้องไม่มีกิเลส
เพราะตราบเท่าที่ยังไม่สิ้นอาสวะ ยังไม่ได้สำเร็จอรหันต์
ทั้งกิเลส และทุกข์ ก็คือเงาที่เราไม่มีทางวิ่งหนีพ้น

ย้ำอีกที.. หน้าที่เราคือรู้ทันปัจจุบันขณะของจิตเรา
จิตเป็นกุศล เป็นอกุศล ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

สำคัญที่ รู้หรือไม่รู้
สำคัญที่ รู้แล้ว จิตปรุงความยินดี ยินร้าย  เรารู้ทันอีกไหม

ถ้าจิตเป็นกุศล รู้ว่าเป็นกุศล สติก็เกิดแค่ขณะเดียว
หลังจากนั้น ไปยินดี ปลื้มที่รู้ว่าเป็นกุศล อันนี้เรามักจะไม่เห็น

หรือจิตเป็นอกุศล รู้ว่าเป็นอกุศล สติก็เกิดขณะเดียว
หลังจากนั้น ไปยินร้าย เกลียดมัน ไม่ชอบมัน อันนี้เราก็มักจะไม่เห็น

แทนที่จะรู้ลงปัจจุบันต่อ เรามักจะเผลอเคลิ้มไปในจิตที่เป็นกุศล
หรือไม่ก็ไปหาทางละ หาทางแก้จิตที่เป็นอกุศล

โดยลืมที่ครูบาอาจารย์ท่านสอนว่า ทุกอย่างมันก็แค่ของชั่วคราว
กิริยาของวิปัสสนาในสติปัฏฐาน ไม่มีคำว่า "แก้"  มีแต่คำว่า "รู้" นะครับ

เราไม่ได้วิปัสสนา เพื่อให้จิตดี
แต่วิปัสสนาเพื่อให้เห็นว่า แท้จริงแล้ว จิตมันไม่ใช่ของดี ของวิเศษ

จุดหมายเราคือการละ วาง ปล่อยความยึดมั่นถือมั่น
ไม่เอาชั่ว แต่ดีก็ไม่ยึด ครูบาอาจารย์บางท่าน ถึงบอกว่า ..นิพพาน มันอยู่เหนือดี เหนือชั่วนะ

อันนี้คุยกันแบบลูกศิษย์อาจารย์เดียวกัน.. ผมชี้ตรงๆ คงไม่เคืองกันนะครับ 
บันทึกการเข้า
begin
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 25


« ตอบ #22 เมื่อ: 7 กุมภาพันธ์ 2008, 14:14 »

ไม่โกรธหรอกค่ะ คุณ aston27 ขอบคุณด้วยซ้ำ 

  เฮ้อ ! แย่จัง ! ตอนแรกคิดว่ารู้ทันกิเลสซะอีก ที่ไหนได้ดันถูกกิเลสรู้ทัน แล้วโดนซ้อนแผนเข้าให้

ก็อย่างว่าแหละค่ะ  อยากสุข  อยากสงบ เป็นคำสั่งของกิเลส เลยหลง หลงทางจะไปจับสติมาตั้งไว้ หลงไปจริง ๆ ค่ะ

คิดในทางที่ดี มีหลายภาวะอย่างนี้ก็ดีเหมือนกันจะได้ตามรู้มันไปเรื่อย ๆ  แต่รู้สึกว่าตัวเองจะติด "เพ่ง" น่ะคะ
เพราะเดิมทีเป็นคนที่มีนิสัยยึดติด เป็นพวกชอบกะเกณฑ์อะไรต่าง ๆ ไว้ลวงหน้า และชอบคาดหวังอะไรอยู่เรื่อย ๆ
พอมาเริ่มปฏิบัติก็เลยติดเรื่องการเพ่งนี่หละค่ะ

สมัยก่อนเคยนั่งสมาธิ พระท่านให้กำหนดลมหายใจ แล้วว่าในใจ พุทธ - โธ เราก็ไม่เข้าใจไปกำหนดลมหายใจจริง ๆ
คือไม่ได้หายใจเอง ไปบังคับ กำหนดจังหวะการหายใจซะงั้น  แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าให้ตามรู้ลมหายใจ แต่มันยังติด
กับของเดิมอยู่ค่ะ พอจะมีอุบายอะไรแก้ไขได้บ้างไม๊คะ เรื่องการเพ่งเนี่ยค่ะ

(เพิ่งเริ่มรู้จักการดูจิต และเริ่มลองปฏิบัติ เมื่อเดือนที่แล้วนี่เองค่ะ เมื่อก่อนได้แต่ชอบทำบุญ กับทำสมาธิ)
 
บันทึกการเข้า

ค่ำคืนที่มืดมิด เหน็บหนาวและยาวนาน  มีเพียงแสงดาวที่คอยส่องสว่างนำทางให้นักเดินทางผู้โดดเดี่ยวได้เดินทางต่อไปอย่างไม่อ้างว้าง ขอบคุณดาวทุก ๆ ดวง
k0be
ผู้ดูแลระบบ
ดาวฉายแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 38


« ตอบ #23 เมื่อ: 7 กุมภาพันธ์ 2008, 15:08 »

อ้างถึง
พอจะมีอุบายอะไรแก้ไขได้บ้างไม๊คะ เรื่องการเพ่งเนี่ยค่ะ

โดยปรกติคนเราเพ่ง เพราะอยากให้จิตมันดีครับ
หรือบางทีจิตไม่ดี เป็นอกุศล ก็จะเพ่ง หรือบังคับให้ดี ซึ่งก็คือบังคับให้คิดอีกทาง อีกแนวทางนึง
ผลก็คือ ไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน ไปดัดแปลงสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นให้ผิดกับความจริงครับ

ขอให้ยอมรับไปเลยครับ ว่าเรายังเพ่ง ยังโกรธ ยังไม่พอใจ ฯลฯ ได้อยู่
นักปฏิบัติธรรมไม่ใช่พระอิฐพระปูน หรือก้ิอนอิฐ ก้อนหินครับ
ยังมีชีวิตจิตใจเหมือนปรกติครับ ก็ย่อมมีโกรธมีเกลียดได้เป็นธรรมดา
แต่นักปฏิบัติที่เจริญสติ ก็จะรู้ทันสภาวะได้ง่าย ไม่หลงไปตามสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นได้ครับ

สิ่งที่คนปฏิบัติธรรมต่างจากคนทั่วไป ก็ไม่ใช่อะไรมากไปกว่า การมีสติรู้สภาวะธรรมตามจริง ไม่ดัดแปลงแก้ไขสภาวะธรรมนั้น ๆ จนในท้ายสุด คือเห็นสภาวะธรรมนั้น ๆ เกิดขึ้น ดับไป เป็นธรรมดา เท่านั้นเองครับ

เพิ่มเติมนิดนึง สภาวะธรรมต่าง ๆ ที่ปรากฏให้เห็นจะกี่ร้อยกี่พันแบบก็ไม่ต้องตกใจหรือกลัวมันเลยครับ ไม่ว่าจะกี่ร้อยกี่พันแบบ มันก็เกิดจากกิเลส สามตัว คือ โลภะ โทสะ โมหะ เท่านั้นเองครับ
บันทึกการเข้า
begin
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 25


« ตอบ #24 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์ 2008, 16:03 »

สงสัยว่าจะโดนทดสอบ (จากกรรม หรือกิเลส ไม่ทราบค่ะ)

เมื่อวันก่อนแฟนใหม่ของพี่เค้าโทรมาหาเรา ใช้เบอร์พี่เค้าโทร เราไม่รู้ก็รับสิ
เค้าบอกว่าโทรมาเช็คสามีค่ะ (ทั้งที่เค้ายังไม่ได้แต่งงานกัน หรือพาเข้าบ้าน คบกันเฉย ๆ)
แล้วก็พูดส่อเสียด สั่งสอนเราต่าง ๆ นา ๆ  เราก็อธิบายว่าไม่มีอะไรนะ เป็นแค่เพื่อนกัน
เราก็พยายามพูดให้ดีที่สุด ไม่ได้ต่อว่าน้องเค้าสักคำเลยค่ะ อยากให้มันจบ
พี่เค้าเองก็อยู่กับน้องคนนั้นด้วย แต่ไม่สามารถหยุดน้องเค้าได้เลยค่ะ ให้เราโดนต่อว่าอยู่ 20 นาทีได้
เราต้องตัดบทขอวางโทรศัพท์ก่อน

หลังจากนั้น อัตตามา โทสะมา โมหะมา มากันเพียบเลยค่ะ ว้าวุ่นใจมาก กระสับกระส่าย
กระวนกระวายใจ ร้อนรนไปหมด คิดแต่ว่าทำไมพี่เค้าถึงหยุดน้องคนนั้นไม่ได้
แถมยังโดนน้องเค้าดุอีกด้วยว่าให้อยู่เฉย ๆ คิดอีกว่าทำไมถึงปล่อยให้น้องเค้า
เอาโทรศัพท์มาเช็คเบอร์ได้ (ทั้งที่เคยบอกว่าเกลียดการกระทำแบบนี้ ตอนคบ
กับเรา เราไม่เคยเช็คโทรศัพท์ ไม่เคยดุ ให้เกียรติพี่เค้าตลอด)

รู้ไม่ทันค่ะ ปล่อยให้อัตตา โทสะ โมหะ ครอบงำ  หลังจากนั้น 1 วัน โทรไปต่อว่า
พี่เค้าค่ะ นอกจากเค้าไม่รู้สึกผิดอะไรกับเหตุการณ์นี้  ยังบอกด้วยว่าเล่นกัน ไม่มีอะไร
พอเราต่อว่าน้องเค้าไปประโยคเดียว  กลายเป็นเราโดนพี่เค้าต่อว่าเรา และไม่พอใจมาก
เราก็สติแตกเลยทีนี้ อะไรกัน น้องเค้าด่าเรา 20 นาที พี่เค้าไม่ว่าอะไรสักคำ เข้าข้างกัน
แต่เราพูดไปประโยคเดียว เรากลายเป็นคนเลวเลย   ทีนี้ อัตตา โทสะ โมหะ มาเป็น 2 เท่าเลย
ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด ทั้งแค้น (มีแอบแช่งให้กรรมตามทันด้วยค่ะ )

กว่าจะตามรู้ทันอัตตา โทสะ โมหะ ก็ปาเข้าไป 1 วัน กับอีก 1 คืน (รู้ช้าไปไม๊เนี่ย )
แต่ก็ยังตามมารู้ทันแหละน่า  ตอนนี้โล่ง ๆ แล้วค่ะ 

กรรมใครก็กรรมของเค้า เราอย่างไปต่อยอดกรรมนั้นก็แล้วกัน ออกจากวงจรกรรมของเค้าดีกว่า
เจอแบบนี้ คงเป็นเพื่อนกับเค้าไม่ได้แล้วมั้ง ความรักทำให้คนตาบอด  แต่ความหลงทำให้คนใจบอด

สงสัยจะโดนทดสอบน่ะค่ะ  อุตสาห์ฝึกมาหลายสัปดาห์ พอเจอเรื่องนี้เข้าไป สอบตกเลย
แย่จังค่ะ แต่ไม่เป็นไรใช่ไม๊คะ รู้ตัวแล้วก็เริ่มใหม่ ต่อไปต้องรู้ให้เร็วกว่านี้สักหน่อย

อายจังค่ะ ที่สอบตก 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 กุมภาพันธ์ 2008, 16:10 โดย begin » บันทึกการเข้า

ค่ำคืนที่มืดมิด เหน็บหนาวและยาวนาน  มีเพียงแสงดาวที่คอยส่องสว่างนำทางให้นักเดินทางผู้โดดเดี่ยวได้เดินทางต่อไปอย่างไม่อ้างว้าง ขอบคุณดาวทุก ๆ ดวง
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!