แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
16 กุมภาพันธ์ 2019, 04:52 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ทุกข์ในรัก.. เพราะรักจึงทุกข์ จริงหรือ  (อ่าน 7328 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2009, 20:17 »

ที่ผมศรัทธาในพระพุทธเจ้า .. เพราะท่านเป็นศาสดาที่รอบรู้ และปราดเปรื่องอย่างมหัศจรรย์

ไม่ใช่เพราะท่านเหาะเหิน เดินอากาศได้ มีฤทธิ์ มีเดช

ท่านไม่เคยอวดตัวเอง ว่าท่านเป็นผู้สร้างโลก เป็นญาติข้างไหนของผู้ทรงอำนาจแห่งจักวาล
ไม่เคยอวดว่าท่านเป็นเทพฝ่ายใดมาเกิดหรือใดๆทั้งสิ้น
ไม่เคยเรียกร้องให้ใครมากราบไหว้ มาศรัทธาอะไรในตัวท่าน

ท่านเพียงแต่บอกว่า.. สิ่งที่ท่านบอกกล่าว สอนไว้ เป็นสิ่งวิเศษ ที่รู้ได้เฉพาะตน ให้พวกเราจงมาพิสูจน์กันเอาเองเถิด

ท่านบอกว่า ท่านเป็นผู้พบธรรมะอันแสนวิเศษ ไม่ได้สร้างขึ้นจากเสียงกระซิบที่ไหน
ท่านบอกว่า.. ธรรมะ มันมีอยู่ในธรรมชาติตลอดเวลา
เพียงแต่พวกเราไม่เคยมองเห็น

เหมือนคนที่อยู่ ใน the Matrix ก็ไม่เคยรู้เลยว่า..
เราเป็นแค่สิ่งมีชีวิตที่เวียนว่าย ตายเกิดอยู่ในโลกที่เป็นภาพเสมือนจริง

แต่ไม่มีอะไรจริง สักอย่าง ทุกอย่างถูกปรุง ถูกสร้างขึ้นด้วยความยึดมั่นถือมั่น
ด้วยความไม่รู้ ด้วยความคาดหวัง และ.. ด้วยความอยาก

อยากให้เขารักเรา .. ตลอดไป
อยากให้เขาดีกับเรา.. ตลอดไป
อยากให้เราสวย.. ตลอดไป
อยากให้ชื่อเสียง เงินทอง เป็นสิ่งคงที่ ถาวร .. ตลอดไป
และอีกร้อยพันหมื่นแสนความอยาก..

เรื่องหนึ่ง ที่พระพุทธองค์ ตรัสสอนไว้.. และผมเห็นจริงตามนั้น
ไม่ใช่เพราะผมคิดตาม.. แต่เพราะผมรู้ และสัมผัสมันได้ด้วยตัวเอง

คือเรื่องที่ว่า.. ที่ใดมีรัก.. ที่นั่นมีทุกข์

สมัยเด็กๆ.. วัยรุ่น แม้กระทั่งโตแล้ว ทำงานแล้ว
ผมไม่ค่อยเชื่อคำพูดนั้นเท่าไหร่ ผมนึกค้านในใจด้วยซ้ำ ว่า
มันแล้วแต่คนนะ.. ถ้าเราเป็นคนดี เจอคู่ที่ดี เราก็คงมีแต่ความสุขได้

เวลาผ่านไป.. ความรัก ผ่านมาแล้วก็ไปหลายรอบ
ในวัน และวัยที่กำลังสติ ปัญญาพอจะมีอยู่บ้างนิดๆหน่อยๆ

ผมมองเห็นว่า.. พระพุทธเจ้า ไม่ได้พูดผิดจากความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว

คนเรา.. มีธรรมชาติวิ่งหาสุข วิ่งหนีทุกข์
อะไรที่เราเห็นว่า จะนำความสุขมาให้ เราจะพยายามดิ้นรนเพื่อให้ได้มา
จะต้องนั่งเครื่องบินไปแสนไกล ขับรถสิบชั่วโมง หรือเสียเงินเกือบหมื่นเพื่อดูอะไรสักอย่าง เพื่อเวลาอยู่กับใครสักคนแค่สองสามชั่วโมง เราก็ทำได้

แต่อะไรที่เป็นทุกข์ แม้แค่ความเมื่อย ความล้า ที่นั่งอ่านอยู่นี้
พอเกิดขึ้นแว้บเดียว เราก็เปลี่ยนท่า ขยับตัว ให้หายเมื่อย

นี่คือธรรมชาติครับ .. ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

แต่สำหรับทุกข์ที่เกิดเพราะความรัก..
บ่อยครั้งที่เรามักจะมองมันไม่เห็น และปล่อยให้ความสุขเข้ามาบดบัง
สุขที่ใครสักคน ทำให้หัวใจเราเต้นแรง
สุขเวลาที่เขายิ้มดีใจ ที่ได้เห็นเรา
สุขที่รู้สึกว่า เขารักเรา จังเลย เรามีค่าสำหรับคนที่เรารัก

ณ เวลานั้น เราเห็นแต่สุข แต่ไม่ทันได้มองเห็นว่า ทุกข์กำลังก่อตัวพร้อมๆกับสุขนั่นเอง

ถ้าจะบอกว่า.. รัก ไม่ได้ทำให้ทุกข์
แต่ความคาดหวัง และยึดมั่นในรักต่างหาก.. ที่เป็นตัวทุกข์ ก็คงไม่ผิด

เพราะรักมันดี สีสวย หวานละมุนละไม
เราถึงอยากได้มากๆ อยากได้เยอะๆ อยากได้บ่อยๆ ตลอดเวลา
ยิ่งได้เยอะก็ยิ่งพอใจจะได้อีกเรื่อยๆ คาดหวังว่ามันจะดี สีมันจะสวย และมันจะหวานละมุนละไม อย่างนี้ตลอดไป

ทุกข์ มันเริ่มตั้งแต่.. อยาก แล้วครับ

พระพุทธเจ้ายังเตือนพวกเราอีกว่า.. ของทุกอย่าง คนทุกคน เรื่องทุกเรือ่งในโลกนี้
ล้วนแล้วแต่ตั้งอยู่ในกฏ 3 ข้อ ..

คือ.. เกิดขึ้น .. ตั้งอยู่.. แล้วก็ดับไป

จะดี จะสวย จะรวย จะยิ่งใหญ่ อลังการอย่างอาณาจักร บาบิโลน อียิปต์ โรมัน ทรอย มาเซโดเนีย หรืออยุธยา
ก็หนีไม่พ้นกฏข้อนี้

จะสวยขนาดน้องหยาดทิพย์ บวกคลีโอพัตรา ผสมนางงามจักรวาลทุกคนรวมกัน
ก็หนีไม่พ้นกฏข้อนี้

จะยิ่งใหญ่ เก่งกาจ ปราดเปรื่อง ขนาดอเล็กซานเดอร์ มหาราช นโปเลียน ไอน์สไตน์ หรือแม้แต่ตัวสังขารของพระพุทธองค์เอง
ก็หนีไม่พ้นกฏข้อนี้ ..

แล้วนับประสาอะไร กับความรัก
นับประสาอะไรกับคนเดินดิน กินข้างแกงมั่ง ซูชิมั่งอย่างเรา
...........................
ไม่ได้บอกว่า อย่ามีรักเลยนะครับ

รักก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง .. เวลาจะเกิด ก็บังคับไม่ได้ เวลาจะไป ก็บังคับไม่ได้

มันเกิด และหมดไปตามเหตุและปัจจัย เช่นบุญกรรมเก่า หรือความผูกพัน การกระทำในปัจจุบัน

เพียงแค่.. ถ้าจะต้องรัก ก็จงรักอย่างมีสติ อย่างมีความเข้าใจและรู้ทันธรรมชาติของมัน

รู้ว่ามันก็เหมือนของทุกอย่างในโลกนี้ ที่มีช่วงเวลาของมัน
มันไม่ได้มาเพื่อจะเป็นอะไรที่ยึดมั่นถือมั่นได้ ว่าจะมั่นคงถาวร

ถ้ามันยังมี ยังดีอยู่ ก็จะได้สุขอย่างไม่ยึดมั่น และคาดหวัง
ถ้ามันจะหมด จะมอดไหม้ไป ก็จะได้ไม่ทุกข์ จนหนักหนาสาหัส

เพราะตราบใดที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดเป็นมนุษย์ อยู่ใน the Matrix แบบนี้
เราก็ยังหนีทุกข์ ไม่พ้น

ขอให้ทุกท่านทุกข์น้อยๆ น้อยลงๆ จนสิ้นทุกข์ ในที่สุดนะครับ

สุขสันต์วันพฤหัสครับ


โดย aston27
ที่มา http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=aston27&date=04-05-2006&group=2&gblog=112
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!