แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
11 เมษายน 2021, 11:20 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
 11 
 เมื่อ: 29 กันยายน 2020, 00:36 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – เราคบหากับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งนิสัยเขาไม่ดีเท่าไหร่ เราเองทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าถ้าคบไปจะมีแต่ทุกข์ แต่ก็ยังตัดใจไม่ได้สักที แล้วถ้าเกิดตอนนี้ยังเลิกไม่ได้ ควรทำอย่างไรเพื่อให้ทุกข์น้อยที่สุดคะ


ในเรื่องความรักนี้มีคนจำนวนไม่น้อยเลยค่ะ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าหนทางข้างหน้านั้นมี “ทุกข์” รออยู่ แต่บางคนก็ทำใจไม่ได้ตัดใจไม่ลงด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป จากการเก็บข้อมูลดวงชะตาพบว่าคนที่ตัดใจได้ยากนั้นมักมีลักษณะอ่อนไหว บ้างก็มีความยึดมั่นและให้ความสำคัญกับเรื่องความรักเป็นพิเศษ บ้างก็เป็นคนขี้สงสาร ฯลฯ เลยเป็นเหตุให้ตัดใจได้ไม่ง่ายนัก มีคนจำนวนหนึ่งทีเดียวเลยที่เป็นแบบนี้นะคะ


เช่นเดียวกันกับคุณแอนโดรเมดา (นามสมมติ) ลูกค้าหญิงที่ตรวจดวงกันมานานแล้วค่ะ คุณแอนโดรเมดานั้นผ่านความทุกข์ในชีวิตคู่มาก่อน ปัจจุบันเป็นคุณแม่ใบเลี้ยงเดี่ยว ที่ขยันขันแข็งในการทำงานหาเงินส่งเสียลูกๆ เรียกว่าเป็นผู้หญิงเก่งที่สามารถรับผิดชอบชีวิตของตนเองและดูแลครอบครัวมาได้อย่างดี คุณแอนโดรเมดาสนใจการทำบุญทำทานตลอดจนการปฏิบัติธรรมด้วยค่ะ หลายปีที่ผ่านมาเมื่อเริ่มดูใจกับชายหนุ่ม เธอมักจะขออนุญาตเจ้าของดวงนำดวงมาตรวจดู มาในคราวนี้ก็เช่นกัน ลูกค้าหญิงได้นำดวงชะตาของหนุ่มใหญ่รายหนึ่ง (ขอสมมตินามว่าคุณคอนสแตนติน) มาให้ตรวจดวง เมื่ออ่านดาวแล้วก็บอกเธอไปตรงๆ ว่า “ตั้งแต่คุณเอาดวงมาให้ดู คนนี้ดูมีปัญหาเรื่องคู่ที่สุดเลยค่ะ คือเวลาที่มีคู่มักจะมีเรื่องร้อนๆ อยู่ตลอด แล้วเขาก็เป็นคนค่อนข้างเจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจตัวเอง แถมมีเรื่องรักสามเส้าได้ง่ายด้วย คุณค่อยๆ ดูเขาไปได้ไหมคะ ที่เตือนนี่ยังทันไหมคะ” คุณแอนโดรเมดาตอบว่า “ช้าไปแล้วแหละ” แล้วลูกค้าก็เล่าว่าที่หมอดูบรรยายลักษณะของคุณคอนสแตนตินมานั้นตรงตามความจริงทุกอย่าง


ฟังแล้วก็บอกเธอไปว่าอันที่จริงคุณคอนสแตนตินเขาเป็นเพื่อน เป็นพ่อ เป็นลูกที่ดีนะคะ คือเขาไม่ได้เป็นคนไม่ดีไปหมดทุกด้าน ดูในดวงแล้วเห็นว่าเป็นมีน้ำใจกับเพื่อน รับผิดชอบลูกๆ (ที่เกิดกับอดีตภรรยา ตามที่ถามลูกค้าไปว่าเขาเคยผ่านการแต่งงานมาก่อนแล้วใช่ไหม) เป็นลูกชายที่กตัญญูต่อพ่อแม่ เป็นคนรับผิดชอบงานดี ซึ่งลูกค้าฟังแล้วก็บอกว่าจริง คุณคอนสแตนตินเป็นคนเอาจริงเอาจังกับงาน เป็นคนที่รักลูกส่งเสียลูกๆ ไม่บกพร่อง แต่ในส่วนของความรักก็ดังที่ว่ามานั้นตรงทุกอย่าง จึงได้บอกคุณแอนโดรเมดาไปด้วยว่าตามดวงนั้นเธอสามารถคบกับคุณคอนสแตนตินได้ยาวนานเลยทีเดียว ถ้าไม่ใจแข็งเดินออกมาเอง อาจจะต้องมีชีวิตรักกับเขาแล้วก็มีทุกข์ยาวๆ อีกหลายปีค่ะ


เนื่องจากทราบดีว่าการเลือกคบคนที่ศรัทธา ศีล ปัญญา จาคะไม่เสมอกัน ย่อมเป็นทุกข์ง่ายอยู่แล้ว ตามที่เห็นในดวงนั้นคุณคอนสแตนตินน่าจะเป็นคนชอบสังสรรค์และดื่มสุราสักหน่อย จึงบอกลูกค้าไปว่า “ต่อไปคุณอาจจะต้องไปนั่งเฝ้าเขาในวงเหล้านะคะ” ลูกค้าหญิงบอกว่าตอนนี้ก็ไปเฝ้ามาแล้ว แล้วก็บอกว่าอันที่จริงก็รู้ทุกอย่างนะ รู้ด้วยว่าไม่สมควรจะไปเป็นแฟนกับเขา เพราะนี่แค่เริ่มต้นไม่กี่เดือนก็มีความทุกข์มากแล้ว รู้ทั้งรู้แบบนี้แต่ทำไมถึงไม่อยากปล่อยไม่อยากเลิกก็ไม่รู้ ฟังแล้วก็พอจะเข้าใจได้ค่ะ คือ ธรรมชาติของปุถุชนทั่วไปนั้นมีความยึดมั่นถือมั่นอยู่แล้ว บางคนโชคดีที่แข็งใจก็เดินออกมาได้เร็ว ทุกข์สั้นหน่อย ส่วนบางคนนั้นต้องทุกข์จนเกินจะทน จึงเรียนรู้และปล่อยวางได้ในที่สุด ไม่นับกรณีที่อีกฝ่ายเป็นคนบอกเลิกไปเองนะคะ


อย่างไรก็ตามเพื่อให้ลูกค้าซึ่งอันที่จริงแล้วเป็นคนที่มีพื้นฐานจิตใจที่ดีนั้นเป็นทุกข์น้อยที่สุดจึงแนะนำไปว่าตอนนี้ควรกลับมาสู่ทางที่ควรจะเป็น คือหาเวลาสวดมนต์ไหว้พระและปฏิบัติธรรม คุณแอนโดรเมดาบอกว่าที่ผ่านมาห่างไปเลย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นปฏิบัติธรรมสม่ำเสมอ จึงบอกเธอไปว่าพยายามทำกรรมดีทั้งทาน ศีล ภาวนา ให้ครบถ้วน บางทีกรรมดีที่ได้ทำไปในปัจจุบันอาจจะทำให้มีจิตใจเข้มแข็งขึ้น สามารถแยกออกมาได้ และอย่างน้อยๆ ถึงสถานการณ์ความรักจะไม่ดีนัก แต่ก็มีใจตนเองที่มีธรรมะเป็นที่พึ่ง จะได้ทุกข์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น ส่วนหากจะหวังว่าอีกฝ่ายจะดีขึ้นนั้น ต้องยอมรับว่าไม่มีใครเปลี่ยนนิสัยใครได้ ยกเว้นเจ้าตัวเห็นโทษแล้วอยากเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง ซึ่งย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายนักค่ะ ส่วนเรื่องวิธีการต่างๆ ในการตัดใจนั้น สามารถเลือกอ่านได้เพิ่มเติมจาก "ห้องร้าวรัก"  ในเว็บ “แสงดาวส่องทาง” นะคะ


แม้ว่าอุปนิสัยนั้นเป็นสิ่งที่กรรมเก่ามีส่วนในการกำหนดมาให้ ทว่ากรรมเก่าไม่ใช่จะลิขิตชีวิตเราได้ทุกสิ่ง กรรมใหม่ในชาตินี้นี่แหละที่จะเป็นตัวกำหนดว่าในเราจะสุขจะทุกข์อย่างไรในปัจจุบันและอนาคต บางคนอาจจะอ่อนไหวมาแต่เดิม แต่พอเริ่มศึกษาธรรมะก็จิตใจเข้มแข็งขึ้น จนสามารถพาตัวเองออกมาจากสถานการณ์ที่เป็นทุกข์ได้ค่ะ


☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 12 
 เมื่อ: 29 กันยายน 2020, 00:34 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – ถ้าหากว่าคู่ครองของเราเขามีเวลาเหลืออีกไม่มาก ก่อนจะต้องจากไปด้วยโรคร้าย เราควรจะปฏิบัติอย่างไรจึงจะเป็นประโยชน์แก่เขามากที่สุดคะ


ในการครองเรือนกันของมนุษย์คู่หนึ่งนั้น คู่สมรสจำนวนไม่น้อยคงหมายใจว่าจะได้ดูแลกันในยามแก่เฒ่า แต่หลายคู่ก็อาจจากกันก่อนด้วยการหย่าร้าง ส่วนบางคู่นั้นแม้จะไม่ได้แยกทางแต่ก็ต้องจากกันด้วยความตายมาพราก หลายคนต้องประสบเหตุนี้ตั้งแต่ยังไม่ถึงวัยชราด้วยค่ะ


ดังเรื่องราวของคุณแนนซี่ (นามสมมติ) ลูกค้าหญิงวัยห้าสิบกว่า สามีของเธอคือคุณโรนัลด์ (นามสมมติ) ซึ่งมีอายุมากกว่าลูกค้าไม่มากนักได้เจ็บป่วยมานานพอสมควร อาการของโรคที่ค่อยๆ ดำเนินไปนั้น ที่สุดแล้วทำให้อาจจะเหลือเวลาในชีวิตอีกไม่กี่ปี คุณแนนซี่เป็นลูกค้าหญิงที่น่ารักมากที่สุดคนหนึ่งเลยค่ะ ตามดวงแล้วเธอมีความผูกพันกับครอบครัวมาก เรียกว่าเป็นผู้หญิงที่อุทิศตนเพื่อครอบครัวเป็นหลักมาตลอด ชีวิตคู่ของคุณแนนซี่นั้นนับได้ว่าได้สามีมีหน้าที่การงานและมีฐานะที่ดี ส่วนลูกก็ใกล้เรียนจบแล้ว ในการตรวจดวงครั้งล่าสุดนั้นลูกค้าเล่าว่าตอนนี้สามีลาออกจากงานมาพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ส่วนเธอเองยังทำงานนอกบ้านอยู่แต่ก็ดูแลสามีอย่างดีที่สุดด้วยเพราะครอบครัวของลูกค้ามีความพร้อมทางเศรษฐกิจ


คุณแนนซี่ได้บอกเล่าให้ฟังถึงอาการของสามีตลอดจนวิถีชีวิตประจำวันของเขา ซึ่งเมื่อได้ฟังกระแสเสียงของเธอซึ่งเป็นลูกค้าที่ตรวจดวงกันอย่างสม่ำเสมอมาหลายปี แล้วก็อดจะรู้สึกสะเทือนใจไปด้วยไม่ได้ค่ะ ทราบดีว่าภรรยาย่อมมีความรักและห่วงใยตลอดจนความอาลัยในตัวสามีที่อยู่ร่วมกันมาอย่างค่อนข้างราบรื่นมาร่วมสามสิบปี ก็ได้ปลอบใจเธอไปว่าตามดวงแล้วยังเหลือเวลาอีกอย่างน้อยสองปี คิดว่าภายในสองปีนี้สามีคงยังไม่จากเธอไป ยังมีเวลาเหลือสำหรับการเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไกล ขอให้ใช้ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาทอง เพราะเมื่อไรก็ตามที่รู้ว่าอย่างไรสักวันชีวิตคู่นั้นจะต้องจบลง เราจะเห็นคุณค่าของวันเวลาที่จะอยู่ร่วมกัน เรียนรู้ที่จะให้อภัย อโหสิกรรมและปฏิบัติต่อกันอย่างดี ทำวันแต่ละวันให้เป็นวันที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับกันและกัน


อันที่จริงมีหลายคู่ต้องพลัดพรากจากกันด้วยเหตุกะทันหัน โดยไม่ทันได้ร่ำลาแม้สักคำ คุณแนนซี่นับว่ายังโชคดีที่เหมือนมีสารมาเตือนว่าชีวิตคู่นั้นไม่ได้ยืนยาวตราบกัลปาวสาน จะได้มีเวลาเตรียมตัวทำสิ่งที่ดีต่อกันไว้ก่อน อันที่จริงคู่แต่งงานแทบทุกคู่ก็คงหวังว่าจะจากกันเช่นนี้ คือครองคู่กันตราบวันสุดท้ายของชีวิต ซึ่งแม้จะหมายความว่าจะไม่ได้เห็นกันอีกต่อไปแล้วในชาตินี้ ทว่านับเป็นการลาจากที่ดีที่สุดเท่าที่คนคู่หนึ่งจะทำได้


ให้กำลังใจลูกค้าหญิงไปว่าตอนนี้เรื่องร่างกาย โรคภัยไข้เจ็บของสามีก็ปล่อยให้แพทย์ดูแลเป็นหลัก ส่วนคุณแนนซี่ก็ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่สิ่งที่เธอควรจะเป็นหลักในการทำเพื่อสามีอย่างยิ่งคือการดูแลจิตใจของเขา ในช่วงเวลาที่เหลือนี้ให้เขามีใจอยู่กับกุศลให้มากที่สุด อาจจะเริ่มด้วยการชวนเขาสวดมนต์ บทสวดมนต์ที่ดีที่สุดในโลกคือ บทอิติปิโส จากนั้นก็ชวนให้รักษาศีลห้าอย่างตั้งใจ แล้วหมั่นทำบุญและตามระลึกนึกถึงบุญ โดยได้แนะนำว่าเมื่อทำบุญทำทานอะไรใดๆ ก็ให้จดบันทึกไว้ด้วย เวลาที่นำบันทึกบุญนั้นมาทบทวนดูจะได้ชื่นใจว่าเราก็ได้เตรียมเสบียงเอาไว้ไม่น้อย (เรื่องทำบุญนี้ลูกค้าเล่าให้ฟังว่าล่าสุด เมื่อสามีได้ข่าวว่าเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาลก็ได้กุลีกุจอไปโอนเงินบริจาคที่ธนาคาร ฟังแล้วก็ได้ขออนุโมทนากับทั้งสองท่านด้วยค่ะ) และที่ดีที่สุดก็คือควรจะชวนสามีให้ฝึกเจริญสติ เห็นความไม่เที่ยงไม่คงทนไม่น่ายึดมั่นถือมั่นของกายใจด้วย แม้ว่าแต่เดิมแล้วคุณโรนัลด์ไม่ได้ใฝ่ใจในเรื่องทางศาสนาพุทธเท่ากับฝ่ายภรรยา แต่คนเราเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยก็นับเป็นโอกาสทองที่จะนำให้มาสนใจเรื่องการทำความดีทั้งทาน ศีล และภาวนา ได้ง่ายขึ้นอยู่แล้ว


นอกจากนี้ก็ขอให้ลูกค้าพยายามสื่อสารกับคนในครอบครัว ญาติๆ และคนใกล้ชิดอื่นๆ ว่าอย่าทำให้คนป่วย มีกังวล ห้ามแสดงอาการเศร้าหมองใดๆ ให้พูดแต่เรื่องดีๆ เป็นมงคลฟังแล้วจิตใจชื่นบาน เช่น ไปทำบุญมาก็บอกให้คุณโรนัลด์อนุโมทนาด้วย หรือพูดทำนองว่าทุกคนดูแลตัวเองได้ดี เพราะคุณโรนัลด์ได้ช่วยวางแผนและเตรียมพร้อมไว้ ทำหน้าที่สามีและพ่อได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ฯลฯ ยิ่งไปกว่านั้นขอให้คุณแนนซี่เธอพยายามหาเวลาอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับความตาย เล่มไหนที่อ่านแล้วก็อ่านซ้ำอีกก็ได้เพื่อย้ำความเข้าใจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนความสามารถในการส่งคนใกล้ตายให้ไปดี อันที่จริงต่อให้ไม่ได้ใช้เพื่อส่งคนอื่น ยังไงตัวเราเองก็ต้องได้ใช้ส่งตัวเองในวันหนึ่งอยู่ดีค่ะ


โลกนี้คือไม่มีสิ่งใดนิรันดร์ ทุกสิ่งในโลกล้วนเกิดเพื่อตาย มีเพื่อไม่มี ปรากฏขึ้นเพื่อหายไปทั้งสิ้น ความจริงแล้วการรู้จักกันคือการนับถอยหลังสู่การลาจากกัน การเริ่มต้นชีวิตคู่ก็คือการนับถอยหลังสู่การสิ้นสุดของชีวิตคู่ เหมือนกับการเกิดซึ่งก็คือการนับถอยหลังสู่ความตาย นี่คือความจริงที่แม้จะดูเหมือนโหดร้ายเหลือเกิน แต่ชีวิตในสังสารวัฏก็บังคับให้ต้องยอมรับ หากไม่ต้องการพบเจอความพลัดพรากแบบนี้อีกก็ควรตั้งใจปฏิบัติธรรมเพื่อพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดอันเป็นเหตุแห่งความทุกข์ทั้งปวงค่ะ



☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 13 
 เมื่อ: 29 กันยายน 2020, 00:32 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – ผมมีปัญหาขัดแย้งกับเจ้านายอยู่เป็นระยะๆ จนบางครั้งก็คิดอยากลาออกจากงาน แต่ติดที่ว่าอายุเริ่มมาก กลัวหางานยาก อีกอย่างงานที่ทำอยู่ก็มั่นคงดี แบบนี้ควรทำอย่างไรดีครับ


ความขัดแย้งระหว่างเจ้านายและลูกน้องเป็นสาเหตุหลักประการหนึ่งที่ทำให้หลายคนตัดสินใจลาออกจากงาน ซึ่งการตัดสินใจใดๆ นั้นก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขชีวิตของแต่ละคน ที่แตกต่างกันไปค่ะบางคนตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้า ลาออกทั้งที่ยังไม่มีงานใหม่รองรับ คนส่วนหนึ่งโชคดีได้งานใหม่ทันใจ มีสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าเดิม ทว่าถ้าโชคร้ายขึ้นมา บางคนก็อาจจะว่างงานยาว ถ้าหากมีภาระที่ต้องใช้จ่ายมากและมีเงินเก็บที่จำกัด ก็อาจจะพบว่าต้องทุกข์ใจ เผลอๆ มากยิ่งกว่าการที่ยังมีงานทำ แม้ต้องอดทนกับคนในที่ทำงานบ้างแต่ก็ได้เงินเดือนทุกเดือน เพราะเหตุนี้หลายคนจึงตัดสินใจไม่ค่อยจะถูก จะอยู่ก็ทุกข์ จะไปก็เกรงความเสี่ยงค่ะ


เช่นเดียวกันกับคุณทาเคชิ (นามสมมติ) ลูกค้าชายวัยสี่สิบกว่าซึ่งได้เคยตรวจดวงกันมาก่อน มาในคราวนี้ ก็ได้เริ่มต้นการสนทนาด้วยการเตือนให้ระวังความขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชา ฝ่ายลูกค้าก็บอกว่าที่นัดตรวจดวงวันนี้ก็จะถามเรื่องที่เพิ่งเตือนมานี่แหละ อ่านดาวในดวงแล้วก็เข้าใจได้ว่าคุณทาเคชินั้นที่จริงแล้วไม่ได้เป็นคนไม่ดีอะไร ออกจะเป็นคนตั้งใจทำงาน รักสงบ ไม่อยากมีเรื่องมีราวกับใครเสียด้วยซ้ำไป เพียงแต่อาจจะขาดศิลปะในการสนทนาไปบ้าง ซึ่งในเรื่องนี้ฝ่ายลูกค้าเองก็ยอมรับนะคะ เมื่อต้องมาทำงานร่วมกับเจ้านายซึ่งในดวงชะตานั้นมีลักษณะนิสัยแบบผู้หญิงๆ คือมีอารมณ์ที่ไม่คงที่สักเท่าไหร่นัก แต่ก็มีข้อดีคือเป็นคนละเอียดลออ คุณทาเคชิบอกว่าเจ้านายเป็นผู้หญิงที่นิสัยแบบผู้หญิงๆ จริงๆ นั่นแหละ เลยเกิดความไม่ลงรอยกันในมุมมองในการทำงาน ซึ่งส่วนหนึ่งก็เกิดจากการสื่อสารด้วยค่ะ


คุณทาเคชิเล่าให้ฟังว่าเริ่มคิดถึงการเปลี่ยนงานอยู่บ้าง แต่ก็อดที่จะกังวลไม่ได้ เพราะอายุที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้งานที่ทำอยู่ในปัจจุบันก็มีความมั่นคงสูง เป็นสิ่งที่ทำให้ครอบครัวสบายใจได้ว่าสามารถมีงานทำไปได้เรื่อยๆ ไม่ต้องเสี่ยงที่จะถูกเลิกจ้าง แต่อีกใจก็อยากลองเปลี่ยนงานดูบ้างเหมือนกัน ฟังแล้วก็บอกลูกค้าว่าถ้าอย่างนั้นให้ลองสมัครงานได้เลยค่ะ จะได้หายคาใจว่าย้ายงานได้ไหม แต่ถ้าว่ากันตามดวงแล้วในช่วงปีนี้และปีหน้าน่าจะยากที่จะได้งานใหม่ที่มีความมั่นคงเท่าเดิม แต่ที่สนับสนุนให้ลองสมัครงาน เพราะจะทำให้เห็นว่างานตามที่อยากได้นั้นหายากทีเดียว จะได้ใจเย็นขึ้น อดทนกับงานที่ทำอยู่ได้ดีขึ้น ส่วนถ้าจะออกมาทำธุรกิจเองนั้น เห็นว่าตอนนี้ทำงานแบบกินเงินเดือนไปก่อนจะปลอดภัยกว่า


จริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องเป็นพนักงานกินเงินเดือนประจำตลอดไป บางดวงชะตานั้นมีลักษณะที่เหมาะทำธุรกิจมากกว่า ถ้าเป็นแบบนี้ก็มักจะแนะนำให้ออกไปเริ่มต้นงานของตัวเองในช่วงเวลาที่เหมาะสมตามดวงค่ะ แต่ในบางกรณีนั้นถ้าเห็นว่าลูกค้าจะไปตายดาบหน้าแล้วมีแนวโน้มว่าจะตายจริงๆ ก็พยายามห้ามไว้อย่างสุดความสามารถ เพราะไม่อยากให้ผู้มีอุปการคุณเดือดร้อนค่ะ


ได้สนทนากับลูกค้าชายต่อไปว่า ในบางครั้งถ้าหากคิดว่าตัดสินใจได้ยากในบางเรื่อง ก็ขอให้ลองใช้วิธีชั่งน้ำหนักในใจดู เช่น ถ้าลาออกจากงานแล้ว จะมีข้อดีคือไม่ต้องเจอหัวหน้าอีก ในเรื่องนี้มีความสำคัญแก่จิตใจของคุณทาเคชิมากไหม ส่วนความทุกข์ที่จะได้มาจากการลาออกจากงานไปตายเอาดาบหน้า ก็จะมีคนที่รักและห่วงใยคุณจะต้องเกิดความทุกข์ขึ้นมาด้วย ที่สุดแล้วเมื่อคนที่รักไม่สบายใจตัวคุณเองก็คงไม่สบายใจเหมือนกัน โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่นั้นท่านจะยินดีมากกว่าที่ลูกชายมีงานประจำที่มั่นคงทำ ลูกค้ายอมรับว่าใช่ คนในครอบครัวต้องพลอยทุกข์ใจไปด้วยแน่นอน หมอดูจึงสรุปว่าต้องลองชั่งใจดูว่า ถ้าหากเลือกที่จะทนอยู่ก็ทุกข์ใจคนเดียว แต่เนื้องาน ความมั่นคงรายได้ตลอดจนสวัสดิการอื่นๆ ก็ไม่เลวนัก แต่ถ้าเลือกที่จะไป ก็ต้องรับความกดดันหลายเรื่องที่จะเกิดขึ้นในขณะที่หางานใหม่ไม่ได้ ตลอดจนความไม่สบายใจของของคนในครอบครัว ต้องลองตรองดูว่าเลือกทางไหนที่จะทำให้เป็นทุกข์น้อยกว่ากันค่ะ


ส่วนวิธีการปฏิบัติตนต่อคุณเจ้านายซึ่งอาจจะมีอุปนิสัยบางอย่างที่ไม่สอดคล้องกับคุณลูกน้องนักนั้น ก็ได้แนะนำในลักษณะเดียวกับที่ได้เคยเขียนไว้ในบทความก่อนหน้านี้ เช่น
"คุณเจ้านายที่ (ไม่) น่ารัก" (คลิก) https://bit.ly/337MQZw
“เบื่อเจ้านาย หน่ายหัวหน้า” (ภาค ๑) (คลิก) https://bit.ly/344ZnMO
“เบื่อเจ้านาย หน่ายหัวหน้า” (ภาค ๒) (คลิก) https://bit.ly/2HEmwy1
“เบื่อเจ้านาย หน่ายหัวหน้า” (ภาค ๓) (คลิก) https://bit.ly/337HZaW
จะได้ลดปัญหาขัดแย้งระหว่างกันเพราะในความเป็นจริงแล้วทั้งเจ้านายและลูกน้องต่างคนก็ล้วนเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ ร่วมเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏด้วยกันทั้งสิ้นค่ะ


หลังจากที่สนทนากันในประเด็นเรื่องงาน ซึ่งคุณทาเคชิน่าจะเลือกที่จะทำงานที่เดิมไปก่อน จากนั้นลูกค้าก็ได้ซักถามในประเด็นอื่นจนครบถ้วนค่ะ


ถ้าหากเลือกได้ทุกคนย่อมอยากมีชีวิตที่มีความสุขตามใจใฝ่ฝัน แต่บางครั้งเงื่อนไขต่างๆ ทำให้ไม่มีทางเลือกที่ว่านั้น ดังนั้นใครก็ตามที่จะต้องตัดสินใจในเรื่องใดๆ ก็ขอให้พิเคราะห์ให้ดี ลองชั่งใจดูว่าอะไรที่มีความสำคัญในชีวิตมากกว่ากัน แล้วเลือกทางที่เป็นทุกข์น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ก็แล้วกันนะคะ


☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 14 
 เมื่อ: 29 กันยายน 2020, 00:28 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – ถ้าหากว่าผมแอบมีหญิงอื่นจนใกล้จะเลิกกันอยู่แล้ว แต่ภรรยาดันรู้ความจริงขึ้นมาพอดี ซึ่งผมเองก็ตั้งใจจะกลับตัวแน่ๆ อยู่แล้ว แบบนี้ชีวิตคู่จะกลับมาเหมือนเดิมได้ไหมครับ


(ในบทความตอนนี้จะขออนุญาตกล่าวถึงเฉพาะกรณีสามีเป็นฝ่ายนอกใจเท่านั้น ส่วนกรณีที่ฝ่ายภรรยานอกใจนั้น น่าจะได้มีโอกาสเล่าสู่กันฟังในอนาคตค่ะ)


มีคู่สมรสจำนวนไม่น้อยเลยที่เมื่อมีการนอกใจเกิดขึ้น แล้วภรรยาจับได้ว่าสามีมีหญิงอื่น แต่ก็ยังคงกล้ำกลืนให้อภัย อยู่ร่วมกันต่อมาได้ อย่างไรก็ตามแม้จะไม่ได้เลิกรากันแต่ความสัมพันธ์ไม่มีวันจะเหมือนเดิม เพราะความรักความศรัทธาย่อมจะลดลงไปแน่นอน ทางที่ดีอย่าให้เรื่องนี้เกิดขึ้นเลยดีกว่าค่ะ แต่ว่าไปแล้วคนเราก่อนที่จะหูตาสว่างมองเห็นว่าตัวเองกำลังอยู่ในดงหนาม ก็อาจจะต้องโดนหนามนั้นเกี่ยวและทิ่มแทงเข้าไปจนได้แผลเสียก่อน จึงจะได้สติแล้วหาทางหนีออกมา


ดังเรื่องราวของลูกค้าชายวัยประมาณสี่สิบปี (นามสมมติว่าคุณอมาดิอุส) ซึ่งมาตรวจดวงซ้ำอีกหน คุณอมาดิอุสนั้นมีหน้าที่การงานดีมาก มีรายได้สูง นิสัยใจคอก็เป็นคนมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ฯลฯ เขาแต่งงานและมีบุตรแล้ว ใครที่มองเข้ามาก็จะเห็นว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่นทีเดียวค่ะ ลูกค้าชายถามว่าช่วงนี้มีอะไรต้องกังวลบ้าง ตอบไปว่าระวังเรื่องผู้หญิง ดูท่าทางจะวุ่นวายง่ายขึ้นแล้วละ ลูกค้าก็เลยเล่าให้ฟังว่าได้มีความสัมพันธ์ลับกับหญิงอื่น (ขอสมมตินามว่าคุณเอลฟาบา) เมื่ออ่านดาวในดวงแล้วก็คิดว่าน่าจะมีเรื่องความรักซ้อนเข้ามามากกว่าสองปีแล้ว ซึ่งตรงกับที่ลูกค้าให้ข้อมูลมา บอกคุณอมาดิอุสเพิ่มเติมไปด้วยว่าควรจะตรวจสอบดีๆ ว่าคุณเอลฟาบายังโสดจริงไหม เกรงจะเป็นปัญหาที่ยิ่งซับซ้อนไปกันใหญ่ ลูกค้าชายเลยเล่าให้ฟังว่าที่จริงแล้วคุณเอลฟาบามีผู้ชายอื่นอุปการะอยู่ก่อนหน้าแล้ว


เมื่อได้ฟังแล้วจึงถามไปตรงๆ เพื่อให้สติลูกค้าว่า “อ๋อ ตกลงคุณเป็นชู้ใช่ไหม ทั้งนอกใจภรรยาและเป็นชู้ในเวลาเดียวกัน” คุณอมาดิอุสยอมรับว่าใช่ แล้วบอกด้วยว่าพูดแบบนี้มันก็เจ็บแต่มันก็จริง หมอดูเลยให้กำลังใจว่าถ้ามันไม่ดีก็ตั้งใจให้เด็ดขาดแล้วเลิกเถอะ อีกอย่างการที่คุณไปยุ่งกับคนมีเจ้าของแล้ว ก็เป็นการเสี่ยงภัยมาก ใครจะรู้ว่าผู้ชายอีกคนที่ดูแลคุณเอลฟาบาอยู่นั้นเขาเลือดร้อนหรือเปล่า ไม่ควรจะหาเรื่องใส่ตัวขนาดนี้ค่ะ ลูกค้าชายบอกว่าวันนี้ที่มาตรวจดวงเพราะอยากให้มีคนให้สติ เนื่องจากตอนนี้เริ่มคลายความหลงลงไปแล้ว ถ้าเป็นช่วงก่อนที่ยังหลงรุนแรงคงไม่นัดตรวจดวง เพราะเชื่อว่าใครพูดอะไรตัวเองก็คงไม่ยอมฟัง แต่ตอนนี้ต้องการคนให้สติให้เข้มแข็งพอที่จะเดินออกมาได้


คุณอมาดิอุสถามว่าตัวเขาเองเลวร้ายมากไหม ตอบไปตรงๆ ว่าในฐานะมนุษย์คนหนึ่งคุณเป็นคนมีน้ำใจกับคนอื่น เป็นคนเคารพกฎหมาย เป็นลูกเป็นพี่เป็นพ่อที่ดี แต่ในฐานะสามีคุณก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่มันไม่ถูก แล้วก็ควรพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตกลับมาอยู่ในรูปในรอยอันสมควรเสียที จะได้ไม่ต้องรู้สึกเป็นทุกข์เป็นกังวลเหมือนกับที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้ค่ะ


อีกสิ่งหนึ่งที่คุณอมาดิอุสยอมรับว่าเป็นกังวลก็คือถ้าขอเลิกแล้วคุณเอลฟาบาจะไม่ยอม แล้วจะมีเรื่องราวจนไปถึงหูภรรยาจนได้ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีเหตุการณ์ที่ชวนหวั่นใจว่าความลับจะแตก ลูกค้าเลยห่วงในจุดนี้ อ่านดวงแล้วแนะนำไปตามตรงว่า มันเป็นไปได้ทีเดียวที่คุณเอลฟาบาจะไม่ยอมให้คุณทิ้งไปง่ายๆ เพราะเธอเองเป็นคนใจร้อนและเอาแต่ใจตัวเองพอสมควร อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าภรรยาน้อยผู้อยู่ในอุปการะของชายอื่นนั้นไม่ยอมจบกับคุณ และลงเอยด้วยการเปิดเผยเรื่องราวให้ภรรยาคุณรู้ คุณอมาดิอุสยังพอจะเหลือความดีอยู่ตรงที่ว่าทำผิด รู้ว่าผิด แล้วพยายามเลิกแต่ยังไม่สำเร็จ แบบนี้ภรรยาหลวงซึ่งตามดวงคงไม่เลิกกับคุณง่ายๆ ยังพอจะอภัยให้ได้บ้าง แต่ถ้าหากปล่อยเนิ่นนานไป แอบคบหากันไปเรื่อยๆ จนความลับแตกแล้วถึงได้ถูกสถานการณ์บีบบังคับให้เลิกรากัน แบบนั้นจะไม่เหลือใครเห็นใจคุณเลยแน่ๆ


เนื่องจากทราบจากดวงชะตาว่าคุณอมาดิอุสนั้นเป็นพ่อที่รักลูกมาก จึงให้สติไปว่า “คุณอยากให้ลูกคิดถึงคุณในแง่ไหน เคารพบูชาคุณสุดหัวใจ พ่อเป็นต้นแบบของพวกเขา หรือก็รักพ่อนะแต่เวลาคิดถึงพฤติกรรมบางอย่างของพ่อแล้วก็อดจะเศร้าขึ้นมาไม่ได้ คุณอยากจะประทับความทรงจำเกี่ยวกับตัวเองไว้ในหัวใจของลูกแบบไหนกัน” คุณอมาดิอุสบอกว่า “เออ พอคุณพูดถึงลูกแล้วมันมีกำลังใจอยากจะเลิกจริงๆ นะ”


เท่าที่เก็บข้อมูลจากการสนทนากับบรรดาลูกค้าชายที่มีภรรยาน้อยเป็นตัวเป็นตน พบว่าจำนวนไม่น้อยที่เกิดขึ้นเพราะไม่ได้ต้องการแค่มีความสัมพันธ์ทางเพศแล้วจบกันไปในลักษณะของการซื้อบริการ แต่ว่าต้องการความผูกพันทางใจด้วย ซึ่งไม่ว่าจะต้องการแบบไหนไม่ว่าจะเลี้ยงดูหรือจ่ายแล้วจบ ถ้าภรรยาไม่ยอมรับ ไม่อนุญาตให้ทำแบบนั้นก็ผิดศีลธรรม ทำให้ครอบครัวร้าวฉานเหมือนกันทั้งนั้นค่ะ


นอกจากนี้การนอกใจอาจเกิดจากใจบางคนที่ไม่พอ ภรรยาดีแค่ไหนกิเลสมันก็ไม่ยอมพอ แต่บ้างก็มีปัญหาคือไม่เข้าใจกับภรรยาหรือความรักจืดจางลง แต่ยังไม่ถึงขนาดจะหย่าขาดกัน ก็เลยไปหาทางผ่อนคลายนอกบ้าน ซึ่งอันที่จริงแล้วถ้ายังคงมีปัญหาในบ้านแถมเลิกรากันไม่ได้ แล้วเลือกหาทางออกด้วยการมีบ้านเล็ก ต้องบอกว่านี่ไม่ใช่การหาทางออกแต่เป็นการเพิ่มทางตันให้กับชีวิต ปัญหาจะเพิ่มขึ้น แก้ยากขึ้น ความไว้เนื้อเชื่อใจกันลดลง ถ้าหากไม่คิดจะเลิกรากับคู่ครองเดิม ต้องพยายามฝืนกิเลสเพื่อให้เป็นการแก้ปัญหาระหว่างคนสองคน ไม่ใช่เป็นการทำให้เรื่องนั้นยุ่งยากกว่าเดิมด้วยการลากคนเข้ามาเพิ่ม เพราะไม่เคยเห็นใครแก้ปัญหาสำเร็จด้วยการเพิ่มปัญหาเลยค่ะ






☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 15 
 เมื่อ: 29 กันยายน 2020, 00:26 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – ผมจะเกษียณในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ มีภรรยาที่ดีแต่ว่าเราก็อยู่กันเหมือนเพื่อน ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กันมานานแล้ว ผมยอมรับว่าในเวลาที่ผ่านมาก็แอบมีคนอื่นบ้างเพื่อความสุขทางกาย แต่ไม่ได้คิดจะเลิกกับภรรยาเลย ถ้าผมยังรับผิดชอบครอบครัวตามปกติ แต่ขอมีความสุขในมุมส่วนตัวบ้าง จะผิดมากไหมครับ


ในช่วงที่ผ่านมานี้ได้มีโอกาสรับฟังปัญหาจากลูกค้าชายที่มีพฤติกรรมแอบซุกซนนอกบ้าน รวมทั้งมีข้อมูลจากลูกค้าหญิงที่เป็นฝ่ายภรรยาหลวงและตลอดจนผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ด้วยค่ะ สรุปความได้ว่าในขณะที่กิเลสครอบงำ ให้ไปทำอะไรนอกลู่นอกทาง คนเรามักเข้าข้างหรือปลอบใจตัวเองยามทำเรื่องไม่สมควร ว่าที่ต้องทำไปก็ด้วยเหตุผลต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น “ทั้งชีวิตทุ่มเทเพื่อครอบครัวมาตลอด อายุมากแล้วขอมีความสุขบ้าง” ว่าไปแล้วมนุษย์ส่วนใหญ่ก็รู้ดีอยู่แล้วว่าที่ทำไปมันไม่ดี แต่ถ้าหากกิเลสมันยุงยงส่งเสริมแรงมาก ก็ต้องบอกใจตัวเองว่าถ้าเราทำดีมาตลอด เราไม่ควรจะมาดีแตกเอาตอนท้ายค่ะ


หลายคนมีความรักลับๆ มาตั้งแต่วัยหนุ่มจนล่วงเข้าวัยกลางคนตอนปลาย เรื่องยุ่งยากก็ยังไม่หมดจากหัวใจ ดังเรื่องราวของคุณเบค่อน (นามสมมติ) ลูกค้าชายวัยเกือบเกษียณซึ่งในวันโทรนัดหมายนั้น เขาได้เกริ่นไว้ก่อนแล้วว่าอยากปรึกษาเรื่องที่กำลังทะเลาะกันอยู่กับแฟนสาวซึ่งอายุน้อยกว่าเกือบ ๓๐ ปี เมื่อถึงวันนัดหมาย คำนวณดวงชะตาแล้วเห็นว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่เจ้าของดวงจะมีคู่ครองที่เด็กกว่ามากๆ จึงบอกไปตามตรงว่าดวงคุณไม่น่าจะได้ภรรยาเด็กกว่ามากๆ ขนาดนี้ ตามดวงแล้วคู่ครองอายุไล่เลี่ยกันนะคะ ลูกค้าชายตอบว่า “อ๋อใช่ ภรรยาผมมีแล้วไง อันนี้แฟน” แล้วคุณเบค่อนก็เล่าให้ฟังว่ามีภรรยาแล้วและมีแฟนอีกสี่คน โดยภรรยาซึ่งลูกค้ายกย่องว่าแสนดีนั้น เธอไม่รู้เรื่องพฤติกรรมนอกบ้านของสามีค่ะ คุณเบค่อนว่ามาอย่างนี้


เนื่องจากไม่อยากให้ลูกค้าทำผิด จึงเกริ่นไปว่าถึงภรรยาไม่ทราบแต่บาปกรรมก็มีจริง แล้วทำแบบนี้น่าสงสารเธอนะคะ ที่จริงแล้วอ่านจากดวงชะตาแล้วคุณเบค่อนก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายในทุกด้าน ในบทบาทของความเป็นลูกของพ่อแม่ เป็นพ่อของลูก เป็นเจ้านายของลูกน้อง นั้นนับว่าออกจะเป็นคนมีน้ำใจ อัธยาศัยดี ไม่ถือเนื้อถือตัว ไม่ถือสาหาความผู้อื่นด้วยซ้ำไป เพียงแต่ว่าถ้ามองในฐานะความเป็นสามีก็ต้องบอกว่าการมีหญิงอื่นโดยที่ภรรยาไม่ยินยอมนั้นยังไงผิดทั้งศีลธรรม และเป็นการทำลายน้ำใจกันเป็นอย่างยิ่งค่ะ ถามลูกค้าไปว่าภรรยาคนหนึ่งซึ่งทำดีมาตลอดตามที่คุณว่ามา ควรได้รับการตอบแทนอย่างนี้หรือ...


คุณเบค่อนบอกว่ายอมรับเลยว่าตัวเองเป็นคนใจอ่อน อีกอย่างก็คิดว่าคงมีกรรมร่วมกันกับบรรดาแฟนๆ เลยถือว่าใช้กรรมก็แล้วกันจะได้หมดเวรหมดกรรมกันไป ฟังแล้วจึงบอกลูกค้าชายไปว่าแบบนี้ไม่เรียกว่าใช้กรรมเก่า แต่เรียกว่าก่อกรรมใหม่เพิ่ม อย่างนี้แล้วกรรมจะหมดได้อย่างไร ลูกค้าบอกด้วยว่า “แหม ผมเป็นผู้ชายนะ มีผู้หญิงมาเสนอ ไม่รับก็เสียศักดิ์ศรีแย่เลย” หมอดูเลยเสนอไปว่าศักดิ์ศรีที่แท้จริงคือความภาคภูมิใจที่ชนะกิเลส ชนะใจตัวเอง สามารถรักษาศีลธรรมเอาไว้ได้


คุณเบค่อนฟังแล้วก็ไม่ตอบอะไร แล้วก็เล่าให้ฟังด้วยว่าแฟนสาว (ขอสมมุตินามว่าคุณแฮมชีส) เคยบอกไว้ว่าถึงอย่างไรความสัมพันธ์ของเธอและเขาก็ต้องสิ้นสุดลงสักวัน ฟังแล้วก็บอกไปว่าเชื่ออย่างแน่นอนว่าไม่มีใครคิดหรอกว่าตัวเองจะเป็นเมียน้อยไปตลอดชีวิต แต่ยิ่งใช้ชีวิตแบบนี้ไป นานเข้าจิตใจก็อ่อนแอลงเพราะเอาชนะกิเลสไม่ได้ไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่คนที่เป็นชู้ก็มักจะมีกรรมเก่าทางความรักที่ไม่ดี จิตใจอ่อนแอเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แถมกรรมใหม่ที่สร้างก็ยิ่งทำให้ชีวิตและจิตใจแย่ลงไปกว่าเดิมอีก ถ้าคุณเบค่อนรักและสงสารคุณแฮมชีสและแฟนๆ อีกสามคนที่เหลือ ก็ควรปล่อยพวกเธอไปดีกว่า จะได้ถือว่าไม่ต้องมาทำบาปร่วมกันอีกต่อไปนะคะ” ลูกค้าชายฟังแล้วก็บอกว่า “คนนี้รักมาก ยังไม่อยากปล่อยไปเลย อยากคบอีกสักพักนะ” จึงเตือนสติไปตรงๆ ว่า “ถ้าคุณรักใครสักคน คุณจะไม่อยากเห็นเขาเป็นเมียน้อยใครหรอก ลองคิดดูก็ได้ว่าถ้าเขาเป็นลูกสาวของเพื่อนคุณ หรือเป็นลูกเป็นหลานคุณ แล้วมามีความสัมพันธ์แบบนี้ คุณคิดว่ามันดีไหม จะสนับสนุนเห็นดีเห็นงามไปด้วยหรือเปล่า” ลูกค้าตอบว่าคุณพูดมาอย่างนี้ผมก็แย้งไม่ได้เลยสิ (!_ _)


สำทับกับลูกค้าไปว่าอันที่จริงก็ควรเลิกกับบรรดาแฟนๆ ให้หมด เหลือแต่ภรรยาคนเดียวนั่นแหละถูกต้องแล้ว ลูกค้าบอกว่าตั้งใจจะหยุดกับทุกคนตอนอายุ ๖๐ ปี เลยให้กำลังใจไปเลยว่า ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องรอให้อายุครบหกสิบหรอกค่ะ เลิกตั้งแต่วันนี้แหละ เป็นสิ่งดีที่สุดที่ควรจะทำให้ตัวเองและภรรยาที่ได้ปรนนิบัติดูแลเป็นแม่และเป็นเมียที่ดีมาตลอด อีกอย่างคือตรวจดวงเรื่องการเงินแล้วก็เห็นว่าเศรษฐกิจส่วนตัวของคุณเบค่อนดูจะฝืดเคืองเพราะเรื่องเพศตรงข้าม ลูกค้าก็ยอมรับว่าใช่ ใช้เงินไปกับเรื่องดังกล่าวเยอะ จึงได้เตือนไปว่าจากนี้ไปจะหมดเปลืองมากกว่านี้อีก ให้ระวังการใช้จ่ายให้มากค่ะ ถ้าเลิกรากับทุกคนไปให้หมด ผลดีอีกประการหนึ่งคือจะได้มีเงินเก็บไว้ใช้ดูแลตนเองและครอบครัว ดีกว่าเอาเงินไปใช้จ่ายเพื่อความสัมพันธ์ที่คุณก็รู้แก่ใจดีว่าไม่มีทางยืนยาว แถมแฟนบางคนคุณต้องใช้เงินในการหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์อีกด้วย ความรักในมุมสลัวที่วันหนึ่งจะต้องสลายไป แต่ศีลธรรมและเงินทองนั้นมันเป็นเรื่องที่สูญเสียไปจริงๆ แถมที่สุดแล้วคุณเบค่อนเองก็รู้ดีว่าถ้าถึงเวลาตัวเองเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา คนที่จะฝากผีฝากไข้กันได้จริงๆ ก็ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากนี่แหละค่ะ


ว่าไปแล้วคนส่วนใหญ่ก็รู้ดีว่าเรื่องใดควรทำและเรื่องใดไม่สมควรทำ เท่าที่เก็บข้อมูลจากลูกค้าชายมา สรุปได้ว่าคุณผู้ชายหลายคนไม่ได้คิดอยากให้ภรรยาหลวงเสียใจ แต่คิดว่าจะหาความสุขส่วนตัวแบบเงียบๆ ตั้งใจว่าจะเป็นความลับ ให้เป็นเรื่องนอกบ้านที่จะไม่นำเข้ามารบกวนคนในครอบครัวอย่างเด็ดขาด ทว่าสุดท้ายแล้วความลับก็อาจแตกขึ้นมาจนได้ แล้วถ้าเรื่องรู้ไปถึงภรรยาขึ้นมาจริงๆ ก็น่าสงสารเธอเป็นอย่างยิ่ง


ได้เคยสนทนากับลูกค้าหญิงวัยกลางคนเป็นต้นไปหลายท่าน ที่เพิ่งมาค้นพบว่าสามีที่คิดว่าเป็นคนที่ดีแสนดีมาตลอด แอบมีเล็กมีน้อยและบางรายถึงขนาดมีลูกกับหญิงอื่น ลูกค้าหญิงหลายคนบรรยายความเจ็บปวดหัวใจทำนองว่าเหมือนโลกทั้งใบมันถล่มลงมา สูญสิ้นศรัทธาและความเชื่อใจในตัวสามี แม้ว่าด้วยเหตุผลและเงื่อนไขต่างๆ ของชีวิต ทำให้ไม่ได้เลิกราแยกทางกันไป แต่ความรู้สึกร้าวรานแหลกสลายในหัวใจของผู้หญิงคนหนึ่ง ก็ยากยิ่งที่จะทำใจได้ ส่วนฝ่ายชายนั้นหลายคนสูญสิ้นความเคารพนับถือจากคนในครอบครัว ต้องรับผลกรรมเป็นความทรมานใจในชาติปัจจุบัน อีกทั้งผลกรรมที่จะติดตามไปในชาติหน้า เพราะฉะนั้นทางป้องกันที่ดีที่สุดคือ อย่าปล่อยใจให้พลาดพลั้งตั้งแต่ครั้งแรก แต่ถ้าพลาดไปแล้วก็ต้องดึงตัวเองออกมาให้เร็วที่สุด ยิ่งนานวันเข้าจิตใจจะยิ่งอ่อนแอ แก้ไขยากค่ะ


ชีวิตของมนุษย์แต่ละคนที่ผ่านไปแต่ละวันก็ต้องถือว่าใกล้ความตายไปทุกทีๆ จึงต้องขวนขวายสร้างคุณธรรมความดี เพราะร่างกายจะเสื่อมถอยลงไปตามวัยค่ะ อันที่จริงแล้วชีวิตในสังสารวัฏนั้น สรรพสัตว์ล้วนเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ที่ต้องเผชิญภยันตรายในการเวียนว่ายตายเกิด ต่างยังคงต้องต่อสู้กับด้านมืดกิเลสตัณหาในใจตนด้วยกันทั้งสิ้น การหักห้ามใจไม่ตามกิเลสได้เป็นหนทางที่จะทำให้มีความสุขทั้งในโลกนี้ และเป็นหลักประกันความปลอดภัยหากยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ค่ะ



☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 16 
 เมื่อ: 29 กันยายน 2020, 00:23 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – ดิฉันลงทุนในหุ้นอย่างผิดพลาดจนขาดทุนหนักเลยทีเดียว จะทนถือแบบนี้อยู่เป็นปีๆ ก็ไม่ได้เพราะต้องเอาเงินมาหมุนใช้จ่าย ตอนนี้กลุ้มใจมากเลยค่ะ


ในรอบปีที่ผ่านมานี้ มีลูกค้าสอบถามเกี่ยวกับดวงในการลงทุนในตลาดหุ้นเป็นจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ลูกค้าบางท่านเล่าว่าเพื่อนร่วมงานได้กำไรเยอะก็เลยมาชวนเธอให้ไปลงทุนบ้าง ในเรื่องนี้ก็เข้าใจดีนะคะว่าคนเราก็อยากปลอดหนี้มีอิสรภาพทางการเงินกันทั้งนั้น แล้วก็แน่นอนเลยค่ะว่าการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพในช่วงราคาที่ถูกต้องนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ถึงอย่างไรก็ต้องไม่ลืมว่าการลงทุนนั้นมีความเสี่ยง ไม่ใช่จะมีแต่ทางได้แต่เพียงอย่างเดียว หรือบางคนเล่นหุ้นปั่นซึ่งใกล้เคียงกับการพนันซึ่งต้องยอมรับความเสี่ยงกันไปว่าถ้าพลาดก็เจ็บตัวกันไปหนักบ้างเบาบ้าง ถ้าหากนำเงินออมมาเล่นก็อาจจะแค่เหลือศูนย์แต่ยังไม่ติดลบ แต่มีคนจำนวนหนึ่งเลยนะคะที่กู้เงินหรือกดเงินสดจากบัตรเครดิตมาเล่นหุ้น กรณีนี้ถ้าขาดทุนแล้วชีวิตจะติดลบไปเลย ลำบากมาก นอกจากนี้ยังมีคนจำนวนหนึ่งที่นำเงินที่ต้องใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมาลงทุน ถึงจะซื้อหุ้นพื้นฐานดีแต่ก็อาจจะมีบางช่วงเวลาที่ราคาตกไปบ้างตามสภาพเศรษฐกิจ แม้ในที่สุดราคาจะกลับคืนมาก็ตามที แต่ว่าในช่วงที่ต้อง “ติดดอย” ถ้าหากเป็นเงินเย็นก็รอได้ แถมได้เงินปันผลสม่ำเสมอ แบบนี้คงไม่เป็นไร แต่ถ้าเงินไม่เย็นจริงก็ต้องปวดใจเพราะสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องขายทั้งๆ ที่ขาดทุน


ดังเรื่องราวของคุณไนแองการ่า (นามสมมติ) ลูกค้าหญิงซึ่งในวันที่นัดสนทนากันนั้นได้เริ่มการสนทนาโดยให้ข้อมูลลูกค้าว่า “ระวังมีปัญหาเรื่องเงินนะคะ ในช่วงสามปีจากนี้ไปคุณอาจจะต้องอึดอัดเรื่องเงินๆ ทองๆ ระวังในการลงทุนด้วยนะคะ” ลูกค้าตอบว่าตอนนี้ติดดอยหุ้นอยู่ประมาณห้าล้านบาท ฟังแล้วก็ถามไปว่า “เงินเย็นหรือเปล่าคะ” คุณไนแองการ่าตอบว่า “แรกๆ ก็เย็น แต่ตอนนี้เงินหมุนแล้วละค่ะ” สรุปความตามที่ลูกค้าเล่าให้ฟังคือได้ไปลงทุนกับหุ้นตัวหนึ่ง ด้วยความชะล่าใจเพราะกำไรในพอร์ตก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และได้ข่าวว่ามีแนวโน้มที่ราคาจะขึ้นไปอีก เลยทุ่มหมดหน้าตักกันไปเลยทีเดียว แต่ว่าการณ์กลับกลายเป็นว่าราคาหุ้นกลับตกฮวบๆ เรียกว่าตอนนี้ติดดอยอยู่นั่นแหละ คุณไนแองการ่าเล่าว่าคนรู้จักของเธอก็ติดดอยอยู่เหมือนกัน แต่ว่าเขาฐานะดีแถมไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินในตอนนี้เลยทนถือหุ้นดังกล่าวต่อไปได้เพื่อรอวันที่ราคาจะกลับมากำไร ส่วนตัวเธอเองนั้นเห็นทีจะรอไม่ไหว อาจจะต้องขายขาดทุนเพราะมีทั้งเงินกู้และเงินที่ต้องมาใช้จ่ายประจำ ทั้งหมดนำมาลงทุนไปในพอร์ตหุ้น


อ่านดวงแล้วก็บอกเธอไปตามจริงว่า ก็คงจะต้องอดทนกันไปตามเวลาที่บอกนะคะ อย่างไรก็ตามจะเป็นเพียงช่วงเวลาไม่เกิน ๓ ปีนับจากนี้ไป หลังจากนั้นจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามดวงแล้วคุณไนแองการ่าก็มีศักยภาพในการประกอบอาชีพ เดี๋ยวก็หามาคืนที่เคยขาดทุนไปได้ คิดเสียว่าครั้งหนึ่งเราเคยหาเงินได้มากกว่าห้าล้าน ในอนาคตเราก็ต้องหาได้อีกแน่ๆ ตามดวงแล้วไม่ลำบากตอนแก่หรอก ไม่ต้องกังวลในจุดนี้


คุณไนแองการ่าเปิดใจให้ฟังว่ารู้สึกแย่กับตัวเอง เพราะเธอเองเล่าเรียนและมีความรู้มาอย่างดีในด้านการเงิน ทำให้รู้สึกผิดหวังว่าทำไมถึงได้พาตัวเองมาสู่จุดนี้ได้ ปลอบเธอไปว่าบางทีมันก็ไม่ใช่แค่เรื่องความรู้ความชำนาญแต่เพียงอย่างเดียว เป็นเรื่องของจังหวะเวลาและสถานการณ์ที่จะทำให้สามารถ “ทนจนและทนรวย” ในการถือหุ้นตัวหนึ่งๆ ได้ อีกอย่างถ้าตลาดหุ้นได้กำไรกันง่ายๆ หลายคนคงจะลาออกจากงานไปเล่นหุ้นอย่างเดียวแล้ว (แน่นอนว่ามีคนที่ลาออกจากงานไปเทรดหุ้นเป็นอาชีพนะคะ แต่ว่ามีจำนวนไม่มากนักที่ประสบความสำเร็จจริงๆ) ตอนนี้คุณไนแองการ่าก็ได้บทเรียนแล้ว เรียกว่า “จ่ายค่าเทอม” ไปด้วยราคาสูง ด้วยอุปนิสัยเป็นคนเรียนรู้ได้เร็วของลูกค้าหญิง เชื่อว่าในอนาคตการลงทุนจะรัดกุมมากกว่านี้แน่นอน บางครั้งคนเราก็ต้องผ่านวิกฤตอะไรบางอย่างก่อนที่จะเรียนรู้เพื่อที่จะไม่ผิดพลาดแบบเดิมอีก อีกอย่างชีวิตก็สอนให้เรารู้ว่าแม้กระทั่งความมั่งคั่งและผลกำไรก็ไม่ใช่ของที่เที่ยงแท้ยั่งยืน สามารถหายไปได้เช่นกัน ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นความไม่เที่ยงของชีวิตและอยากจะฝึกปฏิบัติธรรม เพื่อให้ยอมรับได้ในเวลาที่ประสบความแปรปรวนเช่นนี้นะคะ


การลงทุนในหุ้นพื้นฐานดีมีอนาคต โดยใช้เงินออมในส่วนที่ไม่จำเป็นต้องนำมาใช้จ่าย เรียกง่ายๆ ว่าเงินเย็น จะเป็นการลงทุนที่ไม่เครียดและมีความยั่งยืน หรือใครที่คิดจะเล่นหุ้นปั่นก็ต้องพร้อมจะขาดทุนด้วยเช่นกัน เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะได้กำไรแต่เพียงอย่างเดียว เคยถามลูกค้าบางท่านทำนองว่าพร้อมจะเห็นพอร์ตติดลบเป็นแสนเป็นล้าน (แล้วแต่เงินที่ลงทุนไป) หรือเกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นได้ไหม ทนได้ไหม ลูกค้าตอบว่า “ขาดทุนพันเดียวก็กลุ้มแล้ว” ถ้าอย่างนี้ควรจะไปลงทุนในสิ่งที่เสี่ยงต่ำแต่กำไรน้อย จะเป็นผลดีต่อสุขภาพจิตมากกว่า อย่าลืมว่าคนเราอยากมีเงินเพราะอยากมีความสุข รวยช้าเสี่ยงต่ำอาจจะเหมาะสำหรับหลายๆ คน เลือกสรรการลงทุนให้เหมาะกับตนเองจะได้ไม่ต้องทุกข์ใจนะคะ


☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 17 
 เมื่อ: 28 มกราคม 2019, 21:01 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – ถ้ามีผู้ชายที่มีภรรยาแล้วเข้ามาสนิทสนมกับเรา โดยที่เขาเล่าว่าไม่ได้รักกันกับภรรยาแล้ว ถึงยังไงก็ต้องเลิกกันอยู่ดี เพียงแค่รอเวลาไปจากกันเท่านั้น กรณีแบบนี้ถ้าเราคุยกับเขาไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งจะผิดไหมคะ




เวลาที่พบสถานการณ์ที่ลังเลใจว่าควรหรือไม่ควรจะทำ วิธีที่ง่ายในการตัดสินใจก็คือ หนึ่งลองนึกว่านี่ไม่ใช่พฤติกรรมของตัวเอง แต่เป็นเรื่องของคนอื่น คิดว่ามันดีงามเหมาะสมหรือไม่ สองลองสมมติว่าฝ่ายภรรยาเขาเป็นเพื่อนสนิทของเรา ถ้ามีหญิงอื่นมาปฏิสัมพันธ์กับสามีของเพื่อนสนิทแบบนี้เราจะคิดว่าเป็นสิ่งที่สมควรไหม นี่ยังไม่ต้องพูดถึงหลักศีลธรรมที่ต่อให้ไม่ได้ไปถึงการมีเพศสัมพันธ์กัน ก็เป็นการเริ่มต้นทำให้ศีลหมอง เป็นโอกาสจะทำให้ศีลขาดในที่สุดอยู่ดี


การเริ่มต้นนับหนึ่งใจอ่อนยอมแพ้กิเลส ก็เป็นเหตุให้ชีวิตต้องเจอเรื่องทุกข์ทรมาน ฝ่ายชายนั้นจำนวนไม่น้อยเลยที่เมื่อภรรยาจับได้ก็ยังกล้ำกลืนฝืนให้อภัยสามีที่ใจร้ายกับเธอ ส่วนคนมาทีหลังถ้าไม่เลิกราไปพร้อมรอยแผลเป็นในหัวใจ ยังยอมทนกับสถานะคนรักในที่ลับอย่างยาวนานเป็นหลายปี ที่สุดก็อาจลงเอยด้วยการที่เขายังไม่หย่ากับภรรยาเดิม แถมมีลูกด้วยกันเพิ่มอีก หรือผู้ชายคนเดิมเขาไปหากิ๊กเพิ่มมาอีกคน หรืออีกหลายๆ คน หรือบางคนเขาเลิกรากับภรรยาแล้ว แต่พอฝ่ายน้อยได้เป็นภรรยาแทนที่ ต่อมาฝ่ายชายก็ทำพฤติกรรมแบบเดิม ให้หลวงปัจจุบันทุกข์ใจแบบหลวงในอดีต เรียกว่ากรรมทันตาเห็นในชาตินี้ แบบนี้ก็มีนะคะ


หลายคนที่เพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้น ยังไม่ถึงกับถลำลงไปหมดทั้งตัวทั้งหัวใจ ก็นับว่าโชคยังดีอยู่ค่ะ ดังเรื่องราวของคุณมิชิแกน (นามสมมติ) ซึ่งเมื่อได้ตรวจดวงกันนั้น ก็เตือนเธอว่าอันที่จริงดวงชะตาในเรื่องอื่นๆ อยู่ในขั้นดีแทบทั้งหมด จะมีปัญหามากอยู่เรื่องเดียวคือความรัก ที่เจอเรื่องรักสามเส้าได้ง่ายนะคะ เพราะฉะนั้นคุณมิชิแกนจึงควรรักษาศีลห้าให้ดี แล้วก็เลือกคนที่มีศีลเสมอกัน โดยไม่ลืมเผื่อใจให้กับความไม่แน่นอนด้วย (เพราะลูกค้าชายหลายๆ ท่านที่ได้เคยสนทนากันนั้น เดิมทีก็มีศีลค่อนข้างสะอาด นานๆ ไปบางคนชักจะแพ้กิเลสแบบนี้ก็มี) แต่อย่างน้อยๆ การเริ่มต้นที่ดี แล้วพยายามรักษาความดีนั้นให้คงอยู่ ก็ดีกว่าการพยายามให้ใครสักคนเปลี่ยนแปลงจากไม่สนใจรักษาศีลมาเป็นรักษาศีล เพราะอาจยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาเลยทีเดียว


คุณมิชิแกนบอกว่าที่จริงก็มีปัญหาอย่างที่เตือนแล้วก็สับสนอยู่ เลยนัดตรวจดวงวันนี้นี่แหละ ซึ่งตามดวงชะตานั้นช่วงที่มีปัญหาน่าจะราวๆ สองปีที่ผ่านมา ซึ่งก็ตรงกับที่ลูกค้าเล่าให้ฟัง คือเธอได้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งมีภรรยาแล้ว (ขอสมมตินามว่าคุณวอชิงตัน) ฝ่ายชายบอกเธอว่าเขาแต่งงานกับภรรยาเมื่อประมาณ ๑๐ ปีที่แล้ว ด้วยเหตุเพราะสถานการณ์พาไป ที่จริงแล้วเข้ากันไม่ค่อยได้เท่าไหร่ วันหนึ่งก็จะเลิกรากันแน่นอน เพียงแต่ว่าตอนนี้ยังไม่สามารถเลิกกันได้เพราะมีเหตุให้ต้องเจอกับภรรยาทุกวันด้วยหน้าที่การงาน อีกอย่างเพราะฝ่ายภรรยาก็พยายามยื้อเอาไว้ สรุปว่าฝ่ายชายเขาว่ามาเป็นแบบนี้นะคะ


ฟังเรื่องเล่าตรงที่คุณวอชิงตันบอกว่าภรรยาพยายามยื้อไว้ทำให้เลิกกันได้ยาก แล้วก็ถามคุณมิชิแกนว่า “คุณลองคิดถึงผู้หญิงที่แต่งงานมาร่วมสิบปี มีความรักความผูกพัน มีญาติพี่น้องมีหน้าตาสังคม มีทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวข้องกันมาเป็นสิบปี แบบนี้มันไม่ง่ายหรอกนะคะที่จะตัดใจ ไม่ง่ายที่จะเลิกรากันโดยไม่เจ็บปวด คิดถึงถ้าเป็นเราเอง เจอแบบนี้เข้าบ้างจะไม่เสียใจเลยหรือคะ” ถามลูกค้าหญิงต่อไปว่า “แล้วคุณเชื่อได้อย่างไรว่า ทั้งหมดที่ได้ฟังจากฝ่ายชายมันคือความจริงที่ว่าไม่เลิกกันเพราะภรรยายื้อไว้ แต่งงานไม่ใช่เพราะรัก เพราะคุณไม่เคยสนทนากับภรรยาเขานะคะ” เรียกว่าทั้งหมดที่รับรู้มานั้นเป็นข้อมูลด้านเดียว แต่เรื่องที่จริงแท้แน่นอนนั่นคือคุณวอชิงตันมีภรรยาแล้วและยังไม่เลิกกัน ซึ่งในอนาคตเขาจะเลิกกันหรือเปล่าก็ไม่แน่อีกเหมือนกัน คุณมิชิแกนฟังแล้วก็เงียบไปค่ะ


เล่าให้คุณมิชิแกนฟังว่า จากที่เก็บข้อมูลมานานหลายปี พบว่าเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงสองคนต้องทุกข์ก็เพราะ “คนกลาง” คือชายผู้มีพันธะแล้วแต่ยังแสวงหาไม่หยุดหย่อนนั้น พอพูดกับหลวงก็อย่างหนึ่ง พอมาพูดกับน้อยก็พูดอีกอย่างหนึ่ง จากข้อมูลอันมีประโยชน์ยิ่งจากบรรดาคุณลูกค้าชายที่อยู่ในสถานะคนกลางที่ยังไม่รู้จักพอเพียง ดิฉันเคยถามพวกเขาว่า “ในเมื่อคุณไม่โสดแล้วเวลาที่ไปจีบสาวอื่นนั้น ได้ให้เหตุผล (หลอกๆ )กับพวกเธอเหล่านั้นว่าอย่างไรคะ เขาเลยยอมเป็นแฟนคุณทั้งๆ ที่คุณยังไม่เลิกกับภรรยา” คำตอบของพวกเขาก็เหมือนกับที่ฝ่ายบุคคลที่สามส่วนมากบอกเล่าให้ฟังเป๊ะๆ คือ ทำนองว่า “ไม่รักกันแล้ว อยู่เพื่อลูก” “ผู้ใหญ่จัดการให้ แต่ไม่ได้รักกัน” “แต่งเพื่อธุรกิจ” ฯลฯ แล้วก็สรุปว่า “ถึงไม่มีใครเข้ามา ผมก็ต้องเลิกกับภรรยาอยู่ดี” ดังนั้นบุคคลที่สามจึงไม่ได้มีความผิดนะ ฯลฯ (ลูกค้าชายที่ให้ข้อมูลท่านหนึ่งก็สรุปให้หมอดูฟังอย่างชัดเจนว่า “แต่ถึงสุดแล้ว ผมก็ต้องเลือกครอบครัวอยู่ดีครับ” อ้าว !-_-)


แต่เชื่อไหมคะว่าด้วยเนื้อหาเดิมๆ ประมาณนี้แต่ก็ยังมีคนที่หลงตกเข้าไปอยู่ในวังวนของความรักที่ผิดศีลธรรม ซึ่งที่สุดแล้วก็มักจะเป็นฝ่ายมือที่สามที่ต้องเสียใจที่สุดอยู่ดีค่ะ นี่ยังไม่ต้องพูดถึงฝ่ายภรรยาหลวงที่สุดแสนจะเจ็บปวด ลูกค้าหญิงหลายท่านที่ไว้เนื้อเชื่อใจคู่ครองมาตลอดพูดคล้ายๆ กันทำนองว่า “เหมือนสายฟ้าฟาดลงมาที่หัวใจ โลกถล่มลงตรงหน้า” ขนาดนั้นเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะต้องเจ็บปวดแต่คนที่เป็นภรรยาก็ยังได้รับความสงสารเห็นใจจากคนรอบข้าง แล้วก็ไม่ได้เป็นฝ่ายผิดศีลธรรมก็จะไม่รู้สึกแย่เท่ากับฝ่ายที่มาทีหลัง ส่วนฝ่ายชายนั้นแม้ส่วนใหญ่ดูเหมือนจะลอยตัว แต่กรรมที่ทำไว้ก็ต้องไปชดใช้กันอยู่ดีในอนาคต สรุปคือการนอกใจไม่ดีเลย ถ้าไม่รักกันแล้ว เข้ากันไม่ได้จริงๆ ก็ควรจัดการปัญหาระหว่างคนสองคนให้จบไป ก่อนที่จะไปเริ่มต้นกับคนใหม่ ถึงอาจจะต้องเผชิญกับความยุ่งยากซับซ้อนหลายอย่าง ยากเย็นขนาดไหนในการหย่าร้างเลิกรา แต่ก็ไม่ต้องผิดศีลธรรม ไม่เสี่ยงเวรภัยต่างๆ ด้วยค่ะ




"การเจอคนมีเจ้าของแล้วนับว่าดีเหมือนกัน คือสบายใจได้เลยว่าไม่มีสิทธิ์แน่
คัดออกไปไม่ต้องเอามาเป็นหนึ่งในตัวเลือกได้เลยแน่ๆ!


อย่าตั้งความหวังรอ อย่าให้ความหวังเขา และอย่าทำตัวเป็นตัวแปร
คุณกำลังหาคนที่ใช่ ฉะนั้นอย่าหลงหวังรอแบบผิดๆ
ตอกย้ำทำความเข้าใจกับตนเองว่า คนที่ใช่จะมาเจอกันในเวลาที่คุณไม่มีสิทธิ์ได้อย่างไร?
คบไปรังแต่จะมุ่งหน้าสู่ดงงิ้วกันเปล่าๆ!


จริงอยู่ครับ มีอยู่จริงๆ ที่เป็นคู่บุญติดตามกันมาหลายภพหลายชาติ
แต่ดันไปเป็นของคนอื่นเสียก่อน แล้วก็ต้องเกิดความทรมานใจกัน
แต่ขอให้จำไว้เถิด ต่อให้ครองคู่กันมาเป็นล้านชาติ
ก็หาได้ทำให้ชาตินี้ ‘ใช่’ เหมือนชาติอื่นๆ ไม่ ในเมื่อพลัดไปมีเจ้าของเสียก่อนแล้ว


ให้เร่งรู้ตัวไว้เสียว่าบาปบางอย่างที่ทำไว้ร่วมกัน สกัดกั้นไว้ไม่ให้ร่วมเรียงเคียงกันอีกในชาตินี้
เพื่อล่อลวงให้พวกคุณประพฤติผิดประเวณีกัน หรืออ้อนวอนให้อีกฝ่ายทรยศคู่ครอง
ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มน้ำหนักบาปให้ความสัมพันธ์ข้ามภพข้ามชาติเข้าไปใหญ่


คนเราเข้าคู่กันก็ด้วยกำลังบุญ แล้วก็แยกคู่กันด้วยกำลังบาป
คุณจะครองคู่กันเป็นสุขด้วยหนทางแห่งบาปเวรได้อย่างไร


เว้นแต่พวกเขาจะเลิกกันเอง โดยคุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ แม้ส่งสัญญาณยักคิ้วหลิ่วตาใดๆ
อันนั้นค่อยเป็นอีกเรื่อง นอกเหนือจากนั้นแล้วนะครับ ใส่เกียร์ถอยลูกเดียว
ห้ามล่วงล้ำไปข้างหน้าอีกแม้แต่หนึ่งคืบ!"


จาก "รักแท้มีจริง" โดย ดังตฤณ


สรุปแล้วก็คือหลังจากสนทนากัน คุณมิชิแกนซึ่งอันที่จริงเธอก็ไม่ได้อยากทำร้ายครอบครัวของคนอื่นอยู่แล้ว บอกว่าตกลงใจจะเลิกคุยกับคุณวอชิงตัน ไว้รอให้เขาไปจัดการตัวเองให้โสดเสียก่อน โดยที่เธอจะไม่เข้าไปเป็นตัวแปรให้กับความสัมพันธ์ของเขากับภรรยา ฟังแล้วก็อนุโมทนาในความตั้งใจดีนี้ด้วยค่ะ ให้กำลังใจลูกค้าไปว่าช่วงแรกอาจจะทรมานเพราะอยากพูดคุยกับเขา แต่ถ้าอดทนไม่คุยได้สักพัก ใจจะค่อยๆ ห่างมาเอง ดีแล้วที่ไม่เลือกความสัมพันธ์แบบที่เหมือนกับกอดหนามเอาไว้ทิ่มแทงใจตัวเอง ถ้าหากอยากมีชีวิตคู่ที่ดีแล้ว ไม่ควรเริ่มต้นจากสัมพันธภาพแบบที่เปื้อนบาปแม้เพียงเล็กน้อยอย่างนี้ค่ะ


เท่าที่สนทนากับลูกค้าหญิงที่เป็นบุคคลที่สามที่ประสบชะตากรรมนี้ หลายคนไม่ได้มีเจตนาทำลายชีวิตคู่ของใคร แต่เกิดจากความไม่ทันระวังพลั้งใจ หลายคนที่พลาดไปแล้วและไม่ยอมถอนตัว ด้วยเข้าใจผิดว่าตัวเองอ่อนแอเกินจะถอยออกมา ซึ่งนั่นไม่จริงเลยค่ะ การออกมาจากจากความสัมพันธ์ที่ผิดนั่นแหละที่จะทำให้เราภูมิใจในตัวเองและเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ ส่วนการยอมจมแช่ในความรักที่ผิดศีลธรรมนั่นต่างหากที่จะทำให้จิตวิญญาณอ่อนแอลงเรื่อยๆ ไปทุกวัน


(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 18 
 เมื่อ: 28 มกราคม 2019, 20:58 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – ลูกชายวัยยังไม่ถึงสามสิบปีของดิฉันเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อครึ่งปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ดิฉันยังทำใจยอมรับไม่ได้ ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาทำศพให้ลูก ควรจะทำใจอย่างไรให้ผ่านความทุกข์นี้ไปได้คะ



ความตายเป็นเรื่องที่ทุกชีวิตต้องเป็นไปนะคะ แต่ว่าการจากของผู้ที่ยังอยู่ในวัยเยาว์ก็ทำให้หลายคนอดที่จะสะเทือนใจเป็นพิเศษไม่ได้ จากประสบการณ์ตรงของตัวเองที่ได้ร่วมงานศพของทั้งคุณพ่อ ญาติ เพื่อน และคนที่นับถือกันในฐานะพี่และน้อง บางงานนั้นผู้เสียชีวิตอายุยังไม่ถึง ๑๕ ปีด้วยซ้ำ ได้เคยเห็นความทุกข์ของคุณยายคุณย่าของตนเอง ตลอดจนพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตซึ่งต้องเป็นฝ่ายทำศพให้กับเลือดในอกของตน บางคนถึงขนาดเป็นลมล้มพับไปในงาน เป็นภาพบรรยากาศที่ชวนสะเทือนใจนัก ดังนั้นจึงพอจะเข้าใจได้ว่าการสูญเสียสำหรับผู้ที่ไม่เคยคาดหมายเตรียมใจมาก่อนนั้น ชวนให้เศร้าและหดหู่ปานใดนะคะ




"...เป็นอย่างนี้แหละ ความโศก ความร่ำไรรำพัน
ให้เราพิจารณาดู ทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าเราไม่หนีมัน มันก็หนีเรา
คนก็เหมือนกัน เราไม่จากเขา เขาก็จากเรา มันอยู่ที่ใครไปก่อนใครเท่านั้นเอง
บางทีวัตถุก็ไปก่อนเรา บางทีเราก็ไปก่อนวัตถุ
บางทีคนใกล้ชิดเรา เขาก็ไปก่อน บางทีเราไปก่อนเขา
มันเป็นไปตามเหตุปัจจัยของกรรม..."



จาก "แลกทุกข์กันไหม?" คำสอนของ พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท)


ข้อธรรมข้างต้นนั้น ได้เคยคัดมาไว้คอลัมน์นี้มาก่อนแล้ว ในบทความที่ชื่อว่า “เส้นผมบังภูเขา” (คลิก https://bit.ly/1xe3inr) ซึ่งมีประเด็นหลักว่าด้วยเรื่องของความตายเช่นกัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วความตายของแต่ละบุคคลนั้น ไม่มีเร็วไปหรือช้าไป ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามเหตุที่แต่ละคนได้ทำมาทั้งสิ้น เราจึงเคยได้ยินข่าวว่าเด็กน้อยหลายคนเกิดมาพร้อมด้วยโรคประจำตัว ทำให้เสียชีวิตตั้งแต่อายุไม่กี่ขวบ หรือบางครั้งเสียชีวิตตั้งแต่ในครรภ์ก็ยังมี เมื่อพูดถึงความโศกเศร้าเพราะความพลัดพรากด้วยความตายนั้น เชื่อว่าคนที่ใช้ชีวิตมาจนอยู่ในวัยผู้ใหญ่ ไม่มีใครที่ไม่เคยเผชิญ แต่ระดับของความรุนแรงย่อมแตกต่างกันไปตามความสัมพันธ์และความรู้สึกของแต่ละคน หนึ่งในความเจ็บปวดที่สุดก็คงจะไม่พ้นคนเป็นแม่ที่ต้องเป็นฝ่ายจัดงานศพให้ลูกของตัวเองนี่แหละค่ะ


ดังเรื่องราวของคุณแม่ของคุณคาซึมิ (นามสมมติ) ที่ได้สูญเสียลูกชายวัยยังไม่ถึง ๓๕ ปี (ขอสมมตินามว่าคุณโกโบริ) ผู้เป็นน้องชายแท้ๆ ของคุณคาซึมิไปอย่างกะทันหันด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ในวันที่ได้สนทนากันนั้นลูกค้าหญิงนัดตรวจดวงเพราะกังวลเรื่องสุขภาพของคุณแม่ที่ยังโศกเศร้าอย่างมากเพราะการจากไปอย่างปัจจุบันทันด่วนของคุณโกโบริ ตรวจดวงแล้วก็บอกเธอไปว่ายังไม่น่าจะรุนแรงมากถึงขั้นเสียชีวิตตามลูกชายไป แต่ถึงอย่างไรก็ต้องหากุศโลบายให้ท่านคลายความทุกข์ลง เพราะสภาพจิตใจที่เป็นในปัจจุบันถ้าปล่อยไปแบบนี้เรื่อยๆ จากทุกข์ทางใจจะนำไปสู่โรคทางกายได้ในที่สุดค่ะ


ลองเสนอคุณคาซึมิไปว่าถ้าจะปลอบคุณแม่อาจจะลองบอกท่านว่าทุกคนเข้าใจท่านและทราบดีว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำใจ แต่ก็ขอให้คุณแม่อย่าลืมว่าลูกชายผู้จากไปและลูกคนอื่นที่ยังอยู่ ทุกคนย่อมไม่อยากให้คุณแม่เป็นทุกข์ ดังนั้นต่อแต่นี้ไป เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ตัวท่านและคุณโกโบริ ขอให้ท่านคิดว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างเข้มแข็ง อยู่ทำความดี สร้างกุศลเพื่ออุทิศให้กับลูกชายที่ได้จากไปก่อน นอกจากนี้สมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ ก็ควรให้กำลังใจคุณแม่และร่วมกันในการสร้างกุศล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระลึกถึงความตายของเขา เพื่อเป็นเครื่องเตือนให้ตนเองที่ยังมีลมหายใจอยู่ เกิดความไม่ประมาทในชีวิตค่ะ


"...หากระลึกอยู่ได้เนืองๆ จนเกิดมรณานุสติ
มีสติระลึกถึงความตาย เลิกประมาทในวัย
เลิกประมาทว่าอีกนานกว่าจะตาย

ตรงนั้นเท่ากับศพเขาทำคุณใหญ่แก่คุณแล้ว
หากอุทิศส่วนกุศลใหญ่อันเกิดจากการมีใจไม่ประมาทในชีวิตไปให้เขา
ถ้าเขาอยู่ในสภาพที่พร้อมจะรับรู้และอนุโมทนาตาม
ก็ได้ชื่อว่าเขารับส่วนบุญอันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะคาดถึงเลยทีเดียวครับ"




จาก "ควรปฏิบัติอย่างไร เมื่อมีคนในครอบครัวเสียชีวิต" คำตอบโดย ดังตฤณ
อ่านทั้งบทความ (คลิก https://bit.ly/1GVIqkl)


ให้กำลังใจคุณคาซึมิด้วยว่าช่วงนี้ลูกคนอื่นๆ คงต้องทุ่มเทเวลาเพื่อให้กำลังใจคุณแม่ให้มากๆ เพราะท่านต้องการความรักและความเข้าใจอย่างสูง ควรจะหาเวลาชวนท่านไปทำบุญ แล้วก็จัดเวลามาอยู่เป็นเพื่อนเพื่อทำให้ท่านอบอุ่นใจ รับฟังเรื่องต่างๆ ให้ท่านรู้สึกสบายใจ ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสอันดีที่จะโน้มนำคุณแม่ให้สนใจธรรมะ เพื่อให้ความสูญเสียนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ไม่อยากเวียนว่ายตายเกิดอีก เพราะถึงอย่างไรทุกสิ่งทุกอย่างที่แต่ละคนเป็นเจ้าของในวันนี้ ไม่ว่ารักแสนรักห่วงแสนห่วงปานใด ก็จะต้องพลัดพรากจากไปหมดเมื่อความตายของแต่ละคนมาถึงอยู่ดีค่ะ


ชีวิตในสังสารวัฏเป็นแบบนี้นะคะ ไม่มีสิ่งใดในโลกที่ได้มาแล้วไม่สูญเสียไป ไม่ว่าจะเป็นวัตถุหรือบุคคล เราไม่จากเขา เขาก็จากเรา แม้จะเป็นธรรมดาของโลกแต่ความพลัดพรากจากกันอันเจอมานับไม่ถ้วนในทุกชาติที่เวียนตายเวียนเกิดมานั้นยังคงทำให้หลายคนทุกข์ทนจนแทบจะทนไม่ได้อยู่ดี สำหรับใครที่กำลังอยู่ในสถานการณ์เดียวกันนี้ ขออนุญาตนำคำตอบดีๆ มาฝากนะคะ ได้แก่ "ทำบุญวิธีไหนผู้ล่วงลับจึงจะได้รับกุศลที่ส่งไปให้" (คลิก https://bit.ly/1F2cX2F) และ "วิธีรับมือยามสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก" (คลิก https://bit.ly/1AXLt6Y) (-/\-) ถ้าหากทุกข์นั้นจะเป็นแรงบันดาลใจเพื่อไปสู่ความพ้นทุกข์ได้ ก็นับเป็นเรื่องที่น่าอนุโมทนาอย่างแท้จริงค่ะ



☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 19 
 เมื่อ: 28 มกราคม 2019, 20:53 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – สามีนอกใจดิฉันมาหลายปีแล้วโดยไม่มีท่าทีว่าจะเลิกพฤติกรรมนี้เลย ส่วนเรื่องอื่นๆ เขารับผิดชอบได้ดี ไม่มีปัญหาค่ะ ทุกวันนี้ดิฉันบอกตัวเองว่าให้ทนอยู่เพื่อลูกๆ แต่ก็หลายครั้งที่รู้สึกเจ็บใจตัวเองที่ต้องมาทนอะไรแบบนี้อยู่เหมือนกัน จะคิดอย่างไรให้สบายใจดีคะ


เชื่อว่ามนุษย์คนหนึ่งถ้าได้ตกลงใจใช้ชีวิตคู่กับใครสักคนแล้ว ก็ย่อมหมายใจให้อีกฝ่ายซื่อตรงมั่นคงต่อตนเพียงผู้เดียว ทว่าด้วยกิเลสของปุถุชน ทำให้หลายครอบครัวต้องพบเจอปัญหาว่าคู่ชีวิตที่เคยรักและไว้ใจ ได้พ่ายแพ้ต่อกิเลส เป็นเหตุให้มีบุคคลที่สามเข้ามาเป็นวิกฤตของชีวิตสมรส หลายคู่ลงเอยด้วยการหย่าร้างจบปัญหาระหว่างกันไปแบบยังไงก็ทิ้งรอยแผลที่หัวใจเอาไว้ แต่ก็มีอีกหลายคู่ที่ยังต้องอยู่กับสถานการณ์ดังกล่าว ไม่ได้ไปจากกันด้วยหลากหลายเหตุผล ซึ่งแต่ละคู่ก็มีความแตกต่างกันไปตามเหตุปัจจัยค่ะ


ดังเรื่องราวของคุณหลี่เจียซิน (นามสมมติ) ลูกค้าหญิงซึ่งตรวจดวงด้วยกันมาแล้ว เธอถูกยัดเยียดตำแหน่งภรรยาหลวงมาเป็นเวลาเกินห้าปีแล้ว ในคราวนี้เมื่อคำนวณดวงชะตาแล้วก็เตือนลูกค้าไปว่าให้ระวังเรื่องอารมณ์เดือดๆ จะปะทุ กระทบกระทั่งกับสามีง่ายขึ้นกว่าเดิม คุณหลี่เจียซินฟังแล้วก็เล่าให้ฟังว่าทะเลาะกันใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากว่าปัญหาเดิมยังคงมีอยู่ เดิมทีที่อดทนอยู่อย่างสงบมาได้ เพราะยังมีความหวังว่าสามีจะเลิกรากับผู้หญิงอีกคนตามที่เขาเคยบอกไว้ แต่เวลาก็ผ่านไปเกินห้าปีแล้ว เธอค้นพบว่าพวกเขายังไม่ขาดจากกันไปเสียที เมื่อไม่นานนี้ คุณหลี่เจียซินได้สนทนาทางข้อความกับผู้หญิงอีกคนของสามี ฝ่ายนั้นก็บอกว่าเสียใจมากที่ตนเองทำตัวแบบนี้ และสักวันหนึ่งจะจากไปอย่างแน่นอน แต่จนถึงขณะนี้พวกเขาก็ยังติดต่อกันอยู่เป็นระยะๆ จนคุณหลี่เจียซินอดรนทนไม่ไหวต้องปะทุอารมณ์ออกมาดังกล่าว


เมื่อเรื่องราวเป็นแบบนี้คุณหลี่เจียซินเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน ทุกวันนี้นอกจากเรื่องนอกใจแล้ว ในส่วนอื่นนั้นสามีและญาติๆ ก็ถือว่าดีกับเธอพอสมควรเลยทีเดียว อีกอย่างคือลูกๆ ที่ยังอยู่ในวัยประถมศึกษาก็รักพ่อมาก ถ้าจะตัดสินใจเลิกราจากกันไปก็สงสารลูกๆ ในเรื่องนี้ก็แนะนำเธอว่าไม่จำเป็นต้องหย่าขาดถ้าเธอไม่สบายใจที่จะทำอย่างนั้น เพราะในสถานะภรรยาหลวง เธอไม่ผิดในแง่ศีลธรรม ในกรณีของเธอนั้น การที่ยังคงสถานะความเป็นสามีภรรยาอยู่ ลูกๆ ก็จะได้ใกล้ชิดพ่อ มีปู่ย่าและญาติๆ ช่วยกันดูแลหลานๆ คุณหลี่เจียซินซึ่งทำงานนอกบ้านด้วย จะได้ลดภาระงานในบ้านลง เรียกว่าจะได้สบายกายขึ้น เพียงแต่ขอว่าอย่าหวังความสบายใจจากชีวิตคู่ ให้เลือกที่จะฝากใจไว้กับธรรมะ ว่าไปแล้วไม่ว่าจะมีชีวิตคู่หรือไม่มี ที่จริงแล้วมนุษย์ทุกคนก็ต้องพึ่งธรรมะเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจอยู่แล้วค่ะ เนื่องจากสิ่งภายนอกในโลกนั้นล้วนแปรปรวน ไม่สามารถฝากใจไว้ได้ทั้งสิ้นทั้งปวง


หลังจากที่สนทนากันไป ในที่สุดลูกค้าก็ยอมรับออกมาว่าแม้จะเคยตั้งใจว่าจะอยู่กับสามีจนกระทั่งลูกๆ โตแล้วจึงจะแยกทาง แต่ที่จริงแล้วถ้าเลือกได้ก็อยากอยู่เป็นครอบครัวกันตลอดไปนั่นแหละ เพียงแต่ขัดใจเรื่องการนอกใจ บอกเธอไปว่าตามดวงชะตาแล้วถ้าอยากจะอยู่กันไปจนตายจากกันก็เป็นไปได้ แต่จะให้การันตีว่าจะไม่มีเรื่องนอกใจกันอีกก็คงจะเป็นไปไม่ได้ ตามปกติปุถุชนไม่ได้มีศีลห้าที่มั่นคงอยู่แล้ว นอกจากนั้นดวงชะตาของคุณหลี่เจียซินเองก็ปรากฏชัดว่ามีปัญหาเรื่องนี้เกิดขึ้นในชีวิตคู่ได้ง่ายอีกด้วย


ลูกค้าระบายความในใจว่าบางครั้งรู้สึกสับสนว่าที่ตัวเองอดทนมาตลอดนั้นมันถูกต้องสมควรไหม ดูเป็นคนโง่ไหมที่ตัดสินใจยอมทนกับสภาพชีวิตคู่แบบนี้ บอกเธอไปว่าถ้าเรื่องแบบนี้ จะต้องพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป ไม่ใช่ว่าแต่ละคู่เมื่อมีปัญหาแล้วจะต้องตัดสินใจเหมือนกัน เพราะเรื่องความรู้สึกเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน ชีวิตคู่บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องของคนสองคน แต่หมายถึงครอบครัวทั้งสองฝ่ายและลูกๆ ด้วย ถ้าอย่างไรก็ลองเปรียบเทียบดูว่าถ้าไม่ทำอย่างที่ทำ ถ้าไม่ทนอย่างที่ทน ตัดสินใจแยกทางกันไปเลย เธอเองจะรู้สึกดีหรือเปล่า ลูกค้าตอบกลับมาทำนองว่าก็คงจะต้องรู้สึกแย่เหมือนกันเพราะลูกๆ รักพ่อมาก ถ้าแยกทางกันเธอคงทุกข์ใจที่เห็นว่าลูกจะไม่ได้อยู่ร่วมบ้านกับพ่อของเขา


การเลือกที่จะอยู่หรือไปของแต่ละคู่นั้น ต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ ซึ่งแต่ละคนย่อมมีความแตกต่างกันค่ะ ในกรณีของคุณหลี่เจียซินนั้น เธอไม่ได้อยากเลิกกับสามี แต่อยากให้เขารักเดียวใจเดียว ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่สมหวัง แต่แม้ว่าสามีจะแอบนอกใจเธอก็ยังไม่ต้องการเลิกกับเขา เนื่องจากหลายสาเหตุ ส่วนหนึ่งก็เพราะสามีมีข้อเสียสำคัญอยู่ประการเดียว ส่วนเรื่องอื่นนั้นถือว่าดีหรืออยู่ในเกณฑ์พอรับได้ทั้งสิ้น รวมทั้งญาติสามีก็ดีกับเธอด้วย ในเมื่อตัวลูกค้าเองยังอยากอยู่กันไปเป็นครอบครัว ยังไม่พร้อมแยกทาง ฉะนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับกรณีของคุณหลี่เจียซินซึ่งเลือกที่จะอดทน ก็คือใช้ชีวิตในแบบที่พยายามยกระดับบุญของตัวเอง ด้วยการหมั่นทำทาน รักษาศีล ฝึกเจริญสติ ให้คลายความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งปวง เพื่อให้ความทุกข์รบกวนจิตใจน้อยลงเรื่อยๆ แบบนี้ถึงแม้สามีจะไม่เปลี่ยนพฤติกรรม แต่ลูกค้าก็จะทุกข์น้อยลง มีความสุขด้วยตนเองมากขึ้น แนวทางนี้น่าจะเป็นทางเลือกที่ลูกค้าเองพอใจที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในขณะนี้ คุณหลี่เจียซินฟังแล้วก็ยอมรับว่าเห็นด้วยค่ะ


บางครั้งชีวิตก็ไม่เปิดโอกาสให้เรามีทางเลือกมากนักนะคะ แม้ทางเลือกที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ อาจไม่ใช่ทางที่เราอยากเลือกที่สุดและอาจจะต้องทนฝืนกล้ำกลืนความขม แต่ก็เป็นวิถีทางที่ทำให้ตัวเราและแก้วตาดวงใจเป็นทุกข์น้อยที่สุด บางครั้งจึงจำเป็นต้องเลือกแม้ไม่เต็มใจนักก็ตาม ใครที่กำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ หากรู้สึกว่าช่างอึดอัดและทนทุกข์เหลือเกิน ก็ขอให้ใช้ความทุกข์ที่พบเจอเป็นเครื่องเตือนใจให้ไม่อยากเวียนว่ายตายเกิด แล้วต้องมาพบมาเจอทุกข์สารพัดสารพันแบบนี้อีกนะคะ


(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 20 
 เมื่อ: 28 มกราคม 2019, 20:48 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม - เพิ่งออกจากงานประจำมาเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว ตอนแรกคิดว่าดี จะได้มีกิจการเป็นของตัวเองเสียที รู้สึกว่าเหนื่อยและกดดันมากกว่าเดิมอีก หลายครั้งที่คิดว่าไม่น่าเลย รู้อย่างนี้ทำงานกินเงินเดือนแบบเดิมดีกว่า ไม่รู้ว่ามีคนเป็นแบบดิฉันบ้างไหม




"ก้าวแรกของการเป็นนายตัวเอง
ไม่ใช่เตรียมสายป่าน ไม่ใช่คิดวางแผน และยิ่งไม่ใช่ลาออก
แต่เป็นการฝึกควบคุมตัวเองให้อยู่ในวินัยให้สำเร็จได้นานพอ"


- ดังตฤณ



เชื่อว่าคงมีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่มีเหตุผลในการคิดที่จะลาออกจากงานประจำ คิดอยากทำธุรกิจส่วนตัว “เป็นเจ้านายตัวเอง” ซึ่งอันที่จริงแล้วถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะได้มีโอกาสทำในสิ่งที่ต้องการ ได้ทำงานของตัวเองจริงๆ แต่เรื่องที่ว่าจะสบายกายหรือสบายใจกว่าทำงานประจำนั้น อาจจะไม่จริงเสมอไปค่ะ


ดังเรื่องราวของคุณแพนเทร่า (นามสมมติ) ลูกค้าหญิงที่ตามดวงชะตาแล้วมีความเป็นผู้นำ ทำงานด้วยความตั้งใจสูง อดทนและขยันขันแข็ง อีกทั้งเป็นคนที่พร้อมรับความเสี่ยงพอสมควร จึงสามารถที่จะทำกิจการส่วนตัวได้ไม่ยากนัก เมื่อประมาณปีสองปีที่แล้ว เธอได้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อมาทำธุรกิจ ในวันที่นัดตรวจดวงกันนั้น หลังจากอ่านดวงชะตาก็บอกลูกค้าไปว่าคงจะเหนื่อยหน่อยนะคะช่วงนี้ คุณแพนเทร่าตอบว่าเหนื่อยจริงๆ เนื่องจากทำธุรกิจสองอย่างซึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แถมยังต้องดูแลครอบครัวอีกต่างหาก โดยได้กู้ยืมเงินจากธนาคารมาทำธุรกิจด้วย ดังนั้นจึงมีภาระหนี้ที่ต้องจ่ายคืนเป็นประจำ บอกลูกค้าไปว่าในช่วงสามปีจากนี้ไปอาจจะต้องลุ้นมากหน่อยว่าจะไม่ขาดทุนในแต่ละเดือน ลูกค้าให้ข้อมูลว่าโดยรวมแล้วก็คือปริ่มๆ มีลุ้นกันทุกเดือนอย่างที่ว่ามานั่นแหละ ตอนนี้บางทีก็นึกเสียดายว่าตอนทำงานประจำชีวิตสบายกว่านี้ ไม่น่าออกมาทำธุรกิจเองเลย เหนื่อยกว่าเดิมเสียอีก


ฟังแล้วก็ตอบลูกค้าไปว่า “ในตอนนั้นที่ตัดสินใจจะลาออกมาทำธุรกิจ คุณก็คิดไม่ใช่หรือคะว่า ‘พอแล้ว เราหมดไฟในการทำงานประจำแล้วละ ออกมาทำของตัวเอง เป็นนายตัวเองดีกว่า ถึงจะเหนื่อยแต่มันก็เป็นงานของเราจริงๆ’ ตอนนั้นคิดแบบนี้นี่คะ” ที่ทายใจได้ถูกเนื่องจากความคิดทำนองนี้ได้ฟังจากลูกค้าและคนรู้จัก ตลอดจนได้อ่านผ่านตาในอินเตอร์เน็ตมาตลอดค่ะ ลูกค้าตอบว่าใช่ ตอนนั้นคิดแบบที่ว่ามานั่นแหละ แต่ตอนนี้มันเหนื่อยและเครียด ฟังแล้วก็ให้กำลังใจไปตามจริงที่ปรากฏในดวงชะตา ใจความโดยสรุปว่าสู้ต่อไปเถอะค่ะ รอดแน่นอน ถึงจะมีช่วงที่ฝืดไปบ้างแต่ถ้ายังอยู่สู้ไม่ถอย สุดท้ายจะผ่านไปจนได้ค่ะ


แม้ว่าไม่มีงานใดๆ ในโลกที่มั่นคงอย่างแท้จริง และเท่าที่รับฟังข้อมูลทั้งจากลูกค้าและจากแหล่งอื่นๆ ขอสรุปความแบบไม่ได้เหมารวมไปทุกธุรกิจ ได้ว่าการทำกิจการส่วนตัวนั้นทำให้ได้มีอิสระทางความคิด มีโอกาสในการเจริญเติบโต ฝึกความอดทน พัฒนาศักยภาพทั้งการวิเคราะห์ การวางแผน การบริหารจัดการต่างๆ อย่างหลากหลาย เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องทุ่มเทกำลังกายกำลังใจและยอมรับความเสี่ยงต่างๆ ไว้ด้วยตัวเอง สำหรับเจ้าของกิจการ โดยเฉพาะที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ยังไม่มีฐานลูกค้าที่มั่นคงแล้ว บางวันก็แทบไม่มีเวลาพักรับประทานอาหาร ไม่มีวันหยุดสุดสัปดาห์หรือหยุดตามเทศกาล ทำงานแบบไม่มีค่าล่วงเวลา เปรียบเทียบกับสมัยที่ทำงานประจำอาจจะลากิจลาป่วยได้บ้าง แต่พอมาเป็นเจ้าของธุรกิจแล้วแต่ละวันที่หยุดก็คือรายได้ที่หดหายไป แต่ต้นทุนค่าเช่า (ถ้ามี) ค่าจ้างลูกน้อง (ถ้ามี) ค่าใช้จ่ายอื่นๆ จิปาถะ (ยังไงก็ต้องมี) ยังคงต้องจ่ายออกไปเหมือนเดิม หลายคนที่สายป่านไม่ยาว เงินสำรองไม่มากนัก เหนื่อยงานแล้วจึงยังต้องเหนื่อยหมุนเงินด้วย อยากจะหยุดแล้วแต่ก็ทำไม่ได้ ด้วยเพราะลงทุนลงแรงไปแล้ว หนี้สินก็ยังจ่ายไม่หมด แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังคงมั่นใจจะไปต่อค่ะ


แต่ธุรกิจส่วนตัวก็มีข้อดีหลายข้อนอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เช่น ถ้าทุ่มเทมากก็ (มีโอกาส) จะได้มาก บางคนที่ได้ทำธุรกิจที่ตัวเองมีใจรักมีความถนัดอยู่แล้ว ได้ลูกน้องหรือผู้ช่วยที่ดี และถ้าโชคดีอีกคือคู่แข่งไม่มากนัก หรือมีลูกค้าประจำภายในเวลาไม่นาน แบบนี้จะเหนื่อยน้อยลง แล้วก็มีอยู่เหมือนกันที่เจ้าของกิจการไม่อยากลาพักเลย เพราะทำงานที่รัก จึงดำเนินธุรกิจด้วยความสุขสนุกเมื่อทำงาน ที่สุดแล้วหากว่ากิจการประสบความสำเร็จ ถึงตอนนั้นเจ้าของธุรกิจก็จะมีรายได้ที่มั่นคง สามารถเลือกที่จะใช้ชีวิตเลือกจัดสรรเวลาของชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการได้ง่ายกว่าการทำงานประจำ แต่ในทางกลับกันถ้าธุรกิจนั้นถึงทางตัน ก็อาจลงเอยด้วยการเป็นหนี้ มีบางคนเล่าให้ฟังว่าต้องกลับไปสมัครงานประจำเพื่อหาเงินใช้หนี้ก็มีค่ะ เรียกว่าเป็นนายตัวเองมีแนวโน้มที่จะเหนื่อยกว่า แต่ก็มีโอกาสสร้างความร่ำรวยง่ายกว่าการกินเงินเดือนเช่นกันค่ะ


จะเห็นได้ว่าชีวิตและการทำงานนั้นมีทางเลือกที่หลากหลาย และแต่ละทางก็มีข้อดีข้อด้อยต่างกันไป ดังนั้นจึงไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะจะเป็นเจ้าของกิจการ และไม่ใช่ทุกคนเช่นกันที่ควรจะเลือกทำงานประจำไปตลอด ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ความพอใจและความเหมาะสมของแต่ละบุคคลและสถานการณ์ของชีวิตค่ะ อย่างไรก็ตามไม่ว่าวันนี้ใครจะทำงานอะไรอยู่ ขออวยพรให้มีความสุขกับชีวิตการทำงานนะคะ


(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!