แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
20 กุมภาพันธ์ 2019, 06:20 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: เพราะอะไรคะ  (อ่าน 6771 ครั้ง)
Chasanun
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 9


« เมื่อ: 7 มิถุนายน 2009, 16:12 »

มีเพื่อนของฉัน คนหนึ่งเค้าเกิดความสงสัยว่า

ทำไมคนที่เกิดมาแล้ว ถึงไม่ให้ทุกคนเป็นอรหันต์กันตั้งแต่แรก ไม่ต้องหิว ไม่ต้องเจ็บป่วยกันตลอดไป
จะมาคอยนับ คอยบันทึกว่าคนนี้ดี คนนั้นเลวทำไม

หรือไม่ก็ให้ทุกสิ่งอย่างเป็นก้อนหิน เป็นต้นไม้ จะได้หยุดนิ่ง ไม่ต้องทำอะไร



ใครที่อ่านคำถามนี้คงนั่งยิ้มอย่างประหลาดใจว่าคิดไปได้ แต่เพราะคนเราไม่เท่ากัน จึงสามารถเกิดคำถามอันหลากหลาย

อยากได้คำตอบสำหรับคนที่ไม่มีความรู้ด้านพุทธศาสนาเลย  จะได้ไปอธิบายให้เพื่อนเข้าใจได้อย่างละเอียด

เพราะโดยส่วนตัวแล้วเข้าใจว่าทำไมคนถึงต่างกัน ต่างเพราะกรรมที่แต่ละคนกระทำมา
แต่ไม่มีความสามารถที่จะอธิบายให้เพื่อนเข้าใจได้ค่ะ

ขอผู้รู้ ให้ความกระจ่างอย่างเป็นลำดับขั้นตอนด้วยนะคะ เริ่มจากศูนย์ได้ จะยอดเยี่ยมมากค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ 






มีอย่างนึงที่นิคว่า ไคร ก๊อทิบายไม่ได้ ก๊คือ ทําไมไม่ไห้ทุกคนเป๊นอรหันต์กันตั้งเเต่เเรก ไม่ต้องหิว ไม่ต้องเจ๊บป่วย กัน ตลอดไป ก๊สิ้นเรื่อง นิคว่า จะมาคอย นับ คอยบันทึกว่าคนนี้ดี คนนั้นเลว ทํามาย หาคําตอบเหตผลได้ บอก ด้วย น้าาา หรือไม่ ให้ทุกสิ่งอย่างเป๊นก้อนหิน เป็็นต้นไม้ จะได้หยุดนิ่ง ไม่ต้องทําอะไร งงงง มัย ครับ?
บันทึกการเข้า
pimpakarang
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวดวงใหม่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 13


« ตอบ #1 เมื่อ: 8 มิถุนายน 2009, 17:04 »

ไม่รู้ค่ะ

ไม่ได้กวนนะคะ   
เพราะ ไม่รู้จริงๆ  ค่ะ   

หมายความว่า  คนเรายังไม่ใช่อรหันต์กันหมด  ก็เพราะยังไม่รู้
คนเรายังหิว ยังเจ็บ  ยังทุกข์ทรมานกันได้   ก็เพราะยังไม่รู้

คนเราเกิดมาต่างกัน  ก็เพราะไม่รู้
ที่ต่างกัน  ก็คือ  ระดับของการไม่รู้   และปฏิกิริยาที่ตอบสนองต่อความไม่รู้เนี่ยแหละค่ะ  ที่ต่างกันค่ะ


คนเราทุกๆคนก็ยังทุกข์กันอยู่
บอกคนบอกว่า ไม่จริงหรอก  ฉันไม่ทุกข์

ลองถามกลับดู  ว่า  คุณจะแก่ไหม  จะเจ็บปวด  จะตาย  จะพรากจากคนที่รักหรือเปล่า   
ตื่นเช้าถ้าไม่ลุก ก็ทุกข์เพราะปวดเมื่อยจนต้องบิดขี้เกียจหรือเปล่า   
ทุกข์เพราะไม่สบายตัวอยากเข้าไปจัดการธุระในห้องน้ำไหม
ทุกข์เพราะหิวข้าวเช้า  ทุกข์เพราะรถติด  ทุกข์เพราะทำงานสาย  โอย...เยอะแยะไป

คนที่ทุกข์เพราะหิวข้าว  ถ้ารู้ว่าต้องเอาเงินไปซื้อข้าวกิน ก็ดับความทุกข์ได้หนึ่งคราว
บางคนก็ลุกไปซื้อข้าว   บางคนไม่มีสตางค์ ก็ต้องรู้ว่าจะขอข้าว หรือของานหาเงินไปซื้อ
 
บางคนไม่รู้ว่ากินของเผ็ดตอนเช้าไม่ดี และไม่ควรกินเหล้า   ต่อมาก็ปวดท้อง
บางคนไม่รู้ว่าจะหาเงินมาซื้อข้าวอย่างไร  ไม่รู้ว่าการขโมยเงินค่าข้าวคนอื่นไม่ดี  ต่อมาก็ติดคุก
บางคนโกหก เพื่อขอข้าวกิน   เพราะไม่รู้ว่าสุดท้ายคนอื่นก็ไม่เชื่อถือ
บางคนฉุดหญิงมาให้ทำข้าวให้ เพราะไม่รู้ว่าการล่วงละเมิดลูกภรรยาคนอื่นจะทำให้คนอื่นโกรธจัดจนถูกไข้โป้งได้

ดังนั้นคนเราจึงมีลีลาชีวิตที่ต่างกันไป 
เพราะเลือกที่จะตอบสนองกับความไม่รู้ต่างกัน 
หลายคน ได้แต่รู้ด้วยลมปาก พูดลอยๆ  ว่าตัวเองรู้  แต่ทำไม่ได้  ก็เลยยังไม่เหมือนกับคนที่รู้จริงๆ 

แล้ว  "ความไม่รู้"   นี่คืออะไร
ขอออกตัวก่อน  ว่าคนนี้ที่ตอบก็ยังไม่รู้  ยังกำลังเรียนรู้อยู่ จึงยังไม่กล้าให้คำตอบโป๊ะๆ ชนิดที่เคลียร์ใจให้กันได้

อย่างมากที่พอจะเล่าสู่กันฟังได้
คืออัญเชิญคำสอนของ "ผู้รู้"  จริงๆ   มาเล่าสู่กันฟัง

"ผู้รู้"  ที่ตอบได้จริงๆ  จังๆ   ก็คือองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า   
และมีผู้ที่ศึกษาตามจนเข้าใจดี  และถ่ายทอดต่อได้  ก็คือครูบาอาจารย์ทั้งหลาย   

องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ท่านสอนเรื่องของทุกข์ และการดับทุกข์
คำสอนของท่านมีรวบรวมเอาไว้มากมาย  แค่กดกูเกิ้ลคำเดียวก็ออกมามากมายแทบจะอ่านไม่ไหวแล้ว
แต่ความรู้   ความเข้าใจ  ใช้การฟัง หรืออ่านไม่ได้ผลหรอกค่ะ   

ยิ่งเป็นผู้ที่ถนัด "คิดทางขวาง"    คือ  เป็นผู้ที่คิดนอกกรอบเป็น แบบนี้น่ะค่ะ   
เป็นวิธีคิดของคนรุ่นใหม่ที่ได้รับการสนับสนุนจากสังคมนะคะ
เพราะทำให้ทางธุรกิจ  หรือการค้นคว้าเรื่องใหม่ๆ ได้ผลดี 
ทางการศึกษา หรือจิตวิทยาเด็กก็สนับสนุนให้เด็กๆ  คิดด้านขวางเอาไว้นะคะ

แต่การคิด    ไม่ช่วยเรื่องการดับทุกข์ค่ะ

ถ้าสนใจอยากรู้ว่าพระพุทธศาสนาสอนอะไร  ดับทุกข์ได้อย่างไร
มีทางเดียว คือลองปฏิบัติเอง  สัมผัสเอง   รับรู้ได้ด้วยใจค่ะ

แนะนำเข้าเวบลานธรรมนะคะ 
กดตามแบนเนอร์ลิงค์ แด่เธอผู้มาใหม่ 
หรืองาน  วิปัสสนานุบาล  หรือ  เจ็ดเดือนบรรลุธรรม   ของคุณดังตฤณ

ลองทำตามอย่างเดียวดู ถึงจะเข้าใจเอง   
ดีกว่าคำพูดเยอะเลยค่ะ



อ้างถึง
ทำไมคนที่เกิดมาแล้ว ถึงไม่ให้ทุกคนเป็นอรหันต์กันตั้งแต่แรก ไม่ต้องหิว ไม่ต้องเจ็บป่วยกันตลอดไป
จะมาคอยนับ คอยบันทึกว่าคนนี้ดี คนนั้นเลวทำไม
หรือไม่ก็ให้ทุกสิ่งอย่างเป็นก้อนหิน เป็นต้นไม้ จะได้หยุดนิ่ง ไม่ต้องทำอะไร

คนน๊า  ไม่ใช่ตุ๊กตา   
ไม่ได้มีใครกำหนดให้ใครเป็นหรือไม่เป็นอรหันต์  ไม่มีใครบังคับให้ใครรู้สึกหิว อิ่ม เจ็บ หรือมาคอยให้แต้มคะแนนความดีเลยค่ะ
แนวคิดที่ว่าคนเราถูกสร้างขึ้นมา  ถูกกำหนดชะตาเอาไว้แล้ว  ถูกบังคับกะเกณฑ์ได้  ไม่ใช่แนวคิดของพุทธค่ะ
บันทึกการเข้า
กร
เกิดมาเพื่อจะเรียนรู้ทางที่จะไม่เกิดอีก
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 318



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 8 มิถุนายน 2009, 22:16 »

 
บันทึกการเข้า

ไม่ว่าปัญหาอะไรเข้ามา เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
ทำใจไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำใจ
ปัญหามันก็อยู่ใต้ไตรลักษณ์ เกิดได้ก็ดับได้
Chasanun
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 9


« ตอบ #3 เมื่อ: 9 มิถุนายน 2009, 15:34 »

มีเพื่อนของฉัน คนหนึ่งเค้าเกิดความสงสัยว่า

ทำไมคนที่เกิดมาแล้ว ถึงไม่ให้ทุกคนเป็นอรหันต์กันตั้งแต่แรก ไม่ต้องหิว ไม่ต้องเจ็บป่วยกันตลอดไป
จะมาคอยนับ คอยบันทึกว่าคนนี้ดี คนนั้นเลวทำไม

หรือไม่ก็ให้ทุกสิ่งอย่างเป็นก้อนหิน เป็นต้นไม้ จะได้หยุดนิ่ง ไม่ต้องทำอะไร



ใครที่อ่านคำถามนี้คงนั่งยิ้มอย่างประหลาดใจว่าคิดไปได้ แต่เพราะคนเราไม่เท่ากัน จึงสามารถเกิดคำถามอันหลากหลาย

อยากได้คำตอบสำหรับคนที่ไม่มีความรู้ด้านพุทธศาสนาเลย  จะได้ไปอธิบายให้เพื่อนเข้าใจได้อย่างละเอียด

เพราะโดยส่วนตัวแล้วเข้าใจว่าทำไมคนถึงต่างกัน ต่างเพราะกรรมที่แต่ละคนกระทำมา
แต่ไม่มีความสามารถที่จะอธิบายให้เพื่อนเข้าใจได้ค่ะ

ขอผู้รู้ ให้ความกระจ่างอย่างเป็นลำดับขั้นตอนด้วยนะคะ เริ่มจากศูนย์ได้ จะยอดเยี่ยมมากค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ 







บันทึกการเข้า
Chasanun
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 9


« ตอบ #4 เมื่อ: 9 มิถุนายน 2009, 15:54 »

สวัสดี และขอขอบคุณ คุณpimpakarang ค่ะ

อ่านครั้งแรก รู้สึก งงๆ  ต้องอ่านทวน หลายครั้ง ค่อยเข้าใจ จะไปบอกเพื่อน แต่ก็ไม่รู้ว่าเค้าจะเข้าใจมากน้อยแค่ไหน เพราะไม่มีพื้นฐานมาก่อน

แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย จริงไหมคะ



คุณกร สวัสดีค่ะ 
บันทึกการเข้า
kookkai
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 153


« ตอบ #5 เมื่อ: 11 มิถุนายน 2009, 11:07 »

โมทนาค่ะ พี่พิม

ลองอ่านบท
ก่อนเหยียบบันไดขั้นแรก ในหนังสือเจ็ดเดือนบรรลุธรรมดูค่ะ

http://dungtrin.com/7months/00beforego.html

ใช้ภาษาง่าย และมีเรื่องสนุก ๆ ให้ติดตามค่ะ

 

บันทึกการเข้า
Chasanun
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 9


« ตอบ #6 เมื่อ: 16 มิถุนายน 2009, 16:18 »

ขอบคุณค่ะ คุณkookkai 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!