แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
27 พฤศจิกายน 2022, 21:31 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: 4 ตุลาคม 2021, 15:20 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – ธุรกิจที่ดิฉันทำอยู่กำลังมีปัญหา เงินเก็บที่สะสมไว้ก็ค่อยๆ หมดลงทุกที ดวงพอจะบอกได้ใช่ไหมคะว่าเราควรขยับขยายไปทางไหนได้บ้าง


คนจำนวนหนึ่งเมื่อทำธุรกิจมาสักพัก อาจจะพบว่ายอดขายไม่เป็นไปดังที่ตั้งใจไว้ จึงต้องมีการปรับตัวด้วยวิธีต่างๆ หรือบางท่านอาจจะเลือกกลับไปเป็นพนักงานกินเงินเดือนอีกครั้งก็มีค่ะ ใครที่เลือกจะสู้ต่อไป หากสายป่านยาวคือมีทุนสำรองมาก ก็อาจจะไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ แต่มีหลายคนที่ถูกรุมเร้าด้วยภาระและหนี้สิน แบบนี้ยิ่งเพิ่มความเครียดขึ้นได้อีก ลูกค้าหลายท่านจึงเลือกที่จะมาตรวจดวงเพื่อย้ำให้แน่ใจว่าสิ่งที่จะตัดสินใจทำต่อไปนั้นสอดคล้องกับเส้นทางกรรมของตนหรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่าดวงสามารถบอกได้ค่ะ


ดังเช่นคุณทิฟฟานี (นามสมมติ) ลูกค้าหญิงวัยสี่สิบกลางๆ ซึ่งเมื่อคำนวณดวงชะตาออกมาแล้วเห็นว่าเธอเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ชอบเอาเปรียบใคร มีความขยันไม่ท้อถอยง่ายๆ เอาการเอางานมาก เรียกว่าทำงานตัวเป็นเกลียวเลยทีเดียว แถมเป็นคนมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมงานและลูกน้องเป็นอย่างยิ่ง จากดวงชะตานั้นเห็นว่าคุณทิฟฟานีได้ทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายแรงใจเต็มที่ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว ซึ่งตามดวงนั้นในระยะยาวก็มีจะฐานะเป็นปึกแผ่น ไม่ใช่คนที่ต้องไปตกระกำลำบากในยามปัจฉิมวัยค่ะ


อย่างไรก็ตาม ตามดวงชะตานั้นในราว ๒ ปีที่ผ่านมาตลอดจนจากนี้ไปจนกว่าลูกค้าจะอายุประมาณ ๕๐ ปี คงเป็นช่วงที่ต้องตึงเครียดเรื่องเงินอยู่ไม่ใช่น้อย ดังนั้นประโยคแรกที่เริ่มการสนทนาจึงบอกเธอว่าในช่วงนี้ให้ระวังปัญหาสภาพคล่อง อย่าเพิ่งรีบร้อนลงทุนขยายกิจการ ที่ผ่านมาเรื่องการเงินก็ดูไม่ดี จึงควรจะระวังให้มาก ลูกค้าบอกว่าที่บอกมานั้นถูกต้องเลย ตั้งแต่ต้นปีที่แล้วนั้นถือว่าเครียดเรื่องเงินที่สุดในชีวิต เกิดปัญหาขึ้นมามากมายโดยไม่คาดฝัน บางเรื่องนั้นเธอถูกทำให้เสียทรัพย์โดยไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ นอกจากนี้กิจการด้านอาหารการกิน ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายธุรกิจที่ทำอยู่ก็มียอดขายลดลงมาก เมื่อเธอได้พยายามหาสาเหตุโดยสอบถามจากลูกค้าซึ่งก็ว่าไม่มีปัญหาเรื่องรสชาติหรืออื่นๆ โดยที่เจ้าของร้านค้าในย่านนั้นต่างก็ประสบปัญหาเดียวกัน คุณทิฟฟานีจึงคิดว่าได้เวลาที่จะต้องปรับตัวครั้งใหญ่แล้วจึงมาตรวจดวงวันนี้เพื่อดูว่าสิ่งที่วางแผนไว้พอจะเป็นไปได้หรือไม่


ฟังแล้วก็บอกลูกค้าไปว่าอันที่จริงคุณเหมาะกับการขายของที่ราคาไม่สูงมากนัก มีลักษณะอยู่ภายในโรงงาน นิคมอุตสาหกรรมหรือย่านชุมชนตลาดขนาดใหญ่ ลูกค้าตอบว่าเมื่อหลายปีก่อนเคยขายอาหารในบริษัทที่มีพนักงานเกินพันคน เรียกว่าเป็นช่วงที่รายได้ดีมาก ดังนั้นสภาพแวดล้อมตามที่บอกมานั่นถูกต้อง อย่างไรก็ตามเนื่องจากงานขายอาหารให้กับคนจำนวนมากขนาดนั้นเป็นงานที่หนัก จนคุณทิฟฟานีแทบไม่มีเวลาให้กับลูกที่ยังเล็ก เธอจึงจำเป็นต้องตัดใจลาจากงานนั้นไปเพราะสงสารลูก แล้วเลือกที่จะทำกิจการที่มีภาระน้อยลงเพื่อมีเวลาให้ลูกมากขึ้น จนมาถึงตอนนี้กำลังมีปัญหาตามที่กล่าวมา ทว่าตอนนี้บุตรของเธอเติบโตมากแล้ว ดังนั้นเธอจึงมีเวลามากขึ้น แล้วก็คิดว่าอาจจะหาลู่ทางกลับไปทำงานแบบเดิมค่ะ ฟังแล้วก็ให้กำลังใจลูกค้าว่าถ้ากลับไปทำกิจการแบบเดิมได้ก็จะสอดคล้องกับดวงและมีโอกาสก้าวหน้าไปอย่างมั่นคง ทั้งนี้ตามดวงแล้วคุณทิฟฟานีนั้นจะมีผู้ให้การสนับสนุนในหน้าที่การงานพอสมควรเชียวค่ะ


หลังจากนั้นลูกค้าก็ได้ถามเกี่ยวกับเรื่องการงานในด้านอื่นๆ ซึ่งก็ตอบไปจนเธอสิ้นสงสัย คุณทิฟฟานีถามด้วยว่าถ้าสนใจอยากจะเข้าไปลองลงทุนในตลาดหุ้น พอจะเป็นไปได้ไหม ฟังแล้วจึงรีบถามกลับไปว่า คุณมองตลาดหุ้นอย่างไรต้องถามใจตัวเองให้ดีก่อน ที่ผ่านมาจากที่ได้รับข้อมูลจากลูกค้าท่านอื่นๆ ทำให้แทบสรุปได้เลยว่า โดยมากแล้วคนที่ลงทุนด้วยเงินที่ไม่ใช่เงินเย็นจริงๆ แล้วอยากได้กำไรในเวลาอันรวดเร็ว โดยไม่คิดเผื่อทางเสียเลย โอกาสที่จะขาดทุนจนต้องตัดใจขายแบบเจ็บหนักมีสูงค่ะ อย่างไรก็ตามมีคนจำนวนหนึ่งที่สามารถลงทุนแบบเก็งกำไรระยะสั้นได้ แต่ไม่ใช่ว่าลักษณะเช่นนี้จะสามารถทำได้กันทุกคน ถ้าว่ากันตามดวงแล้วคุณทิฟฟานีเองก็ไม่เหมาะกับการลงทุนระยะสั้นแบบหวือหวาค่ะ ลูกค้าหญิงฟังแล้วบอกว่าตอนนี้เธอคงยังไม่เหมาะกับตลาดหุ้นค่ะ บอกลูกค้าไปว่าบางครั้งการไม่ทำในสิ่งใหม่ที่ยังไม่รู้จักดีพอ แต่รักษาฐานเดิมอันเป็นที่มั่นเอาไว้ให้ดี ก็เป็นการกระทำที่ดีเหมือนกัน อย่างน้อยถึงยังไม่ได้อะไรเพิ่มแต่ก็ยังไม่เสียเพิ่มเหมือนกันค่ะ


เนื่องจากเห็นในดวงชะตาของลูกค้าว่าช่วงที่ผ่านมาและต่อจากนี้ไปจะทะเลาะกับคู่ชีวิตได้ง่าย จึงเตือนไปว่าให้ใจเย็นๆ พึงถือคติว่ามีปัญหาเรื่องงานนั้นมากพอแล้ว หลีกเลี่ยงการเปิดศึกสองทาง ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นการเพิ่มปัญหาชีวิตให้เครียดหนักเข้าไปอีก แล้วถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยไปจะยิ่งลำบากและสิ้นเปลือง ควรรักษาสุขภาพทั้งกายและใจ ตลอดจนรักษาความรักในครอบครัวเอาไว้ เพื่อเป็นกำลังใจให้ไปต่อสู้กับศึกภายนอกดีกว่า ลูกค้ายอมรับว่าช่วงนี้ทะเลาะกันบ่อย เพราะเมื่อเธอเครียดสามีก็เครียดตามไปด้วย ปลอบลูกค้าไปว่าเรื่องแบบนี้เข้าใจได้เลยว่าคงจะทำให้กังวลจริงๆ เพราะเรื่องทำมาหากินนั้นเป็นเรื่องใหญ่ แต่ตอนนี้ขอให้อย่าลืมว่าสิ่งที่ทำได้ทันทีคือการสร้างความสามัคคีกลมเกลียวกันในครัวเรือน ส่วนเรื่องธุรกิจนั้นอาจจะต้องค่อยใช้เวลาในการขยับขยายค่ะ


"ง่ายๆ เลย ไม่ต้องลงทุนแม้แต่บาทเดียว ไปนั่งคุกเข่าหน้าพระปฏิมา
ดูว่าความสว่างอยู่ตรงหน้า แล้วเราเปล่งเสียงออกไป
แก้วเสียงที่เปล่งออกจากปากอย่างเต็มปากเต็มคำ
ด้วยเจตนาจะถวายแก้วเสียงเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา
แค่นี้มันทำให้เกิดความชุ่มชื่นได้แล้ว

ถ้ายังทำสมาธิไม่เป็น ลองสวดมนต์แบบเปล่งเสียงเต็มปากเต็มคำดู
ไม่ใช่แหกปากดังๆ นะ เอาแค่ว่าเปล่งเสียงเต็มปากเต็มคำ
แล้วรู้สึกถึงพลังแก้วเสียงที่มันออกมาอย่างไม่กระมิดกระเมี้ยน
แค่นี้มันก็ทำให้เกิดกำลังขึ้นมาได้แล้ว เพราะอะไร เพราะว่าจิตเป็นกุศล
เวลาที่เราเปล่งแก้วเสียงออกมาเป็นพุทธบูชา มันมีความสว่าง มันมีความอบอุ่น
แล้วถ้าหากว่าเราสวดมากๆ รอบ
เราก็จะรู้สึกถึงความอบอุ่น รู้สึกถึงความสว่างที่ทวีตัวมากขึ้นทุกที"


จาก ดังตฤณวิสัชนา ตอน "ให้กำลังใจตัวเองอย่างไรดีในยามที่ท้อแท้"
(อ่านทั้งบทความ https://bit.ly/3l9yoJL)


คุณทิฟฟานีบอกว่านอกเหนือจากการทำทานรักษาศีลซึ่งได้พยายามทำอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว ตอนนี้เพราะมีเรื่องไม่ค่อยสบายใจหลายเรื่อง เธอจึงสวดมนต์บ่อยขึ้น ฟังแล้วก็สนับสนุนให้เธอหมั่นสวดบทอิติปิโส ซึ่งเป็นบทสวดมนต์ที่ดีที่สุดในโลกด้วยใจที่ขอนอบน้อมสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย จะได้มีความสบายใจขึ้นนะคะ


บางครั้งชีวิตของเราอาจจะต้องพบปัญหาต่างๆ ที่มาทำให้เกิดความตึงเครียด เป็นกังวลต่ออนาคต ทำให้การใช้ชีวิตยากลำบากขึ้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกน้อยลงไปบ้าง ฯลฯ แม้ความสุขทางกายอาจจะมีลดลงไป แต่ไม่ควรให้ความสุขทางใจอันเกิดจากความรักและความเข้าใจในครอบครัวเหือดหายไปด้วยนะคะ



☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 2 
 เมื่อ: 4 ตุลาคม 2021, 15:17 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม - ผมเป็นชายรักชายที่อยากมีความรักที่ดีไปนานๆ แต่ที่ผ่านมาผมมีความจริงใจให้อีกฝ่ายเสมอ แต่มักถูกนอกใจอยู่ตลอด ควรจะทำอย่างไรดีครับ


อันที่จริงแล้วทั้งคู่รักไม่ว่าจะเป็นชายรักหญิง หญิงรักชาย ชายรักชาย หญิงรักหญิง ก็มีสิทธิ์มีปัญหาความไม่ซื่อสัตย์ด้วยกันทั้งนั้นค่ะ ไม่เกี่ยวกับรสนิยมทางเพศแต่เป็นเรื่องของศีลธรรมของแต่ละบุคคล หลายคนที่ทุ่มเทหัวใจให้กับคนรัก แต่ก็ต้องผิดหวังอย่างแรงเมื่อได้พบว่าอีกฝ่ายแอบไปมีใครอีกคนหนึ่งค่ะ


ดังเรื่องราวของคุณแอนโธนี (นามสมมติ) ลูกค้าชายวัยประมาณสามสิบปี ตามดวงแล้วคุณแอนโธนีเป็นคนมีเสน่ห์เลยทีเดียว คือเป็นที่รักของคนรอบข้างทั้งผู้ใหญ่และผู้น้อย มีหน้าที่การงานดี แถมฐานะทางบ้านก็มั่นคงด้วยค่ะ ปัญหาหลักเพียงอย่างเดียวของดวงนี้คือเรื่องความรักที่ดูเหมือนว่าจะมีคนเข้ามาชอบพออยู่เรื่อยๆ แต่เมื่อคบหากันไปแล้วมักจะมีปัญหาการนอกใจกัน โดยคุณแอนโธนีมักเป็นฝ่ายถูกนอกใจค่ะ


คุณแอนโธนีฟังแล้วก็ยืนยันข้อมูลให้ว่าเรื่องงานนั้นแทบไม่มีปัญหา งานที่ได้ทำให้เขามีความสุขดี มีเพื่อนร่วมงานที่รักใคร่ห่วงใยกัน ปัญหาหลักๆ ในชีวิตก็คือเรื่องความรักนี่แหละ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงแจ้งข้อมูลในเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากเรื่องความรักให้ครบถ้วน แล้วจึงสนทนาในประเด็นปัญหาหัวใจเป็นหลักเลยค่ะ ตามดวงชะตาของคุณแอนโธนีนั้น เขาจะได้คนรักที่เป็นคนเก่ง ฉลาด มีอารมณ์ขัน รู้จักทำมาหากิน เอางานเอาการ ฯลฯ เรียกว่ามีคุณสมบัติที่ถูกใจใช่เลย แต่ปัญหาคือเรื่องรักสามเส้าที่เกิดขึ้นได้ง่าย ลูกค้าก็ยอมรับว่าคนที่คบหาและกำลังมีปัญหากันอยู่นั้นมีลักษณะดังที่ว่ามา พูดง่ายๆ ว่าเว้นเสียแต่เรื่องความเจ้าชู้แล้ว เรื่องอื่นถือว่าสอบผ่านทั้งหมด แต่ว่าการนอกใจนั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ที่สุดแล้วคุณแอนโธนีและชายคนรักจึงได้ตกลงแยกทางกันค่ะ


แม้ว่าการตัดสินใจเลิกราจะเป็นสิ่งที่ลูกค้าเลือกเอง แต่เขาก็เปิดเผยว่ายังอาลัยอาวรณ์อยู่พอสมควร ฟังแล้วก็ให้กำลังใจว่า ในกรณีของคุณแอนโธนีซึ่งเป็นฝ่ายที่มาก่อนแล้วยอมรับไม่ได้ที่แฟนหนุ่มจะมีใครอื่นอีกคน  การตัดสินใจแบบนี้ถูกต้องแล้วค่ะ ไม่ว่าคนที่คบหาอยู่เขาจะมีหน้าที่การงาน ทรัพย์สินเงินทองมากมายขนาดไหน แต่เขาไม่ได้ซื่อตรงและมีความรักที่มั่นคง ถึงคุณสมบัติข้ออื่นจะดีเลิศเพียงใดก็ยากที่จะทำให้มีความสุข การนอกใจก็เป็นสิ่งที่คนจำนวนมากยอมรับไม่ได้อยู่แล้วล่ะค่ะ


ลูกค้าชายถามว่าถ้าดวงเป็นแบบนี้ควรจะทำอย่างไรดี ตอบเขาไปว่าอันที่จริงแล้วคุณแอนโธนีเป็นคนที่มีคนเข้ามาชอบเรื่อยๆ อยู่แล้ว ส่วนหนึ่งก็เกิดจากหน้าที่การงานที่ทำให้ต้องพบปะผู้คนหลากหลายด้วย ลูกค้าก็บอกว่าจริง คือตัวเขาแทบไม่เคยเป็นฝ่ายไปจีบใครก่อนเลย มีแต่คนเข้ามาหาเอง บอกลูกค้าไปด้วยว่าเดี๋ยวก็คงมีคนเข้ามาชอบอีก ถ้าใจไม่แข็งจริงภายในปลายปีหน้าเป็นอย่างช้าก็คงมีคนที่เริ่มคบกันจริงจังอีกแล้ว แต่ปัญหาคือมันอาจลงเอยแบบเดิมๆ กับคนใหม่ๆ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับคนก่อนๆ อีก ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงตัวคุณแอนโธนีเองก็ควรตั้งใจทำทาน รักษาศีล ฝึกเจริญสติ แล้วเลือกคู่ที่มีธรรมะเสมอกัน จะได้ลดปัญหาการนอกใจ เมื่อเลือกคบหาคนที่สามารถร่วมกันทำความดีได้ ก็มีโอกาสที่จะมีความสุขมากขึ้นค่ะ ดิฉันเคยเห็นคู่ชายรักชายที่ช่วยกันทำบุญสร้างกุศลก็ดูเขารักใคร่กันดี ความรักที่ดีนั้นไม่ได้เกี่ยวกับรักเพศใด แต่เกี่ยวกับว่ารักผู้ที่มีศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา เสมอกันตามที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ นั่นต่างหากที่สำคัญค่ะ (วิธีสร้างรักแท้และเลือกคู่ที่เหมาะสม สามารถอ่านได้จากบทความต่างๆ ใน “ริรัก” https://bit.ly/3FgaoML ^__^)


ประเด็นการเลือกคู่นี้ก็มีลูกค้าหลายท่านบอกเหมือนกันว่าจะหาคนที่มีศีลธรรมนั้นหายาก ในเรื่องนี้ก็เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ แต่ถ้าหากเลือกที่จะคบกับคนที่เราเห็นความเสี่ยงในความประพฤติของเขามาตั้งแต่แรก มันก็มีโอกาสสูงมากที่จะจบลงด้วยความเจ็บปวด ลูกค้าหลายคนที่ผิดหวังในรักออกปากในทำนองเดียวกันว่า “ถ้ารู้ว่าจะต้องลงเอยด้วยความทุกข์แบบนี้ สู้อยู่คนเดียวเสียยังจะดีกว่า” อย่างไรก็ตามต่อให้ได้คู่ที่ดูเหมือนจะมีพฤติกรรมดีขนาดไหน ก็ต้องเผื่อใจให้กับความไม่เที่ยงแท้ของปุถุชน ที่ยังมีโอกาสที่จะแปรปรวนไปด้วย เวลาพบปัญหาขึ้นมาจะได้ไม่ทุกข์มากนักค่ะ


บางคนกลัวความเหงา แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่พบว่าความผิดหวังในคนรักนั้นกลับเป็นทุกข์สาหัสเสียยิ่งกว่าค่ะ วิธีการรับมือกับความเหงานั้น ได้เคยเสนอไว้แล้วในตอน "เกี่ยวก้อยกับความเหงา" (คลิก) https://bit.ly/3FhGDLR สรุปคือว่าถ้ายังไม่ได้คู่ที่ดี ก็อยู่คนเดียวให้สบายใจไปก่อน อย่างน้อยๆ ความเหงาก็ไม่น่าจะขมขื่นปวดร้าวเท่ากับความผิดหวังในรักนะคะ




☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 3 
 เมื่อ: 4 ตุลาคม 2021, 15:14 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – ดิฉันมีสามีแล้วและไม่เคยคิดจะแยกทางกับเขา แต่ได้พลาดไปให้ความสนิทสนมจนมีความสัมพันธ์กับชายอื่นเพราะแพ้กิเลสของตัวเอง ตอนนี้ดิฉันรู้สึกผิดมาก อยากตัดใจให้ได้ ควรทำอย่างไรดีคะ


ความทุกข์จากความสัมพันธ์อันไม่ถูกต้องนั้นสุดแสนสาหัสนัก ลูกค้าบางท่านที่พลาดไปแล้วบอกว่าเมื่อก่อนเคยคิดว่าตนเองไม่มีทางทำผิดแบบนี้แน่นอน จึงรู้สึกแย่และให้อภัยตัวเองยากมาก อย่างไรก็ตามในเรื่องของความพยายามในการยุติความสัมพันธ์นั้น สำหรับบางคนก็ไม่ง่ายนัก ต้องอาศัยกำลังใจอย่างมหาศาล แถมจะบอกเล่าให้ญาติมิตรหรือเพื่อนสนิทฟัง ก็ไม่กล้าเสี่ยงที่จะให้ใครมารับรู้เรื่องลับของตัวเอง เลยต้องทนทุกข์ตามลำพัง สุดแสนทรมานใจค่ะ


เช่นเดียวกันกับลูกค้าหญิงวัยประมาณสี่สิบปี (นามสมมติว่าคุณวิโอล่า) ตามดวงแล้วลูกค้าเป็นคนขี้สงสาร จิตใจอ่อนโยน มีเมตตาต่อผู้อื่น หลังจากที่ได้ให้ข้อมูลเรื่องงานและอื่นๆ และให้ลูกค้าซักถามจนได้ความครบถ้วนแล้ว ก็บอกคุณวิโอล่าว่าอันที่จริงเรื่องอื่นๆ มีปัญหาไม่มากเท่ากับความรักหรอกค่ะ ลูกค้ายอมรับว่าที่นัดตรวจดวงวันนี้เพราะเรื่องนี้แหละ จึงได้แจ้งแก่เธอไป สรุปใจความได้ว่าดวงชะตานี้เป็นคนที่มีเสน่ห์มาก มีคนเข้ามาชอบได้เรื่อยๆ ต่อให้แต่งงานมีครอบครัวไปแล้วก็ยังมีชายอื่นมาขายขนมจีบอยู่ จึงต้องระวังความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้องทั้งการแอบมีกิ๊กและการไปเป็นมือที่สาม อีกทั้งยังเลิกรากันยาก ถ้าหากเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องก็จะยืดเยื้อยาวนานเช่นเดียวกัน


คุณวิโอล่าฟังแล้วจึงบอกว่าที่จริงเธอแต่งงาน มีชีวิตคู่อยู่แล้ว แต่ต่อมาได้ทำงานร่วมกับผู้ชายคนหนึ่ง (ขอสมมตินามว่าคุณซิลวีโอ) ซึ่งก็มีภรรยาแล้ว ด้วยความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่เกิดมีใจและแอบคบหากัน คุณวิโอล่าเองนั้นรู้สึกผิดมากแต่ก็ยังตัดใจไม่ขาด ส่วนตัวคุณซิลวีโอนั้นดูเหมือนไม่ได้พยายามจะหยุดยั้งความสัมพันธ์เลย สรุปความคือลูกค้าหญิงเองก็รู้ว่าความรักลับๆ นี้เป็นไปไม่ได้ รู้เต็มอกว่าผู้ชายที่มาข้องเกี่ยวกับตัวเธอซึ่งเป็นหญิงที่แต่งงานแล้วนั้น ก็คงไม่ใช่คนดีอะไรนักหนา รู้ด้วยว่าถ้าความลับแตกขึ้นมา ชีวิตการงานและส่วนตัวของเธออาจจะพังพินาศไปหมด แต่ยังทำใจไม่ได้สักที อาจจะเป็นเพราะยังต้องเจอกันบ่อยๆ เนื่องจากงาน ซึ่งสภาพชีวิตบังคับให้ยังไม่สามารถโยกย้ายไปไหนได้อีกด้วยค่ะ


ฟังแล้วก็พอจะเข้าใจได้ในเรื่องที่ตัดเธอไม่ขาดและไม่อาจตัดใจได้ลงนี้ เนื่องจากหลายครั้งที่อ่านดวงชะตาพบว่าบุคคลที่สามนั้นมีลักษณะแบบที่เจ้าของดวงชอบ ลูกค้าท่านอื่นที่มีปัญหาใกล้เคียงกับคุณวิโอล่าเคยบอกว่าแรงดึงดูดทางใจนั้นมีอย่างมหาศาล ไม่อย่างนั้นคงไม่ข้ามเส้นศีลธรรมออกไป บางคนเปิดใจว่ารู้เต็มอกว่าผิดแต่ไม่อยากจะเลิกเลยก็มีค่ะ


เช่นเดียวกันกับเมื่ออ่านดวงชะตาของคุณวิโอล่า ก็พบว่าคุณซิลวีโอนั้นมีบุคลิกภาพที่อบอุ่น สุภาพ ตลอดจนดูเป็นคนที่รับฟังและเป็นที่ปรึกษาที่ดี ในขณะที่สามีของลูกค้าอาจจะดูเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองไปสักหน่อย อีกทั้งชีวิตคู่นั้นเมื่ออยู่ด้วยกันมานานๆ ย่อมเห็นข้อเสียของอีกฝ่ายได้ชัดเจนขึ้น ประกอบกับความใกล้ชิดที่ต้องทำงานร่วมกัน แถมคุณวิโอล่าเองก็เป็นคนอ่อนโยน ขี้สงสาร แบบนี้พอเข้าใจได้ละค่ะว่าทำไมลูกค้าหญิงถึงตัดใจได้ยาก


อย่างไรก็ตามได้ให้กำลังใจคุณวิโอล่าไปว่า ถ้าตั้งใจจะเลิกกับคุณซิลวีโอจริงๆ ถึงแม้ตอนนี้ถ้ายังตัดใจไม่ได้เด็ดขาด ขอให้ตัดความสัมพันธ์ทางกายและวาจาก่อน พยายามติดต่อพูดคุยเฉพาะในเรื่องที่จำเป็นเท่านั้น ห้ามอยู่กันสองต่อสอง ไม่ควรคุยโทรศัพท์หรือสนทนาทางข้อความกัน ถ้าจำเป็นต้องคุยเรื่องงานก็อย่าพยายามมองหน้าหรือสบตา นอกจากนี้ขอให้ตั้งใจทำทานอย่างสม่ำเสมอ รักษาศีลห้าอย่างเคร่งครัด ฝึกปฏิบัติธรรมจะได้มีที่พึ่งทางใจอย่างแท้จริง การทำบุญทำกุศลอย่างสม่ำเสมอ มีจิตใจอยู่กับความสว่างห่างความมืด ย่อมจะไม่อยากกลับไปตรงที่ผิดศีลธรรมอีกค่ะ


ให้กำลังใจลูกค้าว่าตอนนี้เธอก็ต้องเลิกด่าว่าตัวเอง ควรให้อภัยตัวเองที่เคยผิดไป แล้วเก็บไว้เป็นบทเรียนสอนใจ พึงอยู่กับปัจจุบัน โดยไม่คิดถึงแต่ความสุขในวันนี้ ให้คิดถึงความทุกข์ในวันหน้าด้วยหากวันหนึ่งความลับถูกเปิดเผย ผลที่จะตามมาต่อหน้าที่การงาน ครอบครัว ญาติมิตร ชีวิตที่เหลือต่อไป จะเป็นเช่นไร เพราะคุณซิลวีโอนั้นเขาก็อาจยังอยู่กับภรรยาของเขาเหมือนเดิมนะคะ (จากการสนทนากับลูกค้าทั้งชายและหญิง พบว่าฝ่ายหญิงจำนวนไม่น้อยพร้อมให้อภัยสามีถ้าหากยอมเลิกกับกิ๊ก แล้วกลับมาอยู่กับภรรยาคนเดียวเหมือนเดิม ในขณะที่ฝ่ายชายที่รู้ว่าภรรยานอกใจนั้น โอกาสจะเลิกรากันไปเลยมีมากกว่าค่ะ)


นอกจากนี้ก็ได้ถามลูกค้าด้วยว่าต่อให้ตัวเธอเองหย่าขาดจากสามี และฝ่ายคุณซิลวีโอหย่ากับภรรยา แล้วมาแต่งงานใหม่กัน คุณวิโอล่าเชื่อไหมว่าคุณซิลวีโอจะไม่ทำกับเธอแบบที่ทำกับภรรยาตัวเองคือมีหญิงอื่นนอกบ้านด้วย ลูกค้าหญิงยอมรับว่าเขาก็คงนอกใจเธอได้เหมือนกัน สรุปว่าเหลือทางเลือกเดียวก็คือต้องใจแข็ง แข็งใจยุติความสัมพันธ์ให้ได้ โดยมีธรรมะเป็นเครื่องคุ้มครองใจ เอาชนะภัยกิเลสให้ได้ค่ะ


ในฐานะมนุษย์ปุถุชน ที่ยังกลับไปกลับมาได้ระหว่างดีและชั่ว เราจึงไม่พึงประมาทในกิเลสแม้เพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความรักอันไม่ถูกต้องนั้น อย่าได้วางใจว่าแค่การสนทนาพูดคุย คงไม่เป็นไร เพราะกิเลสนั้นไม่เข้าใครออกใคร หลายคนใช้เวลาร่วมกับมือที่สามมาก จนกลายเป็นติดใจและผูกใจจนตัดใจไม่ได้ พัวพันไปจนศีลขาดในที่สุด ดังนั้นตัดไฟเสียแต่ต้นลม อย่าได้ดูเบากิเลสเป็นเด็ดขาด จะได้ไม่ต้องเสียใจในอนาคตค่ะ



☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/


 4 
 เมื่อ: 4 ตุลาคม 2021, 15:11 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม - ตอนนี้ธุรกิจส่วนตัวที่ผมทำอยู่ดูอาการไม่ค่อยดี อยากจะหาลู่ทางทำการค้าใหม่ๆ ดวงบอกได้ใช่ไหมครับว่าเราควรจะเปิดตลาดที่ไหนอย่างไรบ้าง


การทำธุรกิจก็เหมือนกับทุกเรื่องในชีวิตของคนเรา ที่อยู่ภายใต้หลักไตรลักษณ์อันไม่สามารถบังคับให้เป็นไปได้ดังใจ ดังนั้นในการทำกิจการใดๆ จึงย่อมมีทั้งโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ สร้างเนื้อสร้างตัวจนมั่งคั่ง หรือในทางกลับกันบางกิจการอาจขาดทุน บางธุรกิจก็ล้มจนเจ้าของสิ้นเนื้อประดาตัว ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง แบบนั้นก็เกิดขึ้นได้เช่นเดียวกันค่ะ


ในยามที่ภาพรวมเศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศไม่ใช่ขาขึ้น ธุรกิจบางประเภทย่อมได้รับผลกระทบ หากเจ้าของกิจการวางแผนมาอย่างรัดกุมและมีเงินสดสำรองพอสมควรเรียกว่าสายป่านยาวพอ ก็อาจเพียงแค่ซวนเซ หรือบางคนหาทางออกด้วยการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจ หรือเปิดตลาดใหม่ๆ เช่นเดียวกับคุณโรแบร์โต (นามสมมติ) ลูกค้าชายวัยกลางคนผู้ซึ่งเป็นคนที่ดูมีอัธยาศัยดี มีความเมตตา อีกทั้งยังเป็นคนตั้งใจทำงานเป็นอย่างยิ่งด้วย ในวันที่นัดตรวจดวงกันนั้นได้บอกลูกค้าไปเป็นประโยคแรกว่าภาพรวมเรื่องการเงินน่าจะต้องทนอึดอัดอีกร่วมสามปีนะคะ ลูกค้าตอบว่าที่นัดคุยวันนี้ก็อยากจะปรึกษาเรื่องนี้นี่แหละ คือกำลังวิตกเพราะว่ากิจการส่วนตัวที่ทำอยู่มีรายรับลดลง แล้วก็สองจิตสองใจด้วยว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี


เนื่องจากอ่านดวงแล้วเห็นว่าทางที่คุณโรแบร์โตน่าจะเลือกในช่วงนี้ คือการเปิดตลาดต่างประเทศ ซึ่งที่จริงแล้วก็ถูกโฉลกกับเขามาก จึงแจ้งไปตามที่เห็นพร้อมบอกไปด้วยว่าควรจะเลือกติดต่อกับคนชาติไหน มีลักษณะและบุคลิกอย่างไร ลูกค้าชายฟังแล้วก็ตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นๆ ว่ากำลังจะติดต่อกับประเทศที่มีลักษณะตามที่ว่ามาพอดีเลยทีเดียว จะนัดทำสัญญากันในอีกไม่นานนี้แหละ ถ้าสอดคล้องกับดวงก็ดีเลยเขาจะได้เดินหน้าเน้นหาลูกค้าต่างประเทศ ฟังแล้วตอบไปว่ามาถูกทางแล้วละค่ะ ตามดวงชะตาของคุณเป็นอย่างนี้


คุณโรแบร์โตปรึกษาเพิ่มเติมว่าถ้าจะหาหุ้นส่วนมาช่วยบริหารกิจการในประเทศจะดีไหม ตอบไปตามที่เห็นว่าคงจะได้หุ้นส่วนที่เป็นคนฉลาดแต่ออกจะมีเล่ห์เหลี่ยมอยู่สักหน่อย แต่ถ้าไม่มีทางเลือกเพราะต้องการคนมาช่วยดูแลธุรกิจเนื่องจากทำคนเดียวไม่ไหว ก็จำเป็นต้องยอมรับแต่อาศัยการทำสัญญาจัดสรรผลประโยชน์ให้รัดกุมเป็นที่พึงพอใจร่วมกัน ตามดวงชะตาแล้วนับแต่บัดนี้ไปจนถึงประมาณสิ้นปี ถือเป็นช่วงที่หาหุ้นส่วนเข้ามาช่วยบริหารงานได้ง่ายด้วยซ้ำไป ลูกค้าจึงเล่าให้ฟังว่าอันที่จริงก็มีพูดคุยกันแล้วบ้างเหมือนกัน ถ้าเป็นแบบนี้เขาจะรีบดำเนินการเรื่องงานในประเทศให้ลงตัวให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้ทุ่มเทให้กับการติดต่อธุรกิจต่างประเทศเป็นหลัก


หลังจากนั้นก็ได้แจ้งลูกค้าเกี่ยวกับรายละเอียดตามที่ปรากฏในดวงชะตาว่าช่วงไหนบ้างก็จะต้องระวังเรื่องการเงินเป็นพิเศษ ช่วงไหนที่น่าจะค่อนข้างสบายใจเบาใจได้แล้ว ฯลฯ ให้กำลังใจไปด้วยว่าตามพื้นดวงนั้นคุณโรแบร์โตถือว่ามีความมั่นคงทางการเงิน ดังนั้นปัญหาที่ประสบอยู่ตอนนี้จะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ถ้าบริจาคทานสม่ำเสมออย่างที่ทำมา ไม่ได้ไปคดโกงใคร ตั้งใจรักษาศีลห้าอย่างมั่นคงอยู่ตลอด ก็เชื่อว่าจะไม่ตกระกำลำบากในอนาคตอย่างแน่นอน เพียงแต่อยู่ในสภาพที่อึดอัด ดังที่ได้แจ้งไปตั้งแต่ประโยคแรกของการสนทนาค่ะ


คุณโรแบร์โตฟังแล้วก็รับว่าจริงแต่อดที่จะกังวลไม่ได้อยู่ดี ตอบลูกค้าไปว่าเรื่องบางอย่างนั้นก็มีปรากฏในดวงชะตาซึ่งก็คือแผนที่กรรมว่าเจ้าชะตาจะให้ความสำคัญกับเรื่องใดเป็นพิเศษ แต่ละคนจะแตกต่างกันไป เช่น บางคนให้ความสำคัญกับเกียรติยศ บางคนใส่ใจกับเรื่องหน้าที่การงาน บางคนทุ่มหัวใจให้กับความรัก ฯลฯ ซึ่งเท่าที่เก็บข้อมูลมาส่วนใหญ่พบว่า เรื่องใดที่ใจให้คุณค่ามาก เรื่องนั้นมักจะเป็นเหตุแห่งทุกข์ของบุคคลผู้นั้น ในกรณีของคุณโรแบร์โตนั้นจะห่วงใยด้านความมั่นคงทางการเงิน ดังนั้นแม้ขณะนี้จะไม่ได้ย่ำแย่สุดขีด แต่เนื่องจากใจให้ความสำคัญมากก็ย่อมรู้สึกกังวลได้ง่ายค่ะ แต่ว่าไปแล้วอะไรก็ตามที่เราแก้ไขได้ก็จัดการไป เช่นหาลู่ทางธุรกิจใหม่ๆ ส่วนอะไรที่เหนือความสามารถและเราไม่สามารถควบคุมได้ก็ต้องยอมรับและปล่อยวาง ตอนนี้ที่ควรทำนอกจากการหาลู่ทางใหม่ให้ธุรกิจแล้ว ก็คือการกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ไม่วิตกกังวลกับอนาคตจนเกินไปเพราะนอกจากจะทำให้ไม่สบายใจแล้ว ความเครียดนั้นอาจทำให้ไม่สบายกายได้ด้วย เก็บแรงเก็บพลังไว้สู้กับงานและชีวิตกันต่อไปดีกว่าค่ะ


ชีวิตนั้นมีขึ้นมีลง มีช่วงเวลาที่เราก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็ย่อมมีเวลาที่ต้องค่อยๆ เคลื่อนที่ มีทั้งการถอยหลังไปสักพักก่อนที่จะเริ่มออกเดินหน้าใหม่ มีที่ต้องอดทนรอคอยให้เวลาผ่านไปเพื่อให้ปัญหานั้นคลี่คลายลงด้วยตัวมันเอง ฯลฯ หากยอมรับได้ว่าชีวิตนั้นล้วนเป็นอนิจจัง ย่อมช่วยลดความอึดอัดและขื่นขมต่อสถานการณ์ที่ต้องเผชิญได้ ด้วยเข้าใจว่าเวลาแห่งความยากลำบากก็เหมือนกับเวลาแห่งความสุข คือผ่านมาแล้วย่อมผ่านไปในที่สุดค่ะ



☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/


 5 
 เมื่อ: 4 ตุลาคม 2021, 15:10 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – ตอนนี้มีคนมาชักชวนให้ดิฉันลงทุนบางอย่างที่เขาบอกว่าจะได้ผลตอบแทนงามมาก ดิฉันจึงนำเรื่องไปปรึกษาเพื่อนสนิท แต่เพื่อนบอกว่าฟังแล้วไม่น่าไว้ใจ อยากทราบว่าดวงสามารถบอกได้ไหมคะว่าเราจะถูกโกงหรือเปล่า


มีคนจำนวนไม่น้อยที่เพียรพยายามในการหารายได้เพิ่ม เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต บ้างเลือกลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ บ้างหาโอกาสในการทำกิจการด้วยตนเองตามลำพัง บ้างร่วมลงขันสร้างธุรกิจกับผู้อื่น หลายคนประสบความสำเร็จ มีกิจการที่ไปได้ดี บ้างโชคไม่ดีนักคือต้องเลิกกิจการไปด้วยเหตุต่างๆ แต่ยังพอได้คืนทุนบ้าง แต่ที่โชคร้ายกว่านั้นคือเมื่อมีคนมาชักชวนให้ทำงานบางอย่าง แล้วกลับลงเอยด้วยการค้นพบว่าตนเองถูกหลอกลวงให้เสียทรัพย์ค่ะ


ดังเรื่องราวของลูกค้าหญิงที่ขอสมมตินามว่าคุณวาเรนติน่า ซึ่งเมื่ออ่านดวงชะตาของลูกค้าตามที่คำนวณออกมาได้ พบว่าเธอมาจากครอบครัวที่มีความมั่นคง มีชีวิตที่ค่อนข้างไม่ลำบาก ด้านอุปนิสัยนั้นเธอเป็นคนให้เกียรติคน รักความยุติธรรม มีเมตตาต่อผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก ไม่อยากเอาเปรียบใคร ฯลฯ จากดวงชะตานั้นทำให้ทราบว่าลูกค้าหญิงค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องความรักและความมั่นคงทางการเงิน จึงให้ข้อมูลไปว่าควรระวังว่าจะเจอเรื่องรักสามเส้า ดังนั้นควรเลือกคนที่อย่างน้อยมีศีลห้าเป็นพื้นฐาน ฯลฯ คุณวาเรนติน่าบอกว่าที่อ่านดวงมานั้นถูกต้องแต่ตอนนี้เธอออกจะทำใจได้แล้วค่ะ


เมื่อเข้าสู่ประเด็นเรื่องการเงิน ได้เตือนคุณวาเรนติน่าไปว่าให้ระวังความคิดที่ว่าจะได้เงินมาแบบสบายไม่ต้องออกแรงมาก เพราะจะทำให้ถูกหลอกหรือเสียทรัพย์ได้ง่าย ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเห็นว่าตามดวงแล้วมีโอกาสเดือดร้อนทางการเงินเพราะมองโลกในแง่ดี ไว้ใจคนจนเกินไปค่ะ คุณวาเรนติน่าบอกว่ามันได้เกิดขึ้นแล้วสาเหตุสืบเนื่องจากความคิดดังที่ว่ามา ทำให้ที่ผ่านมาเธอตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพที่สร้างเรื่องให้หลงผิด คิดว่าจะสามารถได้เงินมาง่ายๆ จากการกระทำบางอย่าง แล้วมิจฉาชีพรายดังกล่าวก็ได้หลอกให้เธอไปชวนคนรู้จักให้มาร่วมด้วย ทว่าเมื่อรวบรวมเงินไปให้แล้ว แทนที่จะได้ผลประโยชน์ดังคำกล่าวอ้าง กลับกลายเป็นว่ามิจฉาชีพรายนั้นได้หลบหนีไปชนิดตามตัวไม่เจอ สรุปว่าทุกคนโดนหลอกเอาเงินไปฟรีๆ ค่ะ


แม้ว่าคุณวาเรนติน่านั้นไม่ได้มีเจตนาจะคดโกงใคร แต่เธอคือเหยื่อที่ถูกหลอกให้ไปหลอกผู้อื่นอีกทอดหนึ่ง ทว่าในฐานะที่เป็นผู้ชักชวนคนอื่น เธอจึงต้องยอมชดใช้หนี้ให้ทุกคน สุดท้ายแล้วคุณพ่อคุณแม่ของลูกค้าจึงเข้ามารับภาระนี้ ซึ่งทำให้คุณวาเรนติน่ารู้สึกผิดมากๆ ดังนั้นเธอจึงอยากจะเริ่มต้นทำกิจการที่เหมาะสมกับตนเองเสียที หลังจากที่ลองผิดลองถูกผ่านการทำธุรกิจหลายอย่าง ลูกค้าเล่าว่าหวังจะสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของตนด้วยตนเองให้ได้ค่ะ


คุณวาเรนติน่าบอกว่าที่คิดไว้คืออยากขายเสื้อผ้าผู้หญิง ซึ่งเมื่ออ่านดวงแล้วพบว่าไม่ค่อยเหมาะนัก จึงบอกเธอไปว่าอันที่จริงควรค้าขายกับผู้คนหรือกิจการที่มีลักษณะออกไปในทางโรงงานอุตสาหกรรมมากกว่า ลูกค้าจึงเล่าว่าแถวๆ บ้านมีโรงงานอยู่ไม่น้อยทีเดียว จึงบอกลูกค้าไปว่าถ้าอยากขายเสื้อผ้าก็ให้ขายแนวยูนิฟอร์มของพนักงานในโรงงาน นอกจากนี้ที่สามารถทำได้ดีอีกอย่างคือการค้าส่งวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ แบบนี้จะเหมาะมากกว่าการขายปลีก ลูกค้าบอกว่าแถวที่เธออยู่ก็พอจะมีลู่ทางเกี่ยวกับสินค้าเกษตรบางชนิด ส่วนเรื่องค้าส่งนั้นก็น่าสนใจเพราะมีลู่ทางอยู่ น่าจะสามารถที่จะทำได้ไม่ยากนัก


ฟังแล้วก็ยินดีไปกับคุณวาเรนติน่าที่มีปัจจัยพื้นฐานของการทำธุรกิจที่สอดคล้องกับเส้นทางกรรมของตนเองอยู่แล้ว จึงไม่ต้องไปเริ่มต้นจากศูนย์ ได้ให้ข้อมูลแก่เธอไปว่าอย่างไรก็ตามนับจากนี้ไปอีกสามปีขอให้อดทนสักหน่อย เพราะจะเป็นเวลาที่ไม่สบายนักในการทำธุรกิจ ขอให้อดทนสู้ต่อไปเพราะไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการต้องรู้สึกว่าตนเองไม่ได้พยายามทำอะไรให้ดีขึ้นมาเลย นั่นจะยิ่งทำให้ท้อแท้ สิ้นหวังสิ้นกำลังใจไปเรื่อยๆ คุณวาเรนติน่านั้นถือว่าโชคยังดีที่สามารถใช้บ้านของตนเองเป็นที่ตั้งธุรกิจได้เลย นับว่าลดต้นทุนไปมากเพราะไม่ต้องไปเช่าพื้นที่จากใคร ถ้าหากว่าคุณวาเรนติน่าทำธุรกิจที่เหมาะสมและไม่ท้อถอย ก็เชื่อแน่ว่าจะตั้งหลักได้อย่างแน่นอนในอนาคต


คุณวาเรนติน่าดูเหมือนจะมีกำลังใจขึ้น เธอเปิดใจว่ารู้สึกผิดมากที่ทำให้ทางบ้านต้องมาลำบากไปด้วยเพราะช่วยเธอใช้หนี้ ให้กำลังใจลูกค้าไปว่าที่ผ่านมานั้นคุณเองไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้ใครเดือดร้อน ว่าไปแล้วก็เป็นความอยากจะช่วยทำให้ครอบครัวมีฐานะที่ดียิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพียงแต่ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมมนุษย์ ตอนนี้คุณวาเรนติน่าควรให้อภัยตนเองแล้วตั้งใจว่าต่อแต่นี้ไปจะทำความสบายใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ก่อน เมื่อธุรกิจก้าวหน้าไปดั่งหวังก็จะมอบความสบายกายให้แก่พวกท่านต่อไปค่ะ


บางครั้งคนเราก็เลือกและตัดสินใจทำบางอย่างที่นำมาซึ่งความเดือดร้อนทางการเงินให้แก่ตนเอง แม้จะเสียใจในความผิดพลาดนั้นเพียงใดก็ตาม ไม่ควรลืมว่าการดุด่าว่ากล่าวตนเองไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้น ควรยอมรับในความผิด สำนึกผิดและให้อภัยตนเอง แล้วหยัดยืนขึ้นอีกหน ขอเพียงไม่ท้อถอยตราบยังมีชีวิตอยู่ ทุกคนสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอค่ะ

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 6 
 เมื่อ: 4 ตุลาคม 2021, 15:08 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – เพื่อนสนิทของดิฉันมาปรึกษาว่าน้อยใจเจ้านายที่ดูเหมือนรักลูกน้องไม่เท่ากัน ทำให้เธอเกิดความคิดว่าจะลาออก แต่ดิฉันเป็นห่วงกลัวเพื่อนจะหางานใหม่ได้ไม่ดีเท่าที่เก่า แบบนี้ควรจะปลอบใจเพื่อนอย่างไรดีคะ


ก็ต้องบอกว่าเท่าที่ได้รับข้อมูลจากลูกค้าที่กำลังอยากเปลี่ยนงาน ช่วงนี้ก็ค่อนข้างพูดไปในทางเดียวกันว่าหางานได้ยากขึ้นค่ะ ดังนั้นใครที่ยังมีงานทำอยู่ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงเกินไป แนะนำว่าส่งใบสมัครไปเรื่อยๆ โดยยังไม่ต้องลาออกจากที่เดิมจะดีกว่า หรือต่อให้ได้งานใหม่แล้ว ถ้ายังไม่มั่นใจว่าที่ใหม่จะดีกว่าที่เก่าก็ยังไม่ควรไป เพราะช่วงแรกที่ยังไม่ผ่านโปรฯ นั้นเราจะต่อรองได้น้อยกว่า แล้วก็อย่างที่ทราบกันดีอยู่ว่ายิ่งจำนวนปีในการทำงานมาก ถ้าถูกเลิกจ้างก็จะได้ค่าชดเชยมากค่ะ ส่วนเรื่องที่น้อยใจเจ้านายด้วยหลายๆ สาเหตุนั้น ประเด็นนี้มีลูกค้ามาปรึกษาเป็นระยะ สำหรับปุถุชนคนธรรมดาแล้วเป็นความรู้สึกที่สามารถเกิดขึ้นได้เสมอค่ะ


เช่นเดียวกันกับคุณแทนเจอรีน (นามสมมติ) ซึ่งได้ตรวจดวงกันมาหลายครั้ง ลูกค้าหญิงท่านนี้เป็นคนตั้งใจทุ่มเทในการทำงาน รักครอบครัว มีความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการีเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังสนใจธรรมะและรักษาศีลอีกด้วย มาในครั้งนี้ได้เริ่มต้นการสนทนาด้วยการบอกคุณแทนเจอรีน โดยสรุปความคือว่าช่วงนี้ไปจนถึงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า คงจะต้องทนเครียดเรื่องงานหน่อยนะคะ ลูกค้ารับว่างานหนักและเหนื่อยมาก เพราะว่าต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลงให้ได้ในประมาณช่วงเวลาตามที่บอกมานั่นแหละ แต่ที่อยากจะมาปรึกษาในวันนี้เพราะเพิ่งได้รู้โดยบังเอิญว่าพนักงานฝ่ายบัญชีได้ค่าตอบแทนสูงกว่า ทั้งที่คนในออฟฟิศต่างออกปากว่าคุณแทนเจอรีนทำงานหนักเป็นอย่างยิ่ง สิ่งนี้ทำให้ลูกค้ารู้สึกน้อยใจค่ะ


ฟังคุณแทนเจอรีนพูดแล้ว ก็นึกถึงข้อมูลที่ได้มาจากลูกค้าหลายๆ ท่านที่ทำงานด้านบัญชีโดยตรง เนื่องจากดิฉันเคยได้ยินมาตั้งแต่เด็กว่าคนที่ทำงานด้านนี้ได้ จะต้องมีคุณลักษณะสำคัญคือความละเอียดรอบคอบ มีความอดทนสูง ฯลฯ แล้วก็เป็นอาชีพที่มีความมั่นคงมาก เรียกว่าเรียนบัญชีไม่มีตกงาน อย่างไรก็ตามเคยมีลูกค้าบางท่านมาปรึกษาเรื่องการถูกฟ้องร้อง เช่น ลูกค้าท่านหนึ่งเล่าว่าสมัยเพิ่งเรียนจบ เริ่มทำงานใหม่ๆ ยังไม่ค่อยรู้เท่าทันโลกจึงพลาดเพราะทำตามคำสั่ง สุดท้ายกลายเป็นคดีความยืดเยื้อยาวนาน ทั้งยังมีลูกค้าอีกท่านสอบถามเรื่องอยากเปลี่ยนงาน เมื่อตอบไปว่าดวงคุณหางานง่ายมากเลยค่ะ ลูกค้าตอบว่ารู้อยู่ว่าหางานง่ายเพราะตนทำงานบัญชี แต่ต้องเลือกงานที่ไม่เสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้อง ฯลฯ ทำให้ทราบว่าอาชีพที่ใช้ศักยภาพสูง เป็นที่ต้องการของผู้ว่าจ้าง ตกงานยาก รายได้ดีพอสมควร ก็มีความเสี่ยงในบางแง่มุมเหมือนกันนะ


เมื่อบอกคุณแทนเจอรีนไปในเรื่องข้างต้น ลูกค้ายอมรับว่าถ้าหากจะมองในมุมนี้ก็รู้ว่างานของตนเองมีความเสี่ยงน้อยกว่า เพียงแต่อดที่จะน้อยใจไม่ได้ ปลอบเธอไปว่าบางทีคนอื่นอาจจะคิดว่าคุณมีหน้าที่การงานดี รายได้ก็ดี อยู่ในสังคมการทำงานที่ไม่ค่อยมีปัญหา แถมมีความเสี่ยงต่ำก็ได้ ส่วนเรื่องทำงานมากหรือน้อยนั้นบางครั้งก็ยากที่จะเปรียบเทียบ เพราะงานบางอย่างนั้นแม้ชั่วโมงทำงานน้อยกว่า แต่เป็นภาระที่หนักและตึงเครียดมากกว่า หากผิดพลาดก็ต้องรับผิดชอบในขอบเขตที่มากกว่าด้วย จึงไม่อาจจะประเมินโดยใช้จำนวนชั่วโมงหรือชิ้นงานแต่เพียงเท่านั้นได้ ต้องใช้ตัวชี้วัดอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย


ในเรื่องของการเปลี่ยนงานนั้น ถ้าหากคุณแทนเจอรีนอยากจะเปลี่ยนงานก็ลองสมัครงานใหม่ก็ได้ แต่ดูตามดวงแล้วไม่น่าจะได้เปลี่ยน น่าจะต้องอยู่ที่นี่ไปอีกหลายปีเลยทีเดียว ลูกค้าหญิงตอบว่าในช่วงนี้ถ้าจะหางานใหม่ให้ได้ค่าตอบแทนสูงเท่าที่เดิมก็คงหายาก อันที่จริงแล้วเธอก็มีความสุขดีเลยทีเดียวกับงานที่ทำอยู่ เพียงแต่มีความน้อยใจขึ้นมาตามที่เล่าเท่านั้นแหละ แต่ตอนนี้พอได้สนทนากัน เธอก็สบายใจขึ้นเยอะ แล้วก็คงตั้งใจทำงานต่อไปตามปกติ หลังจากจบการสนทนาในเรื่องงาน ก็ได้ให้ข้อมูลดวงชะตาแก่คุณแทนเจอรีนจนครบถ้วนค่ะ


ว่าไปแล้วเรื่องเงินเดือนนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากนะคะ หลายบริษัทจึงมีกฎเหล็กห้ามไม่ให้พนักงานเปิดเผยเงินเดือน บางแห่งมีโทษร้ายแรงถึงขั้นให้ออกจากงานเลยทีเดียว แต่ก็มีบางคนที่ไปรู้เงินเดือนของผู้อื่นเข้าโดยไม่ได้เจตนาอยู่เหมือนกัน เช่น พนักงาน A เข้าห้องน้ำอยู่แล้วเกิดได้ยินพนักงาน B คุยโทรศัพท์เล่าเรื่องเงินเดือนให้พ่อแม่ฟัง โดยที่พนักงาน B เองก็คิดไม่ถึงว่าจะมีใครมาได้ยิน โดยอาจจะลืมนึกไปว่าห้องน้ำมีหลายห้อง แบบนี้ก็เป็นไปได้ค่ะ


ส่วนประเด็นเรื่องของค่าตอบแทนในการทำงานนั้น ขณะที่พนักงานบริษัทบางคนอาจมองและเปรียบเทียบกับเพื่อนร่วมงาน ในแง่ของความหนักเบาในการทำงานว่าควรมีผลต่อเงินเดือนอย่างไรบ้าง แต่ในมุมมองของผู้บริหารนั้นเขาอาจจะพิจารณาจากปัจจัยอื่นด้วยค่ะ เรื่องนี้มีเจ้าของกิจการท่านหนึ่งบอกว่าเขาจะไม่ได้มองว่าพนักงานทำงานมากหรือน้อยแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าแต่ละคนนั้นสร้างรายได้หรือลดรายจ่ายให้บริษัทมากน้อยเท่าไหร่ค่ะ


ความก้าวหน้าในชีวิตการทำงานในฐานะมนุษย์เงินเดือน ตลอดจนความเจริญในชีวิตด้านอื่นนั้น เกิดจากการพัฒนาความคิดและสามารถของตนอย่างไม่หยุดยั้งค่ะ สิ่งนี้สามารถทำได้โดยไม่มีขีดจำกัด อีกทั้งไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบกับผู้อื่นให้เป็นการเสียกำลังใจทั้งเราและเขา ด้วยต่างคนต่างมีเส้นทางและมีความถนัดในแบบฉบับของตน สามารถเติบโตก้าวหน้าไปได้ด้วยความเพียรพยายามของแต่ละคนค่ะ



☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 7 
 เมื่อ: 4 ตุลาคม 2021, 15:06 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims


ถาม- ตอนนี้ธุรกิจที่ผมสร้างมากำลังจะไปไม่ไหวเพราะขาดสภาพคล่องมาก ทรัพย์สินทุกอย่างก็แทบไม่มีเหลือ ผมเสียใจมากเพราะทุ่มเทมาตลอด อายุก็ห้าสิบกว่าแล้ว ยอมรับว่าท้อแท้มากเลยครับ


ชีวิตนั้นมีขึ้นมีลงตามธรรมชาติอยู่แล้วนะคะ ทว่าสำหรับปุถุชนซึ่งย่อมรักสุขเกลียดทุกข์นั้น หากต้องพานพบสถานการณ์บีบคั้นรุนแรง ก็ไม่ง่ายเหมือนกันที่จะทำใจยอมรับได้ ยิ่งคนที่ประสบความสำเร็จมาก่อนแล้วกลับต้องไปอยู่ที่จุดเริ่มต้นอีกครั้งด้วยอายุที่มากขึ้น นั้นยิ่งยากที่จะทำใจเข้าไปใหญ่


ดังเรื่องราวของลูกค้าชายวัยกลางคน (ขอสมมตินามว่าคุณธีโอดอร์) ซึ่งในขณะที่ได้นัดตรวจดวงกันนั้น ธุรกิจของเขากำลังประสบปัญหาอย่างหนัก จนอีกไม่นานนักจะต้องปิดตัวลง ทรัพย์สมบัติที่เคยมีก็ได้นำมาพยุงกิจการจนเกือบหมด เมื่อตรวจดวงแล้วเห็นว่าชีวิตของลูกค้านั้นยังไม่หมดหนทางเสียทีเดียว และสภาพความอึดอัดทางการเงินดังกล่าวนั้น กินเวลาประมาณ ๒ ปีก็จะคลี่คลายลง


เมื่อบอกลูกค้าไปเช่นนั้นเขาก็ดูมีความหวังขึ้นมา จากนั้นก็ได้เล่าให้หมอดูฟังว่าอันที่จริงก่อนจะมาตรวจดวงนั้น ได้คิดกันกับภรรยาว่าจะฆ่าตัวตายเสียเลยดีไหม เนื่องจากผิดหวังที่ธุรกิจล้ม อีกทั้งอับอายคนในสังคมที่ตนเองต้องมาประสบความล้มเหลวและมีฐานะยากจนลงมาก ฟังแล้วก็บอกว่าอย่าได้คิดเช่นนั้นเลย เพราะช่วงเวลาแห่งความมืดมนในชีวิตนั้น ย่อมมีความไม่เที่ยงไม่ทนเช่นเดียวกับช่วงเวลาแห่งความสุขนั่นแหละ แล้วก็ได้เล่าเรื่องของคุณมิเชล (นามสมมติ) จากเรื่อง "ถึงล้มก็จะลุก ข้ามผ่านทุกข์ด้วยแรงใจ" ให้ลูกค้าฟัง


“...ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนถาโถมเข้าใส่... ...ถือเป็นห้วงเวลาแห่งความมืดมนอย่างแท้จริง ที่สุดแล้วคุณมิเชลในวันนั้นจึงตัดสินใจกินยาฆ่าตัวตาย... ...แต่โชคยังดีที่ยานั้นมีปริมาณไม่มากพอจะคร่าชีวิต เมื่อฟื้นขึ้นมาจึงได้เริ่มต้นใหม่ด้วยการหันเข้าหาพระพุทธศาสนา... ...ต่อมาในภายหลังจึงเริ่มบุกเบิกธุรกิจที่เหมาะสมกับดวงมากๆ... ...ทุกวันนี้คุณมิเชลมีทรัพย์สินรวมเป็นเลขถึงเก้าหลัก ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากวันที่มืดมนจนทนมีลมหายใจอยู่ต่อไปไม่ไหว มาเป็นวันนี้ที่เธอเข้มแข็งและพร้อมจะแบ่งปันให้คนอื่นเสมอแล้ว... ...คุณมิเชลจะบอกเสมอว่าเธอไม่กลัวความลำบากอะไรอีก เพราะได้ผ่านเวลาที่มืดมนที่สุดมาแล้ว ว่าไปแล้วการที่คนเราเจอทุกข์อย่างเข้มข้น มันก็ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งให้กับหัวใจได้ดีนะคะ…” (อ่านทั้งบทความ https://bit.ly/3iqiqZV )


คุณธีโอดอร์ฟังแล้วก็ถามว่าผมจะเป็นแบบนี้ได้เหมือนกันใช่ไหม บอกลูกค้าไปว่าต่อให้ไม่รวยขนาดคุณมิเชล คุณก็ไม่แย่เท่าวันนี้หรอก จากนั้นลูกค้าชายก็ถามย้ำๆ ซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายต่อหลายรอบว่าอีก ๒ ปีมันจะดีขึ้นจริงๆ ใช่ไหม ผมจะแย่ขนาดนี้ไปชั่วชีวิตใช่ไหม ฯลฯ ตอบไป อดทนจริงๆ สองปีเท่านั้นค่ะ แต่ว่าถึงแม้สองปีจะเป็นเวลาที่ไม่นานมาก แต่สำหรับคนที่กำลังอยู่ในห้วงทุกข์ก็ถือว่าเป็นเวลาที่ไม่น้อยอยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นตอนนี้พยายามหาทางออกทางธุรกิจไปก่อน อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจฆ่าตัวตายเลยนะคะ แล้วก็ได้แจ้งให้ลูกค้าทราบไปตามตรงว่าจากดวงแล้วควรจะไปขอรับความช่วยเหลือหรือหาลู่ทางธุรกิจใหม่ๆ จากใครบ้าง


นอกจากนี้ก็ได้ให้กำลังใจคุณธีโอดอร์ให้คิดถึงคนที่รักเขา เช่น ลูกๆ และญาติๆ ส่วนคนรอบข้างในสังคมที่ลูกค้าวิตกกังวลว่าพวกเขาจะมาดูถูกเหยียดยามเมื่อยามล้มนั้น ก็ขอให้คิดว่าเราไม่สามารถจะไปบังคับความคิดความอ่านของใครได้ แต่ถือเป็นโอกาสดีเหมือนกันที่จะได้รู้ว่าใครที่เป็นมิตรแท้ การเลือกที่จะตายเพราะอับอาย เกรงว่าผู้คนจะนินทา ไม่กล้าสู้หน้าต่อสังคมนั้น ต้องไม่ลืมว่านอกจากจะแก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลย แล้วก็ยังทำให้คนที่รักเราเสียใจ ที่ยิ่งกว่านั้นคือเป็นการทำกรรมที่จะทำให้ตนเองทุกข์เพิ่มขึ้นอีกด้วย (อ่านเรื่องเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายได้จาก "คู่มือนักฆ่าตัวตาย") เพราะฉะนั้นขอให้ลูกค้าและภรรยาอย่าได้คิดที่จะลาโลกไป อยู่สู้ทนสักตั้ง ระหว่างนี้ให้หมั่นทำทาน โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินก็ได้ เช่น เอาแรงกายไปช่วยงานสาธารณะกุศลต่างๆ หรือถ้าไม่มีเวลาก็อาศัยมีใจอนุโมทนากับผู้อื่นที่เขาได้ไปทำบุญทำทาน รักษาศีลห้าให้มั่นคง และฝึกเจริญสติปัฏฐาน เพื่อที่อย่างน้อยๆ แม้ช่วงนี้ชีวิตอาจจะมืดมนทางเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้มืดมิดทางจิตใจ หากว่าไม่สามารถจัดการกับสถานการณ์ภายนอกได้ ก็ต้องดูแลหัวใจเอาไว้ให้ดีที่สุดค่ะ


หลังจากสนทนากันแล้วคุณธีโอดอร์ก็ดูมีกำลังใจขึ้น เขาถามย้ำอีกหนว่าเขาจะรอดไปได้ใช่ไหม ตอบไปว่ารอดอยู่แล้วค่ะ แต่ช่วงนี้คงต้องยอมรับความจริงและอดทนสักหน่อย แต่สุดท้ายความทุกข์ก็จะผ่านไปในที่สุดค่ะ


ในเวลาที่เรารู้สึกแย่กับชีวิตมากๆ มองไปทางไหนก็จะรู้สึกถึงแต่ความมืดมน บางคนอยากหลีกหนีไปด้วยความตาย ซึ่งนอกจากจะเป็นเหตุแห่งทุกข์ยิ่งกว่าเดิมแล้ว ยังอาจปิดโอกาสของกรรมดีที่อาจจะรอให้ผลอยู่หลังจากความมืดผ่านพ้นไปด้วย อันที่จริงแล้วความทุกข์กับความสุขก็เหมือนกันคือมีสภาพที่ไม่เที่ยง มีเกิดขึ้น ดำรงอยู่ แล้วก็หายไปได้ดุจเดียวกัน ใครที่ทุกข์วันนี้จึงไม่ควรคิดว่ามันมืดมิดสนิทชั่วนิรันดร์ เช่นเดียวกันกับผู้ที่กำลังมีความสุขก็ต้องเตรียมพร้อมรับกับความแปรปรวนที่อาจมาถึงในอนาคตด้วยค่ะ


☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 8 
 เมื่อ: 4 ตุลาคม 2021, 15:00 
เริ่มโดย star4life - คำตอบล่าสุด โดย star4life
ถาม - หลังจากที่ผมได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมมาสักระยะ
ตอนนี้ก็เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมอย่างสนิทใจ
ว่าที่ต้องพบเจอเหตุการณ์ต่างๆ ล้วนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แล้วก็มีบางครั้งที่ต้องเจออารมณ์ที่ไม่ชอบจริงๆ
แล้วใจก็สงสัยว่าตัวเองเคยทำอะไรไว้ถึงต้องมาพบเรื่องอย่างนี้
หลังจากนั้นไม่นาน บางครั้งผมจะเห็นเป็นภาพเหตุการณ์ที่เคยทำไว้เองขึ้นมา
แล้วก็พบว่าใจจะไม่โกรธคนที่ทำไม่ดีด้วยเลย เหมือนมันวางลงไปได้
อยากทราบว่าที่ผมเห็นเหตุการณ์ในอดีตนั้น เห็นจริงหรือเปล่าครับ



ตอบ – เห็นจริงหรือไม่เห็นจริง
ไม่สำคัญเท่ากับที่ว่าใจของเราหลุดออกจากตรงนั้นได้ ตรงนี้สำคัญกว่า

ทีนี้โดยหลัก คือกลไกธรรมชาติของจิต
ถ้าเจริญสติ เห็นภาวะทางกาย เห็นภาวะทางใจมาถึงจุดหนึ่ง จนจิตสงบได้
มันมีโอกาสสูงครับที่จะเห็น
คือจิตจะไปประมวลว่าภาวะทางกายแบบนี้ ภาวะทางใจแบบนี้
มันเป็นผลลัพธ์จากสาเหตุอะไร
เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะพิจารณาทุกข์อยู่ หรือว่าพิจารณาอาการทางกายอยู่
แล้วเกิดนิมิตภาพขึ้นมาว่าเพราะอาการอย่างนี้
เคยไปทำกรรมไว้บนเส้นทางแบบนี้ มันถึงได้ให้ผลลัพธ์อย่างนี้
เป็นไปได้ครับที่มันจะถูกต้อง


แต่ที่เราจะรู้ได้เจ๋งๆ รู้ได้ชัวร์ๆ มันต้องถึงฌาน
เพราะอะไร เพราะว่าพอถึงฌานแล้ว จิตจะมีความสามารถรับรู้ที่ขยายขอบเขตกว่านี้
มันจะมีเหมือนซูเปอร์พาวเวอร์ (super power)
เหมือนกับขอบเขตความรับรู้มันต่างไป มันเหนือไปกว่าแก้วหูแก้วตานะ
มันจะมีความจดจำในแบบที่เรารู้ชัดๆ เลยว่าความจำแบบนี้ไม่ใช่คิดไปเอง
แต่มันจำได้จริงๆ ว่าเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณจะได้รับคำยืนยัน ถ้าหากว่ามันเคยเกิดขึ้นในชีวิตนี้เองนะ
มันจำได้อย่างชัดเจนว่านี่เราลืมไปแล้วว่าเราเคยทำมา
มันผุดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง อ๋อ! ที่เคยไปทำเขาไว้อย่างนี้นี่เอง
มันกลายเป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรม คือให้ผลกรรมในชาติปัจจุบัน
เรารู้จากตรงนั้นเลย เราระลึกได้แน่ๆ ว่าเราเคยทำอย่างนั้นแน่ๆ
แล้วมันก็มาผูกโยง มาเชื่อมโยงกัน มาตรงกัน
เล็งตรงกันกับผลลัพธ์ที่กำลังปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้


แต่ถ้าเรามีสมาธิที่ลึกซึ้งไปกว่านั้นหรือเคยมีทุนเก่า
เป็นประเภทที่เคยระลึกชาติอะไรแบบนี้ไว้ก่อน
บางทีมันมาเป็นภาพในอดีตเลย ซึ่งมันเป็นไปได้
แต่ถ้าคุณไม่มีฌาน จิตยังไม่ถึงฌาน มันจะไม่มีเครื่องยืนยัน
มันจะไม่มีจิตแบบที่ระลึกชาติได้แบบเจ๋งๆ แบบย้อนทีละลำดับ
รู้ได้ว่าเคยชื่ออะไร นามสกุลอะไร หรือว่ามีอายุอยู่กี่ปี
เคยไปทำอะไรใครเขาไว้ด้วยอาการแบบไหน
ถ้าจำไม่ได้ถึงขนาดนั้น มันจะได้แต่สงสัยอยู่ร่ำไปว่านี่เราอุปาทานหรือเปล่า
แต่บอกไว้ มันครึ่งๆ เวลาที่เกิดภาพอะไรขึ้นมา
แล้วรู้สึกว่าปล่อยวางได้ เราชดใช้กรรม เราชดใช้บาปเก่าไป
อันนี้ แค่ตรงนี้แหละ ดีแล้ว ดีพอแล้ว ไม่ต้องไปเป๊ะว่านั่นจริงหรือไม่จริงนะ

อันนี้ตอบคำถามไหมครับ



ถาม – ได้คำตอบชัดเจนมากเลยครับ ขอบพระคุณอาจารย์ครับ
เพราะว่าพอผมวางใจว่าใช้หนี้ไป หลายครั้งที่เจอช่วงหลังคือพอได้รับอารมณ์ที่ไม่ชอบใจ
แล้วเกิดความสงสัยว่าเคยไปทำอะไรไว้ เพราะก็คิดว่าตัวเองทำดีแล้ว
ภาพในชีวิตนี้จะขึ้นมาเลยว่าเคยพูดแบบนั้นกับคนนี้
อารมณ์ที่เขาเจอตอนนั้น ก็คงเหมือนที่ผมเจอตอนนี้
แล้วมันตัดอารมณ์ตอนนั้นเลย มองเป็นการใช้หนี้ไป
แล้วก็เกิดความระมัดระวัง ไม่กล้าผิดศีลห้าเลยครับ



ตอบ - อันนี้เยี่ยมยอดมาก อันนี้ดีกว่าการระลึกชาติอีก
เพราะระลึกชาติได้ บางคนนะ บางคนระลึกชาติได้แต่ไม่เชื่อเรื่องกรรมก็มีนะ
เพราะว่าโยงได้แค่บางจุดที่เป็นแค่ความทรงจำว่าเคยไปเป็นนั่นเป็นนี่มา
แต่ยังไม่เข้าใจ ยังไม่เคลียร์ว่าที่ต้องมาเกิดเป็นรูปร่างหน้าตาแบบนี้ มีชะตาชีวิตแบบนี้
เพราะเคยสั่งสมกรรมแบบไหนมา บางทีมันยังโยงกันไม่ถูก
แต่ทีนี้ถ้าคุณมีความศรัทธาในผลแห่งกรรม
แล้วก็มาพิจารณากายใจตามจริงว่าอันนี้คือผลลัพธ์
ในแต่ละขณะจะรู้สึกอย่างไรก็ตาม มันคือผลลัพธ์


แล้วเสร็จแล้วการทำไว้ในใจอย่างเป็นสัมมาทิฏฐิแบบนี้
ในที่สุดมันไปปรุงแต่ง ให้เกิดความระลึกได้ขึ้นมา เชื่อมโยงติดขึ้นมาว่า
เพราะเราเคยทำอย่างนั้น มันถึงได้อยู่บนเส้นทางที่จะได้รับผลแบบนี้
แล้วใจนี่คลายได้ คลายจากอาการยึด
แล้วก็มีสติที่จะสังวร ระวังในการสร้างบุญสร้างบาปในขั้นต่อๆ ไป
อันนี้มีประโยชน์ที่สุด อันนี้แหละคือเส้นทางแบบพุทธที่เราต้องการกันจริงๆ นะ


โดย ดังตฤณ
ที่มา
https://bit.ly/3mobmOp

 9 
 เมื่อ: 4 ตุลาคม 2021, 14:57 
เริ่มโดย star4life - คำตอบล่าสุด โดย star4life

ถาม – ทำไมดิฉันถึงรู้สึกเกลียดลูกชายคนแรกของตัวเองคะ
ไม่ว่าลูกจะทำอะไร ดิฉันก็ไม่ถูกใจเลย
ส่วนลูกคนที่สองกลับรู้สึกว่าเขาน่ารัก แบบนี้ควรทำอย่างไรดีคะ



คำถามข้อนี้ บางทีถ้าไม่เกิดกับตัวเอง มันไม่เข้าใจนะ
แล้วก็จะพอได้ยินคนอื่นพูดอะไรในสิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจ
บางทีมันก็จะเกิดความรู้สึก ทำไมอย่างนี้
เป็นแม่ที่ไม่ดีหรือว่าเป็นพ่อที่ใช้ไม่ได้ อะไรอย่างนี้
คือถ้าไม่เกิดกับตัว บางทีมันไม่สามารถที่จะไปเข้าใจนะ ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกอย่างนั้นนะ
แล้วอันนี้บอกเลยว่าเป็นเรื่องจริงนะครับ แล้วเกิดขึ้นกับคนไม่น้อย
ทีนี้คือคนไม่กล้าพูดกัน สารภาพความจริงทางใจกัน ว่าทำไมฉันรู้สึกอย่างนี้ไม่รู้
เพราะรู้ว่าถ้าขืนพูดหรือว่าเปิดเผยหรือพูดออกไป คนก็ด่า อะไรแบบนี้


ทีนี้มันมีอย่างนี้ ยกตัวอย่างเลยนะ ที่ชัดๆ เลย
อย่างกรณีพระเจ้าอชาตศัตรู ก็มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎกนะครับ
ว่าเคยเป็นศัตรูกับพ่อตัวเองมาก่อนอย่างนี้
แต่ในชาติที่เกิดเป็นพระเจ้าอชาตศัตรู
คือขึ้นต้นมาความรู้สึกมันดีๆ กัน เป็นลูกที่รักพ่อ แล้วพ่อก็รักลูก
แต่มันเป็นศัตรูในแบบที่จะต้องมาล้างผลาญกันในเวลาที่ลูกโตขึ้นแล้ว
เพราะว่าพอลูกโตขึ้นไปได้อาจารย์ไม่ดี พระเจ้าอชาตศัตรูมีพระเทวทัตเป็นคนสอน
แล้วก็เสี้ยมสอนในแบบที่จะให้ช่วงชิงพระราชสมบัติอะไรแบบนี้
ก็เลยกลายเป็นว่า เป็นออกแนวที่ว่าเป็นศัตรูในแบบที่ล้างผลาญชีวิตกัน
ทั้งๆ ที่เกิดมาตอนแรกๆ ก็ยังรู้สึกดีต่อกันอยู่


ทีนี้จะมีพ่อแม่ลูกอีกบางประเภทนะครับ
ที่ไม่รู้ว่าเงื่อนไขปัจจัยมาจากไหน คือมันดูไม่สมเหตุสมผล
แต่เห็นหน้าลูกแล้วไม่ชอบ เห็นหน้าลูกแล้วรู้สึกรังเกียจ
หรือว่าเกิดความรู้สึกพออกพอใจเฉพาะลูกบางคน
อย่างตัวคำถาม แต่อีกคนมันทำใจอย่างไรก็ทำไม่ได้
จะพยายามทำตัวเป็นแม่ก็แล้ว แกล้งฝืนที่จะรักก็แล้ว มันฝืนไม่ได้ มันรู้สึกไม่ดี
อันนี้เป็นสัญญาณบอก เป็นเครื่องหมายบอกว่า
เรากับเขามีความผูกพันที่เหนียวแน่นในเชิงลบต่อกัน
ความผูกพันที่เหนียวแน่นนั้นกระชากให้มาเป็นพ่อแม่ลูกกัน
แล้วก็จะต้องเกิดความรู้สึกไม่ดีแบบเกลียดขี้หน้ากัน
หรือว่าอยู่ใกล้ชิดกันกับรากของความเกลียดนั้นต่อไป


ทีนี้ถ้าเรามองเข้ามานะ
สัญญาณบอกว่าเคยมีกรรมไม่ดีต่อกัน มันอยู่ตรงนี้ ความรู้สึกแย่ ความรู้สึกไม่ดี
อย่าฝืนที่จะแสดงความรัก ความเอ็นดู อย่าฝืนที่จะพูดจ๊ะจ๋า
หรือว่าทำเป็นเหมือนกับเรารักเท่าเทียมกับลูกคนอื่น
แต่ให้สร้างเหตุปัจจัยที่จะทำให้รู้สึกดีกับลูกจริงๆ นะ

โดยมองว่า นี่ชาติก่อนมันล้างไม่หมดแน่ๆ
ชาตินี้ต้องมาเป็นพ่อแม่ลูกกัน แล้วก็รู้สึกไม่ดีต่อกัน
เราจะไม่เอาความรู้สึกนี้อีกแล้ว พยายามคิดนะ
คุณในฐานะที่ให้กำเนิดลูก มันอยู่ในฐานะที่เลือกได้มากกว่าเขานะ
ว่าจะให้ความสัมพันธ์หรือว่าให้ความรู้สึกมันเป็นไปในทิศทางไหนต่อนะครับ

ถ้าหากว่าเราตั้งต้นคิดการบุญขึ้นมา
แล้วให้เขาช่วยคิด พยายามทำให้สำเร็จร่วมกัน
มันก็จะกลายเป็นค่อยๆ มีเชื้อของความรู้สึกเย็น เชื้อของความรู้สึกสว่าง
เชื้อของความรู้สึกด้านดีเข้ามาแทนที่ของเดิมนะครับ

ยกตัวอย่างเช่น คือสังเกตเขาว่าเขาเป็นคนแบบไหน ถนัดในทางบุญแบบใด
ถ้าถนัดเอาแค่สวดมนต์ก็ชวนกันสวดมนต์
หรือถ้าเขาชอบให้ทานกับคนแบบทั่วไปนะ ก็พาไปตามสถานสงเคราะห์ต่างๆ
หรือว่าถ้าเขาเข้าทางพระได้ ยังไม่ได้มีความเกลียดชังหรือว่ามีอคติอะไรกับพระสงฆ์องค์เจ้า
ก็ชวนไปทำบุญ ชวนในแบบที่ว่า เออ นี่ เดี๋ยวเราไปทำบุญกัน
ลูกคิดซิว่าเราจะเอาอะไรไปถวายดี
หรือว่าไปช่วยคน คิดซิเอาอะไรไปช่วยเขาดี ทำให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น
แล้วอย่างทำบุญอย่างอื่น ประเภทที่จะเหมือนกับสังเกตว่าเขาชอบอะไร ถนัดอะไร
แล้วคุณเป็นตัวตั้งตัวตี เป็นต้นคิด
ที่จะให้เขาช่วยให้ความตั้งใจทำบุญของคุณ แผนการทำบุญของคุณประสบความสำเร็จ


ขอให้เกิดการทำบุญร่วมกันเถิด
คิดร่วมกัน พูดร่วมกัน แล้วทำให้สำเร็จร่วมกัน คุณจะค่อยๆ รู้สึกดี
จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม จากสามเป็นสี่ มากขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งมันสามารถล้างความรู้สึก
ที่ตกค้างอยู่ข้ามภพข้ามชาติให้หมดเกลี้ยงไปได้นะครับ
จำไว้นะ เขาจะไม่มีทางเป็นฝ่ายเริ่มต้น คุณเท่านั้นที่มีสิทธิ์เป็นฝ่ายตั้งต้น
ที่จะออกจากวงจรแห่งความเกลียดชังหรือว่าแห่งความรังเกียจกันนะ





โดย ดังตฤณ
ที่มา https://bit.ly/3A6Vq8m

 10 
 เมื่อ: 4 ตุลาคม 2021, 14:55 
เริ่มโดย star4life - คำตอบล่าสุด โดย star4life
ถาม – ผมเกิดความคิดไม่ดีกับพระอยู่เป็นประจำ พอจะกราบพระก็มักจะมีจิตอกุศลเกิดขึ้นมา
ผมได้ขอขมาแล้วแต่ก็ยังกลัวบาปมากๆ กลัวว่าจะต้องตกนรก
แบบนี้จะเป็นบาปไหมครับ แล้วควรจะปฏิบัติอย่างไรเมื่อความคิดไม่ดีนั้นเข้าสู่ใจของเรา




ก็คิดว่าความคิดเลวๆ มันมาตอนที่เราไม่ได้ตั้งใจให้มันมา
เพราะฉะนั้นความคิดเลวๆ นั้นไม่ใช่ความคิดของเรา

มันเป็นความคิดที่เกิดจากการปรุงแต่ง
จิตของคนยุคเรามันเต็มไปด้วยความโกลาหลนะ
มันถูกรบกวนด้วยเรื่องไม่ดีต่างๆ นานามากมาย
อย่างบางทีเรานึกว่ากำลังทำเรื่องเล่นๆ อยู่
ดูหนังดูละคร มันเป็นเรื่องที่ไม่น่ามีพิษมีภัยอะไร
แต่หารู้ไม่ เรื่องบางเรื่องนี่มันอัดฉีดนรกเข้าสู่หัวเราโดยตรงนะ
บางทีมันมาในรูปของความจำ บางทีมันมาในรูปของความคิดไม่ดีเวลามองสิ่งดีๆ


อะไรต่างๆ ที่มันเข้าสู่หัวเราโดยที่ไม่ใช่ความยินยอมพร้อมใจของเรา
มันไม่ใช่กรรมของเรานะ อันนี้ต้องท่องให้ขึ้นใจนะครับ ระลึกให้ได้
ว่ากรรมของเราคือเจตนายึดเอาความคิดแบบใดแบบหนึ่ง
ด้วยความเต็มใจพร้อมใจสมยอมนะว่าอันนี้แหละคือความคิดของฉัน
ฉันจะคิดอย่างนี้ ฉันพอใจคิดอย่างนี้ อันนี้คือกรรมของเรา เป็นมโนกรรม
เราพูดไปด้วยความเต็มใจ ถ้าเราลงมือทำไปด้วยความเต็มใจด้วยอีก
นั่นยิ่งเป็นกรรมที่ชัดเจนนะ ทำทั้งมโนกรรม วจีกรรม และกายกรรม

แต่ถ้าหากว่ามันผุดขึ้นมาในหัวเฉยๆ แล้วเราไม่มีความยินยอมพร้อมใจ
อันนั้นไม่ใช่กรรมของเราแล้วนะครับ
มันเป็นนรกที่ถูกอัดฉีดเข้ามาในหัวเราโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้มาจากไหน
หรือบางทีมันก็เป็นผลของกรรมเก่าๆ ของเรานั่นแหละ
ที่เคยไปคิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำไม่ดีเอาไว้ แล้วมันย้อนกลับเข้ามาสู่สมองของเราอีกนะ
แต่ถ้าหากว่า ณ ขณะนั้นเราไม่ได้เต็มใจ ก็ไม่เป็นไร
มันไม่ได้เป็นบาปเป็นกรรม ณ ขณะนั้น
พิสูจน์ได้นะ ยืนยันกับตัวเองได้ให้สบายใจ
อย่างสมมติว่าเวลาคิดไม่ดีกับพระหรือว่าคิดอะไรหยาบๆ คายๆ กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์นะครับ
ก็ถ้าอยู่คนเดียวนี่ให้พนมมือไหว้ขึ้นมาเดี๋ยวนั้นเลย
บอกว่านี่คือใจจริงของผม นี่คือใจจริงของดิฉัน
ว่าอยากกราบไหว้ อยากที่จะเคารพบูชา
ไม่ได้อยากที่จะลบหลู่ อย่างที่มันเกิดขึ้นทางความคิดนะ



ตรงนี้เราก็จะได้เห็นนะว่ากรรมของเราที่แท้จริง
คือการกราบไหว้ คือการนบนอบบูชา คือการที่มีใจอ่อนน้อมให้ความเคารพ
มันก็สบายใจแล้ว นี่กรรมที่แท้จริงของเราเป็นบุญไม่ใช่เป็นบาปนะ
แล้วพอเห็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ในที่สุดเราจะเข้าใจคำว่า อนัตตา ชัดเจน
เวลามันเข้ามาในหัวมันเข้ามาเองโดยที่เราไม่ต้องเชื้อเชิญ
แต่เวลาที่มันจะออกไป มันก็ไม่ได้ออกไปได้ด้วยการขับไล่ไสส่งเช่นกัน
คุณไประบุไม่ได้ว่าสิบโมงเช้าจงเข้ามาในหัวเรา สิบโมงห้านาทีจงออกไปจากหัว
แบบนั้นไม่ได้เพราะมันเป็นอนัตตา มันอยากจะเข้ามาเมื่อไหร่ มันมีรอบของมัน
คิดเสียว่ามันเป็นกระสุนที่ยิงเข้ามาให้กระทบใจเรานะครับ
ให้เกิดความเจ็บปวด ปวดแสบปวดร้อนนะ


แล้วปืนอยู่ที่ไหน ปืนใหญ่มันก็คือราคะ โทสะ โมหะ
อันเป็นกิเลสดิบที่ยังมีอยู่กับทุกตัวคนนะ
ถ้าหากว่ายังมีราคะ โทสะ ปนอยู่ด้วยกัน
มันเกิดความคิดพิเรนทร์ หรือว่าสัปดน หรือว่าอะไรที่มันน่ารังเกียจขึ้นมาได้เสมอ
ตัวนี้นะมันยังมีปืนใหญ่อยู่ เราก็ยอมรับไป เออ มันยังมีปืนใหญ่
แล้วถึงรอบมันขึ้นมา มันก็ยิงใส่เรานะ แต่ไม่ใช่เราเป็นคนยิง
กรรมของเรามันอยู่ตรงนี้แหละนะ เราเป็นคนยิงหรือเปล่า
ถ้าเราไม่ใช่คนตั้งใจยิง ไม่ใช่คนกดปุ่ม มันก็ไม่ใช่กรรมของเรา
แต่ถ้ามันยิงขึ้นมาเองตามรอบตามเวลาของมัน
เราก็จะได้รู้ว่าเรายังมีสิ่งที่มันพร้อมจะทำร้ายจิตใจของตัวเองได้อย่างสาหัสสากรรจ์นะ


แล้วก็พอเราสำรวจว่ากิจกรรมอะไรบ้างระหว่างวัน
ที่ทำให้ใจของเราเข้าไปเอาปืนพวกนี้มาจ่อหน้าประตูจิตใจของเรา
เราก็จะได้ห่างๆ ออกมาเสีย ไม่เอาตัวเข้าไปเกลือกกลั้วมาก

อย่างคุยกับคนบางคนนะ คือคุยเป็นชั่วโมงๆ
ไม่ได้พูดเรื่องอื่นน่ะ พูดเรื่องที่ใต้สะดืออย่างเดียว
คนพวกนี้แหละที่ก็เป็นส่วนหนึ่ง
ที่ทำให้ในหัวของเราเต็มไปด้วยคำหยาบๆ คายๆ หยาบโลนอะไรแบบนี้นะ
มันมีให้พิจารณาเยอะ อะไรที่ทำให้ของหยาบโลน
หรือว่าของร้ายๆ คำร้ายๆ เข้าสู่หัวเรา
นั่นน่ะหมดเลย เป็นปัจจัย เป็นเหตุนะ
ไม่ต้องไปสนใจนะว่าจะเป็นใคร เกี่ยวข้องกับเราอย่างไร
แต่นั่นแหละคือเหตุ คือต้นเหตุให้เรามีกระสุนปืนที่จะยิงตัวเองไม่หยุดนะครับ




โดย ดังตฤณ
ที่มา https://bit.ly/3a05mG2

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!