แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
18 กุมภาพันธ์ 2019, 05:37 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: นิทานโทสะ ตอนหน้าโรงหนัง  (อ่าน 3446 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 20 สิงหาคม 2009, 17:58 »

การรอคอยอะไรนาน ๆ เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความหงุดหงิด อารมณ์เสียบ่อย ๆ อย่างที่ใครก็คงเคยเจอกันมาแล้ว

    ถ้าการรอคอยนั้นมีเหตุผลสมควร ใจมันก็พอจะยอมรับ ให้อภัยได้ แต่บางทีมันก็มีเหตุที่น่าหมั่นไส้ ชวนโมโห ทำให้การรอคอยอันยาวนานนั้น กลายเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า

    อย่างนี้แหละ...จุดไฟโทสะได้ดีนักแล

    ผมยืนรอซื้อตั๋วหนังอยู่หน้าโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่ง ซึ่งในวันเสาร์ - อาทิตย์มักจะมีแถวยาวอยู่แล้ว ยิ่งเจอโปรแกรมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ น่าสนใจเข้าฉาย คนที่มาเข้าคิวรอซื้อตั๋วก็จะยาวเป็นพิเศษ

    แถวยาวเป็นพิเศษ ความหงุดหงิด โมโหก็มากเป็นพิเศษ ยิ่งมาซื้อตั๋วตอนใกล้เวลาหนังฉาย แล้วแถวยังไม่ขยับไปถึงไหน มันก็ยิ่งกระสับกระส่ายโมโหพาลขวางหูขวางตา

    หนังที่ผมตั้งใจมาดูใกล้เวลาฉายเต็มที คิวที่ยาวก็ยังไม่หดสั้นสักเท่าไหร่ คนที่มาต่อแถวข้างหลังก็ยาวออกไปเรื่อย ๆ จนเลยแนวกั้นออกไปแล้ว

    ผมพยายามหาสาเหตุว่าทำไมแถวไม่หดสั้นสักที...แล้วก็ได้คำตอบจากตรงช่องขาย ตั๋ว

    ปกติตอนเราซื้อตั๋วหนัง จะเสียเวลาก็แค่เลือกที่นั่ง จ่ายตังค์แล้วก็พิมพ์ตั๋วเท่านั้นจบ...ที่ผมเห็นวันนี้คือพนักงานขายตั๋วกำลังอธิบายเกี่ยวกับโปรโมชั่นบัตรเงินสดชมภาพยนตร์ของทาง โรงหนัง กับลูกค้าที่ซื้อตั๋วทุกคน

    เรียกว่าขายตั๋วหนังเสร็จแล้ว ยังไม่จบ ต้องขายบัตรพิเศษเหล่านี้ต่ออีก แหม...กว่าจะอธิบาย กว่าจะเกลี้ยกล่อมให้ขายได้ (หรือไม่ได้) ก็เสียเวลานานพอดู

    จะโทษพนักงานขายก็ไม่ได้ เพราะน่าจะเป็นนโยบายของทางโรงหนัง พวกเขาแค่ทำตามหน้าที่

    ผมเหลือบดูแถวที่รอคิวอันยาวเหยียดแล้วนึกฉุน...ยังไงก็โมโห...ต่อให้เข้าใจเหตุผลของพนักงานขายก็ใช่ว่าจะไม่มีโทสะ

    หงุดหงิด อารมณ์เสีย อยากตะโกนบอกพนักงานขายตั๋วให้ดังลั่น

    “แถวยาวแล้วเน้อ จะขายอะไรเพิ่มก็เห็นใจคนคอยกันบ้าง รอนานมาก ๆ แล้ว (โว้ย)” แต่ก็ไม่ได้พูด...ปล่อยให้โทสะมันร้อนรุ่มอยู่ในใจ หงุดหงิดแค่ไหนก็พยายามไม่ระบายออกมา...คอยดูสิว่ามันจะอยู่นานแค่ไหน

    และแล้ว...ความโกรธของผมก็หายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อคุณป้าคนหนึ่งก้าวฉับ ๆ จากแถวที่ยืนด้านหลังผม แล้วเดินตรงไปยังหน้าเคาน์เตอร์ขายตั๋ว พูดเสียงดังฟังชัด

    “นี่คุณ...หนังมันจะฉายแล้ว รีบ ๆ ขายตั๋วหน่อย เดี๋ยวฉันเข้าไปดูไม่ทัน!”

    เห็นอย่างนั้น โทสะในใจผมหายวับ อารมณ์ประมาณว่ามีคนมาวีนแทนเราแล้ว...(เฮ้อ...ดีจังเลย)

    กลายเป็นดีใจ พอใจ (กิเลสอีกตัวนั่นแหละ) ความโมโห หงุดหงิดดับลงทันที

    แล้วมานึกขันตัวเอง...

    เออแน่ะ...ใจเราก็เหมือนคุณป้าคนนั้นแหละ โมโหไม่น้อยกว่ากันหรอก แค่ไม่แสดงกิริยา คำพูดออกมาเท่านั้นเอง

    ผมไม่รู้ว่าเมื่อคุณป้าได้ระบายโทสะออกมาเป็นคำพูดแล้ว...ความโกรธยังกรุ่นอยู่ในใจต่อไปหรือ เปล่า...ไม่แน่ แกอาจไปบ่นหงุดหงิด ด่าคนขายตั๋วให้ลูกหลานฟังต่อในโรงหนังก็ได้...ใครนั่งใกล้ก็โชคร้ายไป

    สำหรับผม...โทสะครั้งนี้มันดับแล้ว...ดับง่ายเหมือนตอนที่มันมาง่าย ๆ...มีความขำขัน พอใจมาแทนที่

    จิตมันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตามเหตุปัจจัย

    จิตมีโทสะ กับจิตไม่มีโทสะห่างกันแค่นิดเดียว...ถ้าเราจะใส่ใจ สังเกตดูมัน ตามความเป็นจริง

โดย ชลนิล
ที่มา http://dungtrin.com/mag/?67.miscel
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!