แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
29 มิถุนายน 2017, 15:57 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: 16 กันยายน 2016, 15:54 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – ถ้าเรามีผู้อาวุโสในครอบครัวกำลังป่วยและมีแนวโน้มว่าอาจจะอยู่อีกไม่นานนัก เพราะท่านก็ชรามากแล้ว
แต่เราเศร้าและอาลัยอาวรณ์มาก ควรทำใจอย่างไรดีคะ



แม้ว่าความป่วยไข้และความตายนั้นจะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ก็เป็นธรรมดาที่ไม่มีใครอยากพบความพลัดพรากนี้นะคะ เช่นเดียวกันกับลูกค้าหญิงที่ตรวจดวงกันมาหลายครั้ง (ขอสมมตินามว่าคุณเซียวเหล่งนึ่ง) มาคราวนี้ได้สนทนาเน้นหนักทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวค่ะ เริ่มต้นด้วยการที่ลูกค้าซึ่งสนใจโหราศาสตร์พอสมควร สงสัยว่าปลายปีนี้ที่ดาวเสาร์ย้ายไปทับจันทร์เดิมของเธอนั้นจะส่งผลอะไรหรือไม่ ตอบเธอไปตามหลักวิชาว่าสำหรับดวงชะตาของเธอนั้นไม่น่ากังวลมากนัก ในส่วนของดวงชะตาของเธอนั้น เห็นว่าในช่วงปลายปีนี้เป็นต้นไป น่าจะมีเรื่องเครียดในบริษัท เกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ มากกว่า สรุปว่าเสาร์ใครเสาร์มัน และต้องดูความหมายและการทำหน้าที่ของดาวดวงนั้นเป็นหลัก ไม่ใช่ดาวจรมาทับกันแล้วจะเป็นเรื่องแย่ๆ หายนะสถานเดียว ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ลูกค้าให้ข้อมูลว่าบริษัทมีโอกาสได้งานใหญ่ ต้องใช้เงินหมุนเวียนมหาศาล เจ้าของบริษัทดูว่ากดดันพอสมควร เมื่อเรื่องราวมีแนวโน้มเป็นจริงตามที่เห็นในดวงชะตาก็ปลอบลูกค้าว่าอย่างน้อยๆ ก็มีงานทำ แม้งานหนักทว่าโอกาสตกงานแทบไม่มี ดังนั้นขอให้สบายใจในส่วนนี้ เพราะสามารถผ่านไปได้อย่างแน่นอน


ส่วนปัญหาหนักใจอีกสองเรื่องของคุณเซียวเหล่งนึ่ง เรื่องแรกได้แก่ความป่วยไข้ของสัตว์เลี้ยงแสนรัก ลูกค้าเล่าว่าสุนัขที่เลี้ยงดูอย่างดีมานานจนกลายเป็นสุนัขชรา เริ่มเจ็บป่วย แล้วก็ดูว่าใกล้จะจากไปในเวลาไม่นานนัก เรื่องนี้ปลอบคุณเซียวเหล่งนึ่งไปว่าอันที่สุนัขจากไปก่อนคนเลี้ยงก็นับว่าดีเหมือนกัน เพราะถ้าคนเลี้ยงไปก่อน สุนัขจะลำบาก เหมือนที่เคยมีข่าวว่าสุนัขมารอเจ้าของที่เสียชีวิตไปแล้วทุกวันๆ ลูกค้าบอกว่าจริงด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้นจะน่าสงสารมากๆ ดีแล้วที่สุนัขไปก่อน ให้กำลังใจลูกค้าไปด้วยว่า ถ้าได้เลี้ยงดูกันมาอย่างดี ก็ไม่ต้องรู้สึกผิด หรือติดค้างอะไร คิดในแง่ดีว่าอาจจะเป็นโอกาสในการเปลี่ยนภพภูมิของเขา ได้ไปเกิดใหม่ในที่ดีกว่านี้ มีโอกาสทำความดีมากกว่าความเป็นดิรัจฉาน (อย่างเจ้าอุ๊ยโหย ในนวนิยายเรื่อง กรรมพยากรณ์ ตอน เลือกเกิดใหม่ เป็นต้น) คุณเซียวเหล่งนึ่งเล่าว่าได้เลี้ยงสุนัขมาอย่างดีมาก และตั้งใจจะช่วยให้เขาไปเกิดใหม่ให้ดีที่สุดด้วย


"...เป็นอย่างนี้แหละ ความโศก ความร่ำไรรำพัน
ให้เราพิจารณาดู ทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าเราไม่หนีมัน มันก็หนีเรา
คนก็เหมือนกัน เราไม่จากเขา เขาก็จากเรา มันอยู่ที่ ใครไปก่อนใครเท่านั้นเอง
บางทีวัตถุก็ไปก่อนเรา บางทีเราก็ไปก่อนวัตถุ บางทีคนใกล้ชิดเรา เขาก็ไปก่อน
บางทีเราไปก่อนเขา มันเป็นไปตามเหตุปัจจัยของกรรม..."




จาก "แลกทุกข์กันไหม?" คำสอนของ พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท)
ที่มา http://bit.ly/1uFx9Qa





อีกเรื่องที่ลูกค้าหนักใจ คือคุณย่าวัยชราที่ใกล้ชิดกันมากกำลังป่วย คุณเซียวเหล่งนึ่งซึ่งยังมีทั้งพ่อแม่อยู่กับตนเอง เล่าว่าเมื่อปีก่อนๆ ก็มีญาติผู้ใหญ่เสียชีวิต ทำให้เธอหดหู่อยู่นาน มาคราวนี้ก็เลยเกรงว่าจะเป็นเหมือนคราวที่แล้ว ว่าไปแล้วเรื่องทำนองนี้มีลูกค้าปรารภบ่อยๆ ค่ะว่าไม่อยากเห็นคนที่รักหรือสมาชิกในครอบครัวเสียชีวิต (ในฐานะที่เป็นลูกสาวที่สนิทกับพ่อมาก พ่อของดิฉันเองก็เสียชีวิตไปประมาณสิบห้าปีแล้ว ดังนั้นเข้าใจดีว่าความพลัดพรากเป็นทุกข์อย่างยิ่งอย่างไรนะคะ) ก็มักจะปลอบลูกค้า มีใจความโดยสรุปว่า โลกนี้ไม่เราไปก่อนเขา เขาก็ไปก่อนเรา ไม่มีใครเกิดมาแล้วไม่พบความพลัดพราก ถ้าญาติผู้ใหญ่ไม่ไปก่อน เราก็ต้องไปก่อนท่านนะคะ เชื่อว่าสำหรับพ่อแม่ปู่ย่าตายายแล้ว การที่ลูกหลานเป็นฝ่ายทำศพให้ท่าน ย่อมรู้สึกดีกว่าการที่ท่านเป็นฝ่ายทำศพให้ลูกหลานค่ะ และถ้าหากรู้สึกว่าทุกข์เพราะความพลัดพรากนั้นแสนสาหัสขนาดไหน ก็ตั้งใจปฏิบัติธรรม จะได้ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิด พบแล้วพรากแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาอีก


ปลอบคุณเซียวเหล่งนึ่งไปว่า ผู้อาวุโสท่านก็สูงวัยอย่างยิ่งแล้ว ร่างกายก็เป็นรังของโรคอย่างที่เราทราบกันดี อีกทั้งก็ไม่มีใครหนีเรื่องนี้ไปได้พ้น เรื่องร่างกายนั้นปล่อยให้แพทย์ดูแลดีกว่าส่วนเธอผู้เป็นหลานก็มาดูแลจิตใจของท่าน ชวนคุณย่าทำบุญและระลึกถึงบุญที่ได้ทำไว้ดีแล้ว อย่าแสดงอาการเศร้าสร้อยเศร้าโศก ท่านจะได้สบายใจหมดห่วง ปิดท้ายด้วยการเสนอว่า อย่างเช่นระยะนี้ก็ใกล้จะช่วงกฐินกาล น่าจะไปหาวัดที่ยังไม่มีเจ้าภาพแล้วขอรับเอง เพื่อที่ว่าท่านผู้อาวุโสจะปีติและคิดถึงเรื่องงานบุญทั้งก่อนและหลังทำ ลูกค้าบอกว่าหลังวางสายจะไปหาข้อมูลทันที ว่าวัดไหนยังไม่มีเจ้าภาพกฐินบ้าง ก็ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ (^/\^)


ก่อนวางสายนั้นคุณเซียวเหล่งนึ่งบอกว่าตอนนี้สบายใจมากแล้ว รู้สึกว่าอันที่จริงก็เป็นเรื่องเส้นผมบังภูเขาเท่านั้นเอง เพราะความจริงของโลกคือ เราไม่จากเขา เขาก็จากเรา นี่คือธรรมดาของโลกที่เป็นอย่างนี้มาเสมอ


แม้ไม่มีใครอยากพบความพลัดพราก ทว่าเวลาที่พบความทุกข์เช่นนี้ก็เหมือนข้อสอบให้เราได้วัดตัวเองว่าธรรมะและการยอมรับความจริงของตนเองนั้นเป็นอย่างไร หากยังทุกข์มากๆ ยังทำใจไม่ได้ ทรมานเหลือเกิน ฯลฯ ถ้าเป็นอย่างนี้ ได้รู้แล้วจะได้เร่งขวนขวายปฏิบัติธรรม เพราะถึงที่สุดแล้วทุกคนก็ต้องมีวันที่ต้องจากทุกอย่างไปเป็นธรรมดาค่ะ


(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/



 2 
 เมื่อ: 16 กันยายน 2016, 15:51 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม - พี่สาวของดิฉันกำลังกลุ้มใจเรื่องลูกสาววัยยี่สิบปลายๆ ตั้งครรภ์กับคนรักที่เพิ่งจะคบกันไม่นานนัก
แต่ที่สุดก็ต้องยอมให้พวกเขาแต่งงานกัน
จนถึงตอนนี้พี่สาวยังทำใจไม่ค่อยได้เพราะเป็นห่วงลูกสาว ไม่ทราบว่าจะปลอบใจยังไงดีคะ



ความรักความห่วงใยของบุพการีนั้นไม่มีที่สิ้นสุดนะคะ แม้ว่าลูกรักจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่คนเป็นพ่อแม่ก็ยังอดที่จะห่วงใยไม่ได้ เคยมีลูกค้าหญิงซึ่งเป็นคุณแม่ลูกสามเปิดเผยให้ฟังว่า “สมัยที่ลูกๆ ยังเด็ก เราเคยคิดว่าพอเขาโตเราจะหายห่วงเสียที แต่มันไม่จริงเลย ตอนนี้เขาโตแล้ว เราห่วงยิ่งกว่าเดิมอีก ตอนเขาเป็นเด็กเราห่วงเขาเรื่องกาย แต่ตอนนี้เราห่วงเขาเรื่องใจ” ลูกค้าท่านดังกล่าวนี้ไม่ได้นัดตรวจดวงตนเองแต่ตรวจดวงให้ลูกสาววัยยี่สิบกว่า แล้วก็มีลูกค้าบางท่านนัดตรวจดวงให้ลูกอายุสี่สิบกว่าๆ เพราะเป็นห่วงเรื่องชีวิตคู่ของลูกก็มีค่ะ จะเห็นได้ว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่นั้นห่วงใยลูกตั้งแต่เกิดจนโตจนถึงวัยกลางคนก็ยังไม่เลิกห่วงเลยทีเดียว


เช่นเดียวกับคุณไอวอรี่ (นามสมมติ) คุณแม่ซึ่งนัดตรวจดวงให้ลูกสาว (ขอสมมตินามว่าคุณฮารุโกะ) เธอเล่าว่าในขณะนี้ลูกสาววัยสามสิบต้นๆ ได้ตั้งครรภ์กับแฟนหนุ่มที่คบกันยังไม่ถึงปี โดยลูกสาวยืนยันที่จะรักษาทารกในท้องไว้ ฟังแล้วก็บอกลูกค้าไปค่ะว่าลูกสาวคุณตัดสินใจถูกต้องแล้ว เพราะการทำแท้งนั้นคือการฆ่ามนุษย์ ผิดกฎหมายและที่สำคัญคือเสี่ยงตายด้วยค่ะ จากนั้นก็ได้อธิบายประเด็นนี้ให้ลูกค้าฟัง(รายละเอียดต่างๆ เชิญที่ “ห้องทำแท้ง” (คลิก) http://bit.ly/1nv108O ) ย้ำกับคุณไอวอรี่ไปอีกครั้งว่าคุณฮารุโกะตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว แม้การตั้งครรภ์อาจจะเกิดขึ้นในเวลาที่ไม่เหมาะนัก แต่การยืนยันที่จะรักษาครรภ์ไว้เป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมถูกต้องแล้วค่ะ



ในที่สุดแล้วคุณไอวอรี่ก็ยอมให้ลูกสาวเข้าพิธีสมรสกับพ่อของเด็กในท้องในอีกไม่นานนี้ ได้ฟังแล้วพอจะเข้าใจได้ว่าฝ่ายคุณแม่นั้นเป็นห่วงลูกสาว กลัวว่าด้วยเวลาที่รู้จักกันยังไม่ถึงปี จะทำให้ชีวิตสมรสไปไม่ตลอดรอดฝั่ง ปลอบเธอไปว่า “ถึงอย่างไรงานแต่งงานก็ต้องเกิดขึ้น เพราะไม่อย่างนั้นตัวคุณแม่เองก็จะไม่สามารถทนแบกรับความรู้สึกที่ลูกสาวตั้งครรภ์โดยไม่มีการแต่งงานได้ จริงไหมคะ” ลูกค้ายอมรับว่าจริง ถึงยังไงก็ต้องให้เขาแต่งงานกัน เพราะเธอเองก็มีเพื่อนฝูง มีญาติพี่น้อง มีสังคม ดังนั้นจึงสรุปกับคุณไอวอรี่ว่า ตอนนี้สิ่งที่ทำคือเตรียมตัวจัดงานแต่งงาน แล้วก็เป็นเวลาที่คุณแม่จะต้องให้กำลังใจลูกสาวมากๆ เพราะคนท้องย่อมมีฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป บางคนมีอาการวิตกกังวล เศร้าง่าย น้อยใจง่ายอีกด้วย ดังนั้นต้องให้ความเข้าใจและความเห็นใจอย่างยิ่งค่ะ


ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับชีวิตสมรสของลูกสาวนั้น เมื่อตรวจดวงของคุณฮารุโกะก็เห็นว่าเธอเป็นคนที่มั่นใจและเป็นตัวของตัวเองสูง มีหน้าที่การงานดี มีศักยภาพในการเลี้ยงดูตนเองได้ แม้ว่าชีวิตคู่อาจจะไม่ราบรื่นก็ตามที บอกลูกค้าไปตามตรงว่า ว่าที่ลูกเขยคงไม่ใช่คนหนักเอาเบาสู้นัก แต่ลูกสาวของคุณมีดีพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้อยู่แล้ว เท่าที่ได้รับข้อมูลจากลูกค้าก็พบว่าครอบครัวสมัยปัจจุบันนี้ทั้งหญิงและชายต่างฝ่ายต่างทำงานกันทั้งคู่เสียเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่เกรงว่าจะอยู่กันไม่ยืดนั้น เท่าที่มีรับข้อมูลมาก็ยอมรับว่าการศึกษาดูใจกันเป็นเวลานานๆ ย่อมเป็นโอกาสให้รู้ตื้นลึกหนาบางของแต่ละคน เพราะนิสัยบางอย่างต้องใช้เวลาในการมองเห็น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เลิกรากันนะคะ หลายคนคบกันมานาน แต่งงานไม่กี่ปีเลิกกันก็มี ส่วนคู่ที่ไม่ได้ดูใจกันนานนัก ก็ต้องยอมรับข้อจำกัดนี้ แล้วช่วยกันประคับประคองไปค่ะ


เขียนมาถึงตรงนี้ก็คิดถึงเรื่องราวที่ได้เล่าให้คุณไอวอรี่ฟังถึงเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเกิดมาไม่นานพ่อแม่ก็แยกทางกัน ฝ่ายพ่อไม่ได้ส่งเสียรับผิดชอบอะไรนัก ส่วนแม่ก็มีครอบครัวมีลูกใหม่ เพื่อนจึงไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ แต่ต้องอยู่กับญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เพื่อนทำงานสารพัดมาตั้งแต่เรียนชั้นประถม ด้วยความที่เป็นคนตั้งใจเรียน สมองดี ในที่สุดก็ได้รับทุนเล่าเรียนในระดับปริญญาตรี ในขณะที่เรียนก็ทำงานพิเศษเพื่อส่งเสียญาติผู้ใหญ่ที่เลี้ยงดูมา หลังจากเรียนจบปริญญาตรี ก็ได้ทุนเรียนจนจบการศึกษาระดับปริญญาเอกในสาขาขาดแคลน เป็นที่ต้องการของประเทศ ตอนนี้เขาได้ใช้วิชาความรู้ในการช่วยเหลือสังคมอย่างกว้างขวาง


เหตุที่เล่าเรื่องนี้ให้คุณไอวอรี่ฟัง เพราะเห็นว่าเธอกังวลว่าลูกสาวอาจจะไปกันไม่ได้กับลูกเขย จะต้องเลี้ยงลูกคนเดียว จะลำบาก ฯลฯ อยากให้กำลังใจลูกค้าว่าความยากลำบากหรือแม้แต่ความขาดแคลนไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความใฝ่ดีของคน อีกทั้งคุณฮารุโกะน่าจะมีกำลังทรัพย์พอที่จะเลี้ยงดูลูกของตนได้อย่างดี ต่อให้ต้องเป็นคุณแม่ใบเลี้ยงเดี่ยวก็ตามที อย่างไรก็ตามเรื่องความยั่งยืนของชีวิตคู่เป็นเรื่องของอนาคตที่สามารถสร้างเหตุปัจจัยที่ดีได้ในปัจจุบันค่ะ


หลังจากที่สนทนากัน คุณไอวอรี่ดูมีกำลังใจดีขึ้น เธอถามด้วยว่าถ้าอยากให้เด็กในท้องเป็นคนดีควรทำอย่างไร ก็ได้แนะนำให้อ่าน ดังตฤณวิสัชนา ตอน "อยากให้ลูกเป็นคนดีควรเลี้ยงดูอย่างไร" (คลิก http://bit.ly/1ntAf4l )สรุปปิดท้ายกับคุณไอวอรี่ว่าบางทีในอนาคต อีกยี่สิบสามสิบปีข้างหน้าหลานคนนี้อาจจะเป็นคนดูแล คอยประคองคุณในโรงพยาบาลก็ได้ ที่สำคัญคือใครจะรู้ว่าเด็กที่เกิดมาอาจจะเกิดมาเพื่อทำชาตินี้ให้เป็นชาติสุดท้ายของเขานะคะ ตอนนี้ที่คุณพ่อคุณแม่พึงทำคือให้ความเมตตากรุณาแก่ลูกสาวให้มากๆ ให้สมกับคำกล่าวว่าบิดามารดานั้นเป็นพรหมของบุตรค่ะ



(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 3 
 เมื่อ: 16 กันยายน 2016, 15:47 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม - ดิฉันย้ายที่ทำงานมาได้สักพักแล้ว พบว่ามีปัญหากับเจ้านายมาก
นานเข้าก็รู้สึกว่าไม่มีความสุขแต่ก็ยังต้องทำงานที่นี่ต่อไปด้วยความจำเป็นหลายอย่าง
อยากทราบว่าจะมีวิธีการไหนให้พอจะทำงานร่วมกันได้โดยมีความทุกข์น้อยกว่านี้ไหมคะ



ปัญหาเรื่องเจ้านายกับลูกน้องนับเป็นเรื่องสามัญประจำโลกค่ะ เท่าที่รับข้อมูลจากลูกค้ามาหลายปี พบว่าเหตุผลหลักที่ทำให้หลายคนลาออกจากที่ทำงานเก่า เพราะความขัดแย้งกับคนในที่ทำงานโดยเฉพาะผู้บังคับบัญชา ส่วนเรื่องอื่น เช่น เงินเดือน เนื้องาน การเดินทาง ฯลฯ นั้นเป็นเหตุรองลงไป แต่มีหลายคนที่แม้จะเจอวิกฤตในที่ทำงานอันเนื่องมาจากเจ้านาย แต่ก็ยังต้องยืดหยัดอดทนต่อด้วยเหตุผลที่ต่างๆ กัน บ้างก็เพราะเงินเดือนที่สูง บ้างเพราะชอบเนื้องานและเพื่อนร่วมงานคนอื่นดีมากๆ หรือเพราะเหตุผลที่อยากจะลองทดสอบตัวเองสักตั้ง เลยขอลองอดทนต่อไปก็มี


ดังเรื่องราวของคุณรีฮานน่า ลูกค้าหญิงวัยประมาณสี่สิบปี ซึ่งในวันที่ตรวจดวงกันนั้น ลูกค้าแจ้งว่าอยากจะปรึกษาเรื่องย้ายงาน โดยไม่ได้ต้องการลาออกจากงานอันมีความมั่นคงสูงและสวัสดิการดียิ่งแห่งนี้ แค่ต้องการสลับตำแหน่งกับผู้อื่น เพื่อจะได้ไม่ต้องพบเจ้านายคนเดิม เมื่อตรวจดวงแล้วเห็นว่ามีทุกข์ไม่น้อย เพราะตามดวงแล้วเจ้านายคนปัจจุบันเป็นคนอารมณ์ค่อนข้างแปรปรวน ไม่ค่อยถนอมน้ำใจใคร คุณรีฮานน่าเล่าว่าตั้งแต่เริ่มสลับสับเปลี่ยนย้ายเข้ามาในหน่วยงานปัจจุบัน ต้องเผชิญสถานการณ์ที่เจ้านายมักเรียกลูกน้องทุกคนไม่เฉพาะแต่เธอเท่านั้นไปตำหนิแบบไม่มีเหตุผลเป็นประจำ เรียกว่าโดนกันถ้วนหน้า เมื่อคุณรีฮานน่าพบเหตุดังกล่าวมากเข้าๆ ก็เครียดจนต้องพบจิตแพทย์เลยค่ะ


เมื่อสภาพการทำงานส่งผลต่อสุขภาพจิตเช่นนี้ ฝ่ายสามีและครอบครัวของคุณรีฮานน่าก็เสนอให้เธอลาออกเพราะทางบ้านพอมีฐานะและมีกิจการส่วนตัว แต่ลูกค้ายังอยากจะทำงานหน่วยงานนี้ต่อไป แค่อยากย้ายไปให้พ้นจากเจ้านายคนนี้ ซึ่งก็ได้ตอบเธอไปตามจริงว่าท่าทางจะย้ายยากนะคะ ดูเหมือนต้องทนอีกเป็นปีๆ แล้วก็ระบุเวลาให้ตามที่เห็นจากดวง เมื่อลูกค้าฟังแล้วก็บอกว่าคิดอย่างนั้นอยู่เหมือนกัน เพราะเรื่องของเจ้านายเธอก็เป็นที่รู้กันมากขึ้นทุกที คงไม่มีใครอยากจะย้ายมาที่หน่วยงานนี้นักหรอก


ฟังแล้วก็เห็นใจลูกค้าค่ะ แต่ว่าไปแล้วการที่ใครสักคนต้องมาพบกับผู้คนแต่ละแบบ ล้วนเกิดจากกรรมที่ตนได้กระทำมาเอง ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบันก็ตาม กรรมจะจัดสรรสิ่งแวดล้อมที่สมควรแก่กรรมมาให้เสมอ แม้โอกาสในการย้ายที่ทำงานยังคงต้องรออีกพักใหญ่มาก สถานการณ์ภายนอกจึงยากจะเปลี่ยนแปลง แต่สถานการณ์ภายในนั้นเราเปลี่ยนแปลงได้ทันทีค่ะ ดังนั้นเพื่อเป็นการทำให้สภาพจิตใจของลูกค้าดีขึ้น จึงแนะนำว่าอันที่จริงแล้วเธอเองต้องพบเจ้านายวันละไม่กี่ชั่วโมง แต่เจ้านายต้องอยู่กับตัวเขาเองตลอด ๒๔ ชั่วโมง พกพาเอาความรุ่มร้อนไว้เป็นสมบัติของจิตตนเองเป็นเวลายาวนาน ใครจะเป็นทุกข์กว่ากัน คุณรีฮานน่าฟังแล้วก็เห็นด้วยค่ะ จึงบอกเธอต่อไปว่าถ้าพิจารณาในแง่การสร้างกรรม ก็ถือว่าเจ้านายเป็นคนน่าเห็นใจด้วยซ้ำไป เพราะถ้าใครคนหนึ่งทำให้หลายคนเป็นทุกข์อยู่เรื่อยๆ เป็นเวลานาน แปลว่ากำลังสร้างเหตุอันจะนำมาสู่ผลในอนาคตที่จะต้องเป็นทุกข์ เพราะทุกคนล้วนเป็นทายาทแห่งกรรมของตน จะได้รับผลแห่งการกระทำของตนทั้งสิ้น ถ้าเจ้านายมีพฤติกรรมทั้งหมดตามที่คุณรีฮานน่าเล่ามา แปลว่าเขาได้สร้างทางที่ไม่น่าเดินเอาไว้ให้กับตนเองในภายหน้า อาจกล่าวได้ว่าในขณะที่เจ้านายเป็นฝ่ายที่กำลังก่อหนี้กรรมของตนเองอยู่ คุณรีฮานน่าซึ่งถูกกรรมเก่าของตนส่งให้มาพบเหตุอันเป็นทุกข์ ก็กำลังเป็นฝ่ายใช้หนี้กรรมอยู่เช่นกันค่ะ


เพื่อให้ลูกค้าเอาชนะได้ในเกมกรรมอันโหดร้ายนี้ จึงขอให้คุณรีฮานน่าอโหสิให้เจ้านายเพื่อเป็นอภัยทาน ถือว่าใช้หนี้กรรมเก่าที่ทำมาเอง และฉลาดพอที่จะไม่ก่อหนี้ใหม่ ด้วยการสละความขุ่นเคืองอันเป็นอกุศลจิตทิ้งไปเสีย พร้อมทั้งตั้งใจไว้ให้ดีว่าในอนาคตเมื่อได้เป็นเจ้านาย มีโอกาสใช้อำนาจกับลูกน้องบ้าง ก็จะไม่ทำสิ่งใดให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นทุกข์ จะไม่ทำให้ผู้อื่นเกิดความรู้สึกดังเช่นที่ตนเองกำลังแบกรับอยู่ในขณะนี้อย่างเด็ดขาด จะตอบดีด้วยดี และตอบชั่วด้วยดีเสมอไป ไม่ใช่เพื่อเจ้านายหรือเพื่อใคร แต่เพื่อความสุข ความสบายใจ และเส้นทางกรรมใหม่ที่ดีกว่าของตัวเธอเองค่ะ


คุณรีฮานน่าเล่าให้ฟังด้วยว่าเจ้านายเคยพูดกับเธอถึงขนาดที่ว่าตัวคุณรีฮานน่าเองไม่คู่ควรกับสิ่งที่มีในชีวิต คือเกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น มีฐานะดี มีสามีที่ดี ทั้งที่ในสายตาเจ้านายแล้วคุณรีฮานน่าเป็นคนที่ไม่พิเศษ หน้าตาก็ธรรมดา ฯลฯ ฟังแล้วก็บอกเธอว่าอันที่จริงการประสบความสำเร็จในชีวิตคู่มีหลายปัจจัย หลายคนหน้าตาสวย ฐานะร่ำรวย การศึกษาดี ก็ไม่ใช่จะมีชีวิตครอบครัวที่ราบรื่นเสมอไป ดังนั้นเสนอลูกค้าไปว่าถ้าในวันหนึ่งเธอเมตตาเจ้านายได้มากพอ ก็อาจจะยิ้มน้อยๆ แล้วตอบไปทำนองว่า “พี่คะ อันที่จริงแล้ว การเวียนว่ายตายเกิดนี้ไม่มีอะไรเที่ยงแท้คงทนเลยค่ะ ทุกอย่างเป็นของชั่วคราวทั้งหมด ไม่มีใครที่ได้ดีหรือได้ชั่วไปทุกชาติหรอกค่ะ (และก็ไม่มีใครหนีนรกพ้นด้วยถ้าคิดจะเกิดตายไปเรื่อยๆ) สิ่งที่พี่คิดว่าหนูได้รับเป็นสิ่งที่ดี แต่ที่จริงก็เป็นของแปรปรวนไม่ต่างอะไรกับสรรพสิ่งในโลกเหมือนกันค่ะ แล้ววันหนึ่งก็จะต้องจากกันไป กรรมดีและกรรมชั่วแต่ละอย่างเมื่อหมดแรงส่งก็สิ้นสุดการให้ผลไป ของที่ได้แล้วได้เลยมีแต่มรรคผลนิพพานเท่านั้นค่ะ” ลูกค้าฟังแล้วบอกว่าขณะนี้ยังไม่เมตตาเจ้านายมากพอที่จะพูด แต่ก็หวังว่าสักวันคงจะทำใจได้ค่ะ


จากนั้นก็ได้แนะนำให้ลูกค้าดาวน์โหลดหนังสือ “วิปัสสนานุบาล”  http://bit.ly/2cO1B8W (คลิก) อ่านเพื่อฝึกปฏิบัติธรรม จะได้ทุกข์ทางใจน้อยลงค่ะ (-/\-)


แต่ละคนต่างสร้างกรรมดีร้ายในปัจจุบัน อันเป็นเส้นทางในภายหน้าของตน ซึ่งต่างจะต้องเดินบนทางนั้น พบเจอเรื่องดีชั่วตามที่ได้สร้างไว้ แม้จะเป็นเหตุอันสร้างมาแต่ก่อนเก่า ข้ามภพข้ามชาติ ลืมไปหมดสิ้นแล้วก็ตาม ทุกอย่างก็ล้วนมีที่มาที่ไปทั้งสิ้น ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นเมื่อเจอเรื่องร้ายๆ แล้วพลิกใจให้เป็นกุศล อภัยให้อย่างไร้เงื่อนไข ไม่ตอบโต้กลับด้วยอกุศล นั่นหาใช่ความฝ่ายแพ้ ขลาดกลัวแต่อย่างใด หากคือการชนะกรรมอันจะเปลี่ยนเส้นทางของเราในอนาคตจากร้ายไปดีได้ค่ะ


(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 4 
 เมื่อ: 16 กันยายน 2016, 15:41 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – อดีตสามีที่หย่าร้างกันไปเมื่อปีก่อนเพราะเขานอกใจดิฉัน พยายามกลับมาขอคืนดีด้วย
ทั้งที่ยังไม่เลิกกับคนใหม่ของเขา
อดีตภรรยาหลวงอย่างดิฉันกลัวตัวเองจะใจอ่อนยอมไปเป็นภรรยาน้อยของเขา
จะคิดอย่างไรให้เข้มแข็งไม่ทำผิดพลาดคะ



ต้องบอกตัวเองว่าเขาไม่ใช่สามีของเราแล้วค่ะ เราได้สละความเป็นเจ้าของไปแล้ว และบัดนี้เขามีชีวิตคู่กับคนอื่น อันเป็นผลจากการที่เขานอกใจเรา แล้วคราวนี้ก็กลับจะนอกใจคนอื่นเพื่อจะมามีเราอีกคน กลายเป็นรักสามเส้าเราสามคน ไม่จบไม่สิ้น สะท้อนความไม่มั่นคงของเขานั่นเอง ถ้าไม่อยากอยู่ในวังวนอันทนทุกข์ ต้องใจแข็งอย่าไปเปิดประตูหัวใจรับเขาเข้ามาอีกค่ะ ในวันก่อนนอกใจเราไปมีคนอื่น ทำตามใจตัวเองโดยไม่คิดถึงหัวอกเรา ในวันนี้อยากจะกลับมาทั้งที่ยังไม่ได้เลิกรากับคนปัจจุบัน เขาก็ไม่ได้ให้เกียรติอะไรเราเลย แถมมาเสนอตำแหน่งเมียน้อยให้เสียอีก ความรักแบบนี้ไม่ลงเอยด้วยความสุขแน่นอนค่ะ


อันที่จริงแล้ว รักอลวนทำนองนี้มีมานานแล้วค่ะ ดังที่เคยเขียนเตือนไว้ในตอน "หุนหันพลัน “พลาด”(คลิก) http://bit.ly/1y16AEt ซึ่งลูกค้าบางท่านบอกเหมือนกันว่าที่ยังไม่ยอมหย่าก็เพราะเกรงว่าจะกลายเป็นแบบกรณีศึกษาในบทความข้างต้น อย่างไรก็ตามมีคนที่ประสบปัญหาใกล้เคียงกันจนได้ นั่นคือคุณมิรินด้า (นามสมมุติ) ลูกค้าหญิงวัยกลางคนซึ่งใช้ชีวิตคู่กับสามี (ขอสมมุตินามว่าคุณโรแบร์โต้) มา ๒๐ กว่าปี ก่อนที่ฝ่ายชายจะมาขอหย่าขาดเพราะต้องการจะไปแต่งงานกับคนใหม่ (ขอสมมุตินามว่าคุณไจโกะ) ตามดวงแล้วคุณมิรินด้าเป็นคนจิตอ่อนโยนมากค่ะ ขี้สงสาร เป็นภรรยาที่จงรักภักดีต่อสามี แต่เรื่องความรักในดวงชะตาแสดงว่าในระหว่างการมีชีวิตคู่ สามีก็มีผู้หญิงอื่นมาตลอด ลูกค้าเล่าว่าที่ผ่านมาเขามีคนอื่นบ้างก็จริงแต่ว่าไม่เคยถึงขนาดขอหย่าไปแต่งงานด้วย มาคราวนี้นี่แหละที่เลิกกันอย่างเป็นทางการ


หลังจากไปแต่งงานกับคุณไจโกะไม่นาน คุณโรแบร์โต้ก็กลับมาขอคืนดี โดยโกหกอดีตภรรยาว่าเลิกกับคนใหม่แล้ว ฝ่ายคุณมิรินด้าไม่รู้ความจริงและยังรู้สึกผูกพัน จึงอภัยและเริ่มต้นชีวิตคู่ใหม่กับสามีคนเดิมอีกครั้ง ก่อนที่ความจะปรากฏว่าอันที่จริงคุณโรแบร์โต้กับคุณไจโกะแค่ทะเลาะกันแต่ยังไม่ได้เลิกกัน และสุดท้ายก็กลับไปคืนดีกันอีกรอบ


หลังจากไปๆ กลับๆ ระหว่างผู้หญิงสองคนอยู่หลายครั้ง ปัจจุบันนี้คุณโรแบร์โต้เลือกที่กลับไปอยู่กับคุณไจโกะ โดยนำข้าวของส่วนหนึ่งที่คุณมิรินด้าซื้อให้กลับไปด้วย ขณะนี้ลูกค้าเป็นทุกข์เพราะผิดหวัง เสียใจ อีกทั้งที่ยังมีเยื่อใยกับอดีตสามีอยู่ ฟังแล้วเห็นใจมากค่ะ รู้ว่าเธอเป็นคนจิตใจอ่อนโยน ขี้สงสารแต่ก็อ่อนไหว ยึดมั่นเรื่องความรัก แต่ว่าไปแล้วถ้าคุณโรแบร์โต้ยังไม่ยอมเลิกกับคุณไจโกะ แล้วตัดสินใจเลิกรากับคุณมิรินด้าได้เด็ดขาดจริงๆ ไม่กลับไปกลับมาอีก ก็มีผลดีกับลูกค้าหญิงเพราะไม่ต้องอยู่แบบผิดศีลธรรมกับคนที่พร่องคุณธรรมอีก สภาพแบบที่เป็นอยู่ดังที่ผ่านมานี้ เห็นจะมีความสุขยากนะคะ


เขียนมาถึงตรงนี้ขออนุญาตอธิบายเรื่องศีลข้อกาเมสุมิจฉาจารว่า ในตอนที่อดีตสามีโกหกว่าไม่มีพันธะเพราะเลิกกับคนใหม่แล้ว ตอนนั้นลูกค้าไม่ผิดเพราะไม่ได้มีเจตนาในการละเมิดคู่ของใคร แต่เมื่อทราบว่ายังไม่ได้เลิกกัน รู้ความจริงแล้วว่าเขามีเจ้าของอยู่ แล้วคุณมิรินด้ายังเลือกที่จะอยู่กินฉันสามีภรรยาต่อไป ตรงนั้นนั่นแหละศีลของลูกค้าขาดแล้ว ส่วนฝ่ายชายผิดศีลทั้งข้อ ๓ กาเมสุมิจฉาจาร และข้อ ๔ คือมุสาวาทด้วย จะมาอ้างว่าเคยเป็นสามีภรรยากับคุณมิรินด้ามาก่อนไม่ได้ เพราะได้เลิกราหย่าร้างกันไปแล้ว


บอกคุณมิรินด้าไปว่าทางเลือกเดียวที่มีคืออย่าใจอ่อนอีก บอกเขาว่าถ้าอยากจะมีเธอในชีวิต ก็ต้องมีเธอคนเดียว ต้องเสียสละบ้าง เพราะไม่อย่างนั้นคุณมิรินด้าก็จะต้องเป็นอดีตบ้านใหญ่ที่กลายเป็นบ้านเล็กไปโดยปริยาย เพราะคุณโรแบร์โต้เขาไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไร เนื่องจากคุณยอมรับสภาพได้ สุดท้ายจากที่เคยเป็นหลวงก็จะกลายเป็นน้อยถาวร ลูกค้าเล่าว่าขณะที่อยู่กับเธอ คุณโรแบร์โต้จะโทรหาคุณไจโกะได้อย่างเปิดเผย แต่ในขณะที่อยู่กับคุณไจโกะ คุณโรแบร์โต้จะโทรหาคุณมิรินด้าไม่ได้ ฟังแล้วให้สติทั้งที่เห็นใจลูกค้าอย่างมากไปว่า ในขณะที่เขายอมหย่ากับภรรยาที่อยู่กินกันมามากกว่า ๒๐ ปี เพื่อไปแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับคนใหม่ แต่ในวันที่เขาอยากจะกลับมาหาภรรยาเดิม กลับหวนมาโดยไม่ได้เลิกกับภรรยาปัจจุบัน เรียกว่านอกจากเขาไม่ยอมเสียสละอะไรเลยแล้ว ยังไม่ได้ให้เกียรติเธอเลยอีกด้วย ไม่ต้องพูดถึงสำนึกทางศีลธรรม เพราะถ้าเขามีเขาคงไม่นอกใจเธอตั้งแต่แรกหรอก


ลูกค้าบอกว่าเห็นใจอดีตสามีที่บางทีเขามีความทุกข์เพราะมีปัญหากับคุณไจโกะ แนะนำไปว่าเธอควรรักตัวเองมากกว่านี้ ไม่ต้องห่วงสามีเพราะเขาเลือกทางนี้เอง และไม่ต้องเกรงใจเขาแต่ขอให้เกรงใจศีลธรรม ไม่ต้องสงสารเขาแต่ให้สงสารใจตัวเองบ้าง ที่ต้องมาทนอยู่กับความรู้สึกผิด รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ รู้สึกว่าเขาไม่ได้ให้เกียรติเธอเลยแบบนี้ บอกคุณมิรินด้าไปด้วยว่าทราบดีว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอตัดใจไม่ได้ เพราะในอดีตคุณโรแบร์โต้เคยเป็นคนที่น่ารัก เคยสร้างความสุขให้กับชีวิตคุณมิรินด้า นั่นก็เป็นความจริงในวันก่อน แต่คนเราเปลี่ยนไปทุกวัน เขาในวันนี้กับเขาในอดีต ไม่ใช่คนเดิม เป็นคนละคนกันแล้ว ฉะนั้นวันนี้ขอให้เธอยืนข้างศีลธรรม จะได้รู้สึกดี ภาคภูมิใจในตัวเอง ขอให้เข้มแข็งและไม่ยอมเป็นอดีตบ้านใหญ่ที่กลายเป็นบ้านเล็กอีก เชื่อเถอะว่าถ้าทำได้เธอจะมีความสุขมากกว่าตอนนี้แน่นอนค่ะ


คนเรายิ่งอายุมากยิ่งจำอดีตแม่นค่ะ ดังนั้นถ้าเราเขียนประวัติศาสตร์ชีวิตให้ตัวเองไว้แบบไหน เราก็จะเป็นคนสูงวัยที่ต้องอยู่กับความทรงจำแบบนั้น ทางที่จะทำให้ตนเองมีความสุขกับความทรงจำ คือเลือกความถูกต้อง แม้จะต้องฝืนกิเลส ทรมานใจสักเพียงไหนก็ตาม เพราะการเลือกข้างศีลธรรมจะนำมาซึ่งความสุข ไม่นำความเดือดร้อนใจมาสู่ตนในภายหลังค่ะ


(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 5 
 เมื่อ: 16 กันยายน 2016, 15:39 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – อดีตสามีทำร้ายจิตใจดิฉันมาก แต่เขาก็ยังดูมีความสุขดี
ทำให้ดิฉันรู้สึกเจ็บใจที่เขาทำไม่ดีแต่ยังไม่เห็นเดือดร้อนอะไรเลย
แต่คิดแบบนี้แล้วก็ยิ่งทุกข์กว่าเดิมอีก ขอทางแก้ด้วยค่ะ



อันที่จริงมีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่รู้สึกแบบนี้ค่ะ ทั้งจากคนรู้จักในชีวิตและลูกค้าหลายท่านที่คิดว่าทำไมคนที่ทำไม่ดีกับตน ยังคงมีความสุข ทำไมไม่เห็นว่าบาปจะตามทัน ทันตาเห็นบ้างเลย แต่ยิ่งคิดแบบนี้ก็ยิ่งทุกข์ยิ่งร้อนรนเองนะคะ


ดังเรื่องราวของคุณไฮบาระ (นามสมมติ) ลูกค้าหญิงวัยเลขสามซึ่งมีปัญหากับสามี (นามสมมติว่าคุณชินอิจิ) โดยที่เธอพยายามจะขอเลิกราอย่างเป็นทางการ แต่เขาไม่ยินยอมเสียที ในอดีตก่อนแต่งงานกันนั้นสามีแสดงตนเป็นคนดี เป็นที่ชื่นชมของญาติๆ ฝ่ายหญิง แต่หลังจากแต่งงานกันจนมีพยานรัก เขากลับเปลี่ยนไปชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ สร้างปัญหาหลายอย่าง ก่อคดีความให้ภรรยาเดือดร้อน นอกใจไปมีหญิงอื่นหลายราย ไม่ยอมร่วมรับผิดชอบเลี้ยงดูลูก อีกทั้งข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย ฯลฯ เรียกว่าเปลี่ยนไปชนิดเป็นคนละคนเลยทีเดียว ในวันที่มาตรวจดวงกันนั้น หนึ่งในเรื่องที่ลูกค้าอยากทราบคือจะได้เลิกข้องเกี่ยวกันไหม เพราะเธอหมดรักหมดอาลัยในตัวสามีแล้ว แถมปัจจุบันคุณชินอิจิคบหาผู้หญิงอื่นอยู่ตลอดด้วย พอเลิกกับคนหนึ่งก็ไปมีใหม่อีกเรื่อยๆ แต่ยังไม่ยอมเลิกรากับภรรยาเดิมเสียที ทั้งที่คุณไฮบาระอยากจะหยุดข้องเกี่ยวกันได้แล้ว ในประเด็นเรื่องการเลิกรากันนั้น ตรวจดวงแล้วเห็นว่าไม่ง่ายและไม่รวดเร็วทันใจแน่ๆ อาจจะต้องใช้เวลาเป็นปีในการเกลี้ยกล่อมให้เขายอม จึงอธิบายวิธีการต่างๆ และบอกระยะเวลาเป็นข้อมูลกับลูกค้าค่ะ


คุณไฮบาระบอกว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจคือคุณชินอิจิยังคงดูสบายดีมีสุข ทั้งที่เขาทำร้ายจิตใจเธอหลายอย่างมาก ฟังน้ำเสียงของลูกค้าแล้วเข้าใจได้ว่าอัดอั้นตันใจนัก และทราบดีว่าใครก็ตามที่เป็นฝ่ายถูกกระทำ โดยที่รู้สึกว่าตนเองไม่ได้ไปทำร้ายฝ่ายนั้นก่อน ถ้ามองเหตุการณ์แต่เพียงที่ประสบในปัจจุบัน ย่อมเกิดความคับแค้นใจยิ่งเป็นธรรมดา แต่ด้วยความปรารถนาดีต่อลูกค้าผู้มีพระคุณก็ต้องให้สติเธอว่า อย่าลืมว่าทุกอย่างในชีวิตทั้งดีทั้งร้ายที่ได้ประสบ ไม่ได้เป็นความบังเอิญ แต่เป็นไปตามเหตุปัจจัยของกรรม ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องข้ามภพข้ามชาติ จำไม่ได้แล้วว่าเคยทำไม่ดีไว้อย่างไรบ้าง


แม้อดีตจะแก้ไขไม่ได้แล้ว แต่ปัจจุบันที่ทำได้คือตอบกรรมมืดที่มาให้ผลด้วยความสว่าง อโหสิให้เขาไปเพราะการที่ต้องมาพบเหตุการณ์หรือบุคคลใดๆ ทั้งดีและร้าย ก็เนื่องจากทำกรรมอันสมควรมา แบบนี้ไม่ใช่ก้มหน้าก้มตารับกรรมนะคะ แต่เป็นการสร้างกรรมใหม่ คือแทนที่จะโกรธแค้นกลับเป็นการให้อภัยแทน จะได้ไม่ก่อหนี้บาปใหม่ เหลือแค่ใช้หนี้บาปเก่า จิตใจเราจะสบายขึ้นในทันทีที่อภัย เส้นทางชีวิตต่อไปก็มีแนวโน้มที่จะดีกว่าเดิมด้วยค่ะ


อันที่จริงคุณไฮบาระเป็นคนสนใจเรื่องการทำบุญ พยายามเป็นชาวพุทธที่ดี จึงย้ำไปในสิ่งที่คิดว่าลูกค้าทราบอยู่แล้วคือสังสารวัฏนี้ไม่ได้ใจดีกับพวกเราเลย แต่พยายามปกปิดว่าการทำดีหรือทำไม่ดีมีผลอย่างไรด้วยซ้ำไป กรรมดีและกรรมไม่ดีหลายอย่างกว่าจะให้ผลนั้น ก็ข้ามภพข้ามชาติ หลายคนทำอะไรลงไปทั้งดีและร้ายจึงเหมือนกับว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรได้เลยในทางรูปธรรม (แต่แน่นอนว่าในทางด้านจิตใจจะสามารถรู้สึกได้ทันที) ที่เป็นเช่นนี้เพื่อจะได้กักขังปวงสัตว์ให้เวียนเกิดเวียนตายไม่มีที่สิ้นสุด เพราะถ้าใครก็ตามรู้ว่าทำอะไรแล้วจะได้อะไรชนิดทันตาเห็น คงไม่มีการทำผิดคิดอกุศล แล้วพยายามปฏิบัติธรรมกันเต็มที่ เพื่อให้พ้นการเวียนว่ายตายเกิด หนีสังสารวัฏซึ่งมีการให้ผลของกรรมเป็นไปอย่างยุติธรรมแบบอำมหิต แต่เมื่อการเผล็ดผลของกรรมไม่ได้ทันตาทันใจ จึงมีคนจำนวนหนึ่งทำชั่วโดยไม่รู้สึกกลัวบาป และบางคนที่อาจหวังผลในทางรูปธรรมทันตาเห็นบ้าง ก็ท้อใจในการทำความดี ทั้งที่ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว นั้นเป็นสัจธรรม เป็นความจริง


อีกประการหนึ่งก็คือการที่คุณไฮบาระเห็นว่าทำไมคุณชินอิจิยังมีความสุขอยู่ แล้วไม่ชอบใจที่เขาดูสบายดีไม่มีทุกข์ แปลว่าอยากเห็นเขาทุกข์ใจกินไม่ได้นอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ ไม่ว่าคุณชินอิจิจะเป็นคนไม่ดีขนาดไหน แต่ความคิดที่อยากเห็นเขาเสวยทุกข์ ก็ไม่ได้ทำให้จิตใจของคุณไฮบาระดีขึ้นมาเลย จึงถามไปว่าถ้าลองถอดความเป็นตัวเอง ถอดชื่อเสียงเรียงนามออกไป มองเป็นจิตดวงหนึ่ง เธอคิดว่าสภาพจิตใจที่รุ่มร้อน โกรธแค้นของตัวเธอเองแบบที่กำลังเป็นอยู่นี้ เหมาะสมที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบไหน กับคนแบบใด ลูกค้าฟังแล้วบอกว่าขอบคุณมาก รู้สึกว่าได้สติจริงๆ จิตใจที่ผ่านมาเธอโกรธเพราะสามีทำเรื่องร้ายให้สารพัด ต่อแต่นี้ไปเธอจะพยายามอภัยและเปลี่ยนแปลงจิตใจของตนเองให้ได้ ระยะนี้ก็ได้กลับมาฝึกเจริญสติแล้วด้วย จึงให้กำลังใจคุณไฮบาระไปว่าเห็นไหมความทุกข์ก็มีประโยชน์ จะได้ทำให้กลัวการเวียนว่ายตายเกิดและขยันปฏิบัติธรรมค่ะ


เชื่อว่ามีคนจำนวนหนึ่งที่ขุ่นเคืองคนที่ทำร้ายตน จนเลยไปถึงอยากเห็นอีกฝ่ายทุกข์ร้อนบ้าง อยากจะเห็นว่ากรรมมีจริงทันตา ซึ่งการอยากให้ใครสักคนหนึ่งเป็นทุกข์ ไม่ว่าเขาจะเป็นคนดีหรือชั่วขนาดไหนก็ตาม ย่อมส่งผลให้จิตใจตนเองเป็นทุกข์ ไม่มีใครมีความสุขในขณะที่จิตเป็นโทสะอย่างนี้ได้ อันที่จริงแล้วทุกคนล้วนเป็นทายาทแห่งกรรม จะได้รับผลแห่งการกระทำของตนเองทั้งสิ้น จึงไม่จำเป็นต้องโกรธหรือเกลียดใคร และถ้าอีกฝ่ายทำสิ่งที่เลวร้ายกับเราจริงๆ ยิ่งควรจะเห็นใจในสิ่งที่เขาจะได้รับในอนาคตมากกว่า ความเมตตาที่มีให้คนที่ไม่ดีกับเรานั้นทำได้ไม่ง่าย แต่หากทำได้ก็จะมีความสุขขึ้นมากแน่นอนค่ะ


(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 6 
 เมื่อ: 16 กันยายน 2016, 15:37 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – ถ้าผู้ชายที่เรารู้จักมาสักระยะแต่ก็คุยถูกคอกันดี มีใจให้กัน
เขามีภรรยาแล้วแต่บอกว่ามีปัญหากัน แยกกันอยู่คนละประเทศ แต่ก็ยังไม่ได้หย่ากัน
และเขาบอกว่าอยากมีครอบครัว มีลูก สร้างอนาคตกับเรา
แบบนี้เราควรจะวางตัวอย่างไรดีให้เหมาะสมและไม่ผิดศีลธรรมคะ



อันที่จริงคำถามและสถานการณ์ประมาณนี้ มีให้ได้รับฟังเป็นระยะๆ แต่ก็ยังคงเป็นปัญหาประจำโลกอยู่ดีค่ะ สิ่งที่ยากอย่างหนึ่งคือหลายคนก็รู้ว่าเส้นทางที่กำลังจะเริ่มเดินมันไม่เหมาะ แต่ก็อดที่จะก้าวเดินไม่ได้ ด้วยว่าถูกใจบรรยากาศสองข้างทางในปัจจุบัน ทั้งที่จริงแล้วบรรยากาศระหว่างทางเป็นเรื่องชั่วคราว จุดหมายปลายทางต่างหากที่เป็นของจริง ถ้าได้สติ ยั้งใจได้ก็คงดี ถือว่าโชคดีที่ไม่รับเอาความสัมพันธ์ที่มีปัญหาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตค่ะ


ดังเรื่องราวของคุณแฮเรียต (นามสมมติ) ลูกค้าหญิงซึ่งได้นัดหมายตรวจดวงของตนเองและคนพิเศษ (ขอสมมตินามว่าคุณเฟรดเดอริค) ซึ่งขณะนี้อยู่คนละประเทศกับคุณแฮเรียต เมื่อคำนวณดวงชะตาออกมาแล้วอดเป็นห่วงลูกค้าหญิงไม่ได้ เนื่องจากฝ่ายชายนั้นถ้าว่าตามนิสัยใจคอแล้วก็ดูเป็นคนสุภาพ พูดจาน่าฟัง อัธยาศัยดี มีเสน่ห์มากอยู่ แต่ปัญหาคือเรื่องราวความรักมักพัวพันเป็นรักสามเส้า ฝ่ายตัวคุณแฮเรียตเองมีปัญหาปรากฏในดวงชะตาว่าจะมีคนรักที่มีลักษณะเป็นคนที่ดูอ่อนโยน มีน้ำใจ แต่ไม่ใช่คนมั่นคงนัก เพราะอีกด้านคือเป็นคนใจอ่อน จึงมีเรื่องมือที่สามได้ไม่ยาก เมื่อบอกลูกค้าไปตามนี้ เธอบอกว่าตนเองเคยผ่านการสมรสมาแต่เลิกรากันไปเพราะอีกฝ่ายมีคนอื่น ส่วนคุณเฟรดเดอริคนั้นเป็นคนที่รู้จักกันมาสักระยะหนึ่ง เท่าที่คุยกันก็ชอบพอกันดีอยู่ค่ะ


คุณแฮเรียตถามว่าคุณเฟรดเดอริคมีคนอื่นอยู่ด้วยไหม ตอบเธอไปตามตรงว่าควรไปหาข้อมูลในเรื่องนี้ให้ดี ก่อนที่จะปักใจคบหา เพราะจากที่เห็นตามดวงชะตาเขาน่าจะมีคนอื่นอยู่แล้วนะ และปัญหารักสามเส้าเกิดได้ง่ายด้วย ลูกค้าฟังแล้วเลยเล่าว่าอันที่จริงคุณเฟรดเดอริคยังไม่ได้หย่ากับภรรยา แต่ว่าแยกกันอยู่คนละประเทศด้วยหน้าที่การงานและด้วยว่ามีปัญหากันอยู่ คุณแฮเรียตถามด้วยว่าเป็นไปได้ไหมที่ปัญหารักสามเส้าจะเกิดจากฝ่ายภรรยาด้วย ไม่ใช่แค่จากฝ่ายสามีเท่านั้น ตอบไปตามจริงว่ามีโอกาสอยู่บ้างแต่ไม่มาก ปัญหาน่าจะมาจากฝ่ายชายนี่แหละ อีกอย่างไม่ว่าจะเกิดจากใคร ความจริงที่ว่าคุณเฟรดเดอริคมีภรรยาแล้วก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป ลูกค้าฟังแล้วก็บอกว่า “อืม ก็จริงค่ะ”


อันที่จริงมนุษย์บางคนนั้น ถ้าหากว่าเราไมได้คบเขาในเชิงชู้สาว เป็นเพื่อนกันจริงๆ ก็นับว่าเป็นคนน่าคบหาคนหนึ่ง ดังกรณีของคุณเฟรดเดอริคนี้ พอเข้าใจได้ว่าทำไมถึงคุยถูกคอกับลูกค้า เพราะในฐานะเพื่อนก็ถือว่าเขาเป็นคนมีน้ำใจดีเลยทีเดียว แต่คนเรามีหลายแง่มุม ดังนั้นถ้าคุยในฐานะคนรักก็เป็นเรื่องผิดศีลธรรม เพราะเขายังไม่ได้หย่า อีกอย่างหนึ่งคือข้อมูลต่างๆ ที่คุณแฮเรียตมี ล้วนมาจากปากคำของฝ่ายชายแต่เพียงข้างเดียว ลูกค้าเล่าด้วยว่าคุณเฟรดเดอริคบอกว่าการจะหย่ากันนั้นมีเรื่องราวซับซ้อนหลายอย่าง ฟังแล้วก็พอเข้าใจนะคะว่าคงต้องใช้เวลาและไม่ง่ายนัก อย่างไรก็ตามคนเราถ้าไม่รักกันแล้ว เข้ากันไม่ได้จริงๆ อยากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่จริงๆ ให้ยากลำบากแค่ไหนก็จะหย่ากันจนได้น่ะแหละ อีกอย่างหนึ่งคุณแฮเรียตจะแน่ใจได้อย่างไรว่าคุณเฟรดเดอริคคุยกับเธอในลักษณะนี้เป็นคนแรก ไม่ต้องพูดไปถึงว่าถ้าเขาทำแบบนี้ คือพูดคุยในลักษณะชู้สาวกับหญิงอื่นลับหลังภรรยาที่ยังไม่ได้เลิกกันได้ ในอนาคตเขาก็อาจจะทำกับคุณแฮเรียตได้บ้างเช่นกัน วันนี้แค่พื้นฐานที่ว่าเขายังแต่งงานถูกต้องตามกฎหมายกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ก็เพียงพอแล้วที่จะเป็นเหตุผลที่คุณแฮเรียตยังไม่ควรให้ความสนิทสนมมากเกินว่าสถานะคนรู้จัก ลองนึกถึงอนาคตดูก็ได้ ว่าถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ห้าปีสิบปี ชีวิตจะเป็นอย่างไร


ลูกค้าบอกว่ามีหมอดูทายว่าชีวิตของเธอมีปัญหาเรื่องนี้มาตลอด แล้วก็พบปัญหามาแล้วจริงๆ ฟังแล้วก็ให้กำลังใจเธอว่า แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าที่พบเจอมาเพราะในชาติก่อนๆ เคยใจอ่อนแพ้กิเลส ดังนั้นให้ตัวตนในชาตินี้ เป็นคนเริ่มเปลี่ยนแปลง เลือกทางใหม่ให้ตนเองเถิดนะคะ และถ้าคิดว่าตัวเองมีปัญหาด้านนี้ก็ยิ่งต้องเลือกผู้ชายที่มีศีล ๕ ในปัจจุบัน แม้การันตีอนาคตไม่ได้ว่าเขาผู้เป็นปุถุชนจะยังรักษาศีลตลอดไปไหม แต่ก็ยังดีเสียกว่าเลือกคนที่ผิดศีลมาตั้งแต่แรก เลวไปดีหายาก ดีไปเลวหาไม่ยากนะคะ (-_-) และต่อให้ไม่มีใครที่มีศีลธรรมมาเคียงข้าง และเลือกที่จะอยู่คนเดียวในที่สุด ก็เชื่อเถอะว่าการอยู่คนเดียวแบบปฏิบัติธรรมเป็น อยู่กับกุศลนั้น อบอุ่นมั่นคง มีความสุขกว่าการมีชีวิตคู่กับคนที่ไม่มีศีลธรรม คอยแต่ทำให้ช้ำใจแน่นอนค่ะ


สรุปความว่าในระหว่างนี้คุณแฮเรียตจึงควรจะห่างจากคุณเฟรดเดอริค อย่าใช้เวลาในการคุยมากเท่าเดิม เพราะถ้าให้เวลาสนิทสนมเนิ่นนานไป เธออาจจะผูกพันยึดมั่นถือมั่น จนทนไม่ได้ที่จะไม่มีเขาในชีวิต เลยยอมเป็นภรรยาอีกคน แม้จะรู้ดีว่าลูกค้าหญิงไม่ได้คิดอยากผิดศีลธรรม ไม่ได้อยากเป็นมือที่สาม และที่มาตรวจดวงก็คงอยากจะหยุดเรื่องนี้นั่นแหละ แต่ไม่ควรไว้ใจหัวใจปุถุชนที่ยังไม่เที่ยงแท้ในศีล ๕ ดังนั้นอย่าพาตัวเองไปสู่จุดเสี่ยงดีกว่า ช่วงนี้นอกจากจะใช้เวลาในการทำทาน รักษาศีล เจริญสติแล้ว ก็ควรหาเวลาไปทำกิจกรรมกับคนที่ถูกทอดทิ้ง เช่น เด็กกำพร้าหรือผู้สูงอายุ จะได้รู้สึกดีขึ้น เต็มตื้นในหัวใจขึ้นด้วยค่ะ


ถ้าจะเปรียบไปแล้ว ก็เหมือนว่าโลกนี้เต็มไปด้วยห้วงเหวมากมาย และบางแห่งก็มีดอกไม้อำพรางที่ปากเหว เพื่อลวงให้ตกลงไปเสียด้วย ดังนั้นหากมองแต่ดอกไม้ โดยไม่ระวังตัวเลย ก็อาจจะพลาดพลั้งถูกกิเลสลวงให้ไถลลงเหวลึกไปได้ จึงขอให้กำลังใจผู้ที่พลาดไปแล้ว แต่กำลังตะเกียกตะกายให้พ้นจากหลุมจากบ่อ และขอให้กำลังใจใครก็ตามที่มองเห็นแล้วว่าหลังดอกไม้คือบ่อลึก ได้ตระหนักและเปลี่ยนเส้นทางได้ทันทีนะคะ


(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 7 
 เมื่อ: 16 กันยายน 2016, 15:35 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – สามีนอกใจมาหลายครั้งหลายหน ดิฉันเสียใจมาตลอดแต่ก็อดทนและอภัย
เมื่อไม่นานมานี้เขามาขอร้องอยู่เรื่อยๆ ให้ยอมแลกคู่นอนกับคู่ของเพื่อนเขา
แล้วสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าถ้าดิฉันยอม เขาจะเลิกเจ้าชู้ไปตลอดชีวิต
ดิฉันไม่อยากทำแต่ก็ยอมรับว่าอยากให้เขาเลิกเจ้าชู้สักที แบบนี้คิดว่าควรเสี่ยงไหมคะ



รสนิยมของแต่ละคนย่อมมีความแตกต่างกันไปได้นะคะ ถ้าหากว่าอยู่ในกรอบของศีลธรรมคงไม่เป็นไร ในส่วนของคำถามข้างต้นนี้ แนะนำให้อ่านคำตอบจาก “เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว” ตอน “การแลกคู่นอนแบบสวิงกิ้ง ผิดหรือไม่?” (คลิก) http://bit.ly/1ivRhlT แล้วจะสรุปได้ว่าเรื่องบางอย่างแม้เริ่มต้นดูจะเป็นความสมยอมของทุกฝ่าย แต่ลงท้ายอาจจะนำไปสู่เรื่องผิดศีลธรรมได้ในที่สุดค่ะ ส่วนที่คำสัญญาของอีกฝ่ายว่าจะเลิกเจ้าชู้ตลอดไปนั้น ยังคงเป็นเพียงลมปากที่ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันได้ อันที่จริงก่อนแต่งงานกัน เชื่อว่าแทบทุกคู่ต่างสัญญาว่าจะรักและซื่อสัตย์ต่อกันตลอดไป แต่แล้วก็ยังมาแปรปรวน แบ่งใจไปรักคนอื่นได้ แล้วถ้าหากคราวนี้เกิดเขาผิดสัญญาเหมือนทุกๆ ครั้งล่ะ จะทำอย่างไร ? สิ่งที่ได้ทำไปแล้วก็จะเรียกคืนมาไม่ได้นะคะ


กรณีทำนองนี้มีคนอื่นที่เจ็บมาก่อนค่ะ เป็นเรื่องของคุณสกาเล็ต (นามสมมติ) ซึ่งหลังจากคำนวณดวงชะตาแล้วคิดว่าลูกค้าคงมีเรื่องทุกข์หนักๆ เรื่องเดียวในชีวิตคือเรื่องคู่ครอง จึงเริ่มการสนทนาด้วยการให้ข้อมูลกับเธอว่าสภาพชีวิตคู่นั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วเธอจะต้องเป็นฝ่ายยอมและแบกรับความกดดัน เป็นการครองคู่ที่ไม่มีหน้าตาทางสังคม อีกทั้งคุณสกาเล็ตและสามี (ขอสมมตินามว่าคุณไรอัน) ต่างเป็นคนมีเสน่ห์ มีโอกาสที่จะมีเรื่องมือที่สามเข้ามาพัวพันจากทั้งสองฝ่าย ลูกค้าฟังแล้วยอมรับว่าจริง แล้วก็ตั้งคำถามมีใจความโดยสรุปว่ารู้ไหมว่าสามีให้เธอไปทำอะไรมา เมื่อตรวจดวงก็เห็นว่าน่าจะไปทำเรื่องลับๆ หลบๆ ซ่อนๆ จึงถามลูกค้าไปว่า นี่คุณไปแอบลักเล็กขโมยน้อยหรือไปสวิงกิ้งมาหรือคะ คุณสกาเล็ตตอบว่า “ไปสวิงมาค่ะ”


จากนั้นลูกค้าเล่าให้ฟังว่าไม่ได้มีความยินดีในสิ่งที่ทำไป แต่เพราะคุณไรอันเจ้าชู้มาก ตอนนั้นไม่รู้อะไรทำให้คิดว่าถ้าตามใจเรื่องนี้จะมัดใจสามีได้ ฟังแล้วได้แต่บอกว่า “ไม่จริงค่ะ เรื่องเจ้าชู้เป็นนิสัย เป็นความไม่รู้จักพอของเขา ไม่ว่าคุณจะยอมเรื่องนี้หรือไม่ ถ้าเขาไม่เห็นโทษของการนอกใจ ก็จะเจ้าชู้ต่อไปอยู่ดี แล้วต่อไปนะ เขาจะบอกคุณด้วยว่า ทีเธอยังมีอะไรกับผู้ชายคนอื่นได้เลย ฉันก็มีผู้หญิงอื่นได้เหมือนกัน” คุณสกาเล็ตบอกว่า ตอนนี้เขาก็อ้างแบบนี้แล้วละค่ะ (T__T) สรุปว่าการที่เธอยอมตามใจคุณไรอัน ทำในเรื่องฝืนใจ ไมได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมความเจ้าชู้ของสามีได้เลย แถมทำให้ตัวเองรู้สึกแย่ๆ เพิ่มขึ้นอีก


คุณสกาเล็ตเองในขณะที่สนทนากันนั้นก็รู้สึกไม่ดีเลยกับสิ่งที่เกิดขึ้นค่ะ เธอรู้ว่าตัดสินใจพลาดไป จึงตั้งใจว่าจะไม่ให้มีครั้งที่สองอีก ฟังแล้วให้กำลังใจลูกค้าว่าที่ผ่านมาก็ให้อภัยตัวเองเถอะค่ะ แล้วอย่าไปทำอย่างนั้นอีก เพราะคุณไม่ได้มีความยินดีในสิ่งที่เกิดขึ้น และมันไมได้แก้ปัญหาชีวิตของคุณได้ มีแต่จะทำให้ยิ่งลำบากขึ้นกว่าเดิม คุณสกาเล็ตเล่าว่าชายอื่นที่ร่วมในกิจกรรมดังกล่าวยังคงติดต่อพูดคุย มีท่าทีดูห่วงใย ทำให้เธอยังสนทนากับเขาอยู่บ้าง ฟังแล้วรู้สึกถึงความเสี่ยงภัย จึงให้สติลูกค้าว่าคุณคิดว่าเขาปรารถนาดีโดยไม่มีอะไรแอบแฝงจริงหรือคะ ถ้าคุณตั้งใจจะไม่ทำแล้ว ทางที่ดีคือไม่ควรติดต่อกับเขาอีก คนเคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาก่อนในลักษณะนี้ จะให้คบเป็นเพื่อนเป็นพี่ได้สนิทใจจริงหรือ เธอแน่ใจแล้วหรือ อย่าเสี่ยงเลย มันอันตรายเกินไปแล้ว


เนื่องจากทราบว่าลูกค้ายังอยู่ในช่วงหัวใจอ่อนแอ จึงย้ำกับเธอว่าควรกลับมาหาสิ่งที่ถูกต้องและเป็นเสาหลักแห่งจิตใจที่แท้จริง คือการทำทาน รักษาศีล และเจริญสติ ขอให้รักษาศีลห้าให้เป็นปกติและถ้ารักษาศีลแปดได้บ้างก็จะยิ่งดี อย่าลืมว่าสิ่งที่เป็นความอบอุ่นใจและเป็นที่พึ่งที่แท้เที่ยงของชีวิตไม่ใช่มนุษย์ผู้เป็นสามีหรือวัตถุภายนอกอันใด แต่คือใจที่มีธรรมะเป็นหลักของเราเองค่ะ


ให้กำลังใจลูกค้าว่าคนเราถ้าพลาดพลั้งไปครั้งเดียว ยังพอปลอบใจและให้อภัยตัวเองได้ว่าพลาดไป ไม่ได้ตั้งใจ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ถ้าปล่อยให้เกิดซ้ำ จะอ้างว่าพลาดไม่ได้แล้วนะ แน่ใจหรือว่ารับตัวเองได้จริงๆ ทุกวันนี้เธอก็ทุกข์และไม่ยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น ความสัมพันธ์และพฤติกรรมสามีก็ไม่ได้ดีกว่าเดิม เรียกว่าเสียอย่างเดียวไม่ได้อะไรที่อยากจะได้คืนมาเลยสักนิด ไม่คุ้มเลยค่ะ คุณสกาเล็ตยืนยันว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก เพราะคงรับตัวเองไม่ไหวเหมือนกัน หมอดูฟังแล้วยินดีไปกับเธอด้วย ไม่อยากให้ลูกค้าผู้มีพระคุณเป็นทุกข์ค่ะ


มนุษย์ทุกคนล้วนแต่อยากมีความสุขด้วยกันทั้งสิ้น แต่บางครั้งด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรืออะไรใดๆ ก็แล้วแต่ ทำให้บางคนตัดสินใจทำสิ่งที่ทำให้ชีวิตแย่ลงกว่าเก่า นอกจากไม่แก้ปัญหาเดิมแล้วยังเพิ่มปัญหาใหม่อีกด้วย อย่างไรก็ตามความผิดพลาดเกิดขึ้นได้กับทุกคน ถ้าผิดแล้วไม่ทำผิดซ้ำอีก แก้ไขบกพร่องนั้นด้วยการตั้งใจทำความดีใหม่ ความผิดพลั้งจะเป็นบทเรียนสอนใจ และอาจเปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งจากความมืดมัวมนมาสู่หนทางสว่างได้อย่างถาวรค่ะ


(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 8 
 เมื่อ: 16 กันยายน 2016, 15:33 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – สามีวัยใกล้หกสิบของดิฉันกำลังมีกิ๊กเป็นเด็กคราวลูก
ดิฉันผิดหวังในตัวเขามาก เพราะที่ผ่านเขาไม่เคยเป็นแบบนี้
ไม่ทราบจะทำใจอย่างไรดีคะ แล้วจะมีหนทางช่วยให้เขาตาสว่างได้บ้างไหม



เรื่องการนอกใจในวัยตกกระ โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นจากฝ่ายชาย อันที่จริงมีครอบครัวจำนวนไม่น้อยเลยที่ประสบปัญหานี้ค่ะ ได้รับฟังจากทั้งลูกค้าผู้เป็นภรรยาที่กำลังทุกข์ใจเพราะสามี และจากลูกค้าผู้เป็นลูกซึ่งห่วงใยและรับรู้เรื่องความแตกร้าวในชีวิตคู่ของพ่อแม่ค่ะ สำหรับฝ่ายภรรยานั้นหลายคู่ที่อยู่กินกันมา ๓๐ ปี ๔๐ ปี ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจกันมาตลอด ยิ่งเชื่อใจมาก ศรัทธามาก ไม่ได้เผื่อใจไว้บ้าง พอเกิดเหตุเข้าก็เลยผิดหวังมาก ยากจะรับได้นะคะ


ดังเรื่องราวของคุณซานไช่ (นามสมมติ) ลูกค้าหญิงวัยใกล้เกษียณ ซึ่งเมื่อตรวจดวงแล้วก็เห็นว่าท่าทางจะมีปัญหาชีวิตคู่อยู่ทีเดียว เมื่อทักทายและไถ่ถามในประเด็นนี้ ลูกค้าก็เลยถามว่าเธอกับสามีวัยเดียวกัน (ขอสมมตินามว่าคุณเต้าหมิงซื่อ) ซึ่งอยู่กินกันมาร่วม ๓๐ ปี กำลังมีปัญหากันเนื่องจากฝ่ายชายนอกใจไปมีกิ๊กเป็นเด็กสาวรุ่นลูก แถมทุ่มเทกำลังทรัพย์เพื่อเอาชนะกายชนะใจให้ได้ เรื่องนี้ทำให้เธอผิดหวังในตัวสามีมากๆ เพราะที่ผ่านมาคุณเต้าหมิงซื่อพูดเสมอว่าจะไม่มีเมียน้อย แถมยังแสดงความไม่เห็นด้วยกับการมีเมียน้อยของผู้อื่นมาตลอด ทำให้คุณซานไช่เชื่อใจและศรัทธาในตัวสามีมากๆ พอเหตุการณ์กลายกลับมาเป็นเช่นนี้ ก็เลยออกจะทำใจยากสักหน่อย


เมื่ออ่านดาวไปตามดวงแล้วเห็นว่าคุณซานไช่กับคุณเต้าหมิงซื่อไม่น่าจะเลิกรากัน แต่ปัญหาเรื่องเขาแอบไปมีคนอื่นนอกบ้านน่าจะดำรงไปอีกหลายปี ลูกค้าถามว่าจากในดวงเนี่ยเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ เมื่อตอบไปว่าเขาเริ่มคิดๆ เรื่องนี้มาตั้งแต่กลางปี ๒๕๕๔ ลูกค้าก็ยอมรับว่าใช่ สามีบอกว่าคิดอยากทำมาก่อนจะทำจริงเป็นปี ส่วนที่ทำจริงๆ นั้นก็หลังจากนั้นนั่นแหละ บอกลูกค้าไปว่าแม้ว่าเขาอาจจะไม่ได้เลิกพฤติกรรมนอกใจ แต่เรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไปหลังจากปี ๒๕๕๗ นั้นจะไม่หนักหนาสาหัสเท่าช่วงที่ผ่านมาอีก เธอเองก็จะทำใจได้ดีขึ้นด้วย ว่าไปแล้วก็ถือว่าเป็นโอกาสดีในการเข้าใจว่าการเกิดเป็นทุกข์ และเรื่องนี้จะเป็นแรงบันดาลใจในการปฏิบัติธรรมเพื่อความหลุดพ้นด้วย ตัวคุณซานไช่เองยังแข็งแรงมีกำลังกายในการปฏิบัติอยู่ ให้ถือว่าทุกข์มากระทบคราวนี้ ทำให้ธรรมะเจริญงอกงามก็แล้วกันนะคะ เท่าที่เก็บข้อมูลจากลูกค้ามาตลอดหลายปี พบว่าจำนวนมากเลยทีเดียวที่ทำทานรักษาศีลมาก่อน แต่ถ้าจะให้อยากปฏิบัติธรรมจนไม่เกิดอีกนั้น ความทุกข์นี่แหละค่ะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญจริงๆ


เมื่อกลับมาเรื่องประเด็นชีวิตคู่ อันยังคงเป็นปัญหาหนักอก อ่านดวงแล้วก็พบว่าอันที่จริงแล้วคุณซานไช่ไม่ได้คิดจะเลิกรากับสามี แต่อยากเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเขา เมื่อเปลี่ยนไม่ได้ก็ทุกข์ใจด้วยความไม่สมใจนี้ ให้สติลูกค้าว่า ลองเขียนสิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้ลงไปในกระดาษเลยดีไหมคะจะได้เห็นภาพชัดเจน ว่าสิ่งใดที่ทำได้และสิ่งใดที่ทำไม่ได้ เช่น เราไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมเขาได้ ก็ไม่ควรไปนั่งกลุ้มใจเพราะจะเครียดไปเปล่าๆ ที่ทำได้คือทำชีวิตให้ดี มีจิตใจที่ผ่องใส วันหนึ่งเมื่อสามีเขาเป็นทุกข์ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็ตาม แล้วเขาก็อาจจะมาขอคำปรึกษาจากภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ความสุขและผ่องใสของคุณซานไช่อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้สามีอยากจะทำทาน รักษาศีล เจริญสติบ้าง นอกจากนี้การอยู่กับปัจจุบัน ยอมรับความแปรปรวนของกายใจตนเองได้ ก็จะทำให้คลายความยึดมั่นถือมั่นในทุกสรรพสิ่ง ทุกข์น้อยลงแน่นอนด้วยค่ะ ต่อให้สถานการณ์จะยังทรงๆ อยู่ก็เถอะ


ลูกค้าเล่าว่าสามีไม่ยอมรับว่าตัวเขาแก่ เขากลัวแก่ อีกอย่างคือเพื่อนฝูงที่คุณเต้าหมิงซื่อคบหาในช่วงนี้ ก็มักจะมีภรรยาน้อยที่อ่อนวัยกว่ามาก แล้วก็ดูจะภูมิอกภูมิใจกันว่าสามารถมีสาวๆ มายอมเป็นอนุภรรยา ฟังก็เห็นด้วยกับลูกค้าค่ะว่ามีบางคนที่ไม่ยอมรับความจริงของสังขารร่างกายที่ต้องผุพังไปตามกาลเวลา ก็เลยพยายามแสวงหาสิ่งทดแทน เพื่อทำให้ตนเองรู้สึกว่ายังมีดีอยู่นะ คือเลือกที่จะพึ่งพิงสิ่งภายนอกเพื่อบอกว่าฉันยังไหว ฉันยังมีดีอยู่ แทนที่จะเน้นการพัฒนาภายใน ใช้การยกระดับจิตใจให้ไกลจากกิเลสเป็นเครื่องวัดความเจริญเติบโตก้าวหน้าของชีวิต


ลูกค้าคิดว่าอยากจะช่วยดึงสามีขึ้นมาจากการผิดศีลธรรม บอกเธอไปว่าขออนุโมทนาในกุศลจิตนะคะ แต่ถ้าหากว่าคุณพยายามแล้วแต่เขายังไม่ดีขึ้นก็ต้องยอมรับความจริงให้ได้เหมือนกัน แม้ในสมัยพุทธกาล พระพุทธองค์หรือพระอริยสาวกบางองค์ท่านก็ไม่ได้ช่วยได้ทุกคน แม้กระทั่งพระญาติบางพระองค์ก็ยังโดนธรณีสูบ ความจริงคือการคิดช่วยผู้อื่นให้พ้นจากอบายเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องไม่ทำให้จิตใจตัวเองเร่าร้อน จากความกรุณาที่กลายเป็นโทสะเพราะไมได้ดั่งใจ เพิ่มความทุกข์ให้ตัวเองไปเสียอีก แล้วก็ต้องยอมรับความจริงด้วยว่าถ้าช่วยจนถึงที่สุดแล้วแล้วแต่อีกฝ่ายยังไม่ดีขึ้นก็ต้องวางอุเบกขาให้ได้ ทุกคนล้วนมีกรรมเป็นของตนค่ะ


คุณซานไช่ถามว่าแล้วแบบนี้จะสอนลูกสาวยังไง บอกเธอไปว่าก็บอกว่านี่แหละชีวิตคู่ก็มีความไม่เที่ยงแท้คงทนอยู่นะ ถ้าหากว่าลูกจะแต่งงานต้องเผื่อใจรับความแปรปรวนด้วย ลูกค้าแย้งว่าแล้วแบบนี้จะไม่กลายเป็นอยู่กับความวิตกกังวลหรือ ตอบเธอไปว่า ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ เหมือนว่าเราเตรียมพร้อมกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจนั่นแหละ ก็เตรียมเงิน เตรียมสภาพคล่องไว้ เผื่อมีเหตุให้ต้องตกงานขึ้นมาจะได้ไม่ลำบาก แต่ถ้าไม่ตกงานเราก็ใช้ชีวิตไปตามปกติแบบคนที่เตรียมพร้อมกับสถานการณ์ทุกเมื่อ แต่ไม่ใช่วิตกจริตจนนอนไม่หลับว่าพรุ่งนี้จะมีข้าวสารกรอกหม้อไหม จะเกิดความพินาศทางการเงินขึ้นหรือเปล่า ฯลฯ อันที่จริงการเตรียมพร้อมนี่แหละทำให้มั่นใจและมีความสุขมากกว่าปกติด้วยซ้ำ เพราะรู้ว่าถ้าเกิดเหตุขึ้นเราจะรับมือได้ ไม่ต้องมีชีวิตที่ระส่ำระสายจนเกินไป เท่าที่เห็นมาโดยเฉพาะจากคนรู้จักในชีวิตจริง พบว่าหลายคนซึ่งเป็นนิสัยดี น่ารัก มีน้ำใจ แถมเก่งกาจในการงาน การศึกษาสูงลิ่ว ทว่าไม่เคยเตรียมใจรับปัญหาในชีวิตคู่มาก่อน เชื่อเต็มหัวใจจากพฤติกรรมดีๆ ของอีกฝ่ายตั้งแต่ก่อนแต่งงาน เลยปักใจว่าคนที่แต่งงานด้วยไม่มีทางเปลี่ยนแปลงไปแน่นอน พอพบปัญหาชีวิตหนักหน่วงเข้าไปแบบไม่คาดฝัน ก็มีอันไปไม่เป็นเลย น่าเห็นใจอย่างยิ่งค่ะ


การเตรียมพร้อมไว้ตลอดทำให้ไม่ประมาท ดำเนินชีวิตคู่ด้วยความทะนุถนอม พยายามสร้างเหตุที่ดีต่อกันไว้ เป็นคนละเรื่องกับการมีชีวิตด้วยความปริวิตก การยอมว่าความรักของหญิงชายก็เป็นความแปรปรวนอย่างหนึ่ง ทำให้ตระหนักว่าต้องพยายามสร้างเหตุแห่งความสุข คือทำให้ดีและมีความสุขยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจจากทั้งสองฝ่าย เพราะนี่คือชีวิตคู่ที่คนสองคนจะต้องร่วมกันสร้างและถนอมรักษาไว้ ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมว่าทั้งเราทั้งเขาต่างเป็นปุถุชนคนมีกิเลส ไม่ว่าวันนี้จะความรักจะดูสวยงามขนาดไหน ถึงอย่างไรก็ต้องไม่ลืมเผื่อใจให้กับความเที่ยงแท้ไว้เสมอค่ะ


เขียนมาถึงตรงนี้ก็คิดถึงคำพูดที่ได้ยินจากลูกค้าเสมอๆ ทำนองว่า “เขาเป็นคนดีมาตลอด” “ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะเป็นแบบนี้” “เขาเคยสัญญาแล้วว่าจะไม่นอกใจ” “ไม่เคยคิดว่าเขาจะเสียคนตอนแก่” ฯลฯ สะท้อนว่ามอบความไว้ใจ เชื่อถือ ศรัทธาในปุถุชนซึ่งอันที่จริงแล้วยังกลับไปกลับมาระหว่างความดีความเลวได้ แล้วสุดท้ายอาจจะต้องผิดหวังอย่างรุนแรงเสียเองค่ะ จึงไม่ควรตั้งความหวังกับใครสักคนที่ยังเป็นคนธรรมดาอยู่จนเกินมาตรฐานปุถุชน จะได้ไม่ผิดหวังเองค่ะ


(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 9 
 เมื่อ: 16 กันยายน 2016, 15:30 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – ตอนนี้มีเรื่องกังวลเนื่องจากสถานการณ์ของบริษัทไม่ค่อยดีนัก
ถึงแม้ดิฉันทำงานที่นี่มานานและเข้ากับเจ้านายได้ดี
แต่ก็มีโอกาสถูกเลิกจ้างได้เหมือนกัน ควรจะเตรียมตัวหรือทำใจอย่างไรดีคะ



หน้าที่การงานมีความสำคัญมากเพราะเป็นที่มาของทรัพย์ที่ใช้ซื้อหาปัจจัย ๔ ค่ะ มีคนจำนวนไม่น้อยที่การว่างงานนับเป็นความเดือดร้อนอย่างหนักของชีวิต ด้วยมีภาระต้องรับผิดชอบ บ้างมีหนี้สินที่ต้องชำระทุกเดือน บ้างมีลูกในวัยเรียน หรือมีพ่อแม่กำลังป่วยไข้ ฯลฯ แบบนี้นี่ถ้าต้องออกจากงาน ขาดรายได้ แถมถ้าไม่มีเงินสำรองไว้ด้วย จะเครียดหนักค่ะ อาจจะกล่าวได้ว่าสำหรับคนจำนวนหนึ่งนั้นความมั่นคงในงานส่งผลอย่างสำคัญต่อความมั่นคงของชีวิตค่ะ


ดังเรื่องราวของลูกค้าหญิงวัยสี่สิบกว่าๆ นามสมมติว่าคุณซิซิเลี่ยน ซึ่งเคยตรวจดวงกันมาก่อน มาคราวนี้เมื่อคำนวณดวงเสร็จก็บอกเธอว่าระยะนี้งานจะมีปัญหาไม่ค่อยได้ดังใจ ไม่ก้าวหน้าเท่าไหร่นะคะ คุณซิซิเลี่ยนบอกว่ากำลังจะปรึกษาเรื่องนี้อยู่พอดีเพราะกำลังกังวลว่าจะต้องถูกให้ออกจากงานไหม ถ้ารายได้บริษัทไม่ได้ตามเป้า ซึ่งอันที่จริงตามดวงแล้วลูกค้ามีหน้าที่การงานที่มั่นคงและเป็นคนที่มีความสุขกับงานเลยทีเดียว ทว่าในช่วงปีนี้งานจะไม่ค่อยดีนัก อีกทั้งยอดขายไม่กระเตื้องด้วย ลูกค้าเล่าว่าเจ้านายบอกว่าบริษัทแม่ในต่างประเทศต้องการให้ลดค่าใช้จ่ายลง ซึ่งจะส่งผลให้อาจจะมีการเลิกจ้างในออฟฟิศนี้มีพนักงานอยู่ไม่กี่คน คุณซิซิเลี่ยนเองทำงานที่นี่มาร่วมสิบปี มีความผูกพันกับบริษัท อีกทั้งยังมีภาระทางบ้านต้องรับผิดชอบ จึงไม่อยากว่างงาน เลยเป็นกังวลเรื่องนี้พอสมควรค่ะ


เมื่อตรวจดวงของลูกค้าในเรื่องนี้ก็เห็นว่าโอกาสจะตกงานนั้นมีไม่มากนัก เพราะพื้นดวงเรื่องความมั่นคงของงานดีมาก ขอเพียงประคับประคองจนไปถึงสามเดือนสุดท้ายของปีนี้ อะไรๆ คงดีขึ้นมากแล้ว แต่ที่ต้องเจอศึกหนักหน่อยก็คือในช่วงปลายไตรมาสที่สองของปีเป็นต้นไป ตามดวงชะตาแล้วเห็นว่าเจ้านายคงจะเข้ามากดดันอย่างหนักให้ทำยอดให้ได้ตามเป้า คุณซิซิเลี่ยนบอกว่าจะต้องเกิดขึ้นแน่ๆ เพราะช่วงที่ว่านั้นเจ้านายจะไปประชุมกับบริษัทแม่แล้วต้องได้รับนโยบายมาให้เพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่าย ฟังแล้วก็ให้กำลังใจลูกค้าว่าถ้าหากเจ้านายยังเข้ามากระตุ้นการทำงานก็แปลว่ายังรู้สึกดีกับเธอ ยังอยากร่วมงานกันต่อ เพราะถ้าไม่แยแสปล่อยไปตามยถากรรม แปลว่านายไม่ห่วงใยแล้ว ตัวเจ้านายเองก็คงกดดันไม่น้อย เผลอๆ อาจจะมากกว่าลูกน้องด้วยซ้ำไปค่ะ


ส่วนเรื่องการลดค่าใช้จ่ายนั้น มีทางเลือกอีกทาง ถ้าหากว่าจะเป็นไปได้ในทางปฏิบัตินะคะ คือในเมื่อออฟฟิศของคุณซิซิเลี่ยนมีพนักงานอยู่แค่ไม่กี่คน น่าจะลองคุยกันฉันพี่ๆ น้องๆ ร่วมชะตากรรมว่าแทนที่จะเลิกจ้างบางคน ทุกคนน่าจะเสนอขอลดเงินเดือนลงเป็นสัดส่วนเท่าที่บริษัทต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ละคนอาจจะลำบากขึ้นบ้างแต่จะไม่ถึงขนาดไม่มีรายได้ไปเสียเลย เนื่องจากคุณซิซิเลี่ยนเองก็ทราบดีว่าในระยะนี้งานในสายของเธอนั้นหายาก ถ้าตกงานแล้วก็มีแนวโน้มว่างงานไปพักใหญ่ ลูกค้าฟังแล้วบอกว่าดีเหมือนกัน เธอจะลองเกริ่นๆ กับน้องในที่ทำงานดู เพราะทราบดีว่าเพื่อนร่วมออฟฟิศมีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบอย่างน้อยจะได้ไม่ต้องตกงานกันทุกคน พอจะเอาตัวรอดกันไปได้ค่ะ


ในส่วนของลูกค้าเองนั้น ให้กำลังใจเธอว่าตอนนี้ต้องอยู่กับปัจจุบัน อย่าเพิ่งเครียดไปถึงเรื่องอนาคต เพราะความวิตกกังวลไม่ช่วยอะไร แถมอาจจะทำให้ป่วยไข้ด้วย ควรเก็บพลังกายพลังใจไว้ลุยงานดีกว่า ทำปัจจุบันให้เลิศล้ำ แล้วอนาคตจะได้รุ่งโรจน์ ตอนนี้ลูกค้าเองก็คงกลัวตกงานมากกว่ากลัวงานหนัก เมื่อโอกาสยังมีก็ใช้ให้คุ้ม เผื่อจะพลิกสถานการณ์ได้ หลังจากนั้นก็ได้สนทนากับลูกค้าในประเด็นอื่นๆ จนครบถ้วนกระบวนความ ให้ข้อมูลคุณซิซิเลี่ยนไปตามดวงด้วยว่าควรจะเน้นหาลูกค้ารายใหม่กลุ่มไหนบ้าง จะได้เพิ่มยอดขาย สลายโอกาสตกงานค่ะ


เรื่องราวไม่คาดฝันก็อาจจะเกิดขึ้นได้กับทุกชีวิตนะคะ แม้ว่างานที่ทำอยู่ในปัจจุบันจะดูเหมือนมีความมั่นคง แต่การเตรียมตัวให้พร้อมไว้ก่อนก็สำคัญค่ะ (ดังที่เคยเล่าไว้ใน “อุทาหรณ์ก่อนตกงาน” (คลิก) http://bit.ly/1hzJE7O ) เพราะถ้าพร้อมรับสถานการณ์แล้วทุกเมื่อ ถ้ามีเหตุสุดวิสัยให้ต้องตกงานขึ้นมาจริงๆ จะได้ไม่ลำบากหรือแบกรับความเครียดรุนแรงนะคะ


(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

 10 
 เมื่อ: 16 กันยายน 2016, 15:28 
เริ่มโดย Aims - คำตอบล่าสุด โดย Aims
ถาม – ผมแต่งงานและมีบุตรแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ได้รู้จักกับผู้หญิงที่ก็มีพันธะแล้วเหมือนกัน
เราทั้งคู่สนใจธรรมะและมีทัศนะตรงกันหลายๆ อย่าง
ผมยอมรับว่ามีใจชอบเธอ แต่ถ้าเราต่างพยายามไม่ให้ผิดศีลธรรม คบหาในฐานะเพื่อน จะได้ไหมครับ



ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผู้หญิงกับผู้ชายเป็นเพื่อนกันได้ค่ะ ทั้งจากประสบการณ์ตรงและที่ทราบจากคนรู้จัก หลายท่านมีเพื่อนต่างเพศที่เป็นเพื่อนกันจริงๆ คุยกันถูกคอเข้าใจ เป็นที่ปรึกษาให้กันได้ โดยไม่มีกำแพงความเป็นหญิงชายมากั้น แต่ว่าเป็นคนละกรณีกันกับการที่ต่างคนต่างถูกใจกัน แต่ต่างฝ่ายต่างมีคนของตัวเองแล้ว เลยเป็นได้แค่เพื่อน แบบนี้ไม่ควรคบหากันสนิทสนมนักเพราะอาจพลาดพลั้งเผลอใจเผลอกายไปได้ค่ะ

ดังเรื่องราวของคุณเอ็มมานูเอล (นามสมมติ) ลูกค้าชายที่ได้ทบทวนความทรงจำให้ฟังว่าเคยมาตรวจดวงเมื่อสามปีก่อน ลูกค้าบอกว่าตอนนั้นไม่เชื่อว่าจะเจอผู้หญิงอีกคน เพราะตัวเขาเองมีภรรยาและมีบุตรแล้ว และก็เป็นคนสนใจการปฏิบัติธรรม ตั้งใจรักษาศีล แต่ว่าตอนนี้กำลังยุ่งยากใจเพราะเพศตรงข้ามคนหนึ่งที่สนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ (ขอสมมตินามว่าคุณโจฮันนา) คุณเอ็มมานูเอลจึงกลับมาตรวจดวงอีกหน พร้อมทั้งขอดวงชะตาจากฝ่ายหญิงมาให้ตรวจด้วย ซึ่งเท่าที่ตรวจดูเห็นว่าคุณเอ็มมานูเอลมีปัญหาเรื่องชู้สาวอยู่จริงๆ ตามที่เตือนไว้เมื่อสามปีก่อนนั่นแหละ แม้จะเป็นไปตามแผนที่กรรม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในกรณีนี้คิดว่าถ้าเขาได้สติและใจแข็งสักหน่อย ก็น่าจะผ่านพ้นไปได้ เพราะลูกค้าเป็นคนที่มีใจใฝ่ทางกุศล ไม่ได้อยากทำผิดศีลธรรมอยู่แล้วค่ะ


คุณเอ็มมานูเอลเล่าว่าพบคุณโจฮันนาผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทั้งคู่ประกอบอาชีพในสาขาเดียวกัน สนใจเรื่องการทำบุญทำทานเหมือนกัน คุณโจฮันนามีปัญหาระหองระแหงกับสามี ไม่มีความสุขในชีวิตสมรสนัก การที่พบกันผ่านกลุ่มของผู้คนที่สนใจการสร้างกุศล ทำให้เขาออกจะเชื่อว่าเธอเป็นคนดี อีกทั้งยังคุยกันถูกคอ และรูปร่างหน้าตาก็คงจะเป็นที่ถูกใจพอสมควร จึงทำให้ทั้งคู่สนทนากันทางโทรศัพท์ครั้งละนานๆ โดยส่วนใหญ่ฝ่ายหญิงจะติดต่อมา (แม้แต่ตอนที่ตรวจดวงกัน ก็มีสายเข้ามา แต่ลูกค้าไม่ได้รับสาย) อีกทั้งยังมีการนัดเจอกันเพื่อซื้อของไปทำบุญ โดยคุณเอ็มมานูเอลพาลูกไปด้วย แถมอีกไม่กี่วันข้างหน้าจากวันที่นัดตรวจดวงกันนี้ ก็มีนัดกันซื้อของอีก แต่คราวนี้น่าจะไปกันแค่สองคนเท่านั้น ฟังแล้วชักจะห่วงลูกค้า เพราะว่าสถานการณ์นี้ก็เหมือนกับการเล่นกับไฟนั่นแหละ


เพื่อดึงลูกค้าชายออกมาก่อนที่ไฟจะลาม จึงอธิบายให้เขาฟังว่าความจริงก็คือปุถุชนคนที่สนใจธรรมะนั้น แม้ว่าจะเป็นคนที่มีศีลในปัจจุบัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่กลับไปผิดศีลอีกนะคะ ฉะนั้นขอให้ประเมินอีกฝ่ายและตนเองในฐานะคนธรรมดาที่กลับไปกลับมาระหว่างความดีความชั่วได้ การพบกันในเว็บไซด์ธรรมะหรือเครือข่ายผู้สนใจการปฏิบัติ หรือต่อให้เจอในสถานที่ปฏิบัติธรรมหรือในวัดก็ตามที ไม่ได้การันตีว่าความสัมพันธ์จะต้องลงเอยด้วยกุศลเสมอไป (ดังที่เคยเล่าไว้ในหลายตอน เช่น "คนบาปในคราบบุญ" (คลิก) http://bit.ly/1eMifyj , “ปุถุชนคนแปรปรวน” (คลิก) http://bit.ly/1eYNhp8 และ "พลาดเพียงนิด...ชีวิตเปลี่ยน" (คลิก) http://bit.ly/1iNkSAp )


เมื่อเห็นว่าลูกค้ารับฟังแต่โดยดี จึงขอให้เขาลองถามตัวเองดูว่าปลายทางของความสัมพันธ์คืออะไร อย่ามั่นใจเลยว่าจะต้านทานกิเลสได้ ถ้าเราแน่จริงคงไม่มาเวียนว่ายตายเกิดแบบนี้หรอก เราต้องนิพพานแล้วแน่ๆ ส่วนฝ่ายหญิงนั้นตามที่ตรวจดวงแล้ว แม้ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรแต่ก็ไม่ใช่คนหนักแน่นนัก เชื่อแน่ว่าวันนี้ต่างคนต่างไม่ได้คิดจะล้ำเส้น ขอแค่เป็นคนที่คุยกันถูกคอ เจอกันบ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้น แต่จากที่ลูกค้าท่านอื่นมีประสบการณ์ตรงมาบอกเล่า สรุปได้ว่าถ้าไม่นับหนึ่งก็ไม่ถึงร้อย ฉะนั้น “ทุกอย่างก็เริ่มจากคุยนั่นแหละ”


เท่าที่เก็บข้อมูลมาจากลูกค้าหญิงหลายท่าน ทำให้คาดว่าคุณโจฮันนานั้นมีปัญหาครอบครัว แล้วเธอก็อยากหาเพื่อนคุย โดยที่อาจจะมองว่าผู้ชายที่สนใจธรรมะน่าจะนิสัยดี ไม่มีพิษไม่มีภัย คงไม่ได้หวังจะคบหาฉันชู้สาวหรือหมายจะเข้ามาทำให้ครอบครัวใครแตกแยก แต่ปัญหาคือกิเลสนั้นเป็นอะไรที่ประมาทไม่ได้ จากแค่คุยกัน นัดเจอกันไปซื้อของ ต่อไปก็อาจจะสนิทสนมจนเกินเลยไปมากกว่านั้น อีกทั้งคุณเอ็มมานูเอลเองก็ไม่หักห้ามใจเลย ใช้เวลาสนทนานานๆ ยิ่งคุยกันถูกคอก็ยิ่งถูกใจ ติดใจในการคุยมากขึ้นไปอีก


เพื่อให้ลูกค้าเห็นตัวเองชัดเจนขึ้น จึงตั้งคำถามกลับไปว่าตามที่บอกว่าเป็นเพื่อนที่สนใจธรรมะเหมือนกัน แต่ใช้เวลาคุยกันคราวละเป็นชั่วโมงๆ นั้น “คุณคุยเรื่องอะไรกัน” ลูกค้าตอบว่า “ก็คุยเรื่องงาน เพราะเราทำงานสาขาเดียวกัน” ฟังแล้วก็บอกเขาไปใจความว่า “แบบนี้ก็คือสนทนาประสาโลกแล้วค่ะ อีกอย่างถ้าสนใจธรรมปฏิบัติจริงๆ อย่าเสียเวลาคุยโทรศัพท์เลยค่ะ เอาเวลาไปสวดมนต์ไหว้พระ เดินจงกรม นั่งสมาธิ ดีกว่า” เมื่อลูกค้านิ่งไปเหมือนจะได้สติ จึงถามไปอีกคำถามหนึ่งว่า “แล้วถ้าวันที่นัดกันไปซื้อของ ถ้ามีเพื่อนของภรรยาคุณไปเห็นเข้า คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นคะ” คุณเอ็มมานูเอลบอกว่า “ครอบครัวผมก็เละน่ะสิ” อึดใจต่อมาลูกค้าบอกว่า “เออ ผมเริ่มได้สติแล้วนะ”


น่ายินดีที่ลูกค้ายอมรับฟังโดยดีและมีทีท่าจะเลิกเล่นกับไฟค่ะ เนื่องจากมีลูกค้าชายบางท่านที่ปฏิบัติธรรมมาดีๆ แล้วกลับพลาดเสียท่าเสียทีกิเลส จนด่างพร้อยในศีลข้อกาเมสุมิจฉาจาร ฉะนั้นถ้ารักในพระนิพพาน ก็ต้องเตือนตัวเองว่าเส้นทางที่เดินมามันชักเสี่ยงภัยแล้วนะ ต้องหยุดแล้ว จากนั้นจึงให้คุณเอ็มมานูเอลลองย้อนทบทวนพฤติกรรมที่ผ่านมาตามความจริงว่า “คุณจะมองคุณโจฮันนาว่าเป็นอย่างไรก็ตามนะคะ ต้องยอมรับความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เธอทราบดีว่าคุณมีภรรยามีลูกแล้ว แต่ยังโทรมาหา การพูดคุยก็มีเนื้อหาเป็นทางโลกๆ เป็นหลัก คุณสองคนใช้เวลาคุยกันนานๆ ทั้งที่เธอรู้ดีว่าคุณมีครอบครัวแล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดว่าเวลาที่คุณต้องแบ่งมาให้เธอ มันควรจะเป็นเวลาของภรรยาและลูกของคุณมากกว่า” คุณเอ็มมานูเอลฟังแล้วตอบมาใจความโดยสรุปว่า “จริงด้วย เขารู้อยู่แล้วว่าผมมีครอบครัว แต่เขาไม่หยุดเลย ตอนนี้ผมควรจะเอาเวลามาอ่านหนังสือเพื่อพัฒนาตัวเองมากกว่า ขอบคุณมาก ผมพอแล้ว” (^__^) ฟังแล้วเป็นสุขไปด้วยค่ะ คิดว่าลูกค้าคงมีบุญไม่น้อยเพราะไม่ประมาทกิเลสเล็กกิเลสน้อย ไม่เปิดโอกาสให้ตนเองนำความแตกร้าวมาสู่ครอบครัว


กิเลสนั้นเป็นของดูเบาไม่ได้เลยนะคะ เท่าที่เก็บข้อมูลจากลูกค้าที่มีครอบครัวแล้วทั้งหญิงและชายหลายท่าน สรุปว่าการพูดคุยสนทนากันอย่างถูกคอกับเพศตรงข้ามที่ตนมีใจให้อยู่บ้างอยู่แล้วนั้น นำมาซึ่งความผูกใจ อยากจะพูดคุยคบหาไปเรื่อยๆ จนหลายกรณีนำไปสู่การผิดศีลธรรม แต่โดยมากแล้วท้ายที่สุดต่างคนต่างรู้ดีว่าไม่มีทางเลิกรากับคนเดิมของตนเพื่อมาใช้ชีวิตร่วมกัน หรือบางรายที่เลิกรากับคู่เดิมของตนมาอยู่กินกับคนใหม่ กลับมาพบธาตุแท้ด้านมืดของอีกฝ่าย ที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม สุดท้ายก็ลงเอยที่การเลิกรากันหรืออยู่กันไปแบบทรมาน เรียกว่าทั้งเสียใจ เสียความรู้สึก เสียศีลธรรม โดยไม่ได้รับความสุขที่ยั่งยืนกลับมาเลย ฉะนั้นอย่าเล่นกับไฟกิเลสในใจ เพราะลามไหม้ให้ได้ร้อนใจทั้งชาตินี้ และชาติต่อๆ ไป ยามที่ต้องไปรับวิบากมืดค่ะ



(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!