แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
24 สิงหาคม 2019, 22:40 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๕๐๔ ช่วยแนะนำด้วยค่ะ ทำอย่างไรจะไม่ต้องเอาใจเราไปผูกติดกับคนอื่น  (อ่าน 28922 ครั้ง)
fatgirl
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 11


« เมื่อ: 4 มกราคม 2010, 14:32 »

สวัสดีค่ะ เพิ่งเริ่มสมัครเป็นสมาชิก เนื่องมาจากได้อ่านการตอบปัญหา การชี้แนะแนวทางที่ลึกซึ้ง กินใจเป็นอย่างมาก อ่านแล้ว
รู้สึกอบอุ่นและเป็นแนวทางชีวิตได้เป็นอย่างดี จนเดี๋ยวนี้ติดต้องอ่านทุกวัน เรื่องเริ่มจากมีน้องที่ทำงานเป็นผู้ชายซึ่งเขาก็เปิดเผยว่าเป็นเกย์ และเราก็มีคนของเราแล้ว คบกันแบบพี่น้องมาเรื่อยๆ แต่ตลอดเวลาที่เพื่อนๆถาม เขาก็บอกชอบได้ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง เขาชอบทำตัวสนิทกับเรา เล่นกันแบบถึงเนื้อถึงตัว เรารุสึกลึกๆว่าเขาก็ชอบเราเป็นพิเศษ ตอนแรกจากไม่คิดอะไร ก็เริ่มคิด และยึดติดเขาไว้กับเรา เช่น วันไหนถ้าเขาไม่ทัก หรือมาหยอกล้อ ก็จะเกิดอาการไม่สบายใจ คิดมากว่าเขาเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเคยถามเขาว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเรา เขาก็บอกว่าก็น่าจะรู้ว่าเขาปฏิบัติกับเราไม่เหมือนคนอื่น เราน่าจะรู้อยู่แล้ว แต่หลังจากที่คุยเปิดใจกับเขาครั้งนั้น เรารู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไป ไม่แคร์ความรู้สึกเราและพยายามเลี่ยงที่จะอยู่กับเรา 2 คน และตั้งแต่นั้นก็ไม่เคยโทรหรือแวะมาหาที่ห้องทำงานอีกเลย เคยถามเขาบอกว่าเป็นเหมือนเดิม แต่เรารู้ เราเหมือนคนไม่มีศักดิ์ศรี ต้องคอยแคร์ คอยห่วงใยความรู้สึกตลอด แต่ตอนนี้เราคิดได้แล้ว แต่ความรู้สึกที่ว่าทำไมเขาเปลี่ยนไปยังอยู่ในใจ ต้องทำอย่างไรค่ะถึงจะเลิกเอาตัวเองไปผูกกับความรู้สึกเขาซะที และต้องทำอย่างไรจะทำให้เขาเห็นว่าเราไม่สนใจเขาแล้ว และจะเป็นแค่เพื่อนที่ดี ทำอย่างไรถึงจะกู้ศักดิศรีที่เสียไปมากมายกลับมา ช่วยแนะนำด้วยค่ะ เพราะทำใจลำบากเหมือนกัน เพราะเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ต้องเจอหน้ากันทุกวัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 4 มกราคม 2010, 17:57 โดย sittnn » บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #1 เมื่อ: 5 มกราคม 2010, 15:58 »


ย้อนกลับไปจุดเดิม สมัยที่เราคบกับเขาแค่เพื่อนแค่พี่น้องจริงๆ ก่อนค่ะ
จับความรู้สึกนั้นเอาไว้ และตั้งใจให้มั่นว่า เราจะปฏิบัติต่อเขาเหมือนความรู้สึกนั้น

ส่วนที่เขาเข้ามาใกล้ชิด และเล่นแบบถึงเนื้อถึงตัว
ควรถือว่าเป็นสัญญาณอันตราย ที่ควรระมัดระวัง
ผู้ชายไม่ว่าจะเป็นเกย์หรือไม่เกย์ การตั้งใจล่วงเกินผู้หญิง
ไม่จำเป็นว่าเขาต้องเกิดความรัก หรือชอบผู้หญิงคนนั้นเป็นพิเศษเสมอไป
เพราะโดยสภาวะทางเพศของเขาเป็นฝ่ายรุก
เป็นฝ่ายที่จะกระจายความสัมพันธ์ทางเพศ
หรือพิสูจน์เสน่ห์ตนทั้งต่อเพศเดียวกันและตรงข้าม

เมื่อเขาพบว่า คุณเริ่มจริงจัง  เหมือนผูกมัดเขา
เขาก็จะเริ่มถอย ตีตัวออกห่าง เพื่อไม่ให้เกิดความผูกพันธ์จนดิ้นไม่หลุด

ดังนั้น ถึงจะทำให้เห็นว่าไม่สนใจเขา เขาก็คงรู้สึกสบายใจมากกว่าตะหนกตกใจค่ะ

หน้าตาและศักดิ์ศรี บางทีก็เป็นเพียงภาพที่เราต้องการให้คนอื่นมองเราให้ดูดี
แต่ในความจริงของสังคมยุคสมัยที่ต่างคนต่างก็ดิ้นรนทำงาน เลี้ยงปากท้อง
วุ่นวายกับครอบครัวตน เขาก็ไม่มีเวลาสนใจคนอื่นนานนั้น

การกอบกู้จิตที่ตกของเราให้กลับคืนมาผ่องใสเหมือนเดิม
จึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำมากกว่า
เพราะเมื่อจิตของเราอยู่ในสภาวะที่เป็นกลาง ไม่หวั่นไหวต่อแรงกระทบใดแล้ว
คนรอบตัวก็จะสัมผัสได้ถึง ประกายของศักดิ์ศรี และศักยภาพของเรา
โดยที่เราไม่ต้องปั้นแต่งหรือทำสิ่งใดให้ผิดแผกไปเลยค่ะ

และในเมื่อเราก็มีคนของเราอยู่แล้ว ซึ่งถ้าเขาเป็นคนดีรักและซื่อสัตย์กับเรา
เราก็ควรเทความสนใจนั้นให้กับเขา ใกล้ชิดและดูแลกันและกันให้มากขึ้นค่ะ 


บันทึกการเข้า
fatgirl
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 11


« ตอบ #2 เมื่อ: 5 มกราคม 2010, 16:50 »

ขอบคุณมากค่ะคุณ mayrin สำหรับคำตอบมันโดนใจเรามาก แต่มีคำถามเพิ่มเติมดังนี้ ตอนนี้คิดว่าใจเราค่อยๆดีขึ้น แต่บ่อยครั้งที่ในใจยังมีคำถามในใจค้างอยู่ว่าทำไมเขาต้องทำตัวห่างเหินเรา และเวลาที่เจอหน้ากันทุกวันเราก็พยายาม คุยแซว เหมือนพี่คุยกับน้อง แต่มีสิ่งผิดปกติตรงที่ทุกวันเขาจะต้องชอบมานั่งใกล้ๆ ลูบแขน บางทีก็มาซบไหล่ แต่ตั้งแต่วันนั้นเขาก็ไม่เคยแตะตัวเราอีกเลย เพราะเห็นว่าเรายังไม่ปกติเท่าไร ตอนนี้พยายามยิ้มทั้งที่ใจลึกๆ รู้สึกโกรธ เจ็บใจ และอาย เหมือนตัวเองโดนปฏิเสธทั้งที่เราก็ไม่ได้คิดไกลถงขนาดนั้น แถมยังแอบโทษเขาว่าเพราะเขาที่พาตัวมาใกล้ชิดเรา มีคำพูดหลายอย่างที่ทำให้คิดว่าเขามีใจ เช่น เวลาเราไม่ได้โทรไปนาน เขาก็จะบอกว่า ดีใจนะที่โทรไป  พอเราถามทำไม เขาก็จะบอกว่าอย่าถามเลยเขาเขิน...หรือเขาไม่เคยเล่นยังงี้กับใคร มีแต่เรา ถึงเราพยายามทำใจแต่จิตส่วนลึกก็ยังรู้สึกเจ็บ อาย เหมือนโดนปฏิเสธอยู่ดี เพราะเราก็เป็นพี่เขาด้วย และก็รู้อยู่แต่แรกแล้วว่าเขาเป็นเกย์ จะนานไหมค่ะถึงจะทำใจไม่เจ็บและยอมรับความจริงได้ 100 % ว่าเขาไม่เคยแคร์เราเลย และเวลาที่เรานั่งกินข้าวด้วยกัน จำเป็นต้องแสร้งยิ้มไหมทั้งๆที่ใจไม่อยากคุย และไม่อยากยิ้ม และคำถามสุดท้ายเราควรโทรไปถามเขาไหมว่าเกิดอะไรขึ้น วันนั้นที่เรานัดจะโทรไปแต่พอโทรไปก็โทรไม่ติด ยังไม่ทันได้ถามสาเหตุ เขาบอกว่าแบตหมด อย่าคิดมาก ตั้งแต่นั้นเราก็ยังไม่ได้คุยเคลียร์เรื่องโทรศัพท์วันนั้นเลยค่ะ อาจดูวกวนไปหน่อย แต่คำตอบของคุณ mayrin ช่วยให้จิตใจพองฟูขึ้นมาได้จริงๆค่ะ รบกวนช่วยแนะนำเพิ่มเติมด้วยนะค่ะ
บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #3 เมื่อ: 5 มกราคม 2010, 17:43 »


สำหรับผู้ชายบางคนแล้ว ไม่จำเป็นว่า เขาจะรู้สึกตามจริงแท้อย่างที่พูดหรือ กระทำสิ่งใดออกมาค่ะ
ผู้ชายสามารถทำได้ทุกอย่าง  พูดได้ทุกอย่าง  สารพัดวิธีการเพื่อให้บรรลุถึงสิ่งที่ต้องการ
ดังนั้น ผู้หญิงจึงมักพบว่า เทวบุตรผู้แสนดี แปลงร่างกลับคืนเป็นอสูรร้ายในพริบตา
หลังจากเขาได้สมประสงค์

เราคงไม่อาจถามเขาได้ว่า เขาโกรธเราเรื่องอะไร ทำไมไม่แตะเนื้อต้องตัวเราเหมือนเดิม
และไม่ใช่การแสดงว่าเขาปฏิเสธอะไรเรา หรือเป็นเรื่องน่าอับอายค่ะ
เพราะทั้งเราและเขาไม่ได้อยู่ในสถานะอันชอบ ที่จะมาสร้างความพึงใจในรสสัมผัสแก่กัน

การวางตนไว้ในตำแหน่งที่ควร และให้เกียรติไม่ล่วงเกินถูกเนื้อต้องตัว  จึงเป็นสิ่งที่เพศตรงข้าม
ว่าไม่จะเป็นเกย์หรือไม่เกย์ ควรแสดงออกกับผู้หญิงมากกว่า เพราะถึงอย่างไรเขาก็มีรูปกายเป็นชาย
ซึ่งสามารถสร้างความด่างพร้อยเสียหายแก่รูปหญิงได้เสมอ

ถ้าเขาไม่อยากคุยด้วย ไม่อยากเคลียร์อะไร ก็ยังไม่ต้องค่ะ
เราเป็นผู้ใหญ่  การตามง้องอน หรือแสดงความปริวิตกทุกข์ร้อนเกินไป
จะแลดูไม่งามในสายตาคนรอบข้าง

วางตนให้ปกติ พูดคุยตามธรรมดา ไม่ถึงกับต้องแสดงความหมางเมิน
ถ้าจะต้องฝืนยิ้มซึ่งดูออก และขัดเขิน ก็ควรวางสีหน้าปกติดีกว่าค่ะ

และก็ไม่ควรอยู่สองต่อสอง แสดงความสนิมสนม หยอกล้อ ถูกต้องตัวเขาค่ะ
ในเมื่อเขารู้ตัวเองว่าเป็นเกย์ (ซึ่งส่วนมากก็นิยมไม้ป่าเดียวกันมากกว่าจะรักผู้หญิงจริงจัง)
เขาไม่มาสร้างเสริมสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาว แบบสุนัขหยอกไก่
เพื่อให้ผู้หญิงเสียใจ มีความหวังลมๆ แล้งๆ ไปเรื่อยๆ  ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วค่ะ
บันทึกการเข้า
fatgirl
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 11


« ตอบ #4 เมื่อ: 6 มกราคม 2010, 11:42 »

ได้รับคำตอบรวดเร็วทันใจ ขอบคุณมากค่ะ จริงๆลืมเล่ารายละเอียดไปนิดนึงว่า เรากับเขาเดิมเป็นเหมือนพี่น้อง แต่เขาจะชอบเล่นมาแหย่ให้เราหัวเราะ ( เขาไม่ค่อยเล่นกับคนอื่น ) จะเล่นแหย่ให้เราว่าเขาและเขาก็จะหัวเราะชอบใจ รวมทั้งบางทีมีลูบแขน หรือแตะเนื้อตัว อันนี้เป็นเรื่องปกติ ธรรมดา เวลามีเรื่องงอนกัน (ส่วนใหญ่เรางอนเขา ) เขาก็จะพยายามแหย่ปกติแต่เราจะเป็นฝ่ายไม่ค่อยพูด แต่ทุกครั้ง ทุกครั้ง เราต้องเป็นฝ่ายโทรไปง้อทุกครั้ง เขาก็จะคุยดี คือเหมือนเราอยากให้บรรยากาศในการคุยมีการกระเซ้าเหย้าแหย่กันเหมือนเดิม แต่ ณ ตอนนี้ เหมือนกับการคุยกันธรรมดา ไม่มีความสนิทเป็นพิเศษ เหมือนเก่า อยากถามว่าถ้าวันหนึ่งเขาเห็นว่าเราไม่ไปยุ่ง วุ่นวายกับเขาในทางอื่นที่พิเศษ นอกเหนือจากเป็นเพื่อนกันเหมือนเก่า เป็นไปได้ไหมที่บรรยากาศเก่าๆ ที่มีการหยอกล้อ หัวเราะ สนิทกันเหมือนเดิมจะกลับมา จริงๆอยากโทรคุยกับเขาว่า เราเป็นเหมือนเดิมนะ เพราะในความรู้สึกคิดว่าเขากลัวเรา เราควรโทรไปหาเขาครั้งสุดท้ายไหมค่ะ แล้วจากนี้ก็ทำตัวใหม่ ไม่มีคำถามหรือการแสดงใดๆที่จะเป็นมากกว่าเพื่อนอีก จริงๆ รู้สึกใจหายกับมิตรภาพที่สูญเสียไป หรือว่ามิตรภาพเมื่อก่อนเป็นสิ่งจอมปลอมค่ะ ช่วยตอบด้วยนะค่ะ เพราะตอนนี้ความคิดวกวนอยู่แต่กับเรื่องนี้ กลางคืนก็ฝันเห็นเขามาหลายคืนแล้ว อยากจะให้ใจปกติเร็วๆโดยเราก็มีความสุขด้วย เพราะทุกวันนี้ความรู้สึกว่าทำไมเขาต้องกลัวเรา ทั้งๆที่เราก็ไม่ได้ทำอะไรมากมาย วนอยู่ในใจ
บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #5 เมื่อ: 6 มกราคม 2010, 16:18 »

ตอนแรกจากไม่คิดอะไร ก็เริ่มคิด และยึดติดเขาไว้กับเรา เช่น วันไหนถ้าเขาไม่ทัก หรือมาหยอกล้อ ก็จะเกิดอาการไม่สบายใจ คิดมากว่าเขาเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเคยถามเขาว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเรา เขาก็บอกว่าก็น่าจะรู้ว่าเขาปฏิบัติกับเราไม่เหมือนคนอื่น เราน่าจะรู้อยู่แล้ว แต่หลังจากที่คุยเปิดใจกับเขาครั้งนั้น เรารู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไป ไม่แคร์ความรู้สึกเราและพยายามเลี่ยงที่จะอยู่กับเรา 2 คน และตั้งแต่นั้นก็ไม่เคยโทรหรือแวะมาหาที่ห้องทำงานอีกเลย เคยถามเขาบอกว่าเป็นเหมือนเดิม

เขาเปลี่ยนไปหลังจากที่ได้คุยเปิดใจ
และเขาได้ทราบว่าคุณไม่สบายใจ เป็นทุกข์ใจ
ถ้าวันไหน เขาไม่แสดงความสนิทสนมหยอกล้อเหมือนเดิม

ซึ่งถ้าตามปกติธรรมดาแล้ว ทุกคนย่อมจะมีช่วงเวลาที่ "อยากอยู่เฉยๆ"
มีเรื่องในใจ หรือ หรือไม่สะดวกที่จะรื่นเริงหยอกล้อกับใคร ได้ทุกวัน

เรื่องนี้อาจทำให้เขาเห็นว่า  คุณ "ติด" เขามาก "ยึด" เขามากขึ้น
เหมือนจากเดิมที่ความผูกพันธ์เคยหลวมๆ สบายๆ

กลายเป็นเริ่ม "รัด" แน่นอึดอัด

จากที่เคย งอนๆ ง้อๆ กันนิดๆ หน่อย ๆ แบบพี่น้อง
กลายเป็นความรู้สึกพิเศษมากขึ้น อันเกินระดับความสัมพันธ์ที่เขาจะให้ได้

ซึ่งถ้ายังดำเนินต่อไป ก็จะทำให้เกิดความทุกข์และความอึดอัดเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ
เห็นได้ชัดจากที่คุณเริ่มเกิดสับสนวุ่นวายใจ จิตหม่นหมองคิดอยู่แต่กับเรื่องของเขา

ดังนั้น เขาจึงเห็นว่าการแสดงความอาทรที่เพิ่มระดับขึ้นเป็นโทษทั้งต่อตัวคุณและเขา
การหยุดพัก ห่างกันสักระยะ ให้โอกาสที่จะหันกลับมามองตน สำรวจตน ของทั้งคุณและเขา
ก็ดูจะเป็นการยืดหยุ่นซึ่งกันและกันมากกว่า

ถ้าจะโทรไปหาเขา
และเขาตอบว่า "คิดมาก" ไม่มีอะไร แล้วก็เฉยๆ ไป
คุณจะสามารถวางใจเชื่อเขา และกลับมาเป็นสุขเหมือนเดิมได้หรือไม่
(ซึ่งคุณก็เคยได้ถามมาแล้วและได้คำตอบนี้)

และถ้าเขาตอบว่า "ไม่สะดวกคุย" หรือ "อยากอยู่เงียบๆ คนเดียว"
หรือมีถ้อยคำใดที่ตัดรอนความสัมพันธ์
คุณจะสามารถวางใจไม่รู้สึกเจ็บปวด เป็นทุกข์ได้หรือไม่

และถ้าเขาตอบว่า "ดีใจ ที่โทรมา" คุณก็จะรู้สึกฟองฟูเป็นสุข
แต่ก็อดที่รู้สึกลึกๆ ในใจ ประหวั่นว่าเขาจะห่างเหินไปอีกใช่หรือไม่

ซึ่งคุณก็จะพยายามทำสิ่งใด หลายๆ อย่าง
เพื่อดึงเหนี่ยวรั้งเขาไว้ จนเขาถอยห่างไปอีก

เมื่อเหตุกราณ์วนกลับมาเป็นวงกลมดังนี้

ไม่อาจคงความสัมพันธ์เหมือนเดิมตลอด
และก็ไม่อาจที่จะให้พัฒนาความสัมพันธ์ไปในรูปแบบที่คุณต้องการ
ซึ่ง "เกินระดับ" ที่เขาจะให้ได้ และไม่สามารถเป็นไปได้

การวนเวียนอยู่ในทุกข์นี้จะก่อประโยชน์ใดขึ้นมา

งานเลี้ยงทุกงานย่อมมีวันเลิกรา ไม่มีใครที่มาพูดคุย หยอกล้อ สนุกสนานกับเราได้ทั้งชีวิต
ทุกคนมีกรรมอันเป็นทางเดินของตน ที่เมื่อมาเวียนบรรจบพบกันแล้ว หมดวาระ
ต่างก็ต้องแยกย้ายกันไป

ทุกคนต่างก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกฏของอนิจจัง

แม้ความรู้สึกของเราเองก็ยังไม่เที่ยงตรง

การเอาความทุกข์สุขของตัวเราไปผูกติดไว้กับใครคนใดคนหนึ่ง อยากให้คงสภาพอยู่เหมือนเดิม
ปฏิบัติกับเราเหมือนเดิมตลอด  อันเป็นสิ่งที่เป็นได้ยาก เหนือการควบคุมของเรา
จึงชื่อว่าเป็นเบียดเบียนตนทำให้ตนเป็นทุกข์

แนะนำกระทู้นี้ให้ลองอ่านค่ะ 
http://larndham.org/index.php?showtopic=23602&st=0#entry310807

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 มกราคม 2010, 17:16 โดย mayrin » บันทึกการเข้า
fatgirl
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 11


« ตอบ #6 เมื่อ: 7 มกราคม 2010, 12:02 »

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับคำตอบที่เป็นเหมือนทางสว่างให้กับชีวิต ตอนนี้รู้สึกดีใจว่าเรื่องเป็นแบบนี้ทำให้รู้ซึ้งถึงจิตมนุษย์มากขึ้น และทำให้ตัดใจได้ง่ายขึ้น ความรู้สึกอยากโทร แทบไม่มีแล้ว และเวลาเจอก็สามารถพูดคุยกับเขา และแซวเล่นเหมือนเดิม แต่ไม่มีการแตะตัวกัน ถึงแม้บางที เขาทำหน้าเหมือนไม่อยากคุย หรือการสนทนาดูเฝื่อนๆ แต่ก็ไม่รู้สึกอยากถามแล้ว คิดว่า ถ้าวันไหนอารมณ์ดีก็คุย อารมณ์ไม่ดีก็คุย ตามปกติเหมือนเพื่อนธรรมดาทั่วไป ที่แล้วว่าเราเอาเขายึดติดกับตัวเราว่าเขาสนิทกับเราเป็นพิเศษ เขาต้องทำอย่างนี้ อย่างนั้น ตามที่เราคาดหวังไว้กับเรา พอเขาไม่ทำ ใจก็เกิดทุกข์ ไม่สบายใจ ตอนนี้พอทุกสิ่งทุกอย่างกระจ่างแล้ว ก็ดีใจและไม่อาลัย แล้วว่าอย่างน้อยเราก็เดินตามทางที่ถูกที่ควร ถึง ณ ตอนนี้ยังทำได้ไม่ 100 % แต่ก็ดีขึ้นมากเรื่อย ๆ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำแนะนำดีๆ ที่มีให้ค่ะ ขอบคุณจริงๆ
บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #7 เมื่อ: 7 มกราคม 2010, 15:01 »


อย่าไปติดอยู่กับความรู้สึกที่ว่า เขา เล่น เฉพาะกับเราคนเดียว
เขามาพูดเหมือนมีใจให้  เราเป็นคนพิเศษ เลยค่ะ
การที่ผู้ชายจะเล่นหัว หยอกล้อ มาแหย่ให้พูดให้ว่า
ชวนหัวเราะ  เล่นถึงเนื้อถึงตัว
ไม่ได้แปลว่า เขาจะพึงใจคบเราเป็นคนพิเศษแบบคนรักเสมอไป

บางคนก็ชอบเล่น ชอบแหย่ เพื่อความสนุกสนานระหว่างกัน
ซึ่งเขาไม่สามารถทำเช่นนั้น ได้กับทุกคนค่ะ
เพราะผู้หญิงบางคน ก็ไม่ชอบให้ใครมาเล่นมาแหย่ลักษณะดังกล่าว
และพาลโกรธเอาจริงๆ จัง  เขาถูกด่า หรือเลิกคบไปเลย

ดังนั้น เขาเห็นว่า เล่น กับเราได้ เราอารมณ์ดี สนุกไปด้วย
ก็เป็นเรื่องปกติที่เขาจะกระทำค่ะ
แต่ถ้าเขาเห็นว่า  อีกฝ่ายเริ่มคิดลึกซึ้ง 
เขาก็จะรู้สึกว่าชักไม่สนุกแล้วค่ะ

ยินดีด้วยนะคะ ที่ความทุกข์ใจเริ่มเบาบางลง
ถ้าเขาไม่อยากคุยด้วย ก็เฉยๆ ไปก่อนเถอะค่ะ
ขอให้มองเขาด้วยสายตาที่เที่ยงตรง
ก็จะพบว่า เขาไม่อยู่ในฐานะที่เราควรให้ความสำคัญมั่นหมายเนื่องจาก

1. เขาก็ได้ประกาศชัดเจนต่อวงสังคมว่า เขาเป็น เกย์
(ไม่ว่าจะบอกว่าชอบได้ทั้งชายหรือหญิงก็ตามแต่)

ดังนั้น การที่หญิงใดมาชอบเขาทั้งที่รู้ ก็ไม่ใช่ความผิดของเขา

2.  การที่เขาแตะต้องเนื้อตัวผู้หญิง
ซึ่งตรงนี้ ผู้หญิงหลายคนทั่วไป มักจะคิดว่า การเป็นเกย์ไม่ใช่ชายแท้ไม่เป็นไร หรือเหมือนเพื่อนสาว
แต่ในความเป็นจริงแล้ว รูปชาย รูปหญิงมีสื่อที่ดึงดูดกันอยู่แล้ว ทำให้เคลิบเคลิ้มนำไปสู่อารมณ์ราคะ
เกิดความติดเนื้อต้องใจได้ง่าย  และเกินเลยไปสู่การมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งถ้าโอกาสและสถานที่อำนวย
ทำให้ฝ่ายหญิงเสียหาย  และเรื่องที่ว่าเขาก็ประกาศชัดแล้วว่าเป็นเกย์
ก็จะเป็นคำตอบที่เขาใช้ในการยุติความสำพันธ์ 
นอกจากนี้ก็ยังไม่งามในสายตาของคนอื่นๆ ที่มองมา เพราะอย่างไรเสีย ก็ไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆ

3. เราก็มีคนของเราอยู่แล้วค่ะ 

บันทึกการเข้า
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« ตอบ #8 เมื่อ: 7 มกราคม 2010, 15:51 »

ขออนุโมทนาในคำตอบของพี่เมรินด้วยค่ะ

ปล.  ผู้ชายคนนี้ไม่ได้เป็นเกย์ เขาเป็นไบเซ็กช่วลค่ะ
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #9 เมื่อ: 7 มกราคม 2010, 17:05 »

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับโฮโมเซ็กช่วล

...โฮโมหรือรักร่วมเพศเป็นเรื่องของสภาพจิตที่ผูกพันกับเพศเดียวกัน
บางคนที่กล้าก็อาจจะมีประสบการณ์รักร่วมเพศไปด้วย
บางคนที่ไม่กล้าก็อาจจะมีเพียงสภาพจิตใจ
คนที่ขี้อายหรือไม่ค่อยมีเงินนัก ชีวิตการรักร่วมเพศมักจะอับเฉา
ความกลัวที่จะเป็นเกย์และถูกประณาม
ทำให้ผู้ชายหลายๆคนที่เป็นเกย์พยายามที่จะหลับนอนกับผู้หญิง

เพราะธรรมชาติของผู้ชายนั้นกลัวความไร้สมรรถภาพทางเพศ
พูดแล้ว...การสมสู่ทางเพศจึงมีสูง
โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชายที่ไม่มีความเชื่อมั่นหรือมั่นใจในทิศทางทางเพศ รสของตนเอง
แต่อย่างที่ได้กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า การเป็นรักร่วมเพศเป็นสภาพของจิตใจ
คนที่เป็นเกย์บางคนแม้จะเคยหลับนอนกับผู้หญิงในใจของเขา-เขาก็เป็นเกย์อยู่นั่นเอง


บางคนที่เป็นโฮโมแล้วต้องการจะหลุดพ้น
มักจะทำตนเป็นพวกไบเซ็กช่วล คือ พวกผู้หญิงก็ได้ชายก็ดี
แต่แท้จริงแล้ว แนวโน้มที่จะหันเหไปทางเกย์มีมากกว่า
ดังนั้น ไบเซ็กช่วลทั้งหลายจึงมักจะเป็นโฮโมที่พยายามปฏิเสธตัวเองเสียมากกว่า
...

http://www.doctor.or.th/node/5504
บันทึกการเข้า
fatgirl
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 11


« ตอบ #10 เมื่อ: 8 มกราคม 2010, 13:52 »

ขอบคุณสำหรับความรู้เพิ่มเติมค่ะ ตอนนี้ทำใจได้ประมาณ 80 % แล้วค่ะ จากเมื่อก่อนฟุ้งซ่าน เป็นทุกข์ ยังแปลกใจตัวเองว่าทำไมทำใจได้เร็วจัง ทั้งๆที่เขาไม่มาทำงาน แต่ได้รู้จากคนอื่นว่าเขาโทรไปบอกคนอื่นว่าไม่สบาย ยกเว้นเรา ( ทั้งที่ปกติเขาเคยโทรคุยกับเรา ) ถ้าเป็นเมื่อก่อน ถ้าเขาไม่มาทำงาน หรือได้ยินเรื่องอะไรเกี่ยวกับเขามา เราจะต้องกระวนกระวาย หาเรื่องโทรไปให้ได้ ไม่สนใจสิ่งที่ตามมา แต่ตอนนี้พอฟังแล้ว ใจก็รู้สึกแปลบๆนิดนึง ( ถ้าบอกว่าไม่รู้สึกเลยก็เหมือนโกหกค่ะ ) แต่ใจดึงกลับมาทันว่า ว่าคิดอยู่ หยุดได้แล้ว ไม่มีประโยชน์ ถ้าโทรคือทุกข์ ใจก็หยุด ( และคิดถึงคำเตือนสติของคุณ ว่ามีประโยชน์อันใดที่จะโทรไป ) เพราะถ้าในฐานะเพื่อนๆธรรมดา ค่อยถามทุกข์สุข เมื่อเจอที่ทำงานก็ได้ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องโทรไปหาเป็นพิเศษ อย่างนี้แสดงว่าเราเริ่มมีสติและเริ่มทำใจได้มากแล้วใช่ไหมค่ะ แล้วสักวันเราก็ต้องทำใจลืมได้ 100 % ใช่ไหมค่ะ ตอนนี้ระหว่างทำงานฟังเทศน์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ด้วยค่ะ  ฟังแล้วรู้สึกใจผ่องแผ้ว เป็นสุข
บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #11 เมื่อ: 8 มกราคม 2010, 14:59 »

เราสามารถวัดระดับในการปล่อยวางของจิตได้
จากการแรงยึดในการกระทบธรรมารณ์นั้นค่ะ
เมื่อก่อนกระทบแล้วกระเทือนมาก จิตไหวมาก

เมื่อได้ยินเรื่องของเขา ต้องรีบคว้านหาไขว่คว้า ทำอะไรสักอย่าง
เพื่อรักษา "การมีอยู่ของเขา"  "การคงสภาพเดิมของเขา"

แต่เมื่อจิตเห็นตามจริงยอมรับในการ "แปรเปลี่ยน" "การไม่คงที่"
อันเป็นธรรมดา เป็นสามัญของทุกสรรพสิ่ง ตามกฏพระไตรลักษณ์นั้น

จิตก็เริ่มปล่อยวางมากขึ้น
เมื่อจิตเริ่มปล่อยจากก้อนทุกข์ ที่เคยยึดไว้อย่างหนาแน่น
เคยแบกไว้บนบ่าอย่างหนักอึ้งมาโดยตลอด
เราก็จะรู้สึกถึงความโปร่งโล่ง เบาสบายไปตามลำดับค่ะ

ความมีตัวตนที่เคยเห็นปรากฏพองใหญ่
เมื่อแสงปัญญาแทงทะลุลงไปก็เห็นเพียงมายาภาพที่เกิดแล้วดับ เกิดแล้วดับ
ไร้แก่นสาร ไร้สาระ ไม่มีประโยชน์ที่จะคว้านหาสิ่งใดในความว่างเปล่า ให้เหนื่อยล้า
ทุกข์เกิดที่ใด ก็ดับที่นั่นค่ะ

ถ้าโทรคือทุกข์ ใจก็หยุด

เมื่อรู้ว่าสิ่งใดเป็นมูลเหตุแห่งทุกข์ เราก็รู้ทางดับแห่งทุกข์นั้นค่ะ
บันทึกการเข้า
fatgirl
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 11


« ตอบ #12 เมื่อ: 13 มกราคม 2010, 15:27 »

สวัสดีค่ะ คุณ mayrin สบายดีนะค่ะ มีปัญหามารบกวนคุณ mayrin เพิ่มเติมว่าขณะนี้ ใจเราเป็นปกติแล้ว ไม่ว่าจะมีอะไรมากระทบก็เฉยๆ รู้สึกบ้างแต่ปล่อยไป แต่ก็มีเรื่องมาให้กวนใจอีก เนื่องจากวันนั้นเราหยุดงาน แล้วบังเอิญโทรศัพท์เราดันไปเข้าที่เครื่องเขา แล้วเขาก็รับให้แต่ไม่มีการจดโน้ตมาให้ หรือบอกเราเลยว่ามีใครโทรมา ทั้งๆที่เมื่อก่อนทุกครั้งที่เราหยุดงานจะโทรไปแหย่เล่น แต่พอมีเรื่องงานกลับไม่โทรบอก ต้องให้เรารู้จากคนอื่นว่าเขารับโทรศัพท์ให้และให้เราถามเขาเอง ใจอยากจะโทรไปบอกว่า นี่เธอ ฉันไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งกับเธอแล้ว ไม่ต้องกลัวที่จะโทรมาหรอก ถ้าอยากโทร อยากเคลียร์ นิสัยฉันเมื่อก่อนคงโทรไปจิกเป็นชาติแล้ว ไม่รอเป็นเดือนอย่างนี้หรอก โมโหว่าทำไม เรื่องอะไรกันหนักกันหนา ความเป็นเพื่อนคบกันมาตั้งหลายปี ไม่หลงเหลือเลยหรือไง ( สาบานได้ค่ะว่าไม่ได้คิดจะหาเรื่องโทรไปคุยจริงๆ อยากพูดแค่นี้จริงๆ ) จริงๆ ถ้าเขาโทรพูดเรื่องงานปกติเราก็คงไม่รู้สึกอะไร แต่นี่มันมากเกินไป เหมือนกับ ทำไมเมื่อก่อนเรื่องงานโทรได้ ทำไมตอนนี้โทรไม่ได้ แล้วตั้งแต่ที่เกิดเรื่องก็ไม่เคยโทรหาเขาเลย แม้แต่ครั้งเดียว ( แต่จริงๆ มันมีเรื่องงานที่ต้องคุยกับเขา แต่เราก็โทรคุยกับน้องอีกคน แทน ) เพราะขี้เกียจ โทรหา เพราะกลัวเขาจะคิดว่าเราหาเรื่องโทรไป เพราะจะเป็นคนนิสัยอย่างนี้ค่ะ ถ้าคิดจะตัดแล้ว จะตัดเลย ไม่สนใจเลยค่ะ ช่วยแนะนำด้วยค่ะ ว่าสมควรโทรไปตามที่คิด หรืออยู่เฉยๆ ดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #13 เมื่อ: 18 มกราคม 2010, 14:41 »


ถ้าจะโทรไปบอกว่า ไม่ได้คิดอะไรด้วยแล้ว ก็อย่าโทรเลยค่ะ
จะเป็นการฟื้นฝอยเรื่องที่ขุ่นใจระหว่างกัน
และถ้าเขาโต้อะไรกลับมาแรงๆ เราจะรู้สึกอาย และเสียรางวัด
เพราะการวิวาทะเรื่องของความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ฝ่ายหญิงเสียเปรียบในทุกด้าน

ถ้าคิดว่าจิตเป็นปกติดีแล้ว พูดคุยได้เหมือนเพื่อนร่วมงานธรรมดา
และมีเรื่องงาน ที่จำเป็นจริงๆ หาทางออกทางอื่นไม่ได้ ถามคนอื่นไม่ได้
ต้องคุยกับเขา ก็ควรจะคุยในขอบเขตของงานนั้นอย่างรวบรัดให้จบโดยเร็ว
เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างความอึดอัดใจแก่ทั้งสองฝ่าย
บันทึกการเข้า
fatgirl
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 11


« ตอบ #14 เมื่อ: 26 มกราคม 2010, 13:28 »

อยากจะเขียน ขอบคุณคุณ mayrin และทีมงานทุกท่าน ที่ชี้แนวทางที่ถูกต้องและที่สำคัญ หลักง่ายๆในการปล่อยวาง แค่คิดว่าสิ่งต่างๆเป็นไปตามกฏไตรลักษณ์ เกิดมาแล้วก็ดับไป แค่นี้ใจก็สงบอย่างประหลาดค่ะ ไม่เหลือความสับสน วุ่นวาย ใคร่รู้ หรืออยากยึดติดเขาไว้กับเราอีกต่อไป ต่างจากเมื่อก่อนที่เราเอาใจไปผูกกับเขา ต้องคอยสังเกตุทุกอากัปกิริยาที่เขาทำกับเรา เมื่อเขาเปลี่ยนไปก็ไม่มีความสุข ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้ที่เราทำใจได้ 100 % ไม่ว่าอะไรที่เกี่ยวกับเขาก็กระทบเราไม่ได้อีกต่อไป ใจเราก็เป็นสุขมากขึ้น ปล่อยวางมากขึ้น ถ้าไม่ได้คำแนะนำดีๆจากคุณ mayrin ก็คงไม่มีวันนี้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
บันทึกการเข้า
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« ตอบ #15 เมื่อ: 26 มกราคม 2010, 13:53 »

http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=1314.0

ลองอ่านเรื่องนี้ด้วยนะคะ 
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
fatgirl
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 11


« ตอบ #16 เมื่อ: 29 มกราคม 2010, 16:13 »

สวัสดีค่ะ มีเรื่องมารบกวนอีกแล้ว จริงๆใจเราก็คิดว่าปล่อยวางได้แล้ว เทียบจากแต่ก่อนที่จะว้าวุ่นกว่านี้เยอะ เช่น หากเขาไม่ทักหรือพูดด้วยก็จะกระวนกระวาย โทรไปถามว่าเป็นอะไร โกรธอะไรหรือเปล่า ตอนนี้ก็เหมือนคุยปกติ แต่เขาก็จะเริ่มมาแหย่มาแกล้งเหมือนเดิม บางทีก็มีจะมาซบไหล่เหมือนเดิมแต่เราก็ปฏิเสธไป ไม่ได้รังเกียจแต่คิดว่ามันไม่เหมาะ แต่บางทีเมื่อเขาแหย่มาเราก็ขี้เกียจโต้ตอบ เพราะในใจลึกๆก็จะคิดว่าทำไมเขาเป็นคนไม่จริงใจ และไม่เคยคิดถึงความรู้สึกคนอื่นเลย พอเราไม่เล่นกลับก็เหมือนเขาจะซึมไปนิดหน่อย เราก็เลยสงสารก็เลยพยายามคุยดีด้วยเหมือนเดิม แต่บางทีเขาก็ทำเหมือนรังเกียจเรา เช่น หากเห็นเรานั่งกินข้าวอยู่คนเดียว เขาจำต้องมานั่งด้วย ก็จะแกล้งหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน โดยหลีกเลี่ยงที่จะสนทนา หรือฝากเอกสารของเราให้คนอื่นเอามาให้ (ทั้งๆที่เมื่อก่อน เดินเอามาให้ได้ ) และถ้าเป็นเมื่อก่อน ก่อนที่จะรู้จัก website นี้เราก็จะต้องโทรไปต่อว่าทันที หรืออย่างเราขอของเขาแล้วเขาแกล้งไม่ให้ทั้งๆที่ให้อีกคน เราก็เลยอดคิดไม่ได้ว่า คนเราจะไร้นำใจได้ขนาดนี้เลยเหรอ เมื่อก่อนคิดว่าเป็นเพื่อนสนิทกันแท้ๆ เลยคิดว่าที่เป็นแบบนี้เพราะเราไม่คุยเคลียร์ตั้งแต่ตอนนั้น ว่าจริงๆเราก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรเลย วันนั้นแค่อยากโทรไปคุยเฉยๆ แต่เขาก็ยังปิดโทรศัพท์ ทั้งๆที่นัดกันแล้วว่าว่าจะโทรไป
พอตอนเจอกันบอกว่าแบตหมด ไม่มีอะไร พอหลังจากวันนั้นช่วงแรกเขาก็ทำเฉยๆ แต่หลังจากนั้น ก็มาคุย ใกล้ชิดเหมือนเดิม เราซะอีกที่ทำไม่เหมือนเดิม เพราะจะทำตัวห่างเขามา เพราะปกติเราจะโทรหาเขาบ่อยมาก แทบทุกครั้งที่มีเรื่องอยากจะคุย
แค่อยากจะถามว่าเราคิดว่า เราคงจะต้องทำงานที่นี่อีกนาน ไม่รู้ว่าเราควรต้องเคลียร์กับเขาไหม เพื่อความสบายใจของเราเอง เพราะเราสามารถควบคุมความว้าวุ่นในใจได้แล้ว แต่แค่คิดว่าเราควรจะบอกให้เขารู้ว่าเรื่องที่ผ่านมาไม่มีอะไรแล้ว ให้ทำตัวตามสบายเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม ที่แล้วมาที่เคยทำให้รำคาญใจ ขอให้เขาอโหสิให้ด้วย เราจะได้สบายใจ ขอคำแนะนำด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #17 เมื่อ: 4 กุมภาพันธ์ 2010, 11:25 »

ถ้าเรามีความมั่นใจในตนว่า ความขึ้นๆ ลงๆ ไม่เสมอต้นเสมอปลาย ตามธรรมชาติของเขา
จะไม่กระทบเราให้เกิดทุกข์  เรามีความรู้สึกกับเขาในแบบเพื่อนเท่านั้นจริงๆ
และสามารถจะคบกับเขาได้แบบ "สบายๆ ถูกใจก็เป็นเพื่อนกันไป"

พร้อมที่จะเคลียร์กับเขาได้แน่แล้ว

ก็ดูท่าทีกับเขาก่อนว่า เขาพร้อมที่เคลียร์
มีความประสงค์ที่จะเคลียร์ด้วยหรือเปล่าค่ะ
ถ้าเขามีความจริงใจที่จะคบหา รักษามิตรภาพฉันท์มิตร
การพูดคุยเปิดใจให้กระจ่างแก่กันก็ดูจะเป็นการดีแก่ทั้งสองฝ่าย

แต่ก็ไม่ควรจะเป็นความกระตือรืนร้น การคอยตามง้องอน
คอยห่วงอาทร โทรตาม กระวนกระวาย ถามหา
พยายามที่จะรักษามิตรภาพเอาไว้ของเราฝ่ายเดียว
เพราะมันอาจจะกลายเป็นเราทุกข์ไปเอง คิดไปเอง
ส่วนเขายังไงก็ได้

และถ้าจะเคลียร์ คุณก็ต้องคุยกับเขาให้ชัดเจนว่า
ขอบเขตของคุณและเขาอยู่ที่จุดใด

การเล่นถึงเนื้อถึงตัวแบบเมื่อก่อน
ถึงเราจะไม่ได้คิดอะไร เป็นเพื่อนกัน
มันก็ดูไม่งามในสายตาของคนอื่น
เขาไม่เป็นไร แต่คุณเสียหาย

บันทึกการเข้า
fatgirl
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 11


« ตอบ #18 เมื่อ: 4 กุมภาพันธ์ 2010, 13:15 »

ได้รับคำตอบแล้ว ขอบคุณมากค่ะ แต่ตอนนี้ไม่มีความรู้สึกอยากโทรแล้วค่ะ เพราะคิดว่าถ้าเป็นแค่เพื่อนไม่เห็นมีอะไรต้องเคลียร์ เพราะวันนั้นเขาก็บอกแล้วว่าแบตหมด ถ้าต่อความยาวสาวความยืดเรื่องก็จะไม่จบ แถมเขาอาจเข้าใจผิดว่าเราอาลัยอาวรณ์ความสัมพันธ์พิเศษอยู่ คิดว่าไม่มีประโยชน์ค่ะ แต่บางทีความรู้สึกแวบๆก็มีเข้ามาบ้างค่ะ แต่ตอนนี้คิดว่าถ้าเราให้อภัยเขาเรื่องที่เขาปิดโทรศัพท์วันนั้น มันก็จบค่ะ เขาก็มีสิทธที่จะเลือกรับหรือไม่รับโทรศัพท์ใครก็ได้ ไม่แปลก เราไม่ใช่แฟนหรือภรรยา ไม่มีสิทธ์อะไรที่จะไปก้างลำความเป็นส่วนตัวของเขาค่ะ ที่ผ่านมาเราไปยึดติดว่าเขาสนิทกับเราเป็นพิเศษเราก็เลยมีสิทธ์ถามโน่น ถามนี่ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดและไม่ใช่เพื่อนเขาปฏิบัติกัน ตอนนี้ใจสบายแล้วค่ะ ขอบคุณคุณ mayrin ที่สละเวลามาตอบนะค่ะ ขอให้บุญรักษาค่ะ
บันทึกการเข้า
fatgirl
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 11


« ตอบ #19 เมื่อ: 6 เมษายน 2010, 15:40 »

สวัสดีค่ะ มีคำถามเพิ่มเติมดังนี้ค่ะ จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ทำใจได้เยอะมากขึ้น แต่เหมือนกับใช้วิธีหักดิบไปเลย เช่น เคยโทรไปคุย แซวเล่น ก็ไม่โทรไปเลย เคยพูดแซวเล่นก็พูดน้อยลง หรือบางทีเขาถามเรื่องงานมา เราก็ตอบกวนๆกลับซะงั้น รู้ในใจตัวเองอยู่แล้วว่าที่เป็นแบบนี้เพราะยังเคืองไม่หาย และเหตุการณ์ตั้งแต่เขาปิดโทรศัพท์ก็ยังค้างอยู่ในใจ และเราก็ไม่คิดจะถาม ทั้งๆที่ธรรมชาติจะเป็นคนอยากรู้อะไรต้องถาม ไม่เคยเก็บอะไรไว้ ก็เลยจะมีความรู้สึกโทษเขาตลอดเวลาและอยากบังคับให้เขาทำอย่างใจเรา ทำให้เราเหมือนตีตัวออกห่าง ไม่อยากพูดคุยเหมือนเก่า แต่ส่วนตัวเขาก็ปฏิบัติกับเราปกติ ชอบแกล้ง แหย่ มานั่งใกล้ๆชอบมาซบไหล่ แตพอเห็นเราไม่เล่นด้วย เขาก็เลยทำเหมือนห่างเหินไป ใจลึกๆก็นึกว่า เราทำผิดไหม ก็เลยแกล้งโทรไปแหย่เขาเหมือนเดิม แล้วเราก็บอกว่า ดีใจนะที่ได้คุยด้วย จริงๆหมายความว่า ดีใจที่ได้คุย แซว แหย่เขาเหมือนเดิม ตอนนี้ คิดว่า ต่อไปนี้ถ้าอยากจะโทรเราก็โทรแบบเพื่อน จะได้ไม่ต้องมานั่งเก็บ ผิดมากไหมถ้าเราจะโทรคุยกับเขาเหมือนปกติ เหมือนเดิม เพราะเราก็ไม่เคย คุยนอกเวลางาน แต่บางทีจะรู้สึกผิดมากเวลาจะโทรไป เพราะเหตุการณ์เก่าๆยังหลอกหลอนอยู่ แต่ตอนนี้ก็มั่นใจตัวเองแล้วว่า จิตเราปกติแล้ว ไม่คิด ไม่ฟุ้งซ่าน มองเขาเป็นเพื่อนรุ่นน้องคนนึง และคิดว่า การที่เรา พูดเล่น แซวเหมือนเก่าทำให้เราเข้มแข็งขึ้น สรุปคำถามคือผิดไหมถ้าเราจะโทรคุยเหมือนเก่า หมายเหตุไม่มีคำถามเดิมๆที่ค้างคาใจอยู่ เพราะเราไม่ได้ใส่ใจแล้ว ช่วยตอบด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
Boom
ผู้ดูแลระบบ
ดาวฉายแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 50



« ตอบ #20 เมื่อ: 7 เมษายน 2010, 09:58 »

เข้มแข็งนะครับ 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!