แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
16 กุมภาพันธ์ 2019, 04:04 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๔๒๘ ทำใจอย่างไรดี  (อ่าน 20872 ครั้ง)
Sindy
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 16


« เมื่อ: 29 มิถุนายน 2009, 01:36 »

คิดอย่างไรดี เมื่อคนที่เราเคยอยู่ด้วยเค้ารู้สึกแย่กับเรา และต้องการไปจากชีวิตเราตลอดเวลา
จะทำใจอย่างไรดี เมื่อเค้าเห็นคนอื่นดีกว่าตลอดเวลา และเราต้องเป็นฝ่ายยอมเค้าตลอด เป็นฝ่ายผิดเสมอ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 มิถุนายน 2009, 16:59 โดย star4life » บันทึกการเข้า
kookkai
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 153


« ตอบ #1 เมื่อ: 29 มิถุนายน 2009, 11:02 »

ลองคิดอย่างนี้ดูไหมคะ

สิ่งที่เราเจอทุกวันนี้ ไม่ใช่ความบังเอิญ
ถ้าเราไม่เคยทำกรรมที่มีน้ำหนักพอ ๆ กัน
ไม่เคยทำให้ใคร ๆ รู้สึกแย่แบบนี้
ไม่มีทางที่เราจะต้องเจอกับสถานการณ์ หรือบุคคลแบบนี้

เรียกว่า ตอนนี้ เรากำลังใช้หนี้บาปเวรอยู่นะคะ

แล้วเราจะใช้อย่างไร ถึงจะหมดเร็ว 

อันดับแรก นั้น คือ ให้ อภัยค่ะ

พี่ดังตฤณ เคยเขียนเกี่ยวกับการใช้หนีบาปเวร โดยการให้อภัยไว้ ตามนี้ค่ะ

_________________________________________________ _

ให้อภัย…


     ก่อนอื่นคุณต้องมองอย่างเข้าใจว่าตอนที่คุณทำให้ใครเจ็บช้ำน้ำใจนั้นคือรูปแบบหนึ่งที่คุณไปทวงหนี้เขา เมื่อมองแบบนี้แล้วคุณจะเต็มใจให้อภัยว่าหนี้เก่าถูกชำระแล้ว เมื่อก่อนเขาเคยทำกับคุณ แต่ตอนนี้คุณจะไม่ทำกับเขาเพื่อเป็นการเอาคืนอีก  เมื่อจิตสะอาดได้ด้วยการคิดให้อภัย ปราศจากกลิ่นไหม้ของไฟพยาบาทแล้ว คุณจะค่อยๆมีสัมผัสเกี่ยวกับกรรมวิบาก มองเห็นความสอดคล้อง มองเห็นสะท้อนไปสะท้อนมาในเหตุการณ์ทำนองเดียวกัน มองเห็นความทุกข์ของผู้ที่ถูกกระทำ เปรียบเทียบกับความทุกข์ที่คุณโดนกระทำเข้าบ้าง และนั่นเองจะเป็นการยอมรับกฎสะท้อนกลับของกรรมอย่างหมดหัวใจ

     นอกจากนั้น คุณจะค่อยๆสังเกตและมีความรู้เพิ่มขึ้น คือไม่ว่าคุณเป็นฝ่ายเริ่มก่อนหรือเป็นฝ่ายถูกกระทำ ขอเพียงคิดประทุษร้ายกัน มีความผูกใจเจ็บกัน เล็งแลกันและกันด้วยแววพยาบาทอาฆาตเท่านั้น ก็เรียกว่าเป็นบาปเวรระหว่างกันแล้ว ต่อเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้อภัยได้ไม่จำกัด ไม่มีความพยาบาทตกค้างแม้แต่ในความคิด นั่นเองจิตจะทำตัวเป็นน้ำทิพย์ล้างรอยแค้น ทั้งฝ่ายตนและฝ่ายเขา ในที่สุดความอาฆาตในฝ่ายเขาย่อมทนตั้งอยู่ไม่ได้ ต้องเลือนหายไปในที่สุด..

    สรุป..คือเมื่อถูกทำให้แค้นแล้วไม่คิดแก้แค้น เรียกว่าเป็นการใช้หนี้ ขอให้จำไว้ว่าคุณอาจโกรธโดยไม่ตั้งใจ แต่ไม่มีทางอภัยได้โดยบังเอิญ      

บางสิ่งบางอย่างในสังคมปัจจุบันก็ยากที่จะให้อภัย ซึ่งมีอยู่มากมายเช่น บางคนรับกรรมที่เคยทำกับลูกไว้ในครั้งก่อนๆ ต้องมาเกิดกับพ่อแม่ที่ทำเรื่องเลวร้ายกับตน เช่นเมาเหล้า ทุบตี มีพ่อเป็นผีพนันหันมาปล้นเงินคนในบ้าน มีพ่อที่ทำบัดสีบัดเถลิงกับลูกที่ไม่มีทางขัดขืน มีแม่ที่ขายลูกสาวกิน กรณีเช่นนี้อย่าว่าแต่จะมีกำลังใจตอบแทนพระคุณเลย แค่ห้ามใจไม่ให้คิดฆ่าพ่อแม่ตัวเองก็นับว่ายากแล้ว

    ธรรมชาติสร้างให้เราจำสิ่งที่เราเคยทำไว้ในอดีตชาติไม่ได้ ก็เลยไม่มีทางทราบได้เลยว่าการถูกข่มเหงรังแกในบ้านโดยพ่อแม่ตนเองคือการแสดงตัวโจ่งแจ้งของกรรมเก่า คุณอาจทำแบบนี้กับลูกของตัวเองหรือลูกคนอื่น เมื่อทำใจไม่ได้ว่านั่นคือกรรมเก่า เลยผูกใจอาฆาตแล้วกลายเป็นปมพยาบาทระหว่างคนในครอบครัวยากมากๆที่จะถ่ายถอน..

     การที่คุณอาฆาตพ่อแม่อย่างรุนแรง ไม่ว่าด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม ชีวิตคุณเหมือนจะมีบาดแผลใหญ่ ทำอะไรก็ยาก ถึงแม้บุญเก่าหนุนให้รุ่งเรืองก็ต้องมีอันเป็นทุกข์ ไม่สุขใจจากความรุ่งเรืองนอกกายดังกล่าว..

การให้อภัยในเรื่องน่าเจ็บปวดที่สุด ทำได้ยากที่สุด
การใช้หนี้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดถ้าทำไม่ได้ก็น่าเห็นใจ
แต่หากทำได้ ก็ไม่มีบุญกุศลชนิดไหนๆอีกแล้วที่คุณจะทำไม่ได้

_________________________________________________ __________________

 
บันทึกการเข้า
kookkai
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 153


« ตอบ #2 เมื่อ: 29 มิถุนายน 2009, 11:08 »

ส่วนอันนี้ เป็นทางลัด ในการให้อภัยค่ะ

_________________________________________________ ___________

ถาม – อยากได้วิธีลัดๆในการกำจัดความคิดจองเวรออกจากใจทั้งเขาและทั้งเราครับ

คำถามข้อนี้ขอตอบด้วยคำตอบเดิมกับข้อก่อน คืออาศัยเมตตาจิต แต่อาจมีอุบายชนิดลัดสั้นตามที่คุณขอมา

ให้ไปที่หน้าหิ้งพระ (หากใครไม่มีโต๊ะหมู่บูชาที่บ้านก็หารูปแทนพระพุทธเจ้ามาตั้งไว้ในที่สูง เหนือศีรษะก็ได้)
แล้วทำความรู้สึกว่าถ้าพระพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่ตรงหน้าเราจริงๆ
เราจะรู้สึกถึงรัศมีความปลอดภัย รัศมีความปลอดเวร
เพราะพระพุทธองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่ด้วยการให้ความเกื้อกูล
ไม่เคยเบียดเบียนใครด้วยเจตนาทางกาย วาจา หรือแม้กระทั่งใจคิดสักครั้ง

เมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสเมตตามหากรุณาของพระองค์ท่าน
คุณรู้สึกถึงความโปร่งเบาโล่งสบายเฉพาะหน้า
จากนั้นให้เปล่งวาจาชัดถ้อยชัดคำว่า
พระพุทธเจ้าเป็นผู้ไม่ผูกเวรกับใคร
ขณะกล่าวให้ทำความรู้สึกถึงความจริงนั้น
หากเกิดดวงความอบอุ่น หรือสัมผัสชัดถึงความว่างจากภัยเวร
ขอให้ทราบว่าด้วยการเปล่งวาจาประกาศคุณของพระพุทธองค์ของคุณ
ได้เหนี่ยวนำเอาพลังแห่งความจริงดังกล่าวมาเข้าตัวคุณในบัดนั้นแล้ว

ชั่วขณะดังกล่าวจิตคุณจะปลอดจากความผูกใจพยาบาท
ไม่อยากก่อเวรกับใครทั้งโลก รู้ไว้ว่าจิตของคุณเป็นดวงกุศล
มีความศักดิ์สิทธิ์ด้วยพุทธคุณ ให้เป่าลมปากเพื่อใช้ธาตุลมเป็นสื่อเหนี่ยวนำจิตให้เกิดความรู้สึกชัด
น้อมนึกให้สายลมนั้นไปปะทะบุคคลอันเป็นเป้าหมายเสมือนเขานั่งอยู่ตรงหน้า
ระหว่างคุณกับเขาคือความปลอดภัย ปลอดเวร

เอ่ยสามครั้ง เป่าปากสามครั้ง เพื่อสำทับอารมณ์ให้หนักแน่น
หากทำเช้าเย็น (หรือถี่กว่านั้นยิ่งดี) สิ่งที่คุณจะรู้สึกชัดกับตัวคือเหมือนมีรัศมีพุทธคุณมาป้องจิตไม่ให้หลงเข้า
ไปเกลือกกลั้วกับเวรใดๆ และเหมือนมีความอบอุ่นปลอดภัยห่อหุ้มกายใจเกือบตลอดเวลา
แต่สิ่งที่คุณอาจไม่ตระหนักคือดวงความอบอุ่นปลอดภัยนั้นเป็นพลังเมตตาอย่างหนึ่ง
ซึ่งมีผลกระทบกับความรู้สึกของคู่เวรของคุณโดยตรง
ตามธรรมชาติกระแสจิตที่แผ่กระทบกันได้โดยไม่ต้องเห็นตัว
ยิ่งดวงความอบอุ่นขยายกว้าง และจิตใจคุณสงบเยือกเย็นอยู่ภายในยิ่งขึ้นเท่าไหร่
เขาก็จะค่อยๆรู้สึกแบบเดียวกับคุณมากขึ้นเท่านั้น

ถ้าทำขณะเห็นหน้าอาจไม่ได้ผล เพราะกำแพงความเกลียดกันมาขวางบัง
ต่างจากตอนทำลับหลัง ซึ่งเจ้าตัวไม่ได้ตั้งกำแพงความเกลียดกั้นไว้
การทำลับหลังอย่างบริสุทธิ์ใจจะให้ผลน่าประหลาดใจเมื่อเจอหน้ากันครั้งต่อไปมากกว่า
แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณแผ่เมตตาด้วยวิธีนี้จนจิตเกิดกระแสเมตตาท่วมท้น
ก็อาจพบว่าการแผ่เมตตาซึ่งๆหน้าได้ผลไม่แพ้เมื่อทำลับหลังเช่นกัน

หากเปล่งวาจาอ้างสัจจะความจริงที่ว่า พระพุทธเจ้าเป็นผู้ไม่ผูกเวรกับใคร แล้วใจยังไม่นิ่ง ไม่น้อม
ก็อาจสวดมนต์อิติปิโสฯสักสองสามจบให้ใจสัมผัสกระแสพุทธคุณกว่าเดิม
แล้วค่อยเปล่งวาจาก็ได้ หวังว่าคงเป็นทางลัดที่ลองแล้วประสบความสำเร็จเร็วดังใจนะครับ

_________________________________________________ __________________

                                                                                                     
บันทึกการเข้า
kookkai
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 153


« ตอบ #3 เมื่อ: 29 มิถุนายน 2009, 11:21 »

ที่นำเรื่องของการใช้หนี้บาปเวร และ การให้อภัยมาให้คุณ Sindy

อันดับแรก เพื่อให้ ใจยอมรับตามจริงค่ะ
ว่าสิ่งที่เจออยู่นี้ เกิดจากเหตุ
และเราต้องค่อย ๆ เริ่มต้นสะสางมันที่ต้นเหตุนะคะ

ก่อนที่เราจะทำอะไรต่อไปได้
เราต้องอภัยในสิ่งที่ใครบางคนทำกับเราให้เจ็บช้ำก่อน
เมื่ออภัยให้เค้าได้ ก็ คล้าย ๆ กับเราอภัยให้กับความผิดพลาดของเราในอดีตได้ค่ะ

หลังจากนั้น ก็ตั้งใจ ว่าจะไม่คิด ไม่พูด ไม่ทำ ให้เกิดเหตุการณ์แบบที่เรากำลังเจอะเจออยู่
และสร้างกุศลในด้านตรงข้าม เพื่อ ถ่วงน้ำหนักสมการกรรม

เราไม่รู้ ว่าก่อนหน้านี้ (ที่เราจำได้และไม่ได้) เราเคยร้ายกับใครไว้แค่ไหน
เรารู้แต่ว่า ตอนนี้เรากำลังรับผลของมันอยู่
และเราสามารถสร้างกรรมใหม่ ได้ ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ และวินาทีนี้ ที่เราคิดดีค่ะ

หลังจากนี้ต่อไป
เราจะคิด พูด ทำ กับ เค้าด้วยความเมตตา
เอาความสุข และ ความสบายใจของเค้าเป็นที่ตั้ง
ต่อให้เจออะไร ร้าย ๆ อย่างไร
ก็ยอมรับ ว่าเป็นการใช้หนี้บาปเวร
แต่เราจะไม่สร้างหนี้บาปเวร หรือ กรรมร้าย ๆ ต่อกันขึ้นมาใหม่

เมื่อสมการกรรมข้างดีที่เราเพียรสร้างมันผลิดอกออกผลแล้ว
ถ้าเค้าไม่ดีขึ้นอย่างน่าใจหาย
กรรมก็จะฉีกทางให้แยกออกจากัน
และนำคนใหม่ที่ไฉไลกว่าเข้ามา...

เพียงแต่ต้องมีศรัทธาเชื่อในกรรม และ ผลของกรรม
ความต่อเนื่องและ ความตั้งใจจริงก็เป็นสิ่งที่สำคัญค่ะ

 

เป็นกำลังใจให้นะคะ







บันทึกการเข้า
Sindy
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 16


« ตอบ #4 เมื่อ: 1 กรกฎาคม 2009, 09:09 »

ขอบคุณสำหรับคำตอบที่มีเหตุผลนะคะ
พยายามให้อภัยมาระยะหนึ่งแล้ว
ทำได้มากพอสมควร แต่ใจก็ยังเป็นทุกข์อยู่
เพราะใจยังเรียกร้องให้เค้าเข้าใจความรู้สึกเราบ้าง
รู้สึกหวาดระแวงขึ้นมาครั้งใด ใจจะฟุ้งซ่านทุกครั้ง
พยายามเก็บไว้ ไม่พูดให้เกิดปัญหา แต่ยังทำได้น้อยเหลือเกิน
ต้องพูดให้เสียบรรยากาศอยู่ร่ำไป
อีกทั้งมีหมอดูมาทักในเรื่องราวร้ายๆ เท่ากับเพิ่มความทุกข์ใจเพิ่มขึ้นไปอีก
จะพยายามทำตามคำแนะนำที่ดีดีนะคะ
อาจต้องใช้เวลา แต่ไม่ว่านานเท่าไหร่ก็จะทำให้ได้ค่ะ

ป.ล. ขอชมนะคะว่าคุณเป็นคนดีมาก
อ่านคำทำนายและคำแนะนำของคุณแล้ว
เชื่อว่า ถ้าประเทศไทยมีหมอดูที่มีเหตุผล
และไม่เห็นแก่เงิน และความมีชื่อเสียง ว่าทายแม่น
ประเทศเราคงมีสถาบันครอบครัวที่มั่นคงเพิ่มขึ้นอีกมากค่ะ
ขอชมจากใจจริงนะคะ
ขอบุญกุศลแห่งคำแนะนำที่ดี ส่งเสริมให้คุณทั้งหญิงและชาย
มีความสุข ทั้งร่างกาย และจิตใจนะคะ
บันทึกการเข้า
Sindy
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 16


« ตอบ #5 เมื่อ: 3 กรกฎาคม 2009, 09:11 »

ขออนุญาตใช้พื้นที่ในการบันทึกประจำวันของตัวเองนะคะ
เมื่อวานนี้เริ่มปฎิบัติตามคำแนะนำของคุณ kookai อย่างตั้งใจ
อ่านคำแนะนำของคุณย้อนไป ย้อนมา เพื่อให้ซึมซับเข้าไปในความทรงจำ
นำกระดาษมาเขียนบันทึกว่าภายในหนึ่งวัน  ความรู้สึกไหนเข้ามากระทบกับจิตบ้าง
เมื่อความฟุ้งซ่านเข้ามา  ก็รีบจดบันทึกทันที ว่ารู้สึกอย่างไร
ถ้าความรู้สึกนั้นรุนแรง  พยายามทำใจให้สงบ  และพยายามออกจากความรู้สึกนั้น
กระวนกระวายใจอยู่สักพัก  ไม่ตอบโต้ มีเมตตา    บันทึกพฤติกรรมของสามีว่าเป็นอย่างไร
และตั้งโจษก์ว่า สิ่งใดบ้างที่เราโดนกระทบแล้วทำให้เราเกิดทุกข์
จะตั้งรับมือกับมันอย่างไร  เริ่มเอาจริง  เอาจังวันแรก  คิดว่าเมื่อวานทำได้ดีค่ะ
ชนะหลายด่าน ....

 
บันทึกการเข้า
kookkai
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 153


« ตอบ #6 เมื่อ: 3 กรกฎาคม 2009, 21:34 »

เป็นกำลังใจให้นะคะ คุณ sindy
บันทึกการเข้า
แสงเก้า
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 165



เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 4 กรกฎาคม 2009, 21:42 »

แวะเข้ามาส่งดอกไม้ให้กำลังใจครับ 

มนุษย์เรามีศักยภาพในการพัฒนาตัวเองให้สูงขึ้นได้ไม่จำกัดครับ สู้ๆนะครับ
บันทึกการเข้า

หลวงพ่อจะไปอยู่กับพระพุทธเจ้า ถ้าเอ็งอยากจะไปอยู่กับหลวงพ่อ อยู่กับพระพุทธเจ้า ก็ทำลาย"ความรู้สึก" ให้หมดเสีย ใช้ "สติ" นั่นแหละ กอปรกับความเพียรไม่ท้อถอย สักวันหนึ่งเอ็งจะค้นพบความจริง ก็ไปอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องเกิด ไม่ต้องแก่ ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องตาย เท่านั้นเองหรอก - หลวงพ่อประสิทธิ์ ถาวโร วัดถ้ำยายปริก
Sindy
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 16


« ตอบ #8 เมื่อ: 5 กรกฎาคม 2009, 08:53 »

ก่อนจะบันทึกต่อก็ต้องขอขอบคุณสำหรับกำลังใจจากคุณ kookkai และ คุณแสงเก้า มากมากค่ะ
อ่านแล้ว  น้ำตาคลอเลยค่ะ ซึ้งค่ะ  

         วิธีที่ดิฉันเลือกแก้ปัญหาได้เวลานี้สำหรับทุกวัน  คือ การเขียนบันทึก และการนิ่งค่ะ  คิดว่ามันเป็นการระบายความอัดอั้นตันใจ อย่างนึ่ง เวลาที่เราได้เขียนอะไรที่เรารู้สึกลงไปในแผ่นกระดาษ

เวลาผ่านไป วันนี้ก็ประมาณวันที่ 4 แล้ว
รู้สึกว่า  ใจมันนิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ไว้ใจตัวเอง  ว่าจะวู่วามขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ ท้อทุกครั้งเลย อยากจะเลิกกันไปเสียง่าย ๆ
บันทึกการเข้า
kookkai
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 153


« ตอบ #9 เมื่อ: 6 กรกฎาคม 2009, 00:13 »

ทุกคนมีความพร้อมที่จะดีแสนดี และร้ายแสนร้ายได้ค่ะ

แต่ตอนนี้คุณ sindy มีเพื่อน ๆ ที่คอยเป็นกำลังใจให้อยู่นะคะ

ช่วงนี้ลองฟังซีดีหลวงพ่อบ่อย ๆ ดูนะคะ

ที่เวปนี้เลยค่ะ www.wimutti.net

 
บันทึกการเข้า
Sindy
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 16


« ตอบ #10 เมื่อ: 6 กรกฎาคม 2009, 08:56 »

ขอบคุณค่ะ ขอพรที่ดีที่สุด และประเสริฐที่สุดในโลกนี้
แด่พี่ ๆ ในที่นี้ ทุก ๆ ท่าน นะคะ
     

ขอแจ้งผลของการนิ่ง และไม่โต้ตอบ มา 4-5 วันก่อนนะคะ

สามีงง ๆ ค่ะ ดูท่าทางจะแปลก ๆ ใจ อยู่ และ ดูเค้าอ่อนโยนลง

ตอนนี้คิดว่าอยู่ที่ตัวเราจะประคองความนิ่งได้นานเท่าไหร่

แต่ถ้ากำลังใจแน่นหนาแบบนี้  คิดว่า ดิฉันสู้ไม่ถอยค่ะ

    
บันทึกการเข้า
Sindy
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 16


« ตอบ #11 เมื่อ: 9 กรกฎาคม 2009, 09:21 »

หนึ่งสัปดาห์

         ดีใจค่ะ ที่รักษาความนิ่งได้ครบสัปดาห์  ถึงแม้นว่าจะยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม แต่ก็ภูมิใจมากค่ะ นึกถึงแต่ความมุ่งมั่น  ยามท้อก็นิ่งไว้ก่อน ไม่ค่อยวู่วาม จะพูดอะไร จะรอบคอบมากขึ้น ไม่ปล่อยให้คำพูดที่ทำลายความรู้สึกทั้งตัวเราและคนอื่นหลุดออกจากปากเร็วเหมือนแต่ก่อน  Tongue  แต่ก็เจออุปสรรคคือ  ความไม่ยอม มันจะคอยยุอยู่ในโสตประสาท ให้โต้ตอบเวลาที่โดนทำให้ไม่พอใจ  ต้องคอยสู้กับความรู้สึกนี้เป็นประจำ  ผ่านมาได้อย่างทุลักทุเลค่ะ  ข้างนอกสงบลง แต่ภายในใจยังต้องคอยพยุงอยู่ตลอด  ห่างจากคำสอนไม่ได้เลย ต้องอ่านของคนโน้นบ้างคนนี้บ้างแทบทุกวัน  ย้ำคิด ย้ำทำ ให้อยู่ในสมอง ( )

         น่าแปลกค่ะ  เวลาที่เราอยู่ในความสงบ เหมือนเรานั่งดูละครเวทีสักเรื่อง  เราเป็นคนดู  อย่างเงียบ ๆ เราได้เห็นตัวละครที่เล่นไปตามบท ทำให้เราได้มองเห็นมุมมองชีวิตที่ต่างจากเดิม ที่ไม่มีตัวเราเข้าไปเกี่ยวข้อง  ตอนนี้ไม่ค่อยร้องไห้แล้วค่ะ (ปีที่แล้ว ร้องไห้เกือบจะครบ 365 วันเลยค่ะ) จนคนใกล้ชิดแซวว่า  ถ้าน้ำท่วมแถวนี้คงมาจากน้ำตาดิฉันเอง 

         ตอนนี้ดิฉันเรียกตัวเองว่า  มือใหม่หัดนิ่ง ค่ะ ประสบการณ์ยังน้อย  แต่จะไม่ละความพยายามนะคะ

บันทึกการเข้า
aston27
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 261


« ตอบ #12 เมื่อ: 10 กรกฎาคม 2009, 18:03 »

ผมเขียนบล็อกไว้หลายอันที่น่าจะช่วยคุณได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

ลองส่งมาให้อันหนึ่ง ถ้าชอบ ก็ไล่ไปอ่านอันอื่นๆด้วยก็แล้วกันนะครับ

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=aston27&month=26-06-2009&group=10&gblog=127
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 กรกฎาคม 2009, 20:45 โดย แสงเก้า » บันทึกการเข้า
Sindy
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 16


« ตอบ #13 เมื่อ: 11 กรกฎาคม 2009, 18:21 »

ขอบคุณค่ะคุณ aston27

วันนี้สังเกตุอะไรได้อย่างหนึ่ง หลังจากที่ขมักเขม้น อ่านวิธีแก้ปัญหาโดยเอาธรรมะเป็นสรณะ ไม่ค่อยใส่ใจกับสังคมมาเป็นสัปดาห์ 

ในชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่เราจะเจอกับคำพูดที่ฟังแล้ว ทำให้จิตเราร้อน จิตเราไม่ยอมแพ้  อยากได้โน่น อยากมีนี่  วิตกกังวลเกินเหตุ คาดหวัง

แปลกมากค่ะ จู่ จู่ ก็รู้สึกแบบนั้น......ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้  ตัวดิฉันเองก็ชอบฟังคำแนะนำเหล่านั้นนะคะ (บางครั้งก็จากรายการทีวีรายการโปรด หรือว่า จากหนังสือแม็คกาซีน)


......................

เพิ่งรู้ค่ะ  ว่า คำของธรรมะ บริโภคมาก ๆ จิตมันเย็น อย่างนี้นี่เอง

ขอบคุณจริงๆ ค่ะ  สำหรับทุก ๆ ท่านในที่นี้

 

บันทึกการเข้า
THUMB2PM
ดาวส่องทาง
ดาวดวงใหม่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 15


« ตอบ #14 เมื่อ: 17 กรกฎาคม 2009, 10:58 »

อ่านแล้วรู้สึกดีไปกับคุณ Sindy นะคะ  เพราะได้เห็นพัฒนาการในทางที่ดีขึ้นทุกวัน ๆ ของคุณนั่นเอง  ขออนุโมทนากับความเห็นของทุก ๆ คนที่เข้ามาช่วยให้กำลังใจคุณ Sindy ด้วยนะคะ 

อยากให้จำไว้อย่างนึงว่า "การเปลี่ยนตัวเองเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้  แต่การอยากเปลี่ยนคนอื่นเราไม่สามารถทำได้เลยค่ะ"  ถ้าเราเริ่มเปลี่ยนที่ตัวเราก่อน  ความสุขก็มาหาเราก่อนอย่างที่คุณรู้สึกได้ในเวลา 1 สัปดาห์ที่คุณพยายามนิ่งมา  และการนิ่งของคุณไม่ใช่การเก็บกด (เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นมันเตรียมพร้อมจะระเบิดอย่างรุนแรงได้เมื่อถึงเวลานะคะ) แต่คุณใช้ธรรมะเข้าช่วย  ถ้าคุณเชื่อมั่นและทำอย่างที่คุณ Kookkai แนะนำ  พี่มั่นใจว่าความสุขของคุณจะอยู่กับคุณตลอดไป  ไม่ว่าคุณจะสามารถเปลี่ยนคนข้าง ๆ ให้เย็นลงตามคุณได้หรือไม่ก็ตาม

ดีใจด้วยจริง ๆ กับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของชีวิตของคุณค่ะ   
บันทึกการเข้า
Sindy
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 16


« ตอบ #15 เมื่อ: 17 กรกฎาคม 2009, 20:04 »

ขอบคุณมาก มากค่ะ

เผลอแป๊บเดียวก็สำเร็จไปเป็นสัปดาห์ที่ 2 แล้ว
       ดีใจมากค่ะ พอดีคุณ aston27 เข้ามาแนะนำให้เข้าไปอ่านในเวปไซน์ของเค้าด้วย  และก็ได้พยายามโหลดเสียงหลวงพ่อปราโมทย์มาฟังได้สำเร็จ (เพราะทำไม่ค่อยเป็นตั้งแต่แรกค่ะ )  ตอนนี้เพิ่งฟังได้หนึ่งตอนเท่านั้น คือ ตอนดูใจ  ฟังครั้งแรกแทบจะบอกได้ว่า หลวงพ่อท่านเทศน์ได้โดนใจดำมาก ๆ เลยค่ะ นิ่งเป็น มีสติเป็น มากขึ้น เฝ้ามองจิตเป็น ไม่บังคับจิตเหมือนเดิม สัปดาห์นี้ หลุดอารมณ์เสียครั้งครั้งเดียวค่ะ  และก็แป๊บเดียวจริงๆ นะคะ ตามสติทันมากขึ้น ตั้งปณิธานไว้ว่า จากนี้ไปถ้าเป็นไปได้ จะใจเย็น  จะไม่โต้เถียงเรื่องไร้สาระกับใคร ๆ อีก ทำได้ดีขึ้นค่ะ

       รักทุกคนในทีนี้มากขึ้นค่ะ  และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังทุกใจนะคะ

       สู้  สู้ ค่ะ

       
บันทึกการเข้า
kookkai
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 153


« ตอบ #16 เมื่อ: 17 กรกฎาคม 2009, 22:10 »

 
บันทึกการเข้า
Sindy
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 16


« ตอบ #17 เมื่อ: 26 กรกฎาคม 2009, 20:33 »

        สวัสดีค่ะพี่ ๆ ทุกคนดิฉันหายไปนานเลยค่ะ  พอใจเย็น  ๆ ก็เลยห่างๆ ไม่ยอมเข้ามาอ่าน
ที่ใจเย็นลงได้เร็วเพราะว่า  ตื่นเช้ามาดิฉันใส่บาตร และก็อธิฐานให้กับคนที่เราไม่ค่อยชอบเขา หรือที่เขาไม่ชอบเรา
ในทางที่ดี ๆ  และก็ถ้าใครนินทา หรือคิดในทางไม่ดีกับเรา ก็คิดในใจว่า ขอให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นพรอันประเสริฐ
ส่งเสริมให้ชีวิตของเราดีขึ้น ๆ ไป (ฟังดูเหมือนนางฟ้า แต่กว่าจะทำได้แรก ๆ ก็ขัดใจตัวเองอยู่นานค่ะ) เลือกคบคนที่ใจเย็น
เพราะเราจะซึมซับนิสัยเค้ามาโดยเราไม่รู้ตัวเอง และบังเอิญว่าดิฉันชอบจัดสวนและก็จัดดอกไม้ เครียดเมื่อไหร่ดิฉันก็จะใช้เวลา
ที่เครียดนี้เองไปคิดไอเดียสร้างสรรค์จัดดอกไม้ขายค่ะ ฟังธรรมะบ้าง  อ่านหนังสือจิตวิทยาบ้าง และที่สำคัญ
เวปนี้มีส่วนอย่างมากในการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ทุลักทุเลของดิฉันค่ะ ยอมรับว่าเกิดมาไม่เคยมีใครที่แนะนำทางแห่งความสงบ
ที่ดิฉันอ่านแล้วรู้สึกปล่อยวางได้มากขนาดนี้

        ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ทราบอนาคตหรอกนะคะ ว่าจะเป็นอย่างนี้ได้ตลอดไปหรือไม่
แต่ที่ภูมิใจมาก  คือ ชีวิตคู่ที่ระหองระแหง  เริ่มสงบลงเป็นเวลานานเกือบเดือนแล้ว (ชึ่งก่อนหน้านี้แทบจะไม่เคยเกิน 1 อาทิตย์เลยค่ะ)  ท่ามกลางปัญหาร้อยแปด 
ได้อย่างที่ดิฉันเองก็แอบภูมิใจอยู่ลึก ๆ ค่ะ

        ตอนนี้ดิฉันไม่ทราบได้ค่ะ ว่าบทสรุปในอนาคตจะเป็นอย่างไร  แต่รู้อย่างเดียวว่า ดิฉันมีความสุขเพิ่มขึ้นเยอะเลยค่ะ

         
บันทึกการเข้า
Yaowalak
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 183

~ทุกสิ่งล้วนชั่วคราว~


« ตอบ #18 เมื่อ: 27 กรกฎาคม 2009, 15:08 »

  อ่านแล้วอดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้เลยค่ะ

บันทึกการเข้า

หากทุกคนมีธรรมในใจ ปัญหาใดๆ ก็ยุติลงได้ด้วยธรรม
alli
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 6


« ตอบ #19 เมื่อ: 28 กรกฎาคม 2009, 23:42 »

เป็นน้องใหม่ค่ะ
แต่มีเรื่องราวเช่นเดียวกันกับคุณ sindy ค่ะ แต่ว่าตอนนี้ื case ของ alli แยกกันอยู่แล้่วค่ะ โดยเราเป็นฝ่ายออกมาอยู่คนเดียว  ได้อ่านข้อความทั้งหมดแล้ว รู้สึกดีใจแทนคุณ sindy นะค่ะ เรียกว่าทำใจไ้ด้ในระดับหนึ่งแล้ว มีความอดทนดีมากค่ะ (อยากทำได้เหมือนคุณจัง แต่สายไปเสียแล้ว) ส่วนตัวของ alli แล้ว เห็นว่ามีมูลจริงค่ะ สำหรับการให้อภัย การไม่จองเวร พยาบาท อาฆาต กับคนที่ทำให้เราเจ็บและเสียใจ ทุกอย่างมาจากจิต และใจของเรา เราถูกจิตครอบงำ เนื่องจากเราไม่มีสติ มีแต่ความโกรธ ก่อนหน้านี้ alli แย่มาก ร้องไห้ทุกวัน มากกว่าคุณ sindy เสียอีก ไม่เคยศึกษาธรรมะ บาปกรรม เวรกรรม มาจากไหน คิดแต่เพียงว่า ทำดี คิดดี ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แต่ alli คิดผิดค่ะ
ทุกวันนี้ alli เข้มแข็งขึ้น พยายามคิดว่าที่ผ่านมานั้น เป็นเวรกรรมของเราแต่ปางไหนไม่ทราบ (อย่างที่คุณ kookkai แจ้งไว้)  alli ได้ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ที่ให้กำลังใจ และสอนชีวิต ซึ่งก็มาเจอ web นี้ ดีมากเลยค่ะ ยอมรับค่ะว่าสายไปสำหรับชีวิตคู่ของ alli แต่ไม่สายที่จะเรียนรู้ เพื่อที่ยืนหยัด และมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง อยากให้คนอื่นที่มีเรื่องราวเช่นเรา ได้มาอ่าน web นี้กันเยอะ ๆ ค่ะ จะได้มีกำลังใจ มีหนทางต่อสู้ ไม่ยอมแพ้ มีความอดทนต่อชีวิตคู่ คิดให้ยาวๆ นะค่ะ ชีวิตคู่เปราะบางมากค่ะ ไม่มีใครจะเข้าใจเท่ากับคนสองคน...........

ขอเป็นอีกหนี่งกำลังใจให้คุณ sindy ค่ะ
 

บันทึกการเข้า
Sindy
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 16


« ตอบ #20 เมื่อ: 29 กรกฎาคม 2009, 05:22 »

        

        ดิฉันขออนุญาติใช้พื้นที่เล็ก ๆ นี้ขอบคุณเพื่อน ๆ  ที่ได้อ่านเรื่องราวของดิฉันแล้วและได้ส่งกำลังใจผ่านเวปนี้มาดิฉันค่ะ

ขอกำลังใจที่ทุกคนให้มา  มอบคืนกลับให้ทุก ๆ คนที่กำลังทุกข์ใจ มีจิตที่ตื่น และ เบิกบาน เป็นร้อยเท่าพันทวีนะคะ


       


บันทึกการเข้า
Sindy
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 16


« ตอบ #21 เมื่อ: 31 กรกฎาคม 2009, 09:50 »

หนึ่งเดือนแล้วค่ะ     

      ดีใจค่ะความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง  ตอนนี้ดิฉันรู้สึกว่าตัวเองมีเหตุผลมากขึ้น สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้
และแก้ไขควบคุมอารมณ์คนอื่นให้เย็นลงได้อีกด้วย  ไม่ใช่เฉพาะสามีนะคะ (แม้นจะยังไม่มืออาชีพเท่าไหร่ก็ดีใจค่ะ Tongue)

      เมื่อก่อนเวลาดิฉันโดนเอาเปรียบ  หรืออยู่ใกล้คนอารมณ์ร้อน  ขี้หงุดหงิด แม้นกระทั่งคนที่เห็นดิฉันเป็นเหมือนคนรับใช้ส่วนตัว  ซึ่งเราช่วยเหลือเท่าไหร่ก็ไม่พอกลับเห็นเราเป็นของตายจะใช้ทำอะไรก็ได้ แต่ผลที่ได้คือคนอื่นได้ความดีความชอบ ส่วนดิฉันได้แค่ความสงสาร  ดิฉันจะเครียดและน้อยใจมาก...........และรู้สึกด้อยในตัวเองและจะโกรธคนพวกนั้นเสมอเลยค่ะ

      ฟังธรรมมะของหลวงพ่อปราโมทย์เกี่ยวกับการดูจิต และ อ่านบทความของคุณ Aston27 รวมถึง อ่านคำแนะนำของคุณ Kookai รู้สึกว่าดิฉันเข้าใจถึงแก่นแท้ของความสุขว่าแท้จริงมีต้นกำเนิดมาจากไหน  พอเรารู้จริง ความรู้สึกในด้านลบที่มีเกี่ยวกับตัวเรามันหายไปเองค่ะ

     ถ้าจะบอกว่าพวกคุณทุก ๆ คน คือจิตแพทย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ช่วยฟื้นฟูสุขภาพจิตใจที่ย่ำแย่ของดิฉันให้กลับมาเบิกบานและช่วยให้ดิฉันค้นพบว่าแท้จริงแล้ว ความสุขในชีวิตของคนเรามันมาจากไหน ก็คงไม่ผิดใช่ไหมคะ.......


                

   
บันทึกการเข้า
THUMB2PM
ดาวส่องทาง
ดาวดวงใหม่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 15


« ตอบ #22 เมื่อ: 2 สิงหาคม 2009, 22:46 »

 
ดีใจด้วยจากใจจริงค่ะ  ในที่สุดก็พบว่าความสุขอยู่รอบตัวเรา  อยู่ที่เราเองจะคว้าไว้หรือปล่อยไป  ใช่ไหมคะ ^^ 
บันทึกการเข้า
Sindy
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 16


« ตอบ #23 เมื่อ: 3 สิงหาคม 2009, 06:15 »

มาวันนี้ดิฉันขอรบกวนถามพี่ๆ นะคะ

        ทำอย่างไรดีคะดิฉันอยากให้บทเรียนกับแฟนที่ร้ายแสนร้ายกับดิฉัน เวลามีปัญหาอะไรก็ตามมักแสดงตัวเข้าข้างคนอื่น

(ทั้งที่เราเป็นฝ่ายโดนรุกราน) โดยนิสัยดิฉันจะสร้างปัญหากับใครก่อนค่ะ แต่จะปกป้องตัวเอง

ไม่ว่าดิฉันจะทำอะไรก็ดูผิด ดูแย่ไปหมด ส่วนใหญ่ก็พูดกับเค้าดี ๆ แต่จะร้องไห้เพราะน้อยใจทุกครั้ง (ไม่รู้ว่าจะรับมือไม่ให้

ร้องไห้อย่างไรดีค่ะ) ทำให้เค้ายิ่งรำคาญตะคอกดิฉันกลับมาหนักเข้าไปอีก มาถึงตอนนี้บ้างเวลาก็อยากอยู่คนเดียว อยากแยก

กันอยู่ แต่ก็ทำไม่ได้สักที(ใจอ่อนทุกทีค่ะ) ทำให้เค้ายิ่งได้ใจ ว่ายังไงดิฉันก็ต้องยอมเค้าอยู่แล้ว เหนื่อยจังค่ะ หมอดูเคยทัก

สองครั้งว่าดวงเรื่องความรักของดิฉันสองปีมานี่ถึงขั้นแตกหัก ให้ดิฉันอดทนให้ถึงวันเกิดตัวเองปีนี้ คือเดือนกันยายน แต่ตอนนี้

ท้อมาก ๆ ค่ะ คิดว่าอยู่คนเดียวน่าจะมีความสุขกว่า อีกใจก็คิด

ว่าหรือจะลองอดทนให้ถึงวันเกิดแล้วค่อยตัดสินใจอีกที บางทีอาจจะเป็นเพราะดวงของเราจริงๆก็ได้ (เพราะลึกๆก็ยังอยากสู้

เพื่อให้ได้ครอบครัวเป็นครอบครัวต่อไปค่ะ) ถึงตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจแล้วค่ะ ว่าเค้ายังรักดิฉันหรือไม่ และจะอยู่ไปเพื่ออะไร ในเมื่อ

เราทำดีเท่าไหร่ สิ่งที่ปรากฎในใจเค้ามีแต่ความชั่วร้าย (เหมือนเค้าจะแก้แค้นที่เมื่อก่อนดิฉันเอาแต่ใจตัวเองค่ะ )

ดิฉันเปลี่ยนแปลงตัวเองมาสองปีแล้วค่ะ แต่เค้าก็ยังแข็งกระด้างใส่ดิฉันเหมือนเดิม มาถึงตอนนี้ดิฉันเหนื่อยกับชีวิตคู่มาก ๆ ค่ะ

 จนตัวเองเริ่มสงสัยว่า สองปีที่ผ่านมานั้นการที่เค้าเลวร้ายกับเรา สร้างแต่ปัญหาเข้ามาในชีวิตคู่เท่าไหร่ดิฉันก็ไม่โกรธ ไม่ว่าเรื่อง

ร้ายแรงขนาดไหน มันทำให้ผู้ชายเค้าเห็นว่าเราเป็นของตายคะ

           
บันทึกการเข้า
Sindy
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 16


« ตอบ #24 เมื่อ: 3 สิงหาคม 2009, 08:03 »

ขอแก้ข้อความนิดนะคะ  ดิฉันพิมพ์ตกในประโยคนี้ค่ะ

โดยนิสัยของดิฉันจะไม่สร้างปัญหาให้ใครก่อน  ค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!