แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
16 กันยายน 2019, 16:10 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ถ้าวันๆนึงว่างมากๆ จะภาวนายังไงดีคะพี่  (อ่าน 5008 ครั้ง)
julyorionmike
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 17


« เมื่อ: 1 กรกฎาคม 2009, 16:25 »

สวัสดีค่ะ

คือปกติแล้วจะว่างๆมากๆจนรู้สึกว่าชีวิตไม่มีเป้าหมายเลยค่ะ ไม่มีพลัง (ทำงาน(แต่ไม่มีงาน)ในออฟฟิซค่ะ)

ดูความรู้สึก มันก็เบื่อๆ ไม่มีชีวิตชีวา อยู่ไปวันๆ

จะภาวนายังไงดีคะพี่

ปล คิดว่าถ้าจะทำสมาธิที่โต๊ะเลยคงไม่มีคนว่า แต่ทำไม่เป็นน่ะค่ะ 

ขอบพระคุณมากค่ะ
บันทึกการเข้า
pimpakarang
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวดวงใหม่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 13


« ตอบ #1 เมื่อ: 2 กรกฎาคม 2009, 01:23 »

พี่ขอแยกเป็นเรื่องๆ  ก่อนละกันโนะ   

1  ภาวนายังไงดี
อ้างถึง
มันก็เบื่อๆ ไม่มีชีวิตชีวา อยู่ไปวันๆ   จะภาวนายังไงดีคะพี่

ภาวนา แปลว่า ทำให้เจริญ  พัฒนาขึ้นในทางกุศล
กุศล  แปลว่าฉลาด   

จิตที่ฉลาด  คือ จิตที่เห็นจริงๆ  ยอมรับจริงๆ   ว่า   
กายใจ ไม่ใช่ของเรา  สั่งไม่ได้  บังคับไม่ได้  แถมเปลี่ยนแปลงไปมาได้ตลอด

ดังนั้น    จิตเขาจะเบื่อๆ   จะไม่อยากทำอะไร   ก็ปล่อยเขาไป  ดูไปเรือ่ยๆ     
บางวันก็เบื่อ  บางวันก็หายเบื่อ  เดี๋ยวก็เบื่ออีกก็ได้   เปลี่ยนไปมาอยู่นั่นเป็นปกติ   สั่งเขาทำไม่ได้ค่ะ

ภาวนาแบบที่ถนัดแหละค่ะ   แต่ทำต่อ ทำไปเรื่อยๆ 

ไม่ได้คาดหวังอะไร  เพราะไม่ได้มีอะไรอยู่แล้วตั้งแต่แรก   ไม่ได้อยากได้ อยากเป็นอะไร
ภาวนาให้จิตเห็นตามความเป็นจริง  ว่าจริงๆ แล้วไม่มีอะไร   ไม่เห็นต้องอยากได้ อยากดี อยากมี อยากเป็นอะไร


2  ทำสมาธิ ทำอย่างไร

ลองทำตามเจ็ดเดือนบรรลุธรรมดูดีไหมคะ   
ไม่อย่างนั้นแนะนำว่าเปิดมหาสติปัฎฐานสูตรดีกว่าค่ะ


3  สร้างเป้าหมายในชีวิต  ทำงานให้มีชีวิตชีวา

ส่วนตัวแล้ว  ทุกวันนี้ งานหนักคือนักภาวนา งานรองคืออาชีพทางโลก
ในหน้าที่การงานที่เป็นนักภาวนา   ต้องรู้จักคำว่า พละ ๕

คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา

ถ้าช่วงไหนรู้สึกว่า "การภาวนาไม่เป็นไป" ก็ต้องย้อนกลับมาสำรวจตัวเอง

รู้สึกว่าศรัทธาย่อหย่อน  มาตามทางโลกมากไป ก็แก้ปัญหาตรงนั้น  ย้อนสำรวจทาน และศีลของตัวเอง
ถ้ารู้สึกว่าวิริยะน้อยไป ก็แก้ปัญหาตรงนั้น
สติน้อยไป ก็เพิ่มตรงนั้น
สมาธิน้อยไป ก็เติมตรงนั้น
ปัญญาน้อยไป ก็แก้ตรงนั้นเช่นกัน

หลักการของพละห้า ใช้ได้กับทั้งทางโลก ทางธรรมค่ะ

ตัวเองก็เบื่อ  ขี้เกียจ  เหนื่อยบางช่วง
เวลารู้สึกว่าไม่อยากไปทำงานอีกแล้ว  เบื่อๆ  เนือยๆ  ก็ย้อนสำรวจตัวเองแบบเดียวกับพละห้าเปี๊ยบ

ศรัทธา คือความรัก และภาคภูมิใจในงาน ภาพเด็กตาแป๋วๆ น่ารักน่าเอ็นดู
ภาพคุณแม่ที่ฝากความหวัง เอาเจ้าดวงใจของเขามาใส่ในอุ้งมือเรา
ถ้าเราทำงานรอบคอบพอ ทีมงานคนอื่นๆ ก็ทำงานง่ายไปด้วย

สำรวจทาน และ ศีล   
เพิ่มการให้ หมายถึงทั้งให้เวลากับงาน  สละละให้  มีการอภัยถ้าเจอเรื่องไม่พึงใจ
ศีล คือปกติ ปกติของวิชาชีพ  ควรทำอะไรได้  ควรมีลักษณะอะไร   สิ่งไหนยังบกพร่องก็สร้างเพิ่มขึ้น

วิริยะ คือความเพียร  การเติมเต็มความรู้ ทักษะความชำนาญของตัวเอง
ศึกษาให้ละเอียด เรียนรู้จากผู้ที่เป็นต้นแบบได้   ที่เคยคิดว่างานน่าเบื่อ ไม่ท้าทาย งานนิ่งๆ จะหายไป
จะรู้สึกว่ายังมีอะไรที่เรายังไม่รู้อีกมาก

เคยอ่านเจอประวัติของคุณคนนึง    ที่เคยทำงานร้านฟาส์ฟู้ด  พอไม่มีลูกค้าเด็กเสริฟก็ยืนคุยเล่นกัน
ผู้จัดการร้านถามว่า ทำไมไม่ทำงาน   
เด็กเสริฟบอกว่างานเสร็จแล้ว ตอนนี้ไม่มีลูกค้า ว่าง ไม่มีอะไรทำ 
ผู้จัดการบอกว่า ที่บอกว่าว่างนี่ แต่เจ้าของจ่ายเงินเดือนทุกนาทีนะ ตานี้เอาใหม่ได้ไหม พอไม่มีลูกค้าก็เช็ดโต๊ะ ข้างบนข้างล่างเอาให้เกลี้ยงเลย  เดินเช็คสิมีทิชชู ไม้จิ้มฟันครบไหม   ทำความสะอาดหน้าต่าง ประตู  โต๊ะ ตู้อะไรดีหรือยัง
 
เด็กเสริฟคนอื่นถูกดุแบบนี้  อาจจะหน้าชา   โกรธกันไปเลยก็ได้
แต่คุณคนนี้กลับรู้สึกว่า ผู้จัดการกำลังสอนสิ่งที่มีค่ามากๆ  เขาจึงเริ่มต้นทำงานแบบเต็มที่ ไม่ออมแรง
ถึงได้เห็นว่า   งานนี่ถ้าพยายามหา ก็มีอะไรให้ทำเรื่อยๆ   คุณคนนี้เลยได้พัฒนาทักษะไปมาก  ทำงานแค่เสร็จ กับพยายามหางาน  เก็บรายละเอียดให้ครบ  ดีที่สุดจริงๆ  มันต่างกัน   

ไม่นานเด็กเสิรฟคนนี้ก็ก่อร่างสร้างตัว   จนกลายเป็นเจ้าของกิจการใหญ่
แล้วไปตามหาพี่ผู้จัดการคนนี้กลับมาทำงานให้  เขาถืออดีตผู้จัดการเป็นเหมือนครูผู้สอนวิธีทำงานให้ด้วยค่ะ



ถัดไปคือ สติ และสมาธิ   ใจที่มีสติ มีสมาธิ คือ ใจที่มีกำลัง
ความเบื่อ ความง่วงๆ ฟุ้งๆ จะหายไปเอง  โดยไม่ต้องพยายามไปเปลี่ยนแปลงความรู้สึก เขาจะหายไปเลยโดยอัตโนมัติ

ปัญญา ปัญญาในที่นี้ไม่ใช่ใบปริญญาบัตรอย่างเดียว  แต่เป็นปัญญาตามความเป็นจริงในโลก
ความจริงแล้ว ทุกสิ่งในโลกสมมติต้องเปลียนแปลงไป เราควบคุมให้เป็นไปอย่างใจเราไม่ได้หรอกค่ะ

ลองไปปรับใช้ดูค่ะ
ถือเป็นการแบ่งปันประสบการณ์กันและกันค่ะ


บันทึกการเข้า
julyorionmike
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 17


« ตอบ #2 เมื่อ: 2 กรกฎาคม 2009, 05:30 »

ขอบคุณมากๆค่ะพี่
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!